เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 205 ขวานนรกี

บทที่ 205 ขวานนรกี

บทที่ 205 ขวานนรกี


บทที่ 205 ขวานนรกี

หลังอุกกาบาตระเบิดมันก็ก่อให้เกิดแสงสว่างจ้า เมื่อทุกคนมองไปยังฝูงปีศาจข้างหน้าอีกครั้งพวกเขาก็ได้พบว่าปีศาจทั้งหมดในรัศมี 50 เมตรต่างก็ถูกกำจัดจนหมดสิ้น

“หัวหน้าโคตรโหดเลย!” ฉิงชางร้องตะโกน โดยมีทุก ๆ คนตะโกนเชียร์อย่างตื่นเต้นอยู่ใกล้ ๆ

ลู่หยางในร่างอสูรเพลิงชี้ไปยังพื้นที่อันว่างเปล่าพร้อมกับตะโกนสั่งการขึ้นมาว่า

“ตัวแทงค์ขยายวงป้องกันออกไปทางด้านหน้า นักบวชตามไปรักษา ส่วนพวกสายเวทปล่อยสกิลโจมตีแบบวงกว้าง”

สกิลโจมตีแบบวงกว้างของนักเวทคือสโนว์สตอร์มและไฟร์วอลล์ ของวอลอคคือสกิลไฟร์เรน ขณะที่พาลาดินมีสกิลโฮลี่ราธที่สามารถสร้างความเสียหายต่อสิ่งมีชีวิตประเภทปีศาจเพิ่มขึ้นสองเท่า

เมื่อทุกคนได้รับคำสั่ง กองกำลังก็ขยายออกไปใน 4 ทิศทางพร้อมกับเริ่มทำการโจมตีอย่างรวดเร็ว

หลังแนวป้องกันถูกขยายออกไปแล้ว ลู่หยางก็ส่งข้อความหาเจียงเจ๋อเพื่อให้นำกองกำลังเข้ามาด้านในวิหารเพิ่ม

“ส่งผู้เล่นกลุ่มที่ 1-5 เข้ามา”

“โอเค” เจียงเจ๋อตอบรับก่อนที่เขาจะรีบสั่งการให้ผู้เล่น 500 คนแรกเข้าสู่ดันเจียนตามลำดับ

ร่างของทุกคนกลายเป็นแสงสว่างก่อนที่พวกเขาจะไปปรากฏตัวในวิหารอย่างฉับพลัน ซึ่งในกลุ่มผู้เล่นที่ปรากฏขึ้นมานั้นมันก็มีทั้งถูเฟิงและเจียงหัวรวมอยู่ด้วย

“พวกเราต้องทำอะไรบ้าง?” ถูเฟิงถาม

“ควบคุมกองกำลังให้ดี แบ่งพวกเขาออกเป็น 4 กองทัพแล้วเว้นทางเดินรูปกากบาทกว้าง 1 เมตรเอาไว้ตรงกลาง” ลู่หยางกล่าว เพราะท้ายที่สุดสถานการณ์ของกองทัพแต่ละด้านยังไม่ค่อยมั่นคง เขาจึงจำเป็นจะต้องมีเส้นทางการเดินเอาไว้เพื่อคอยไปสนับสนุนทางด้านที่เพลี่ยงพล้ำ

หัวหน้า ทางนี้เจอมอนสเตอร์ระดับกึ่งอิลิท จางจื่อโป๋จะรับเอาไว้ไม่ไหวแล้ว :หลานอวี่ส่งข้อความขอความช่วยเหลือ

ลู่หยางรีบมองไปทางกลุ่มของหลานอวี่ในทันที ก่อนจะได้เห็นปีศาจสีแดง 6 ตัวที่มีความสูงมากกว่าทหารยามปีศาจถึงครึ่งเมตร ปากของมันพ่นเปลวไฟออกมาไม่หยุดทำให้ไม่เพียงจางจื่อโป๋ที่อยู่อยู่ด้านหน้าที่ถูกโจมตี เพราะแม้แต่นักเวทที่อยู่แนวหลังก็ได้รับความเสียหายจากการโจมตีนี้ไปด้วย

ปีศาจเพลิง (ระดับกึ่งอีลิท)

เลเวล 25

พลังชีวิต 7,866/7,866

เดี๋ยวฉันรีบไป :ลู่หยางอยากจะวิ่งเข้าไปช่วยเหลือในทันที แต่ผู้เล่น 500 คนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ยังจัดกระบวนทัพไม่เสร็จ อสูรเพลิงร่างใหญ่จึงได้กลายเป็นแสงสีขาวก่อนที่จะร่างของเขาจะปรากฏอยู่ข้าง ๆ หลานอวี่กับเซี่ยหยู่เว่ยอย่างฉับพลัน

เมเทโออิมแพค!

ลู่หยางชูมือขึ้นท้องฟ้าเรียกอุกกาบาตขนาดมหึมาออกมา 3 ลูก

ตูม!

อุกกาบาตตกลงกระทบปีศาจเพลิงทั้งหกตัวพอดี จากนั้นอุกกาบาตก็กลิ้งไปข้างหน้าสร้างความเสียหายเป็นจำนวนมากในทุก ๆ การเคลื่อนไหว

เฟลมสตอร์ม!

เฟลมเบิร์ด!

สกายเดรสทรอยิงไฟร์!

เวทเพลิงมากมายถูกใช้ออกไปอย่างต่อเนื่อง ปีศาจเพลิงทั้งหกตัวจึงสามารถต้านทานการโจมตีได้ไม่ถึง 5 วินาที ก่อนที่พวกมันจะถูกสังหารตายลงบนพื้น นอกจากนี้การโจมตีของลู่หยางยังทำให้พื้นที่ในรัศมี 10 เมตรหน้าจางจื่อโป๋กลายเป็นสนามรบที่เต็มไปด้วยซากศพของศัตรู

“นักบวชโฟกัสการรักษาไปที่แนวหน้าก่อน พวกแนวหลังพยายามกินน้ำยาฟื้นฟูพลังชีวิตของตัวเอง จางจื่อโป๋นำทีมนักรบตามฉันมา” เซี่ยหยู่เว่ยตะโกนสั่งการเสียงดัง

เวทมนตร์รักษาเป็นจำนวนมากเริ่มส่องสว่างบนร่างกายของตัวแทงค์ ขณะที่จางจื่อโป๋ยกโล่ขนาดใหญ่เพื่อนำทีมขยายอาณาเขตการป้องกันออกไป

“หัวหน้าโคตรเก่งเลย” หลานอวี่กล่าวอย่างชื่นชม

ในสถานการณ์ที่ยากลำบากแบบนี้ความแข็งแกร่งของลู่หยางสามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจของทุกคนได้เป็นอย่างมาก มันจึงทำให้ในเวลาเพียงแค่ไม่นานแนวรบก็มีความมั่นคงพร้อมกับสามารถขยายขนาดออกไปได้เรื่อย ๆ

“หัวหน้าทางนี้มีบอสครับ” ฉิงชางตะโกน

ฉิงชางรับหน้าที่คอยป้องกันทางใต้ของทีม ซึ่งในบริเวณนั้นมีปีศาจร่างยักษ์ที่มีตัวสูงกว่า 3 เมตร ภายในมือถือขวานยาวสีดำสนิท ขณะที่อีกมือถือดาบยาวสีดำ ทั่วทั้งร่างของมันเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ปูดโปนและในปัจจุบันมันก็กำลังโจมตีฉิงชางอย่างบ้าคลั่ง

องครักษ์ปีศาจ (บอส)

เลเวล 30

พลังชีวิต 250,000/250,000

“เทพโบราณเบื้องบน โปรดประทานพลังแก่ข้าเพื่อลงโทษศัตรู” องครักษ์ปีศาจเริ่มท่องคาถาก่อนที่ดวงตาทั้งสองข้างของมันจะยิงลำแสงสีเทาออกมา

ฉิงชางไม่สามารถหลบการโจมตีในครั้งนี้ได้ทัน เขาจึงรีบยกโล่ขึ้นมาป้องกันในทันที อย่างไรก็ตามถึงแม้ลำแสงจะตกกระทบกับโล่ แต่มันกลับไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ เกิดขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว

ระบบ: พลังป้องกันของคุณลดลง 200 หน่วย

ไฟร์แฟง!

องครักษ์ปีศาจเริ่มใช้สกิลพร้อมกับฟาดฟันขวานที่ลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิงลงมา

การโจมตีปกติขององครักษ์ปีศาจสามารถสร้างความเสียหายให้ฉิงชางได้ 400 หน่วย แต่ในตอนนี้พลังป้องกันของฉิงชางลดลงไปครึ่งหนึ่ง ขณะที่องครักษ์ปีศาจใช้สกิลที่ช่วยเพิ่มพลังโจมตีเป็นสองเท่า ดังนั้นหากฉิงชางรับการโจมตีเอาไว้ตรง ๆ เขาก็คงจะไม่รอดไปจากการโจมตีในครั้งนี้แน่

ด้วยฝีมือของฉิงชาง เขาสามารถที่จะกระโดดหลบการโจมตีในครั้งนี้ได้ อย่างไรก็ตามทั่วทุกทางต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นเพื่อนร่วมทีม หากเขาเริ่มกระโดดหนีมันก็จะก่อให้เกิดช่องโหว่ในแนวป้องกันด้วยเช่นกัน ในเวลานั้นองครักษ์ปีศาจก็จะฉวยโอกาสบุกเข้ามาภายในกองทัพ และเมื่อไหร่ก็ตามที่แนวหลังถูกสังหาร ในเวลานั้นความสูญเสียมันก็เจ็บช้ำมากกว่าการที่เขาเสียชีวิตไปเพียงแค่คนเดียว

“เตรียมกระชับแนวป้องกัน” ฉิงชางตะโกนสั่งการขณะยกโล่ขึ้นตั้งรับโดยเตรียมพร้อมที่จะตาย

ขณะที่ขวานขององครักษ์ปีศาจกำลังจะฟาดฟันลงบนตัวฉิงชางอยู่นั่นเอง ลู่หยางก็ได้โยนมีดเอสเคพเดจเจอร์ออกไป ก่อนที่ร่างของเขาจะปรากฏตัวทางด้านหลังของฉิงชางอย่างฉับพลัน

เฟลมสตอร์ม!

ชายหนุ่มปล่อยเปลวเพลิงใส่องครักษ์ปีศาจในทันทีและผลของสกิลนี้ก็ทำให้บอสติดสถานะสตั๊น

“ขยายแนวศัตรูออกไป” ลู่หยางตะโกนสั่ง

ไนท์มูนเริ่มปล่อยสกิลขับไล่พวกปีศาจออกไปทำให้ได้มีเวลาพักหายใจ

“หัวหน้า บอสตัวนี้แข็งแกร่งมากหากมันใช้คอมโบลดพลังป้องกันพร้อมกับเพิ่มพลังโจมตีพร้อมกัน ไม่ว่าตัวแทงค์คนไหนก็คงจะรับมือมันไม่ได้” ฉิงชางพูดขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว

“ไนท์มูนคอยดูแลฉิงชางให้ดี เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับมันเอง” ลู่หยางตะโกนสั่ง

องครักษ์ปีศาจเป็นมอนสเตอร์ที่มีความแข็งแกร่งเป็นรองเพียงแค่บอสใหญ่ของวิหารปีศาจ มันจึงเป็นมอนสเตอร์ที่มีพลังมหาศาลจนทำให้แม้แต่ตัวลู่หยางก็จำเป็นจะต้องโจมตีอย่างสุดกำลังถึงจะสามารถเอาชนะบอสตัวนี้ได้

อสูรเพลิงร่างยักษ์ชี้คทาไปยังศีรษะขององครักษ์ปีศาจ ก่อนที่เขาจะเริ่มระดมยิงเบลซซิงเบิร์สออกไปราวกับปืนกล

-2,042 (คริติคอล)

-2,046 (คริติคอล)

เมื่อองครักษ์ปีศาจถูกโจมตีมันก็ชะงักไปด้านหลังเล็กน้อย แต่ยังคงสามารถโจมตีใส่ฉิงชางได้อย่างต่อเนื่อง นักบวชถึงสี่คนจึงจำเป็นจะต้องคอยรักษาฉิงชางพร้อม ๆ กันทำให้พลังชีวิตของฉิงชางเด้งขึ้นเด้งลงอย่างไม่หยุดหย่อน

3 นาทีต่อมาองครักษ์ปีศาจก็ส่งเสียงร้องครวญครางพร้อมกับล้มลงบนพื้นในที่สุด ขณะเดียวกันข้างกายของมันก็ดรอปขวานสองคมสีดำที่เปล่งประกายแสงสีทอง

“บอสดรอปอุปกรณ์ระดับทอง! ทุกคนบุกไปข้างหน้าอย่างสุดกำลัง อาวุธชิ้นนี้เป็นของทีมฉิงชาง” ลู่หยางส่งเสียงตะโกน

“ฆ่า!” ฉิงชางและลูกน้องกว่า 50 คนตะโกนปลุกใจขึ้นพร้อมกัน และคำว่าอุปกรณ์ระดับทองเป็นของทีมพวกเขาก็ทำให้ขวัญกำลังใจภายในทีมพุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่ง

แม้แต่ในดันเจียนระดับอีปิคก็ยังดรอปอาวุธระดับทองลงมาได้ยากมาก แต่ในตอนนี้มันได้มีขวานระดับทองดรอปลงมาต่อหน้าของพวกเขาแล้วจริง ๆ และลู่หยางยังประกาศมอบอาวุธชิ้นนั้นให้กับทีมของพวกเขาด้วย ทุกคนจึงพร้อมใจกันบุกทะลวงไปด้านหน้า ก่อนที่ลู่หยางจะเก็บขวานขึ้นมาจากพื้น

ขวานนรกี (ระดับทอง)

เลเวล 25

ความเสียหาย 26-99

ความแข็งแกร่ง +26

พลังกาย +26

พลังโจมตีเพิ่มเติม +36

ช่อง 3 ช่อง

หลังลู่หยางเก็บขวานขึ้นมาแล้วเขาก็ทำการแชร์ค่าสถานะของอาวุธลงในช่องแชทของทีมทันที

“ชื่อโคตรเท่”

“พลังโจมตีของมันตั้ง 161 แถมยังมีช่องใส่อัญมณีอีกตั้งสามช่อง!”

ทุกคนภายในทีมต่างก็พูดคุยกันด้วยความตื่นเต้น

“ในแผนที่นี้มีโอกาสดรอปอาวุธระดับทองเลเวล 25 ของทุกอาชีพ หากทีมไหนขยายวงล้อมและหาบอสเจอได้ก่อนไอเท็มที่ดรอปลงมาก็จะตกเป็นของทีมนั้น” ลู่หยางตะโกนเสียงดัง

ของรางวัลใหญ่ย่อมปลุกขวัญกำลังใจของทีมได้อยู่เสมอ แต่เดิมทุกคนต่างก็มีขวัญกำลังใจสูงอยู่แล้ว ยิ่งพวกเขาได้ยินคำพูดของลู่หยางมันก็ยิ่งทำให้ทุกคนขยายแนวป้องกันออกไปด้วยความกระตือรือร้นมากกว่าเดิม

แม้ในวิหารจะมีปีศาจอยู่อย่างมากมาย แต่เมื่อพวกมันต้องมาเผชิญหน้ากับสมาชิกทีมชั้นยอดที่เต็มไปด้วยขวัญกำลังใจ ท้ายที่สุดพวกมันก็ไม่สามารถต้านทานกองทัพของผู้บุกรุกได้อยู่ดี

ครึ่งชั่วโมงต่อมาสภาวะอสูรเพลิงของลู่หยางก็ได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่วงป้องกันก็ได้ขยายขนาดออกไปมากพอที่จะรองรับผู้เล่นได้ถึง 1,000 คน

ผู้เล่นชุดที่ 2 จำนวน 500 คนแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มแล้วทยอยให้พวกเขาเข้ามาข้างในทีละกลุ่ม :ลู่หยางส่งข้อความหาเจียงเจ๋อ

โอเค :เจียงเจ๋อตอบรับ ก่อนที่เขาจะติดต่อไปหาถูเฟิงเพื่อให้เตรียมพื้นที่สำหรับรองรับผู้เล่น 500 คน

จบบทที่ บทที่ 205 ขวานนรกี

คัดลอกลิงก์แล้ว