เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 210 ที่ราบสูงโครัน

บทที่ 210 ที่ราบสูงโครัน

บทที่ 210 ที่ราบสูงโครัน


บทที่ 210 ที่ราบสูงโครัน

ปัจจุบันฉิงเทียนกับซือโม่กำลังถูกสแกร์วูฟ 10 ตัวล้อมเอาไว้จนทำให้พวกเขาต้องรับมือมอนสเตอร์อย่างยากลำบาก เมื่อจู่ ๆ มันได้มีคนแปลกหน้าปรากฏตัวขึ้นมา มันจึงยิ่งทำให้ทั้งคู่รู้สึกเครียดไปมากขึ้นกว่าเดิม

“คุณมีธุระอะไรหรือเปล่า?” ฉิงเทียนกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

ลู่หยางทำการเรียกนกเพลิงขนาดใหญ่มาเกาะไว้ที่แขนซ้าย จากนั้นเขาก็ทำการโยนมีดเอสเคพเดจเจอร์ภายในมือออกไป ก่อนจะเทเลพอร์ตไปปรากฏตัวข้าง ๆ ซือโม่อย่างฉับพลัน จากนั้นนักเวทหนุ่มก็ชี้ไม้เท้าไปที่สแกร์วูฟ 8 ตัวตรงหน้าพร้อมกับทำการเรียกคลื่นสีดำปรากฏขึ้นมาบนพื้น

เฟลมสตอร์ม!

พายุเพลิงที่มีความสูงกว่า 10 เมตรส่องแสงสว่างอย่างเจิดจ้าทำให้สแกร์วูฟทั้งแปดตัวติดสตั๊นยืนนิ่งอยู่กับที่

เฟลมเบิร์ด!

นกบนแขนของลู่หยางพุ่งออกไปกลางฝูงของมอนสเตอร์ ก่อนที่จะทำให้หมาป่าเหล่านั้นสูญเสียพลังชีวิตไปมากกว่า 1,000 หน่วย

สแกร์วูฟเป็นมอนสเตอร์เลเวล 29 ที่มีพลังชีวิต 4,330 หน่วย การโจมตีของลู่หยางในรอบนี้จึงสามารถทำให้พวกมันเสียพลังชีวิตไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง

เมื่อฝูงหมาป่าได้สติมันก็เริ่มเปลี่ยนเป้าหมาย ก่อนที่จะกระโจนเข้าใส่ลู่หยางพร้อม ๆ กัน

“ระวัง!” ซือโม่ร้องเตือนโดยอัตโนมัติ

ลู่หยางเผยรอยยิ้มให้หญิงสาวอย่างสบายใจ ก่อนที่ร่างของเขาจะระเบิดคลื่นพลังสีทองออกมา

รีซิสท์ไฟร์ริง!

สแกร์วูฟทั้งแปดตัวที่สัมผัสกับวงแหวนไฟถูกผลักออกไปในทันที และถึงแม้ร่างของมันจะตกกระทบลงกับพื้น แต่หมาป่าพวกนั้นก็ยังคงกลิ้งกระเด็นไปข้างหลังอย่างต่อเนื่อง

เมเทโออิมแพค!

อุกกาบาตขนาดมหึมาตกลงมาจากท้องฟ้ากระแทกเข้าใส่สแกร์วูฟทั้งแปดตัว จากนั้นอุกกาบาตก็ไถลากไปบนพื้นสร้างความเสียหายให้พวกสแกร์วูฟถึงหกครั้งติดต่อกัน

ระบบ: คุณสังหารสแกร์วูฟแล้ว ได้รับค่าประสบการณ์ 640 หน่วย

ระบบแจ้งเตือนดังขึ้นแปดครั้งติดต่อกันพร้อมกับสแกร์วูฟ 8 ตัวที่นอนตายอยู่บนพื้น

“โคตรเก่ง” ซือโม่พูดอย่างตื่นเต้น

ตอนนี้ฉิงเทียนก็สังหารสแกร์วูฟที่เหลืออีกสองตัวเรียบร้อยแล้ว เขาจึงเก็บดาบเข้าไปในฝักพร้อมกับเดินเข้ามาหาลู่หยาง

“หากผมเดาไม่ผิดคุณคงจะเป็นนักเวทคลั่งลู่หยางใช่ไหม?”

นักเวทคลั่งเป็นฉายาที่ผู้เล่นภายในเกมได้ตั้งให้กับลู่หยาง และเหตุผลมันก็มาจากคอมโบเวทมนตร์อันบ้าคลั่งที่ลู่หยางมักจะปล่อยออกมาเป็นชุด ๆ

“นั่นเป็นแค่ฉายาที่คนอื่นตั้งให้เรียกฉันว่าลู่หยางเฉย ๆ ก็ได้” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“อาจารย์ คอมโบที่คุณใช้เมื่อกี้โคตรเท่เลย! ฉันชื่อซือโม่ ส่วนนี่พี่ชายของฉันชื่อฉิงเทียน” ซือโม่แนะนำอย่างตื่นเต้น

ฉิงเทียนส่งเสียงกระแอมขึ้นมาครั้งหนึ่ง ก่อนที่เขาจะพูดว่า

“พี่ของเธอก็เก่งมากเหมือนกันนะ”

ลู่หยางอดที่จะขำขึ้นมาไม่ได้และทันใดนั้นเขาก็จำได้ว่าในชาติก่อนฉิงเทียนก็ถือว่าเป็น ‘ซิสค่อน’ ด้วยเหมือนกัน

“พี่หนูเก่งที่สุดอยู่แล้ว” ซือโม่กล่าวยกยอ

“ฮ่า ๆ ๆ เธอไม่จำเป็นจะต้องชมพี่ต่อหน้าคนอื่นหรอกนะ” ฉิงเทียนกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

ซือโม่ทำได้เพียงแค่ถอนหายใจกับพฤติกรรมของพี่ชายตัวเอง

ฉิงเทียนส่งเสียงกระแอมขึ้นมาหนึ่งครั้ง ก่อนที่เขาจะหันไปพูดกับลู่หยาง

“คุณมีธุระอะไรกับพวกเราหรือเปล่า?”

“ฉันแค่เดินทางผ่านมาก็เลยช่วยพวกคุณนิดหน่อยเท่านั้นเอง” ลู่หยางกล่าว

“ขอบคุณมากจริง ๆ คนของสตูดิโอผมยังไม่มา เมื่อพวกเขามาถึงพวกเราก็จะสู้กับพวกสแกร์วูฟได้ง่ายมากขึ้น” ฉิงเทียนกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“สตูดิโอของคุณมีกี่คน สนใจจะมาเข้าร่วมกิลด์ของฉันไหม?” ลู่หยางถาม

ฉิงเทียนส่ายหน้าพร้อมกับพูดว่า

“สตูดิโอฉิงเทียนของผมยังไม่คิดจะเข้าร่วมกับกิลด์ไหนในตอนนี้ ขอโทษที่ต้องพูดตรง ๆ นะว่าพวกคุณสู้กับบลัดเติสตี้ไม่ได้หรอก พวกคุณควรรีบยอมแพ้พวกเขาไปจะดีกว่า”

“พี่! ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ” ซือโม่รีบพูดขัดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

“ฉันพูดความจริง ถึงแม้ว่าพวกเราจะมีปัญหากับบลัดเติสตี้เหมือนกัน แต่ฉันก็ไม่อยากตายเหมือนบลัดบราเธอร์หรอกนะ” ฉิงเทียนกล่าว

สิ่งที่ลู่หยางไม่ชอบมากที่สุดในตัวฉิงเทียนคือท่าทีการพูดของเขา แต่มันก็ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าฉิงเทียนมีความสามารถที่จะทำตัวหยิ่งยโสออกมาได้จริง ๆ นอกจากนี้ผู้เล่นในสตูดิโอฉิงเทียนต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้เล่นชั้นยอดที่หาตัวจับได้ยาก

“ฉันไม่ได้คิดจะบังคับใครแต่อีกไม่นานกิลด์ของฉันจะต้องเผชิญหน้ากับบลัดเติสตี้ ฉันขอจ้างให้พวกคุณไปร่วมรบด้วยได้ไหม? ถ้าพวกคุณปิดหน้ามันก็ไม่มีใครจำตัวตนของพวกคุณได้หรอก” ลู่หยางกล่าว

“ถ้าเป็นแบบนี้ไม่มีปัญหา แต่ค่าจ้างของพวกเราก็ไม่ใช่ถูก ๆ เหมือนกัน” ฉิงเทียนกล่าวอย่างสนใจ

“โอเค ถ้าอย่างนั้นพวกคุณก็ไปลงทะเบียนในสมาคมทหารรับจ้าง ฉันจะได้ทำสัญญากับพวกคุณผ่านทางสมาคม” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ได้ครับ” ฉิงเทียนกล่าวและเขาก็เพิ่งได้ยินเรื่องสมาคมทหารรับจ้างมาจากลูกน้องด้วยเหมือนกัน

“คุณคงจะไม่ได้คิดให้ผมไปเป็นแนวหน้าใช่ไหม? ถ้าเป็นแบบนั้นผมก็คงจะต้องบวกค่าจ้างเข้าไปสูงมากกว่าเดิม” ฉิงเทียนกล่าว

“เชื่อฉันเถอะว่าคุณยังไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะเป็นแนวหน้าหรอก” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ไม่ว่าจะเป็นสามพี่น้องตระกูลไป๋, พวกฉิงชาง, พวกบิทเทอร์เลิฟหรือแม้แต่พวกเซี่ยหยู่เว่ยต่างก็ล้วนแล้วแต่ถูกพัฒนาจนมีคุณสมบัติเป็นแนวหน้า ลู่หยางจึงไม่จำเป็นจะต้องดันฉิงเทียนขึ้นไปอยู่ในแนวหน้าเลยแม้แต่นิดเดียว

“ถ้ามีโอกาสผมก็อยากจะเห็นฝีมือสมาชิกในกิลด์ของคุณสักครั้ง” ฉิงเทียนกล่าวพร้อมกับมองไปทางลู่หยางอย่างประหลาดใจ

เพื่อทำให้สตูดิโออยู่รอดฉิงเทียนจึงมักจะต้องนำทีมออกไปฆ่าบอสตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อนำอุปกรณ์กลับมาขาย เหตุการณ์นี้จึงทำให้พวกเขาปะทะกับคนของบลัดเติสตี้บ่อยครั้ง แล้วมันก็ทำให้พวกเขารู้จักพลังของบลัดเติสตี้เป็นอย่างดี

ลู่หยางก็เคยปะทะกับบลัดเติสตี้มาแล้วหลายครั้งด้วยเช่นกัน หากอีกฝ่ายมั่นใจว่าฝีมืออย่างเขาไม่สามารถขึ้นไปเป็นแนวหน้าได้ มันก็แสดงว่าในบลัดบราเธอร์จะต้องมีผู้เล่นชั้นยอดอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

แน่นอนว่ามันไม่มีใครรู้ว่าลู่หยางได้ดึงตัวผู้เล่นชั้นยอดในชาติก่อนมาเข้าร่วมกิลด์ของเขาเป็นจำนวนมาก ยกตัวอย่างเช่น แบล็คโน้ต, เฟลมเบลดและไฟอิ้งดราก้อนต่างก็เข้าร่วมกิลด์บลัดบราเธอร์แล้ว เมื่อทุกคนมีโอกาสได้พัฒนาในสภาพแวดล้อมที่ดี ในไม่ช้าพวกเขาก็จะสามารถแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่

ยิ่งไปกว่านั้นคนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการกับลู่หยาง ซึ่งมันก็หมายความว่าทุก ๆ คนต้องทำงานให้กับเขาเป็นเวลาถึงสามปี

นอกจากนี้พลังของผู้เล่นยังไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เลเวลและอุปกรณ์ แต่มันยังมีวิธีพิเศษบางอย่างที่สามารถเพิ่มพลังให้กับผู้เล่นได้ ยกตัวอย่างเช่น เจ้าแห่งลมที่ลู่หยางกำลังตามหาอยู่

“ฉันยังมีธุระที่ต้องไปจัดการ ขอตัวลาแค่นี้ก็แล้วกัน” ลู่หยางกล่าว

ฉิงเทียนพยักหน้าลงโดยไม่พูดอะไร

“สู้ ๆ นะคะอาจารย์ เอาชนะพวกบลัดเติสตี้ให้ได้นะ” ซือโม่พูดให้กำลังใจ

ลู่หยางเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะมุ่งหน้าไปอย่างที่ราบสูงโครัน

เรือเหาะที่ภรรยาของคาร์ลอสโดยสารมาหาได้ไม่ยากนัก และถึงแม้ลู่หยางจะจำพิกัดที่แม่นยำไม่ได้แต่เขาก็ยังพอจดจำตำแหน่งคร่าว ๆ ของมันได้อยู่

ชายหนุ่มเดินไปตามความทรงจำและในที่สุดเขาก็ได้พบกับซากเรือเหาะของก็อบลินลำหนึ่ง

ระบบ: คุณพบเรือเหาะสตอร์ม

จบบทที่ บทที่ 210 ที่ราบสูงโครัน

คัดลอกลิงก์แล้ว