เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 157 วิหารออสมาน

บทที่ 157 วิหารออสมาน

บทที่ 157 วิหารออสมาน


บทที่ 157 วิหารออสมาน

ลู่หยางเดินทางออกจากประตูบ้านของคาห์นเพื่อไปพบกับมู่หยูบริเวณจัตุรัสกลางเมือง ซึ่งเด็กสาวก็ยังคงใช้รูปลักษณ์เหมือนเดิมทำให้ดูเป็นเด็กผู้หญิงที่เรียบร้อย

“พี่ลู่หยางมาแล้ว” มู่หยูทักทายอย่างร่าเริง

“ป่ะ เดี๋ยวพี่พาไปเก็บเลเวล” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ค่ะ” มู่หยูตอบรับอย่างว่านอนสอนง่าย

ลู่หยางยิ้มอย่างเอ็นดูก่อนจะพาเด็กสาวเทเลพอร์ตไปยังเมืองซาโรส

“ลูกพี่ เราอยู่ทางนี้!” เสี่ยวเหลียงโบกมือเรียกโดยมีสามพี่น้องตระกูลฮั่นยืนรออยู่ใกล้ ๆ ด้วยเช่นกัน

“ไปที่สุสานลับกันเถอะ” ลู่หยางกล่าวหลังจากพามู่หยูมาหาทุกคน

“วันนี้ลูกพี่จะพาพวกเราไปเก็บเลเวลด้วยเหรอครับ?” เสี่ยวเหลียงถามอย่างดีใจ

“ฉันพาพวกนายไปได้แค่สุสานชั้น 3 เท่านั้น หลังจากนั้นฉันจะต้องเข้าไปยังแผนที่เลเวล 30 ผ่านเส้นทางลับในสุสานอีกที” ลู่หยางกล่าว

“ในสุสานชั้น 3 มีทางเชื่อมกับแผนที่เลเวล 30 ด้วยเหรอครับ?” เสี่ยวเหลียงถามอย่างตกใจ

“เดี๋ยวฉันเล่าให้ฟังระหว่างทางก็แล้วกัน” ลู่หยางกล่าว

สุสานชั้น 3 มีทางแยกหลายร้อยเส้นทางและในบรรดาเส้นทางเหล่านั้นมันก็มีเส้นทางหนึ่งที่เชื่อมต่อกับวิหารออสมาน

ในวิหารออสมานเต็มไปด้วยมนุษย์หมูป่าที่ดุร้าย โดยพวกมันมีความสูงเป็นสองเท่าของมนุษย์ และอาวุธที่พวกมันใช้ก็คือกระบองสีดำขนาดใหญ่ที่มีความยาวมากยิ่งกว่ามนุษย์โดยทั่วไปเสียอีก

ปกติผู้เล่นที่ต้องการเดินทางไปยังวิหารออสมานจำเป็นจะต้องเดินทางไปยังเมืองอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กับเมืองซาโรส อย่างไรก็ตามการเดินทางไปยังเมืองนี้ไม่สามารถใช้การเทเลพอร์ตได้และระยะเวลาการเดินทางมันก็ยาวนานถึงหนึ่งวันเต็ม ๆ

หลังจากเข้าไปในวิหารออสมานด้านในจะเต็มไปด้วยมอนสเตอร์ และเนื่องจากตัววิหารมีขนาดใหญ่มาก การจะขึ้นไปยังชั้น 3 ของวิหารได้สำเร็จมันก็จำเป็นจะต้องใช้เวลาอีกเกือบหนึ่งวัน

อย่างไรก็ตามหากลู่หยางใช้การเดินทางผ่านสุสานลับ มันจะทำให้เขาสามารถเทเลพอร์ตไปยังวิหารออสมานชั้น 3 ได้อย่างรวดเร็ว และบริเวณทางเข้าวิหารชั้นที่ 3 มันก็คือทางเข้าของดันเจียนวิหารออสมานอีกด้วย

ลู่หยางนำทีมฆ่ามอนสเตอร์มาจนถึงทางเข้าวิหาร ก่อนที่เขาจะหันไปพูดกำชับกับทุกคน

“เอาล่ะ จากนี้ไปทุกคนก็เดินทางกลับไปทางเดิม มอนสเตอร์ที่เกิดใหม่ระหว่างทางมีไม่เยอะมากพวกนายย่อมสามารถจัดการได้สบาย ๆ ถ้าระหว่างทางเจอแร่ก็ช่วยขุดพวกมันเก็บไว้ด้วย”

“ได้ครับ” เสี่ยวเหลียงกล่าว

ลู่หยางเดินไปลูบหัวมู่หยูกับฮั่นอิ่งเบา ๆ ก่อนจะพูดว่า

“ดูแลตัวเองดี ๆ นะ เดี๋ยวพี่จะรีบกลับมา”

สองสาวพยักหน้ารับพร้อม ๆ กัน

ลู่หยางเผยรอยยิ้มก่อนจะกระโดดเข้าไปในทางเข้าวิหารออสมานชั้น 3 ซึ่งทางด้านล่างเป็นแท่นที่สูงขึ้นมา 5 เมตรและบริเวณใต้แท่นมีมนุษย์หมูป่ายักษ์สีดำสนิทอยู่ 3 ตัว

มนุษย์หมูป่าดำ

เลเวล 30

พลังชีวิต 10,200/10,200

หน้าตาของมนุษย์หมูป่าดุร้ายมาก โดยมันมีเขี้ยวยื่นออกมาจากมุมปากทั้งสองข้าง กระบองภายในมือของพวกมันมีความยาวมากกว่า 2 เมตร และบริเวณปลายกระบองยังมีตะปูสีเงินถูกตอกเอาไว้ด้วย

โชคดีที่มนุษย์หมูป่าทั้งสามตัวอยู่ห่างจากลู่หยางประมาณ 25 เมตร พวกมันจึงยังไม่ทันสังเกตเห็นนักเวทหนุ่ม ไม่อย่างนั้นถ้าหากเขาถูกพวกมันพบตัวทันทีขณะที่กระโดดลงมา เขาก็คงจะต้องใช้สกิลแฟลชกระโดดกลับไปในสุสานลับอีกครั้งหนึ่ง

“ลูกพี่ ให้ผมลงไปช่วยไหม?” เสี่ยวเหลียงตะโกนถาม

“นายชนพวกมันไม่ไหวหรอก ไม่ต้องห่วงปัญหาแค่นี้ฉันจัดการได้” ลู่หยางกล่าว

แม้แต่นักรบเลเวล 30 ก็ไม่สามารถที่จะแทงค์มนุษย์หมูป่าทั้งสามตัวโดยปราศจากน้ำยาฟื้นฟูพลังชีวิตได้ ดังนั้นมันจึงไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงเสี่ยวเหลียงที่มีเลเวลเพียงแค่ 13 เพราะเพียงแค่เขาถูกมนุษย์หมาป่าทุบเพียงครั้งเดียว มันก็มากพอที่จะทำให้เด็กหนุ่มเสียชีวิต

อย่างไรก็ตามนักเวทไฟก็เคยถูกขนานนามว่าเป็นอาชีพลูกรักของเซคคัลเวิลด์ เพราะในเกมแทบไม่มีมอนสเตอร์ที่มีความต้านทานเวทมนตร์เลย ดังนั้นถ้าหากว่ามีคนมาช่วยชนมอนสเตอร์เอาไว้ ถึงแม้ผู้เล่นจะมีเลเวลเพียงแค่ 13 แต่พวกเขาก็สามารถฆ่ามนุษย์หมูป่าเลเวล 30 ได้อย่างไม่มีปัญหา

ลู่หยางวางไฟร์วอลล์ไว้ใต้แท่นหินแล้วถึงแม้มนุษย์หมาป่าจะมีการโจมตีอันแข็งแกร่ง แต่จุดอ่อนของมันคือความเร็วที่ต่ำมาก ในชาติก่อนมันจึงมีนักเวทเป็นจำนวนมากเดินทางมายังวิหารออสมานขณะที่นักรบแทบไม่สนใจจะมายังแผนที่แห่งนี้เลย

แน่นอนว่าภายในเกมย่อมมีแผนที่อื่น ๆ ที่ไม่เหมาะกับนักเวทแต่เหมาะสมกับนักรบด้วยเช่นกัน โดยสถานที่แห่งนั้นมีชื่อว่าเดธวอร์มโฮล

ไม่นานลู่หยางก็วางไฟร์วอลล์ทั้ง 30 อันจนเสร็จ โดยเขาได้แบ่งไฟร์วอลล์ออกเป็นสองแถวซึ่งแต่ละแถวมีไฟร์วอลล์ยาวต่อ ๆ กันไปห้าอัน

นักเวทหนุ่มเริ่มยกมือเพื่อปล่อยเบลซซิงเบิร์สเข้าใส่มนุษย์หมูป่าที่ใกล้มากที่สุด

โฮก!

มนุษย์หมูป่าส่งเสียงร้องคำรามด้วยความโกรธ ก่อนที่มันจะยกกระบองวิ่งเข้าหาลู่หยางโดยมีมนุษย์หมูป่าอีกสองตัวใกล้ ๆ วิ่งตามมาด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตามความเร็วในการเคลื่อนที่ของมนุษย์หมูป่ามีเพียงแค่ 80% ของความเร็วผู้เล่นเท่านั้น ลู่หยางที่ยืนอยู่บนแท่นจึงทำการปล่อยคอมบัสชัน 5 ครั้งพร้อมกับรอให้พวกมันวิ่งเข้ามา

-657, -656, -641,…

ตัวเลขความเสียหายปรากฏขึ้นเป็นชุด ๆ ซึ่งในเวลาไม่ถึง 10 วินาทีพลังชีวิตของมอนสเตอร์เหล่านี้ก็เหลือเพียงแค่ประมาณ 4,000 หน่วย

นี่คือข้อดีของการมีไม้เท้าดีวายไฟร์สตาฟและหัวใจแห่งเทพอสูร เพราะมันทำให้พลังโจมตีเวทของเขาสูงมาก นอกจากนี้เวทมนตร์ที่เกี่ยวกับธาตุไฟต่างก็ล้วนแล้วแต่ได้รับการอัปเกรดอีกหนึ่งเลเวล

แม้จะต้องเผชิญหน้ากับมนุษย์หมูป่าเลเวล 30 แต่เขาก็ยังสามารถรับมือกับพวกมันได้อย่างสบาย ๆ เมื่อมนุษย์หมูป่ามาถึงหน้าลู่หยางและกำลังจะฟาดกระบองขนาดใหญ่ลงมา ร่างของนักเวทหนุ่มก็กลายเป็นแสงสีขาวไปปรากฏตัวทางด้านหลังพวกมนุษย์หมูป่าห่างออกไป 20 เมตร

มนุษย์หมูป่าทั้งสามตัวหันหลังกลับพร้อมกันและวิ่งไล่ตามลู่หยางไปอีกครั้ง แต่หลังจากพวกมันวิ่งต่อไปได้อีกเพียงแค่ไม่นานในที่สุดร่างของพวกมันก็ล้มลงเสียชีวิตไปกับพื้น

มอนสเตอร์ทั้งสามตัวนี้ไม่ดรอปอะไรลงมาเลย ลู่หยางจึงเดินทางต่อไปโดยบริเวณใต้แท่นสูงเป็นระเบียงทางเดินที่สองข้างทางเป็นกำแพงดินสูงจรดเพดานไม่มีช่องว่างให้กระโดดขึ้นไปสำรวจเลย

หลังจากเดินไปสิ้นสุดทางเดินลู่หยางก็ได้เห็นหินขนาดใหญ่ที่ถูกแกะสลักเป็นรูปหัวหมูป่า โดยปากของหัวหมูป่าก็คือทางเข้าของดันเจียนวิหารออสมาน

ลู่หยางวิ่งไปยังประตูดันเจียนอย่างรวดเร็ว ซึ่งโชคดีที่ถึงแม้จะมีมนุษย์หมูป่าอยู่ตามรายทาง แต่พวกมันก็กระจายตัวกันอยู่ทั้งสองข้างทาง ชายหนุ่มจึงได้ใช้เทคนิคแฟนท่อมสเตปหลายครั้งติดต่อกัน แต่ก่อนที่เขาจะไปถึงประตูดันเจียนมันกลับมีมนุษย์หมูป่าสองตัวปรากฏขึ้นขวางเส้นทางเอาไว้ก่อน

นักเวทหนุ่มยังคงวิ่งต่อไปและเมื่อระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายลดลงเหลือเพียง 20 เมตร มนุษย์หมูป่าทั้งสองตัวจึงวิ่งเข้ามาหาลู่หยางด้วยเช่นกัน ซึ่งในระหว่างนั้นชายหนุ่มก็ได้ปามีดเอสเคพเดจเจอร์สวนออกไป

มีดเอสเคพเดจเจอร์หมุนควงผ่านร่างมนุษย์หมูป่าไปตกอยู่ทางด้านหลัง ซึ่งหลังจากที่พวกมนุษย์หมูป่ามาปรากฏตัวตรงหน้าลู่หยาง ชายหนุ่มก็อยู่ห่างจากทางเข้าดันเจียนเพียงแค่ 50 เมตรแล้ว

มนุษย์หมูป่าฟาดกระบองลงมาเข้าใส่ผู้บุกรุก แต่ร่างของนักเวทหนุ่มกลายเป็นแสงสว่างสีฟ้าหายไปจากตำแหน่งเดิมไปปรากฏตัวทางด้านหลังพวกมนุษย์หมูป่าอย่างฉับพลัน จากนั้นร่างของเขาก็กลายเป็นแสงสีขาวโดยสกิลแฟลชเพื่อกระโดดเข้าสู่ดันเจียนในทันที

จบบทที่ บทที่ 157 วิหารออสมาน

คัดลอกลิงก์แล้ว