เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 147 ราชาอสรพิษสามหัว

บทที่ 147 ราชาอสรพิษสามหัว

บทที่ 147 ราชาอสรพิษสามหัว


บทที่ 147 ราชาอสรพิษสามหัว

หลังจากได้เห็นการแจ้งเตือนจากระบบมาเป็นชุด พวกฉิงชางที่ยืนดูลู่หยางอยู่ด้านหลังต่างก็รู้สึกคันไม้คันมือ ท้ายที่สุดในฐานะผู้ที่ชอบวงการ PK เมื่อพวกเขาเห็นใครเก่งกว่า ความคิดแรกที่ปรากฏขึ้นมาก็คือพวกเขาจะสามารถเอาชนะคนคนนี้ได้ยังไง

อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขาได้เห็นกลยุทธ์ที่ลู่หยางใช้ มันก็ไม่มีใครคิดออกเลยว่าพวกเขาจะต้องจัดการกับอีกฝ่ายด้วยวิธีการไหนกันแน่

“หัวหน้าโคตรเก่งเลย!” ซุนหยูตะโกนเสียงดัง

“พวกนายรออยู่ตรงนี้แหละ ข้างหน้ายังมีงูสองหัวอยู่อีกหกฝูง หลังจากเคลียร์งูพวกนี้ได้หมดก็ถึงบอสแล้ว” ลู่หยางกล่าว

ชายหนุ่มเริ่มทำการปล่อยไฟร์วอลล์ลงบนพื้นอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะขว้างมีดหลบหนีและเทเลพอร์ตไปด้านหน้า

“นายพอจะคิดออกไหมว่าจะสู้กับทะเลเพลิงกับสกิลเทเลพอร์ตของหัวหน้าได้ยังไง?” เหมาชิวถาม

ฉิงชางส่ายหน้าพร้อมกับตอบว่า

“ถ้าฉันไม่ได้เรียนสกิลเมจิกอิมมูนมาก่อน ฉันไม่มีทางรับมือหัวหน้าได้แน่ ๆ บางทีถึงจะเรียนรู้สกิลมาแล้วแต่คอมโบสกิลของหัวหน้าก็คงจะฆ่าฉันได้ก่อนจะทันได้ตั้งตัว”

“ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน นอกจากคนที่โจมตีระยะไกลได้มันคงจะไม่มีใครสู้หัวหน้าได้อีกแล้ว” เครซี่เบลดกล่าวอย่างเห็นด้วย

“เบลซซิงเบิร์สของหัวหน้าเร็วเท่า ๆ กับการยิงธนูของฉันเลย ถ้าให้ต้องเผชิญหน้ากับหัวหน้าจริง ๆ ฉันก็คิดว่าคงสู้กับหัวหน้าไม่ไหวเหมือนกัน” ซุนหยูกล่าวพร้อมกับเกาหัวโดยมีเหมาชิวพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

“ฉันก็ไม่ไหวเหมือนกัน ถึงจะเรียนรู้วิธีการย่อเวทมาแล้ว แต่เลเวลของฉันก็ยังต่ำกว่าหัวหน้ามากเกินไป แค่เขาเทเลพอร์ตมาใช้สกิลรีซิสท์ไฟร์ริงกระแทกออกไปตามด้วยการยิงเบลซซิงเบิร์สออกมาอีกสองครั้ง แค่นั้นมันก็มากพอที่จะทำให้ฉันตายแล้ว” ไนท์มูนกล่าว

“ยิ่งถ้าหัวหน้าใช้เฟลมสตอมป์กับเฟลมเบิร์ดออกมาด้วยนะ ถึงแม้พวกเราทั้งหกคนจะร่วมมือกันแต่มันก็อาจจะยังสู้หัวหน้าคนเดียวไม่ได้เลย” เหมาชิวกล่าวอย่างท้อใจ

ไนท์มูนกับเอ็ม 16 ต่างก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกัน เพราะด้วยความแข็งแกร่งที่ลู่หยางแสดงออกมา มันก็ทำให้ความมั่นใจของพวกเขาถูกกระทบกระเทือนไปไม่น้อย

“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ต้องฝึกซ้อมให้หนักขึ้น การมีเป้าหมายที่เก่งกาจอยู่ตรงหน้ามันก็จะช่วยเร่งให้พวกเราพัฒนาฝีมือได้เร็วขึ้นไม่ใช่เหรอ หากเราพยายามมากพอสักวันหนึ่งพวกเราก็อาจจะเผชิญหน้าแบบ 1 ต่อ 1 กับหัวหน้าได้ก็ได้” ฉิงชางกล่าวด้วยความฮึกเหิม

“พวกนายคุยอะไรกัน?” ลู่หยางถามขณะลากฝูงงูสองหัวกลับมาพอดี

“พวกเรากำลังหารือกันว่าจะเอาชนะหัวหน้าได้ยังไง” ฉิงชางตอบ

ลู่หยางทำได้เพียงส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ และเขาก็รู้ว่าความสามารถที่เพิ่งแสดงออกไปเมื่อสักครู่คงจะได้ไปจุดประกายเปลวไฟแห่งการต่อสู้ภายในตัวพวกฉิงชางขึ้นมาแล้ว

“ถ้าอย่างนั้นพวกนายก็ต้องพยายามมากกว่านี้หน่อย ฉันไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้ใครมาตามทันง่าย ๆ หรอกนะ” ลู่หยางกล่าวและเมื่อเขาเห็นงูสองหัวเข้ามาในระยะ ร่างของนักเวทหนุ่มก็กลายเป็นแสงสีขาวไปปรากฏตัวที่อีกฝั่งของทะเลเพลิง ฝูงงูสองหัวจึงวิ่งกลับเข้าไปในกองเพลิงอีกครั้งจนพวกมันถูกแผดเผาจนตายทั้งหมด

“ทุกคนช่วยกันเก็บของ อีกเดี๋ยวพวกเราจะไปสู้บอสกัน” ลู่หยางกล่าว

บนพื้นมีอุปกรณ์ระดับทองแดงของนักบวชหล่นลงมาหนึ่งชิ้น ลู่หยางจึงทำการส่งมันไปให้กับไนท์มูน

หลังจากนั้นทุกคนก็เริ่มเดินทางต่อจนในที่สุดพวกเขาก็ได้เห็นราชาอสรพิษน้ำเงินสองหัวที่มีความสูงมากกว่า 3 เมตร

ราชาอสรพิษน้ำเงินสองหัว (บอส)

เลเวล 18

พลังชีวิต 180,400/180,400

“ดูเหมือนมันจะสู้ง่ายกว่าราชางูเหลือมตัวแรกอยู่นะ” เหมาชิวกล่าว

“อืม” ลู่หยางตอบรับ

เหมาชิวทำได้เพียงแต่กระพริบตาปริบ ๆ เพราะเขาแค่มองจากขนาดร่างกายเลยรู้สึกว่าราชางูสองหัวที่ตัวเล็กกว่าน่าจะจัดการได้ง่ายกว่าราชางูเหลือม แต่ราชางูสองหัวคือบอสตัวที่ 2 ของดันเจียน ดังนั้นหากวัดกันตามตรรกะแล้วบอสตัวนี้ก็สมควรจะต้องสู้ได้ยากกว่าบอสตัวแรก

“หัวหน้า คุณไม่ได้กำลังหลอกผมอยู่ใช่ไหม?” เหมาชิวกล่าว

“ฉันจะไปหลอกนายทำไม เหตุผลที่บอสตัวนี้สู้ได้ง่ายกว่าก็เพราะพิษของมันนั่นแหละ พิษของราชางูสองหัวเป็นพิษแบบสเปรย์รอบตัวที่สามารถสร้างความเสียหายได้ 70 หน่วยต่อวินาที แต่พวกเรามียาต้านพิษที่สามารถลดความเสียหายจากพิษได้ 50 หน่วย มันจึงเหลือค่าความเสียหายจากพิษเพียงแค่ 20 หน่วยต่อวินาทีเท่านั้น ส่วนที่เหลือมันก็ไม่มีอะไรยากอีกแล้ว” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

“แบบนี้มันก็จัดการได้ง่าย ๆ เลยสิ” ฉิงชางกล่าว

“มันมีดีเพียงแค่พิษเท่านั้นแหละ ถ้าพิษใช้ไม่ได้มันก็ไม่ได้น่ากลัวอะไร ฉิงชางไปล่อมันมาได้แล้วหลังจากจัดการมันเสร็จพวกเราจะได้ไปหาบอสตัวสุดท้ายกัน” ลู่หยางกล่าว

“ครับ” ฉิงชางรับคำก่อนที่เขาจะแบกโล่ขนาดใหญ่พุ่งไปหาราชางูสองหัว

บอสใช้หัวข้างหนึ่งพุ่งฉกกัดเข้าใส่ฉิงชาง ขณะที่อีกหัวชูขึ้นฟ้าและปล่อยหมอกพิษสีเขียวออกมา

เมื่อลู่หยางเห็นฉิงชางเริ่มได้รับความเสียหายจากพิษ เขาจึงเริ่มสร้างกำแพงไฟใต้ร่างของบอสพร้อมกับใช้สกิลคอมบัสชันออกไปอีกห้าครั้ง

“ไนท์มูนโฟกัสการฮีลไปที่ฉิงชางคนเดียวก็พอ เดี๋ยวส่วนที่เหลือฉันจะเป็นคนจัดการเอง” ลู่หยางสั่ง

“นี่คุณฮีลได้ด้วยเหรอ?” เหมาชิวถาม

“ได้สิ” ลู่หยางตอบ

ไนท์มูนเต็มไปด้วยความสับสน ซึ่งในตอนแรกเขาก็ค่อนข้างจะกังวลเรื่องการรักษาพลังชีวิตของเพื่อนร่วมทีมอยู่บ้าง แต่เมื่อลู่หยางพูดออกมาแบบนี้เขาจึงโฟกัสการฮีลไปที่ฉิงชางอย่างเต็มที่ ซึ่งมันก็จะช่วยลดข้อผิดพลาดจังหวะในการใช้สกิลลง

ความจริงแล้วการฮีลก็จำเป็นจะต้องใช้ทักษะมากพอสมควร เพราะนักบวชที่เก่งกาจไม่ใช่สักแต่จะใช้สกิลฮีลออกไปเมื่อพลังชีวิตของเป้าหมายลดลง หลักการพื้นฐานของนักบวชคือต้องเข้าใจจังหวะในการฮีล เพราะหากการฮีลเกิดขึ้นในจังหวะที่ผิดพลาดมันก็อาจจะทำให้เป้าหมายเสียชีวิตได้เลย

ลู่หยางสร้างความเสียหายพร้อมกับคอยสังเกตพลังชีวิตของทุกคนไปด้วย เมื่อเห็นพลังชีวิตของซุนหยูลดลงเหลือ 1 ใน 5 เขาก็ใช้สกิลฮีลออกมา 5 ครั้งติดต่อกันเพื่อฟื้นฟูพลังชีวิตของทุกคนให้กลับมาจนเต็ม

ฉิงชางสามารถดึงบอสเอาไว้ได้อย่างมั่นคง เพราะในปัจจุบันเขาเลเวล 11 แล้วเมื่อมันประกอบกับการมีโฮลี่ไลท์ที่ทำให้สกิลเซคคริฟายเพิ่มขึ้นเป็นเลเวล 3 แม้ลู่หยางจะสร้างความเสียหายแบบติดคริติคอลขึ้นมาหลายครั้ง แต่ราชางูสองหัวก็ไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนเป้าหมายเลย

3 นาทีผ่านไปราชางูสองหัวก็ถูกฆ่าลงไปในที่สุด ซึ่งอุปกรณ์ที่มันดรอปลงมาในคราวนี้นั่นก็คือชุดเกราะของโจร 1 ชิ้น

เซอร์เพนไทด์อาเมอร์ (ระดับเหล็ก)

ประเภท เกราะหนัง

เลเวล 8

พลังป้องกัน 5-9

พลังกาย +6

ความอดทน +2

พลังโจมตี +11

“ของดีเลยนะเนี่ย” ลู่หยางถ่ายภาพชุดเกราะเก็บไว้เขียนคู่มือ ก่อนจะส่งเกราะชิ้นนี้ให้กับเครซี่เบลด

ท้ายที่สุดเขาก็ไม่เชื่อว่าจะไม่มีใครอยากได้อุปกรณ์ดี ๆ การเอารูปอุปกรณ์พวกนี้ออกไปอวดมันก็จะทำให้ทุกคนอยากเข้ามาหาอุปกรณ์ในดันเจียนมากขึ้น

“พวกเราไปต่อกันเถอะ เหลือบอสอีกแค่ตัวเดียวแล้ว” ลู่หยางกล่าวหลังจากนั่งพักฟื้นมาสักพัก

ทุกคนเดินไปตามเส้นทางซึ่งมีอสรพิษฟ้า 6 ตัวขวางทางอยู่ ลู่หยางจึงใช้วิธีการเดิมในการกำจัดมอนสเตอร์ตามรายทาง ซึ่งหลังจากกำจัดพวกมอนสเตอร์ได้เพียงแค่ไม่กี่ฝูง ในที่สุดเขาก็นำทีมมาจนเจอบอสตัวสุดท้าย

ราชาอสรพิษสามหัว (บอส)

เลเวล 20

พลังชีวิต 200,400/200,400

“บอสมันมีสามหัวเลยเหรอเนี่ย?! แถมหัวแต่ละหัวยังมีสีไม่เหมือนกันอีก” เหมาชิวอุทาน

ราชาอสรพิษสามหัวก็มีหัวสามหัวเหมือนกับชื่อของมัน โดยหัวตรงกลางคือหัวสีดำที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ส่วนหัวที่เหลืออีกสองหัวคือหัวสีเขียวกับหัวสีฟ้าที่มีขนาดรองลงมา

จบบทที่ บทที่ 147 ราชาอสรพิษสามหัว

คัดลอกลิงก์แล้ว