เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 184 อสูรเพลิง

บทที่ 184 อสูรเพลิง

บทที่ 184 อสูรเพลิง


บทที่ 184 อสูรเพลิง

หลังเปลวเพลิงดับลง กลุ่มผู้เล่นทั้ง 200 คนของบลัดเติสตี้ก็เสียชีวิตลงไปเป็นจำนวนมากทำให้มีผู้เหลือรอดชีวิตอยู่เพียงแค่ 6 คนเท่านั้น

“เราชนะแล้ว!” จางจื่อโป๋ตะโกนด้วยความตื่นเต้น

“อาจารย์ คุณโคตรเก่งเลย!!” ทุกคนโห่ร้องขึ้นมาด้วยความยินดี

เซี่ยหยู่เว่ยถอนหายใจออกด้วยความโล่งอก และเนื่องมาจากเหตุการณ์ในวันนี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเธอมากจนเกินไป มันจึงยังทำให้เธอยังไม่สามารถรวบรวมสติกลับมาได้เลย

“ลู่หยาง คุณพูดถูกเจิ้งหยวนได้ทรยศต่อพวกเราแล้วจริง ๆ” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าวอย่างหดหู่

“ทำไมเจิ้งหยวนถึงโง่ขนาดนี้ เมื่อกี้พวกบลัดเติสตี้คิดจะฆ่าพวกเราไปพร้อมกันด้วยซ้ำ” จางจื่อโป๋พูดด้วยความโกรธ

“คุณรู้ได้ยังไงว่าเจิ้งหยวนจะทรยศพวกเรา?” เซี่ยหยู่เว่ยถาม

“นิสัยแก้ได้แต่สันดานแก้ยาก เจิ้งหยวนเป็นคนเห็นแก่ตัว คิดถึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง สิ่งที่เขาสนใจมีแค่คุณกับหลานอวี่ การที่พวกคุณทำดีกับฉันขนาดนี้แล้วเขามายอมขอโทษฉันแต่โดยดี ไม่ว่าจะมองยังไงเรื่องนี้มันก็มีกลิ่นตั้งแต่แรกแล้ว” ลู่หยางตอบ

“พวกเราไม่ได้ทำดีกับคุณขนาดนั้นสักหน่อย” หลานอวี่กล่าวพร้อมกับใบหน้าที่เปลี่ยนไปเป็นสีแดง ขณะที่เซี่ยหยู่เว่ยก็กำลังแสดงสีหน้าอันเขินอายอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นออกมาด้วยเช่นกัน

“พวกเรารีบไปกันเถอะ ไม่งั้นพวกบลัดเติสตี้อาจจะวกกลับมาฆ่าพวกเราก็ได้” จางจื่อโป๋กล่าว

“คิดจะหนีไปไหน?” เย่กู่ซิงในชุดเขี้ยวโลหิตปรากฏตัวพร้อมกับรอยยิ้มอันเย็นชา

“เย่กู่ซิง? ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ถึงแกมาที่นี่คนเดียวแกก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี” จางจื่อโป๋พูดขึ้นมาด้วยความตกใจ

เย่กู่ซิงพ่นลมออกมาอย่างเย็นชา ก่อนที่เขาจะโบกมือส่งสัญญาณทำให้คนจำนวนนับไม่ถ้วนที่สวมชุดเกราะเขี้ยวโลหิตประมาณ 500 คนปรากฏล้อมรอบลู่หยางในระยะ 60 เมตร

ชุดเกราะเขี้ยวโลหิตมีสีแดงเลือดและเพียงแค่การมองจากระยะไกล มันก็ทำให้ผู้ที่สวมใส่ชุดเกราะเหล่านี้มีท่าทีที่น่าหวาดกลัว

“เราเจอกันอีกแล้วนะลู่หยาง แกคงคาดไม่ถึงใช่ไหมว่าดีม่อนบลัดกับฉู่หานเป็นแค่เหยื่อล่อ แต่ความจริงมันเป็นฉันต่างหากที่เป็นกำลังหลักในการฆ่าแก” เย่กู่ซิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ฆ่า!” โจรทั้ง 500 คนส่งเสียงตะโกนขึ้นมาพร้อมกันก่อให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งบริเวณ

“ชิบหายแล้ว! ถ้าดีม่อนบลัดกับฉู่หานเป็นแค่เหยื่อล่อ มันก็แสดงว่าคนพวกนี้ต่างหากที่เป็นบลัดการ์เดี้ยนจริง ๆ”

เซี่ยหยู่เว่ยมองดูกลุ่มโจรที่ล้อมรอบทุกทางอย่างหนาแน่น ก่อนที่เธอจะกัดฟันพูดขึ้นมาว่า

“อาจารย์ สกิลเมเทโอฟอลล์ของคุณมีเวลาคูลดาวน์นานแค่ไหน?”

“6 ชั่วโมง” ลู่หยางตอบ

คำตอบที่ได้รับยิ่งทำให้ทุกคนหดหู่มากขึ้นกว่าเดิม

“เดี๋ยวพวกเราจะบุกทะลวงไปด้านหลัง เท่าที่ดูพวกมันน่าจะกระจายกำลังกันอย่างสม่ำเสมอ หากพวกเราบุกทะลวงออกไปอย่างกะทันหันน่าจะพาอาจารย์ออกไปจากวงล้อมได้” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าว

“ฉันเห็นด้วย” หลานอวี่กล่าว

“พวกเราก็ไม่มีปัญหา” จางจื่อโป๋กล่าว

“ทำไมพวกเราต้องหนีด้วย ไม่ต้องกังวลหรอกโจร 500 คนพวกนี้ไม่ได้อยู่ในสายตาของฉันด้วยซ้ำ” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“อะไรนะ!?” ทุกคนอุทานอย่างตกตะลึง

ลู่หยางมองไปทางเย่กู่ซิงที่อยู่ไกลออกไป ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาด้วยความภาคภูมิใจว่า

“แกรู้ไหมว่าฉันรอแกมานานแล้ว ความจริงฉันก็ไม่คิดเลยว่าแกจะเป็นเพียงแค่เต่าหัวหดที่ต้องรอจนกว่าพรรคพวกของตัวเองจะตายก่อนถึงจะกล้าปรากฏตัวออกมา”

“อะไรนะ? จะตายอยู่แล้วยังจะกล้าปากดีอยู่อีกงั้นเหรอ ทุกคนบุกไปหุบปากมันซะ!!” เย่กู่ซิงตะโกนสั่งด้วยความโกรธ

โจรทั้ง 500 คนพุ่งเข้าไปหาลู่หยางพร้อม ๆ กัน

“อาจารย์ รีบหนีไปเร็วเข้า!!” เซี่ยหยู่เว่ยตะโกน

“แปลงร่าง!” ลู่หยางตะโกนเสียงดัง ก่อนที่ร่างกายของเขาจะถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิง ทันใดนั้นเปลวเพลิงก็เริ่มขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นอสูรตัวใหญ่ที่มีความสูงมากกว่า 5 เมตร

โฮก!

“ลู่หยาง!?” เซี่ยหยู่เว่ยมองดูลู่หยางที่กลายเป็นอสูรเพลิงด้วยความตกตะลึง ขณะที่ใบหน้าน้อย ๆ ของหลานอวี่ก็กำลังเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

พวกเย่กู่ซิงที่กำลังบุกไปตรงหน้าก็กำลังตกใจจนหน้าซีดไปด้วยเช่นกัน

เมเทโออิมแพค!

อสูรเพลิงยกมือขวาเรียกอุกกาบาตสีแดงเพลิง 3 ลูกขึ้นมาบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว และทันใดนั้นฝูงอุกกาบาตก็จู่โจมไปยังโจรสามกลุ่มแรกที่เคลื่อนที่เข้ามาในระยะ 20 เมตร

โดยปกติอุกกาบาตเหล่านี้จะมีระยะการโจมตีอยู่ที่ 10 เมตร แต่ภายใต้ผลจากสกิลแปลงร่างทำให้พวกมันมีคุณสมบัติดีขึ้นจากเดิมอีก 30% แล้วมันก็ทำให้ระยะการโจมตีของอุกกาบาตเพิ่มขึ้นเป็น 13 เมตรด้วย

ตูม ๆ ๆ

-674, -698, -702,...

อุกกาบาตที่ตกลงมาทำให้โจรที่ถูกจู่โจมเสียพลังชีวิตไปเกือบครึ่ง และในตอนที่พวกเขาคิดว่าการโจมตีจะจบลงแล้ว จู่ ๆ ลูกอุกกาบาตกลับไม่แตกออกแต่ยังคงกลิ้งไปด้านหน้าอย่างต่อเนื่อง

-684, -691, -677,...

ลูกอุกกาบาตบดขยี้โจรทั้งสามทีมจนได้รับความเสียหายกันไม่น้อยกว่าคนละสามครั้งและทำให้พวกเขาเสียชีวิตลงไปทั้งหมด

ขณะเดียวกันบลัดไทแรนท์ก็กำลังนั่งดูการต่อสู้อยู่ภายในสำนักงานใหญ่ผ่านมุมมองการถ่ายทอดสดของเย่กู่ซิง

“เป็นไปได้ยังไง!?”

“หัวหน้า ทุกคนไม่น่าจะรอดนะครับ” ลูกน้องที่อยู่ใกล้ ๆ กล่าว

“ฉันไม่เชื่อว่าสกิลของมันจะไม่มีข้อจำกัด” บลัดไทแรนท์กล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปยังลูกน้องทั้งแปดคนที่อยู่ตรงหน้า

“รวบรวมกองกำลังทั้งหมดที่อยู่ในเมืองเซนต์กอลล์ไปที่หุบเขาปีศาจเดี๋ยวนี้ ไม่ว่ายังไงลู่หยางมันก็จะต้องตาย!”

“ครับ!” ผู้นำทีมทั้งแปดลุกขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่พวกเขาจะแยกย้ายกันไปรวบรวมกองกำลังของตัวเอง

หลังสมาชิกของบลัดเติสตี้ที่กำลังเก็บเลเวลหรือกำลังปล้นชิงผู้เล่นอยู่ในแผนที่ต่าง ๆ ได้รับคำสั่ง พวกเขาต่างก็หยุดมือและมุ่งหน้าตรงไปยังหุบเขาปีศาจ

เมื่อจู่ ๆ ผู้เล่นทุกคนได้เห็นสมาชิกของบลัดเติสตี้ถอนตัวไปอย่างกะทันหัน พวกเขาต่างก็เริ่มหันมาพูดคุยกันด้วยความสงสัย

“ทำไมพวกนั้นถึงหายไปหมดเลยล่ะ?”

“หัวหน้าผมว่ามันแปลก ๆ นะ”

อีกด้านหนึ่ง

ฉวยอู๋อี้ มือขวาสาวสวยของฉงป้ากำลังสั่งการลูกน้องให้ไปแย่งชิงดินแดนกับบลัดเติสตี้ และการถอนตัวอย่างกะทันหันของคู่แข่งในครั้งนี้มันก็กำลังทำให้เธอรู้สึกสงสัยด้วยเช่นกัน

พี่ฉงป้า พวกบลัดเติสตี้ถอนตัวกันออกไปหมดเลย ฉันว่ามันจะต้องมีเรื่องอะไรแน่ ๆ :ฉวยอู๋อี้ส่งข้อความหาฉงป้า

ฉงป้าส่งข้อความตอบกลับพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ: ฉันได้ข่าวมาว่าพวกบลัดเติสตี้กำลังสู้กับลู่หยางอยู่ ไอ้หนุ่มนั่นไม่รู้ว่าไปได้อุปกรณ์พิเศษอะไรมา แต่เขาคนเดียวกลับสามารถเอาชนะคนของบลัดเติสตี้กว่า 700 คนได้ บลัดไทแรนท์มันเลยโกรธมากและสั่งให้รวมกองกำลังทั้งหมดไปกำจัดลู่หยางซะ

แบบนี้พวกเราก็ไม่ควรพลาดโอกาสสินะคะ :ฉวยอู๋อี้ตอบอย่างร่าเริง

แน่นอน งานใหญ่แบบนี้จะขาดฉันไปได้ยังไง :ฉงป้าหัวเราะเสียงดังก่อนที่เขาจะออกคำสั่งเรียกระดมพลลูกน้องในทันที

หุบเขาปีศาจ

โจรทั้ง 500 คนที่เย่กู่ซิงนำทีมมาถูกลู่หยางสังหารจนแทบไม่เหลือ เพราะท้ายที่สุดในร่างอสูรเพลิงเวทมนตร์ของลู่หยางก็ไม่มีคูลดาวน์ เขาจึงสามารถปล่อยเวทมนตร์ออกมาได้อย่างต่อเนื่องและสามารถสังหารศัตรูไปได้มากกว่า 400 คนแล้ว

ตอนนี้เย่กู่ซิงไม่มีความสามารถในการตอบโต้กลับแล้ว และเขาก็ได้แต่เสียใจว่าทำไมตัวเองถึงไม่นำนักรบเข้าร่วมทีมมาด้วย เพราะอย่างน้อยหากภายในทีมมีนักรบ พวกเขาก็สามารถพุ่งชาร์จเข้าใส่เพื่อขัดจังหวะการใช้เวทมนตร์ของลู่หยางได้ ซึ่งมันก็จะทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถปล่อยเวทมนตร์ออกมาได้อย่างอิสระแบบนี้

“ลู่หยาง หัวหน้าของฉันจะไม่ปล่อยแกไปแน่!” เย่กู่ซิงตะโกนอย่างบ้าคลั่งเมื่อได้เห็นลูกน้องเสียชีวิตลงไปเรื่อย ๆ

สาเหตุที่นักเวทหนุ่มจงใจไม่สังหารเย่กู่ซิงก็เพื่อให้อีกฝ่ายสัมผัสกับความเจ็บปวดเช่นนี้นี่เอง เพราะย้อนกลับไปในชาติที่แล้วเขาก็เคยทำได้เพียงแต่ยืนมองเย่กู่ซิงสังหารลูกน้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนทำให้อุปกรณ์ต้องดรอปลงไปจากตัวแบบนี้เหมือนกัน

แค้นต้องชำระด้วยแค้น!!

จบบทที่ บทที่ 184 อสูรเพลิง

คัดลอกลิงก์แล้ว