เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 176 โทรลล์ไฟร์ที

บทที่ 176 โทรลล์ไฟร์ที

บทที่ 176 โทรลล์ไฟร์ที


บทที่ 176 โทรลล์ไฟร์ที

วิธีการโจมตีของวอลกินเป็นการโจมตีระยะประชิด แต่การสังหารมันไม่ใช่เรื่องที่ยากเท่าไหร่นัก สิ่งที่ยากที่สุดคือการเผชิญหน้ากับบอสพร้อม ๆ กับโทรลล์ไฟร์ทีอีก 12 ตัวที่อยู่ด้านหลังมันต่างหาก

ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถทนรับการโจมตีซ้อนทับของหอกไฟเกินกว่า 10 ชั้นได้ ยิ่งไปกว่านั้นความเร็วในการโจมตีของพวกโทรลล์ยังจะเพิ่มขึ้นในทุก ๆ ครั้งที่พลังชีวิตของพวกมันลดลง แล้วถึงแม้ความเร็วในการตอบสนองของลู่หยางจะสูงมาก แต่การพยายามหลบหอกที่ขว้างออกมาอย่างรวดเร็วติดต่อกันเป็นจำนวนมาก มันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถรับมือได้ง่าย ๆ ด้วยเช่นกัน

วิธีการเดียวที่จะเอาชนะวอลกินและโทรลล์ทั้ง 12 ตัวได้ นั่นก็คือการแปลงร่างเป็นอสูรเพลิงที่ได้รับมาจากการอัปเกรดหัวใจแห่งเทพอสูรเป็นเลเวล 2

การแปลงร่างเป็นอสูรเพลิงจะทำให้เขาสามารถใช้สกิลได้โดยไม่มีคูลดาวน์ หรือมันก็หมายความว่าเขาสามารถปล่อยสกิลเฟลมสตอร์มออกมาได้อย่างต่อเนื่อง

ลู่หยางเดินเข้าไปเว้นระยะห่างจากวอลกิน 30 เมตร จากนั้นเขาก็ทำการปิดโหมดอัตโนมัติและทำการเปลี่ยนโหมดเป็นโหมดปกติ

แปลงร่าง!

เปลวเพลิงลุกท่วมไปทั่วทั้งร่างของลู่หยาง ก่อนที่เพลิงเหล่านั้นจะขยายตัวออกไปกลายเป็นอสูรตัวใหญ่ที่มีความสูงกว่า 5 เมตร

ระบบ: พลังชีวิตของคุณเพิ่มขึ้น 1,000 หน่วย

มานาของคุณเพิ่มขึ้น 1,000 หน่วย

ระยะโจมตีของเวทมนตร์เพิ่มขึ้น 30%

เวทมนตร์ของคุณไม่มีคูลดาวน์

ลู่หยางสัมผัสได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่และด้วยความสูงกว่า 5 เมตร มันจึงทำให้วอลกินที่อยู่ข้างหน้ากลายเป็นเพียงแค่มดตัวเล็ก ๆ ไปเลย

เฟลมสตอร์ม!

คลื่นเปลวไฟสีดำที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 เมตรปรากฏขึ้นอย่างฉับพลัน พร้อมกันนั้นโทรลล์ไฟร์ทีก็ติดสตั๊น 2 วินาที ขณะที่วอลกินติดสตั๊นไป 1 วินาที

“เจ้ามนุษย์! เจ้ากล้าบุกวังของข้างั้นเหรอ ข้าจะเผาเจ้าให้ตายด้วยเปลวเพลิง!!” วอลกินร้องคำรามด้วยความโกรธ แต่ก่อนที่มันจะทันได้ก้าวเท้าไปข้างหน้า ลู่หยางก็ปล่อยพายุเพลิงทำให้มันติดสถานะสตั๊นไปอีกครั้ง

ระยะเวลาคูลดาวน์ปกติของเฟลมสตอร์มอยู่ที่ 8 วินาที แต่เนื่องมาจากในร่างอสูรเพลิงนี้เขาสามารถปล่อยสกิลได้โดยไม่มีคูลดาวน์ นักเวทหนุ่มจึงสามารถใช้เฟลมสตอร์มได้ซ้ำ ๆ จนกว่ามานาของเขาจะหมดลง

นอกจากนี้การอัปเกรดหัวใจแห่งเทพอสูรเป็นเลเวล 2 ยังทำให้พลังโจมตีเวทมนตร์ของลู่หยางเพิ่มขึ้นมาสูงกว่า 500 หน่วย ยิ่งไปกว่านั้นมันยังช่วยเพิ่มสกิลธาตุไฟอีกสองเลเวล ทำให้เฟลมสตอร์มที่เขาใช้คือเฟลมสตอร์มเลเวล 3

ความเสียหายพื้นฐานของเฟลมสตอร์มเลเวล 3 อยู่ที่ 264 หน่วย และเมื่อมันได้ร่วมกับพลังโจมตีเวทที่เขามีอยู่แล้ว มันจึงทำให้การโจมตีแต่ละครั้งสามารถสร้างความเสียหายได้มากกว่า 700 หน่วย

ลู่หยางใช้วิธีการโจมตีด้วยเฟลมสตอร์มซ้ำ ๆ แบบไม่ต้องคิด ทำให้สถานะสตั๊นปรากฏขึ้นบนหัวของบอสและลูกน้องของมันซ้ำ ๆ อย่างที่ไม่สามารถขยับตัวได้

สำนักงานใหญ่ของกิลด์บลัดเทิสตี้

บลัดไทแรนท์ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้กำลังมองดูเจิ้งหยวนที่อยู่ตรงหน้าด้วยแววตาไร้อารมณ์

“ฉันรู้ว่าลู่หยางอยู่ที่ไหน อีกสามวันมันจะเดินทางไปลงดันเจียนดีม่อนเคฟ” เจิ้งหยวนพูดอย่างประจบประแจง

“เรื่องจริงใช่ไหม?” เย่กู่ซิงถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“จริงสิครับ เขากำลังจีบสาว ๆ ในสตูดิโอของเราอยู่ ผมเลยรู้เรื่องตำแหน่งของเขา” เจิ้งหยวนกล่าวด้วยสีหน้าอันเคียดแค้น

“แล้วแกจะพิสูจน์ได้ยังไงว่าสิ่งที่แกพูดคือความจริง?” บลัดไทแรนท์กล่าวโดยเริ่มให้ความสนใจเจิ้งหยวนขึ้นมาบ้าง

ระหว่างเดินทางมาที่นี่เจิ้งหยวนมีความคิดเพียงแต่จะแก้แค้น เขาเลยยังไม่ได้คิดว่าจะพิสูจน์ตัวเองยังไง แต่ในทันใดนั้นเขาก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้อย่างกะทันหัน

“เมื่อวานพวกเราถูกคนของแบล็คบลัดไล่โจมตีไปจนถึงหุบเขาเคลียร์ครีค แต่ในตอนนั้นลู่หยางมันได้ใช้เวทมนตร์ต้องห้ามฆ่าคนของพวกแบล็คบลัดลงจนหมด ถ้าหากคุณไม่เชื่อก็สามารถติดต่อไปถามแบล็คบลัดได้” เจิ้งหยวนกล่าว

บลัดไทแรนท์นิ่งคิดไปอีกครู่หนึ่ง ซึ่งในความจริงเรื่องที่กองกำลังของแบล็คบลัดถูกสังหารเมื่อวานก็ไปถึงหูกิลด์ขนาดใหญ่หมดแล้ว เพียงแต่ในคราวนี้ลูกน้องที่ไปกับแบล็คบลัดต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นลูกน้องในชีวิตจริง มันจึงยังไม่มีใครเอาเรื่องนี้ออกไปเผยแพร่

“สตูดิโอหนานปิงมีกองกำลังเพียงแค่ 3,000 คนและยังไม่ได้รับการฝึกให้รบด้วยกันเลยแม้แต่นิดเดียว ส่วนทางด้านแบล็คบลัดก่อตั้งกิลด์ตั้งแต่เปิดเซิร์ฟเวอร์มาจนถึงตอนนี้ ถึงแม้กองกำลังหลักที่เขาพาด้วยจะมีกำลังเพียงแค่ 500 คน แต่คนเพียงเท่านั้นก็สามารถทำลายสตูดิโอหนานปิงได้อย่างไม่มีปัญหาแน่นอน”

“สาเหตุที่พวกเขาแพ้ศึกมันก็มีโอกาสสูงมากที่พวกเขาจะถูกลู่หยางซุ่มโจมตีภายในหุบเขาที่มีพื้นที่แคบ ๆ เท่านั้น” ดีม่อนบลัดวิเคราะห์สถานการณ์

บลัดไทแรนท์พยักหน้าก่อนจะพูดว่า

“ถ้าอย่างนั้นฉันจะเชื่อแก อีกสามวันติดต่อฉันมา ถ้าเราจับลู่หยางได้ไม่เพียงฉันจะให้เงินรางวัลแก 100 เหรียญทองเท่านั้น แต่แกยังสามารถไปบอกคนอื่นได้ด้วยว่าสตูดิโอหนานปิงอยู่ภายใต้การดูแลของบลัดเติสตี้อยู่

“ขอบคุณครับพี่ใหญ่” เจิ้งหยวนกล่าวอย่างดีใจ

“ออกไปได้แล้ว” บลัดไทแรนท์กล่าว

“ได้ครับ ๆ” เจิ้งหยวนกล่าวอย่างนอบน้อม ก่อนที่จะเดินออกมาจากบลัดเติสตี้อย่างรวดเร็ว

“หัวหน้า เราจะให้การคุ้มครองสตูดิโอหนานปิงจริง ๆ เหรอครับ?” ดีม่อนบลัดถาม

“ฉันจะไปทะเลาะกับแบล็คบลัดเพราะพวกมันทำไม กระจายคำสั่งออกไปให้สมาชิกชั้นยอดทุกคนเตรียมตัวเอาไว้ให้พร้อม คราวนี้จะเป็นการต่อสู้ในที่ราบและพวกเราจะต้องจัดการลู่หยางให้ได้” บลัดไทแรนท์กล่าวอย่างเย็นชา

“ได้ครับ” เย่กูซิงและดีม่อนบลัดต่างก็เผยรอยยิ้มออกมาอย่างโหดเหี้ยม

ไม่ไกลจากประตูของกิลด์บลัดเติสตี้

นักธนูคนหนึ่งที่กำลังตั้งแผงขายของสังเกตเห็นเจิ้งหยวนที่กำลังเดินออกมาจากอาคารอย่างภาคภูมิใจเข้าพอดี

“แปลก เจิ้งหยวนเขามาทำอะไรที่นี่นะ?” ซุนหยูพึมพำขึ้นมาเบา ๆ ซึ่งการที่เขามาตั้งร้านขายของอยู่ในบริเวณนี้ นั้นก็เพราะเขามาสอดแนมสำนักงานใหญ่ของบลัดเติสตี้ตามคำสั่งของลู่หยาง

“รีบรายงานหัวหน้าดีกว่า”

วังแบล็คสโตน

ลู่หยางยังคงใช้เฟลมสตอร์มออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในตอนนี้โทรลล์ไฟร์ทีทั้ง 12 ตัวได้เสียชีวิตลงไปหมดแล้ว ขณะที่วอลกินก็เหลือพลังชีวิตอยู่เพียงแค่ 200,000 หน่วยเท่านั้น

ซุนหยูส่งรายงาน: หัวหน้าผมเห็นเจิ้งหยวนเดินออกมาจากบลัดเติสตี้ครับ

“อย่างที่ฉันคิดเอาไว้จริง ๆ ด้วย” ลู่หยางกล่าวอย่างเย็นชา

ลู่หยางส่งข้อความตอบ: สอดแนมแถวนั้นต่อไป ถ้ามีอะไรแปลก ๆ ให้รีบรายงานฉันทันที

ในชาติก่อนเขาเคยช่วยสตูดิโอหนานปิงเอาไว้หลายครั้ง แต่เจิ้งหยวนไม่เคยพูดขอโทษเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว ในชาตินี้มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่คนแบบนั้นจะเอ่ยปากขอโทษเขาก่อน และทุกอย่างมันก็เป็นไปอย่างที่เขาคาดเดาเอาไว้ว่าเจิ้งหยวนกำลังจะยืมมือบลัดเติสตี้เพื่อจัดการกับเขา

“ไหน ๆ เรื่องก็เป็นแบบนี้แล้วใช้ประโยชน์จากมันสักหน่อยก็แล้วกัน” ลู่หยางพึมพำขึ้นมาเบา ๆ

6 นาทีต่อมาวอลกินก็เสียชีวิตลงในที่สุด ก่อนที่ดวงตาของลู่หยางจะสังเกตเห็นหนังสือสีทองที่ดรอปลงมาจากบอส

เมเทโออิมแพค

ประเภท เวทมนตร์ธาตุไฟ

มานาที่ต้องใช้ 60

เวลาร่าย 3 วินาที

ระยะ 30 หลา

รายละเอียด เรียกอุกกาบาตสีแดงลงมาบนพื้น เมื่อโจมตีเป้าหมายจะสร้างความเสียหาย 86 หน่วย หลังจากอุกกาบาตตกลงพื้นจะกลิ้งไปข้างหน้า 10 เมตร สร้างความเสียหาย 56 หน่วย/วินาทีให้กับเป้าหมายที่อยู่ในระยะ

เมื่อได้เห็นหนังสือสกิลเล่มนี้ มันก็ทำให้ลู่หยางดีใจจนกระโดดตัวลอย เพราะท้ายที่สุดเมเทโออิมแพคก็ถือว่าเป็นสกิลในฝันของนักเวทไฟทุกคน เมื่อมันได้รวมเฟลมเบิร์ด, เฟลมสตอร์ม, รีซิสท์ไฟร์ริงและเมเทโออิมแพคเข้าด้วยกัน มันก็จะกลายเป็นคอมโบคลาสสิกที่สามารถสังหารศัตรูในเลเวลเดียวกันได้อย่างแน่นอน

จบบทที่ บทที่ 176 โทรลล์ไฟร์ที

คัดลอกลิงก์แล้ว