เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 191 งานเลี้ยงรุ่น

บทที่ 191 งานเลี้ยงรุ่น

บทที่ 191 งานเลี้ยงรุ่น


บทที่ 191 งานเลี้ยงรุ่น

วันรุ่งขึ้น

พวกลู่หยางยังคงรับสมัครผู้เล่นเข้ากิลด์ตั้งแต่เช้าไปจนถึงเกือบบ่ายสามโมง ชายหนุ่มจึงขอตัวออกไปทำธุระนอกเกม

หลังจากล้างหน้าล้างตาจนเสร็จ เจียงเจ๋อก็โทรเข้ามาพร้อมกับพูดว่า

“ฉันมาถึงแล้ว”

“แป๊บหนึ่ง” ลู่หยางตอบก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินออกไปนอกบ้าน ก่อนที่เขาจะได้พบกับลัมโบร์กีนีสีดำที่จอดอยู่ริมถนน

เจียงเจ๋อตบฝากระโปรงรถด้วยท่าทีที่ภาคภูมิใจพร้อมกับพูดว่า

“เท่ไหม? พ่อฉันเพิ่งซื้อให้มา”

“ก็ดี” ลู่หยางตอบกลับอย่างเฉยเมย เพราะในชาติก่อนเขาก็เคยมีรถที่ดีกว่านี้มาแล้ว

“นายนี่ยังเย็นชาเหมือนเดิมเลยนะ ฉันก็อุตส่าห์อยากจะเซอร์ไพรส์นายสักหน่อย” เจียงเจ๋อพูดอย่างอ่อนใจ

ลู่หยางส่งเสียงหัวเราะ ก่อนที่เขาจะเดินลงไปนั่งลงที่นั่งข้างคนขับ

สถานที่ที่พวกเขาจะไปรวมตัวกันคือร้านอาหารหรูบริเวณชานเมือง ซึ่งหลังจากที่เจียงเจ๋อกดระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ลัมโบร์กีนีคันใหม่ก็พุ่งทะยานไปในท้องถนนอย่างรวดเร็ว

ภัตตาคารเถิงหยวนถูกยกย่องว่าเป็นร้านอาหารที่ดีที่สุดในจังหวัด ซึ่งอันที่จริงแล้วมันเป็นสถานเริงรมย์อันหรูหราที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครันบนพื้นที่หลายสิบไร่ มันจึงกลายเป็นสถานที่พบปะสังสรรค์หลักของผู้คนในจังหวัด

ลัมโบร์กีนีของเจียงเจ๋อวิ่งไปยังลานจอดรถ และถึงแม้ภายนอกรถคันนี้จะดูเป็นรถหรู แต่เมื่อเทียบกับรถบนลานจอดแล้วลัมโบร์กีนีคันหรูมันก็ดูกลายเป็นรถธรรมดาไปเลย

“ให้ตายเถอะ มีแต่รถคนรวย ๆ” เจียงเจ๋อบ่น

“ไม่ต้องไปสนใจเรื่องของพวกเขาหรอก” ลู่หยางกล่าว

หลังเดินเข้าไปในภัตตาคารที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา มันก็มีพนักงานคนหนึ่งเดินเข้ามาหาพวกเขาอย่างนอบน้อม

“ไม่ทราบว่าคุณชายทั้งสองได้จองเอาไว้หรือเปล่าครับ?”

“ผมจองห้อง 106 เอาไว้” เจียงเจ๋อกล่าว

“ที่แท้คุณก็คือคุณเจียงนี่เอง ตอนนี้เพื่อนของคุณมากันหลายคนแล้ว เดี๋ยวผมจะนำทางไปที่ห้องนะครับ” พนักงานกล่าว

หลังเดินตามพนักงานภัตตาคารมาจนถึงห้อง 106 ด้านในก็มีคนกว่า 20 คนนั่งพูดคุยกันอยู่แล้ว โดยทุกคนต่างก็ล้วนแต่เป็นวัยรุ่นอายุไม่ถึง 20 ปี มันจึงเป็นภาพที่ทั้งดูสดใสและเต็มไปด้วยพลังงาน

ลู่หยางกวาดตามองก่อนที่จะได้พบใบหน้าอันคุ้นเคยหลายคนในสายตา โดยเฉพาะหลี่รุ่ย,จ้าวชวี่, เจียงหัวและถูเฟิงที่ทั้งสี่คนนี้เป็นเพื่อนร่วมห้องสมัยมัธยมปลายของเขา ยิ่งไปกว่านั้นทั้งสี่ยังเป็นเพื่อนสนิทที่ช่วยลู่หยางสร้างกิลด์ในชาติก่อน แม้หลังจากนั้นเขาจะมีปัญหาแต่ทั้งสี่คนก็ยังคอยช่วยเหลือเขาตลอดเวลาไม่ทอดทิ้งหนีหน้าหายไปไหน

“ลู่หยาง ทำไมนายถึงเพิ่งมาล่ะ?” จ้าวชวี่ตะโกนพร้อมกับโบกมือเรียกลู่หยาง

“คนมาช้าต้องโดนลงโทษ!” เจียงหัวตะโกนอย่างเห็นด้วย

“ใช่ ๆ ๆ” ทั้งกลุ่มส่งเสียงขึ้นมาอย่างเฮฮาจนทำให้บรรยากาศครึกครื้นขึ้นมากกว่าเดิม

“มันเป็นความผิดของเจียงเจ๋อเลย เขาอยากขับรถสปอร์ตมา มันเลยทำให้ฉันมาสายไปด้วย” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ทุกคนต่างก็หันไปมองเจียงเจ๋อพร้อมกันรวมถึงสาวชุดขาวร่างสูงโปร่งคนหนึ่งด้วย

เจียงเจ๋อไม่เคยถูกจ้องมองแบบนี้มาก่อน ยิ่งไปกว่านั้นหนึ่งในคนที่จ้องมองมายังรวมถึงสาวคนที่เขาหลงรักอยู่ด้วย มันจึงทำให้ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงขึ้นมาอย่างฉับพลัน

“แบบนี้ต้องดื่มกันสักหน่อยแล้ว! ใครจะไปรู้ว่าเจียงเจ๋อที่ทำตัวเป็นยาจกมานานกว่าสามปีที่แท้ก็เป็นเศรษฐีที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องของเรานี่เอง” สาวคนหนึ่งพูดขึ้นมาด้วยแววตาอันเป็นประกาย

“ใช่ ๆ ๆ เราจะปล่อยเขาไปไม่ได้เด็ดขาด” สาว ๆ อีก 5-6 คนต่างก็พูดขึ้นมาพร้อมกับส่งสายตาไปให้เจียงเจ๋อ

เหตุการณ์นี้ทำให้พวกผู้ชายรู้สึกอิจฉาเล็กน้อย แต่พวกเขาก็ส่งเสียงเชียร์ผสมโรงเข้าไปด้วย

“ใจเย็น ๆ อย่าพึ่งส่งเสียงดัง หัวหน้าห้องปกติเธอมักจะช่วยเจียงเจ๋ออยู่เสมอไม่ใช่เหรอ ทำไมวันนี้เธอไม่พูดอะไรกับเขาหน่อยล่ะ?” ลู่หยางส่งเสียงห้ามทุกคนเอาไว้ ก่อนที่เขาจะจ้องมองไปยังหญิงสาวชุดขาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

ฟางยวี่ถิง ผู้ซึ่งตกเป็นเป้าสายตามองเจียงเจ๋อด้วยแววตาอ่อนโยนอยู่แว้บหนึ่ง ก่อนที่เธอจะพูดขึ้นมาว่า

“ถ้าวันนี้นายไม่ให้คำอธิบายดี ๆ ออกมา ฉันคิดว่าพวกเราก็ควรจะลงโทษเขาสักหน่อยนะที่แกล้งหลอกทุกคนแบบนี้”

เจียงเจ๋อรีบอธิบายเหตุผลให้ทุกคนฟังอย่างร้อนรนว่าในตอนเด็ก ๆ เขาเคยถูกลักพาตัวและเกือบจะเสียชีวิตไปแล้วครั้งหนึ่ง

“ตอนนี้ฉันโตแล้วเลยพอจะปกป้องตัวเองได้ ฉันเลยไม่จำเป็นจะต้องแกล้งทำเป็นคนจนอีกต่อไป” เจียงเจ๋อกล่าวขณะมองไปทางฟางยวี่ถิง

“โอเค ถือว่าเข้าใจได้” ฟางยวี่ถิงกล่าว

“ไม่ได้ ๆ มันจะปล่อยผ่านไปแบบนี้ไม่ได้เป็นอันขาด” ลู่หยางกล่าวแทรกขึ้นมาอย่างกะทันหันทำให้ฟางยวี่ถิงแสดงสีหน้าขึ้นมาอย่างประหลาดใจ

“ในช่วงสามปีมานี้ใครเป็นคนให้เจียงเจ๋อยืมสมุดโน้ต ใครเป็นคนสอนการบ้านและใครเป็นคนที่ซื้อยาให้ตอนที่เขาป่วยล่ะ?” ลู่หยางกล่าว

ผู้ชายไม่ได้มีนิสัยละเอียดอ่อนเหมือนกับผู้หญิง ในช่วงสามปีที่อยู่หอพักเจียงเจ๋อได้เจอเรื่องราวต่าง ๆ อย่างมากมาย ขณะเดียวกันผู้ชายอย่างลู่หยางก็ให้ความช่วยเหลือได้อย่างจำกัด แต่ฟางยวี่ถิงที่มีนิสัยละเอียดอ่อนกว่ากลับสามารถเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้เป็นอย่างดี

นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมเจียงเจ๋อถึงเลือกฟางยวี่ถิงทั้ง ๆ ที่มีสาว ๆ สวย ๆ ผ่านหน้าผ่านตาเขาไปอย่างมากมาย แม้ว่าครอบครัวของอีกฝ่ายจะเป็นเพียงแค่ครอบครัวธรรมดา ๆ ก็ตาม

ลู่หยางเล่าเรื่องราวเหล่านี้อย่างละเอียดทำให้ทุกคนที่นั่งฟังต่างก็รู้สึกตกตะลึง แม้แต่ฟางยวี่ถิงก็ยังตกใจ เพราะเธอก็ไม่เคยรู้เลยว่าในช่วงสามปีที่ผ่านมาเธอเคยช่วยเจียงเจ๋อไปอย่างมากมายขนาดนี้

ช่วงแรกที่เธอทำลงไปเป็นเพราะหน้าที่ของหัวหน้าห้อง แต่ในเวลาต่อมาเธอก็หยิบยื่นความช่วยเหลือเพราะความสงสารและความห่วงใยมากกว่าหน้าที่

“ที่แท้หัวหน้าห้องก็ช่วยเจียงเจ๋อมากขนาดนี้นี่เอง” จ้าวชวี่กล่าวเสริมและเนื่องจากเขาเป็นเพื่อนกับลู่หยางมานานหลายปี เขาจึงมองออกได้ในทันทีว่าสหายจะต้องมีจุดประสงค์อะไรบางอย่างแน่ ๆ

ถูเฟิงก็มองจุดประสงค์ของสหายได้เช่นกัน เขาจึงแกล้งพูดออกไปว่า

“เจียงเจ๋อ! ถ้านายติดหนี้บุญคุณหัวหน้าห้องขนาดนี้ นายก็คงจะต้องเอาตัวนายไปชดใช้แล้วล่ะ”

ทันใดนั้นทุกคนต่างก็ส่งเสียงหัวเราะออกมา

ฟางยวี่ถิงหน้าแดงด้วยความเขินอาย ก่อนที่เธอจะพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่แกล้งโกรธว่า

“นี่พวกนายคิดว่าเรียนจบแล้วฉันจะจัดการพวกนายไม่ได้ใช่ไหม?!”

“พวกเราไม่กล้าหรอกครับ” หลี่รุ่ย,จ้าวชวี่, เจียงหัว, ถูเฟิงรวมถึงลู่หยางต่างก็พูดพร้อมกันด้วยน้ำเสียงที่หยอกล้อ

“พวกนายรู้ตัวไหมว่าพวกนายคือตัวแสบที่สุดภายในห้องเลย เพื่อเป็นการลงโทษดื่มเหล้าเข้าไปคนละแก้ว ส่วนเจียงเจ๋อนายก็ต้องดื่มเข้าไปเหมือนกัน” ฟางยวี่ถิงกล่าว

“ขอโทษครับ” เจียงเจ๋อรีบพูดขึ้นมาทันที ซึ่งมันก็เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้อีกครั้ง

ทันใดนั่นเองมันก็มีผู้ชายหลายคนเดินเข้ามาทางประตูนำโดยหนุ่มหล่อขาวสูงที่ถือขวดเบียร์เดินเข้ามา

“เจียงเจ๋อไม่ได้เจอกันนานเลยนะ อ้าว! แม้แต่คุณฟางคนสวยก็อยู่ด้วยนี่นา” ชายหนุ่มผู้มาใหม่เริ่มทักทายด้วยใบหน้าอันสดใส แต่เมื่อเจียงเจ๋อเห็นอีกฝ่ายเขากลับขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

“เขาคือจางเย่จากทีมบาสไม่ใช่เหรอ ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้?” จ้าวชวี่ถาม

“จางเย่ตามจีบฟางยวี่ถิงมาตลอด ดูท่าวันนี้เขาคงตั้งใจจะมาหาเรื่องแน่ ๆ” ลู่หยางกล่าวพลางมองไปที่ผู้ชายทั้งห้าคนที่จางเย่พามาด้วย

ทันใดนั้นลู่หยางก็นึกขึ้นมาได้ว่าในชาติก่อนจางเย่ก็เข้ามาป่วนงานเลี้ยงรุ่นของพวกเขาด้วย และถึงแม้พ่อแม่ของจางเย่จะทำธุรกิจจนมีเงินอยู่บ้าง แต่มันก็ยังคงห่างไกลกับธุรกิจในครอบครัวของเจียงเจ๋อ

ย้อนกลับไปในช่วงมัธยมปลาย ฟางยวี่ถิงคอยช่วยเหลือเจียงเจ๋อมาโดยตลอด จางเย่จึงคิดว่าอีกฝ่ายเป็นคู่แข่งทางความรัก เขาจึงมักจะหาเรื่องเจียงเจ๋ออยู่ตลอดเวลา

ในวันนี้ไม่รู้ว่าจางเย่ไปรู้เรื่องที่เจียงเจ๋อแพ้เบียร์มาจากที่ไหน และเพื่อให้เจียงเจ๋อขายหน้าต่อหน้าทุกคน เขาจึงตั้งใจจะชวนเจียงเจ๋อมาดื่มเบียร์กับเขา

ฟางยวี่ถิงรู้อยู่แล้วว่าทั้งสองคนมีปัญหากัน แต่เนื่องมาจากในชาติก่อนเจียงเจ๋อไม่อยากทำให้ฟางยวี่ถิงลำบากใจ เขาจึงดื่มเบียร์ที่จางเย่ยื่นมาให้ส่งผลให้เขาต้องเข้าไปนอนพักในโรงพยาบาลอยู่นานกว่าครึ่งเดือน

กลับชาติมาเกิดเป็นคิวปิดด้วยเหรอ? ขยันจับคู่เหลือเกิน 55555

จบบทที่ บทที่ 191 งานเลี้ยงรุ่น

คัดลอกลิงก์แล้ว