เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 186 กองกำลังจาก 4 ทิศ

บทที่ 186 กองกำลังจาก 4 ทิศ

บทที่ 186 กองกำลังจาก 4 ทิศ


บทที่ 186 กองกำลังจาก 4 ทิศ

“หัวหน้า พวกเราจะเอายังไงกันดีครับ?” จางจื่อโป๋ถาม

ลู่หยางชี้ไปที่หุบเขาปีศาจและพูดว่า

“ทางเข้าหุบเขากว้างพอที่จะให้ผู้เล่นเดินเรียงกันไปได้แค่ 10 คนเท่านั้น พวกเราไปตั้งรับกันที่นั่นก่อน”

นี่คือเส้นทางล่าถอยที่ลู่หยางได้วางแผนเอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าถ้าหากมีศัตรูไล่ตามมา เขาจะพาทุกคนหนีไปยังเส้นทางนี้

สองข้างทางของหุบเขาเป็นหน้าผาสูง แล้วในปัจจุบันมันก็มีผู้เล่นที่รู้วิธีใช้เชือกจับม้าอยู่แค่ไม่มากนัก ขอแค่ลู่หยางวางไฟร์วอลล์เอาไว้ที่ทางเข้าของหุบเขา และให้พวกเหมาชิวคอยเฝ้าอยู่บนหน้าผาทั้งสองด้าน สถานที่แห่งนี้ก็จะกลายเป็นป้อมปราการที่ไม่มีใครสามารถบุกทะลวงเข้ามาได้

“หัวหน้า การได้เข้าร่วมทีมกับคุณคือการตัดสินใจที่ผมภูมิใจมากที่สุด” ไป๋เหลิงกล่าวอย่างตื่นเต้น

ทุกคนรีบถอยเข้าไปในหุบเขาลึกตามสั่ง ขณะที่ลู่หยางใช้ไฟร์วอลล์จากทางเข้าลึกเข้าไปอีก 30 เมตร

กำแพงไฟที่เขาร่ายมาสามารถสร้างความเสียหายได้มากกว่า 800 หน่วย ซึ่งไม่ว่าใครที่ต้องการจะเดินเข้ามาพวกเขาก็คงจะเสียชีวิตในเวลาเพียงแค่ไม่นาน

ด้านนอกหุบเขา

ไม่นานบลัดไทแรนท์ก็ได้นำผู้เล่นกว่า 8,000 คนมาหยุดอยู่นอกปากทางเข้าหุบเขา โดยผู้เล่นทั้งหมดต่างก็ยืนเรียงแถวเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสอย่างเป็นระเบียบ และในตอนนี้บลัดไทแรนท์ก็กำลังมองไปยังลู่หยางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง

“ในที่สุดฉันก็ได้เจอแกสักที” บลัดไทแรนท์กล่าว

“ฉันก็รอวันนี้มานานแล้วเหมือนกัน” ลู่หยางกล่าวอย่างเย็นชา

“ตอนนี้ฉันจะให้ทางเลือกกับแก 2 ทางเลือก หนึ่งคือประกาศคำขอโทษไปทั่วทั้งเซิร์ฟเวอร์แล้วยอมจำนนต่อฉันซะ หรือสองฉันจะฆ่าแกซ้ำ ๆ จนกว่าแกจะไม่มีที่ยืนในเกมนี้อีกต่อไป” บลัดไทแรนท์กล่าว

“ฆ่า!” ผู้เล่น 8,000 คนตะโกนพร้อมกันสร้างบรรยากาศให้เต็มไปด้วยความตึงเครียด

“โอ้โห! นั่นมันใครกันนะ อย่าตะโกนเสียงดังแบบนั้นสิ หูคนแก่อย่างฉันมันจะหนวกเอาซะก่อน” จู่ ๆ ฉือมู่ก็ปรากฏตัวทางฝั่งทิศตะวันออกของบลัดเติสตี้พร้อมกับกองกำลังผู้เล่น 5,000 คน

“หัวหน้า ฉือมู่จากกิลด์เพอร์เพิลโกลด์เดสตินี่มาครับ” เย่กู่ซิงที่เพิ่งฟื้นคืนชีพรายงาน

“เฝ้าที่นี่เอาไว้ก่อน” บลัดไทแรนท์ออกคำสั่ง ก่อนที่เขาจะหันไปถามฉือมู่ด้วยสีหน้าอันเย็นชา

“คุณมาที่นี่ทำไม?”

“ฉันก็แค่อยากจะมาช่วยไกล่เกลี่ย อย่างน้อยการมีมิตรมันก็ดีกว่ามีศัตรู ดังนั้นเรื่องนี้ก็ให้มันแล้วกันไปเถอะ” ฉือมู่กล่าวอย่างร่าเริง

“ฉือมู่! แกแก่จนสมองกลับไปแล้วหรือไง?! ลู่หยางมันฆ่าคนของฉันไปเกือบ 1,000 คน ไม่ว่ายังไงวันนี้ฉันก็จะต้องฆ่ามันให้ได้ ถ้าแกมาขวางก็อย่าโทษที่ฉันจะประกาศสงครามเต็มรูปแบบกับเพอร์เพิลโกลด์เดสตินี่” บลัดไทแรนท์ตะโกนด้วยความโกรธ

“ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วแต่พวกเราก็ต้องเจอกันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” ฉือมู่ยังคงพูดอย่างร่าเริง

ทันใดนั้นชิงเฟิง, ซิลเวอร์วูฟ, ลั่วซืออวี่และผู้เล่นชั้นยอดอีกหลายสิบคนที่ยืนอยู่ด้านหลังชายชราต่างก็ยกอาวุธภายในมือของพวกเขาขึ้นมาพร้อมกัน

“ฆ่า!” กองกำลังทั้ง 5,000 คนส่งเสียงตะโกนขึ้นมาพร้อมกัน และมันก็สร้างแรงกดดันไม่ได้ด้อยไปกว่าเสียงตะโกนของบลัดเติสตี้เลย

บลัดไทแรนท์หรี่ตาลงก่อนที่เขาจะยกอาวุธภายในมือขึ้นและออกคำสั่งให้ผู้เล่นกว่า 8,000 คนจัดกระบวนทัพสำหรับการต่อสู้ในทันที

ทั้งสองฝ่ายต่างก็พร้อมที่จะเริ่มทำสงครามได้ทุกเมื่อ และถ้าหากว่าบลัดไทแรนท์หรือฉือมู่ คนใดคนหนึ่งออกคำสั่งให้มันมีการโจมตี มันก็จะมีสงครามครั้งใหญ่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ทันใดนั่นเองมันก็มีผู้เล่นอีกกลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างฉับพลัน ทำให้บลัดไทแรนท์และฉือมู่ต่างก็ลดแขนลงและมองไปทางกลุ่มผู้เล่นที่เพิ่งปรากฏตัว

ฉงป้าและฉวยอู๋อี้นำทีมผู้เล่นกว่า 5,000 คนเดินเข้ามาอย่างภาคภูมิใจ ก่อนที่พวกเขาจะมาหยุดอยู่ตรงกลาง ฉงป้าจึงส่งเสียงหัวเราะและพูดว่า

“ไม่ทราบว่าท่านหัวหน้ากิลด์ทั้งสองกำลังทำอะไรอยู่งั้นเหรอ?”

“ฉงป้า! แกมาที่นี่ทำไม?” บลัดไทแรนท์กล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ฉันติดหนี้บุญคุณลู่หยางอยู่ คราวนี้ถือซะว่าเห็นแก่หน้าฉันแล้วปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปได้ไหม?” ฉงป้ากล่าวด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยอำนาจ

บลัดไทแรนท์ขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างเคร่งเครียด ก่อนที่เขาจะแอบส่งข้อความไปหาลูกน้อง

“รวมกำลังพลทั้งหมดแล้วมาที่หุบเขาปีศาจเดี๋ยวนี้”

“แกคิดว่าฉันกลัวแกมากนักหรือไง แกถึงกล้ามาสั่งฉันแบบนี้” บลัดไทแรนท์ร้องตะโกนด้วยความโกรธ

ฉงป้านำทีมไปยืนอยู่ฝั่งเดียวกันกับฉือมู่ ก่อนที่เขาจะมองไปยังบลัดไทแรนท์อย่างดูถูก

“แล้วถ้าแบบนี้ล่ะ แกคิดว่ายังไง?”

หากรวมกำลังพลของฉงป้ากับฉือมู่ มันก็จะทำให้กองกำลังนี้มีปริมาณผู้เล่นมากกว่า 10,000 คน มันจึงทำให้บลัดไทแรนท์เริ่มรู้สึกลังเลในทันที

ฉือมู่ส่งสายตาให้ฉงป้า ก่อนที่เขาจะหันไปพูดกับบลัดไทแรนท์ว่า

“น้องชาย พวกเราแยกย้ายกันดีกว่าไหม? การพาคนออกมาเยอะขนาดนี้มีแต่เสียเวลาเสียเงินทองกันเปล่า ๆ”

หากรวมกำลังของทั้งกิลด์โอเวอร์ลอร์ดและเพอร์เพิลโกลด์เดสตินี่ มันก็จะมีกำลังพลรวมกันอยู่มากกว่า 150,000 คน ขณะที่บลัดเติสตี้มีกำลังพลเพียงแค่ 80,000 คนเท่านั้น หากต้องเป็นศัตรูกับกิลด์ทั้งสองพร้อมกัน บลัดเติสตี้ก็จะตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่เสียเปรียบอย่างหนัก

ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังจดจ้องกันอยู่นั้น กองกำลังที่ 4 ก็ปรากฏตัวขึ้นในระยะไกล และผู้ที่นำกองกำลังใหม่เข้ามาก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกเสียจากแบล็คบลัดนั่นเอง

“บลัดไทแรนท์ ฉันจะช่วยคุณเอง” แบล็คบลัดนำทีม 5,000 คนเข้าร่วมกับทางฝั่งบลัดเติสตี้

ด้วยการปรากฏตัวของผู้มาใหม่นี้ มันจึงทำให้กองกำลังของทั้งสองฝ่ายเปลี่ยนเป็น 13,000 ต่อ 10,000 คน

“ฉันไม่ได้มาสายไปใช่ไหม?” แบล็คบลัดเผยรอยยิ้มออกมาอย่างเยือกเย็น ขณะจ้องมองไปทางฉงป้าและฉือมู่

ช่วงนี้กิลด์ของเขาถูกกิลด์ของทั้งสองฝ่ายกดดันอย่างหนักจนจำเป็นจะต้องล่าถอยออกไปอยู่ทางใต้ของเมืองเซนต์กอลล์และไม่มีเวลาว่างมาหาเรื่องลู่หยางเลย

“ไม่สายหรอก นายมาทันเวลาพอดี” บลัดไทแรนท์กล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

“ฉงป้า! ฉือมู่! ฉันจะขอพูดย้ำอีกครั้งว่าถ้าหากพวกแกไม่ถอยไป กิลด์ของพวกเราทั้งสี่จะเริ่มทำสงครามกันอย่างเป็นทางการ” บลัดไทแรนท์ร้องคำรามพร้อมกับยกมือขึ้นมาอีกครั้ง

แบล็คบลัดก็ยกแขนขึ้นเช่นกัน

เมื่อได้รับสัญญาณสมาชิกของบลัดเติสตี้และเอเวอร์ลาสติงต่างก็หยิบอาวุธขึ้นมาเพื่อเตรียมพร้อมทำการโจมตี

ฉงป้ากับฉือมู่หันมามองสบตากัน ซึ่งความเป็นจริงการปรากฏตัวของพวกเขาก็เป็นการนัดแนะกันมาก่อนแล้ว

หลังจากที่พวกเขาทำลายกลุ่มผู้เล่นอิสระและขับไล่เอเวอร์ลาสติงออกไป พื้นที่การเก็บเลเวลของพวกเขาก็เริ่มทับซ้อนกับบลัดเติสตี้ ทั้งสองจึงตั้งใจเดินทางมาในครั้งนี้เพื่อจัดการกับบลัดไทแรนท์ซะ แต่กำลังเสริมของแบล็คบลัดกลับทำให้พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ

ในสนามรบขนาดใหญ่ที่มีผู้เล่นเข้าร่วมเป็นจำนวนมากแบบนี้ ความสามารถส่วนบุคคลแทบจะไม่มีผลต่อสถานการณ์โดยรวมเลย แม้แต่ลู่หยางที่แปลงร่างเป็นอสูรเพลิงและมีพลังชีวิตมากกว่า 2,000 หน่วยก็ยังคงจะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน เพราะถึงแม้พลังป้องกันในร่างอสูรเพลิงของเขาจะสูงมาก แต่ระบบเกมก็จะคำนวณค่าความเสียหายขั้นต่ำต่อการโจมตี 1 ครั้งอยู่ที่ 1 หน่วยอยู่ดี

ขณะเดียวกันภายในกองกำลังของศัตรูกว่า 13,000 คนก็มีนักธนูอยู่มากกว่า 2,000 คน หากนักธนูพวกนั้นจู่โจมเข้าใส่ลู่หยางได้คนละครั้งแค่นั้นนักเวทหนุ่มก็จะเสียชีวิตลงไปแล้ว และมันก็ไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงว่าในกองทัพยังมีนักรบ, นักเวทและอาชีพอื่น ๆ ที่สามารถสร้างความเสียหายให้กับลู่หยางได้มากกว่า 1 หน่วยรวมอยู่ด้วย

พูดง่าย ๆ ก็คือหากฝ่ายไหนมีจำนวนมากกว่าพวกเขาก็จะกลายเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบ ส่วนฝ่ายไหนที่มีคนจำนวนน้อยกว่าพวกเขาก็จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบนั่นเอง

ในหุบเขา

ลู่หยางมองดูกองกำลังที่มารวมตัวกันจาก 4 ทิศด้วยความประหลาดใจ เพราะเขาไม่เคยคิดเลยว่าฉงป้ากับฉือมู่จะนำกองกำลังมาช่วยเขาแบบนี้

“หัวหน้า พวกเราจะเอายังไงกันต่อดีครับ?” ไป๋เหลิงถาม

“อย่าพึ่งทำอะไร ฉันจะส่งข้อความไปถามสถานการณ์จากฉือมู่กับฉงป้าก่อน” ลู่หยางกล่าวก่อนที่เขาจะสร้างห้องสนทนากลุ่มและเชิญหัวหน้ากิลด์ทั้งสองเข้ามา

“พี่ชาย ทำไมพวกคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้?” ลู่หยางถาม

“เป็นไง ตกใจเลยใช่ไหมล่ะ?” ฉือมู่พูดติดตลก

“น้องชาย คราวนี้นายติดหนี้บุญคุณพวกเราแล้วนะ พวกเราอุตส่าห์ยอมเป็นศัตรูกับบลัดไทแรนท์เพื่อนายเลย” ฉงป้ากล่าว

“นี่พวกคุณเป็นพันธมิตรกันแล้วเหรอ?” ลู่หยางถามอย่างประหลาดใจ

เวลาเจอหน้ากันยังจิกกัดกันอยู่เลย แต่เวลาได้ผลประโยชน์ก็จับมือกันเป็นเรื่องธรรมดา ดั่งสัจธรรมที่ว่าไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูถาวร อิอิ

จบบทที่ บทที่ 186 กองกำลังจาก 4 ทิศ

คัดลอกลิงก์แล้ว