เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 165 นักเวทผู้บ้าคลั่ง

บทที่ 165 นักเวทผู้บ้าคลั่ง

บทที่ 165 นักเวทผู้บ้าคลั่ง


บทที่ 165 นักเวทผู้บ้าคลั่ง

“มันจะรังแกกันเกินไปแล้ว” ไป๋เหลิงกล่าวอย่างไม่พอใจและเขาก็ทนไม่ได้ที่อีกฝ่ายใช้คนมากรังแกคนน้อยกว่า

“น้องสามอย่าพึ่งใจร้อน ฝั่งนั้นมีคนเยอะเกินไป” ไป๋หูกล่าว

“พวกนายอยู่ที่นี่ไปก่อน เดี๋ยวฉันจะรีบไปช่วยพวกเขา” ลู่หยางกล่าว

“คนที่วิ่งหนีคือเพื่อนหัวหน้าเหรอครับ?” ไป๋ฉือถามอย่างประหลาดใจ

“ไม่ใช่ แต่อีกฝ่ายคือศัตรูของฉัน” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างเยือกเย็น

ผู้ที่นำการไล่ล่าคือคนที่ลู่หยางรู้จักเป็นอย่างดี เพราะเขาคือหัวหน้าทีมชั้นยอดของบลัดไทแรนท์ ซึ่งในชาติก่อนอีกฝ่ายก็คือหนึ่งในกองกำลังหลักที่เคยล้อมสังหารเขาด้วยเช่นกัน

“พวกเราไปด้วย” ไป๋เหลิงกล่าว

“ไม่ต้อง แค่พวกมัน 30 คนฉันจัดการได้สบาย ๆ” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่ายศีรษะ

คำพูดนี้ทำให้สามฝาแฝดรู้สึกตกตะลึง เพราะแม้แต่พวกเขาก็ไม่กล้าเผชิญหน้ากับศัตรู 30 คนพร้อมกัน

ลู่หยางถือคทาเดินไปหาฝั่งตรงข้าม ผู้เล่นคนหนึ่งที่กำลังวิ่งหลบหนีจึงตะโกนอย่างตื่นตระหนก

“รีบหนีไปเร็วเข้า! อย่ามาทางนี้! พวกมันเป็นคนของบลัดเติสตี้!!”

บลัดเติสตี้เป็นกิลด์ใหญ่ที่ชอบรังแกคนอ่อนแอ ชื่อเสียงของพวกเขาจึงถือว่าแย่มากในบรรดาหมู่ผู้เล่นอิสระ

เมื่อสมาชิกบลัดเติสตี้ที่ไล่ตามมาเห็นคทาสีแดงเพลิงอันสวยงามในมือของลู่หยาง ในแววตาของพวกเขาก็แสดงความโลภออกมาอย่างปิดไม่มิด

เครซี่วูฟ ผู้ซึ่งนำทีมนี้มาส่งเสียงหัวเราะดังลั่น ก่อนที่เขาจะตะโกนออกไปว่า

“ฆ่าพวกมันแล้วปล้นอุปกรณ์มาให้หมด”

“ฆ่ามัน!”

“อุปกรณ์พวกนั้นเป็นของเรา”

สมาชิกของบลัดเติสตี้กว่า 30 คนตะโกนขึ้นมาพร้อม ๆ กันก่อให้เกิดบรรยากาศอันน่ากลัวต่อผู้เล่นที่กำลังพยายามวิ่งหลบหนี

ลู่หยางพ่นลมหายใจออกมาอย่างเย็นชา และเขาก็รอจนกระทั่งศัตรูทั้ง 30 คนวิ่งเข้ามาในระยะ 30 เมตร ก่อนที่มันจะมีนกเพลิงขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะ มันจึงทำให้ทางผู้เล่นที่กำลังวิ่งหนีมาและสมาชิกของบลัดเติสตี้ต่างก็รู้สึกตกตะลึง

“นั่นมันสกิลอะไร?”

“ไอ้นี่มันดูแปลก ๆ ฆ่ามันก่อน!” เครซี่วูฟตะโกน

“สายไปแล้ว” ลู่หยางยื่นแขนขวาให้นกเกาะ ก่อนที่ร่างของเขาจะกลายเป็นแสงสีขาวไปปรากฏตัวท่ามกลางสมาชิกของบลัดเติสตี้

เมื่อลงจอดลู่หยางก็วางมือซ้ายลงกับพื้นเพื่อเรียกคลื่นสีดำให้ปรากฏขึ้นมาใต้ฝ่าเท้า

เฟลมสตอร์ม!

เสาเพลิงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าทำให้ผู้เล่นทั้งหมดในรัศมี 10 เมตรติดสถานะสตั๊น

-547, -512,…

เฟลมเบิร์ด!

นกเพลิงที่เกาะอยู่บนไหล่พุ่งออกไปเข้าใส่ศัตรู

-539, -574,…

ถึงแม้ผู้เล่นเลเวล 8 จะสวมใส่อุปกรณ์ระดับเงินครบทั้งชุด แต่พวกเขาก็มีพลังชีวิตเพียงแค่ประมาณ 700 กว่าหน่วยเท่านั้น หลังจากโดนการโจมตีของลู่หยาง 2 ครั้งติดต่อกัน สมาชิกบลัดเติสตี้ถึง 16 คนที่อยู่ในระยะการโจมตีก็เสียชีวิตในทันที

ตอนแรกที่เครซี่วูฟเห็นลู่หยางใช้สกิลแฟลช เขาก็คิดว่าอีกฝ่ายเลือกกระโดดหนีไปแล้ว แต่ในระหว่างที่เขากำลังพยายามมองหาโดยรอบ เขากลับได้ยินเสียงกรีดร้องดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง กว่าที่เขาจะหันกลับไปมองทางด้านหลัง เขาก็ได้พบว่าลูกน้องที่ตัวเองพามาเสียชีวิตลงไปมากกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว

“เป็นไปได้ยังไง?!” สมาชิกของบลัดเติสตี้มองลู่หยางที่ยืนอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงด้วยความหวาดกลัว

“ฆ่ามัน!!” เครซี่วูฟรีบตะโกนสั่งการ

ผู้เล่นที่เหลือรอดชีวิตอีก 10 กว่าคนรีบตั้งสติก่อนที่นักรบทั้งแปดคนจะพุ่งเข้าใส่ลู่หยางพร้อมกัน

นักเวท 2 คนหันหลังใช้เวทมนตร์โจมตีเข้าใส่ลู่หยาง ขณะที่นักธนู 3 คนกระโดดถอยหลังไปในระยะ 25 เมตรพร้อมกับยิงธนูของตัวเองออกมา

รีซิสท์ไฟร์ริง!

ลู่หยางคาดการณ์การเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายเอาไว้แล้วเขาจึงเรียกวงแหวนสีแดงเพลิงออกมารอบตัวของเขา นักรบที่พุ่งเข้ามาจึงถูกกระแทกกระเด็นออกไปพร้อมกันนั้นนักเวทหนุ่มก็กระโดดไปทางขวาหลบหลีกลูกธนูที่พุ่งเข้ามาได้อย่างง่ายดาย

ขณะเดียวกันนักเวทคนหนึ่งก็กำลังใช้ไอซ์แอโรเข้ามาใส่เขา แต่เนื่องจากระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายเหลือไม่ถึง 1 เมตร ลู่หยางจึงกระโดดไปทางด้านหลังของนักเวทคนนั้นอย่างรวดเร็ว

เมื่อสูญเสียเป้าหมายไอซ์แอโรที่ใช้เวลาร่ายไปแล้ว 1 วินาทีก็ถูกยกเลิกอย่างกะทันหัน

เคาน์เตอร์สเปล!

ลู่หยางชี้มือซ้ายไปที่นักเวทอีกคนที่อยู่ข้าง ๆ เพื่อขัดจังหวะการใช้เวทมนตร์และทำให้อีกฝ่ายติดสถานะใบ้เป็นเวลา 15 วินาที

เมื่อนักเวทน้ำแข็งทั้งสองคนถูกเขาควบคุมเอาไว้แล้ว เขาก็ไม่จำเป็นจะต้องกังวลเรื่องการถูกโจมตีจนลดความเร็วในการเคลื่อนที่อีกต่อไป นักเวทหนุ่มจึงจ้องมองไปยังนักธนูคนหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปไม่มากนัก

เบลซซิงเบิร์ส!

0.5 วินาทีต่อมาลูกไฟขนาดใหญ่ก็พุ่งออกจากคทาเข้าใส่ศีรษะของนักธนูอย่างแม่นยำ

-1,184 (คริติคอล)

ตูม!

นักธนูล้มลงกับพื้นพร้อมกับเสียชีวิตในทันที

ทุกคนที่เห็นภาพเหตุการณ์นี้ต่างก็อ้าปากค้างอย่างตกตะลึง เพราะการเคลื่อนไหวเมื่อสักครู่ให้ความรู้สึกเหมือนกับนักธนูพุ่งเข้ามาชนลูกไฟด้วยตัวเอง

“ฉันจะฆ่าแก!” นักเวทที่ยืนอยู่ตรงหน้าลู่หยางค้นพบว่าอีกฝ่ายหลบไปทางด้านหลังได้ในที่สุด เขาจึงรีบหันตัวกลับมาพร้อมกับร่ายเวทมนตร์เพื่อใช้สกิลไอซ์แอโรอีกครั้งหนึ่ง

อย่างไรก็ตามลู่หยางก็ทำการก้าวเฉียงไปด้านข้างหลบออกมาอยู่ด้านหลังนักเวทอีกครั้งหนึ่ง และก่อนที่นักธนูจะเริ่มโจมตีลู่หยางก็ชี้มือซ้ายไปที่นักธนูอีกคน

เฟลมอิมแพค!

เปลวไฟพุ่งออกไปอย่างว่องไว ก่อนที่มันจะระเบิดบนหัวของนักธนูคนที่ 2

-896 (คริติคอล)

นักธนูคนที่ 2 เสียชีวิตทันที

ตอนนี้นักรบทั้งแปดคนที่ถูกรีซิสท์ไฟร์ริงผลักกระเด็นออกไปเริ่มลุกขึ้นมาตั้งหลักได้เรียบร้อยแล้ว และตั้งแต่ที่พวกเขาเล่นเกมนี้มาพวกเขาก็ไม่เคยรู้สึกขายหน้าขนาดนี้มาก่อน ทุกคนจึงร้องคำรามด้วยความโกรธก่อนที่จะใช้สกิลอินเตอร์เซปพุ่งเข้าหาลู่หยาง

เงาแปดสายพุ่งเข้าหานักเวทหนุ่มอย่างว่องไว ลู่หยางจึงถีบหลังนักเวทที่อยู่ตรงหน้าอาศัยแรงถีบเพื่อกระโดดไปด้านหลัง 1 เมตร ซึ่งการเคลื่อนไหวในจังหวะนั้นมันก็ทำให้เขาสามารถหลบหลีกการโจมตีของนักรบทั้งแปดคนได้อย่างฉิวเฉียด

วิธีการหลบหลีกแบบนี้ถือได้ว่าเป็นเรื่องปกติของผู้เล่นในชาติก่อน แต่คนที่ทำได้ก็มักจะเป็นผู้เล่นชั้นยอดของแต่ละกิลด์เท่านั้น

สัญลักษณ์ติดสตั๊นปรากฏขึ้นเหนือศีรษะนักรบทั้งแปดคนพร้อม ๆ กัน และถึงแม้พวกเขาจะเป็นพวกเดียวกันแต่การพุ่งเข้าชนมันก็ก่อให้เกิดสถานะสตั๊นได้

ลู่หยางเริ่มท่องคาถาพร้อมกับชี้คทาไปที่พวกเขา

ไฟร์วอลล์

กำแพงไฟสองแนวล้อมนักรบทั้งหกเอาไว้ตรงกลาง และกว่าที่พวกเขาจะหลุดจากสถานะสตั๊น ทุกคนก็ได้รับความเสียหายไปแล้ว 1 วินาที

เบลซซิงไลท์!

ลู่หยางจับคทาด้วยมือทั้งสองข้างปล่อยลำแสงเปลวเพลิงไปด้านหน้าพร้อมกับทำให้นักรบทั้งหกคนล้มลงเสียชีวิต

นี่คือการใช้สกิลเบลซซิงไลท์แบบย่อที่โดยปกติจะต้องใช้เวลารวบรวมพลัง 10 วินาทีก่อนที่จะทำการปลดปล่อยเพลิงออกมา อย่างไรก็ตามหลังจากคำนวณความเสียหาย ลู่หยางก็คิดว่าการชาร์จพลังเพียงแค่เล็กน้อยมันก็เพียงพอที่จะสังหารศัตรูกลุ่มนี้แล้ว

ตอนนี้ในสนามรบเหลือเพียงแค่เครซี่วูฟ, นักธนู 1 คนกับนักเวทอีกสองคน ซึ่งในขณะที่ทุกคนกำลังยืนตกตะลึง สามฝาแฝดตระกูลไป๋ก็วิ่งเข้ามาสังหารนักเวททั้งสองคนจนเสียชีวิต

“นี่พวกแกรู้ไหมว่าตัวเองกำลังทำอะไรลงไป?” นักธนูที่เหลือรอดกล่าวขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว

“ก็แค่ฆ่าพวกสารเลว มีปัญหาอะไรงั้นเหรอ?” ลู่หยางกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ

“พวกเราคือคนของบลัดเติสตี้ หากพวกแกกล้าหาเรื่องบลัดเติสตี้พวกแกก็ต้องชดใช้!” เครซี่วูฟส่งเสียงตะโกน

“ฉันหาเรื่องบลัดเติสตี้อยู่แล้วยังไง?” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

เครซี่วูฟมองนักเวทตรงหน้าอย่างตกตะลึง เพราะในตอนแรกเขาคิดว่าการอ้างชื่อกิลด์จะทำให้ลู่หยางหวาดกลัว แต่ใครจะไปคิดว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย

“แกคือใครกันแน่?” เครซี่วูฟถาม

“ฉันเหรอ? ฉันก็คือลู่หยางที่พวกแกกำลังตามหาอยู่ไง”

5555555 ฉันเป็นศัตรูอยู่แล้ว เรื่องแค่นี้จะกลัวไปทำไม

จบบทที่ บทที่ 165 นักเวทผู้บ้าคลั่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว