เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 140 ความร่วมมือ

บทที่ 140 ความร่วมมือ

บทที่ 140 ความร่วมมือ


บทที่ 140 ความร่วมมือ

“เขาคือลู่หยางใช่ไหม? เดี๋ยวฉันจะรีบประกาศออกไปเอง” ฮิดเดนเบลดกล่าว

ฉือมู่รีบดึงตัวสหายของตัวเองเอาไว้ก่อนจะพูดว่า

“อย่าเลยแค่นี้มันก็น่าอายมากพอแล้ว ถึงเราจะจำวิธีการเคลื่อนไหวของเขาได้แต่เราก็ยังไม่มีหลักฐานจริง ๆ ถึงจะพูดไปมันก็ไม่มีใครเชื่อหรอก แต่มันจะยิ่งเพิ่มชื่อเสียงของลู่หยางไปเปล่า ๆ อีกอย่างเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในไม่สมควรจะต้องนำออกไปยังภายนอก”

“ไอ้หมอนี่มันไม่รู้จักบุญคุณคนจริง ๆ แล้วแบบนี้พวกเราจะทำยังไงต่อไป?” ฮิดเดนเบลดพูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจ

“แน่นอนว่าเรื่องนี้มันปล่อยผ่านไม่ได้ หากเขาไม่ปล่อยอุปกรณ์อะไรบางอย่างออกมาบ้างอย่างน้อยเขาก็ต้องให้คำอธิบายกับฉันหน่อย” ฉือมู่กล่าว

เรื่องนี้ทำให้ทุกกิลด์เสียหน้าอย่างหนัก เพราะท้ายที่สุดแม้มันจะมีคนหลายหมื่นคนพยายามขวางทางลู่หยางไว้ แต่ชายคนนี้ก็ยังสามารถขโมยอุปกรณ์หนีไปต่อหน้าต่อตาพวกเขาได้ ทุกคนจึงรู้สึกอับอายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

วิหารเทพอสูร

ลู่หยางมองคริสตัลปีศาจภายในมือด้วยความตื่นเต้น ท้ายที่สุดของชิ้นนี้ก็เป็นของที่หาได้ยากมาก โดยมันมีโอกาสดรอปจากบอสระดับลอร์ดเลเวล 50 เท่านั้นแต่อัตราการดรอปก็ไม่มีอะไรที่แน่นอน

ในชาติก่อนชายหนุ่มต้องสังหารบอสระดับลอร์ดไปประมาณ 60 ตัวถึงจะได้ไอเท็มชิ้นนี้มา ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าคริสตัลปีศาจเป็นสิ่งที่หาได้ยากมากแค่ไหน

ตอนแรกลู่หยางวางแผนว่าพอถึงเลเวล 50 เขาจะฝึกทีม 100 คนขึ้นมาด้วยตัวเอง ก่อนจะพาทีม ๆ นั้นไปฆ่าบอสระดับลอร์ดด้วยกัน อย่างเร็วที่สุดมันก็น่าจะต้องใช้เวลาประมาณครึ่งปีถึงจะได้รับคริสตัลปีศาจมาไว้ในครอบครอง แต่ใครจะไปคิดว่าแท้ที่จริงหลังจากเซิร์ฟเวอร์เปิดให้บริการไปเพียงแค่ 10 วันเขาก็ได้รับไอเท็มชิ้นนี้มาไว้ในครอบครองแล้ว

สิ่งที่ต้องใช้อัปเกรดหัวใจเทพอสูรเป็นเลเวล 2 มีแค่สองอย่าง หนึ่งคือคริสตัลปีศาจและอีกหนึ่งคือเศษวิญญาณภูติไฟที่ดรอปจากบอสระดับลอร์ดตัวสุดท้ายของดันเจียนวิหารออสมานระดับอีปิคในเลเวล 30

ยิ่งไปกว่านั้นในชาติก่อนมันก็มีคนปล่อยคลิปวิดีโอการเคลียร์ดันเจียนวิหารออสมานด้วยตัวคนเดียว ซึ่งข้อกำหนดของการเคลียร์ดันเจียนในตอนนี้เขาก็สามารถจะทำได้แล้ว

ลู่หยางกำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้นเมื่อคิดว่าอีกไม่นานเขาก็จะสามารถอัปเกรดหัวใจเทพอสูรให้กลายเป็นเลเวล 2 ได้แล้ว

หัวใจเทพอสูรเลเวล 2 ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มค่าสถานะขึ้นอย่างมหาศาล แต่มันยังจะทำให้เขาสามารถกลายร่างเป็นปีศาจเปลวเพลิงได้อีกด้วย

ปีศาจเปลวเพลิงมีความสามารถพิเศษอยู่ 2 อย่าง โดยอย่างแรกคือเพิ่มระยะความเสียหายของสกิลทั้งหมดขึ้น 30% ส่วนอย่างที่ 2 คือภายในระยะเวลาแปลงร่าง 30 นาทีในช่วงเวลานั้นสกิลทุกสกิลจะไม่มีคูลดาวน์!

สิ่งสำคัญสำหรับการอัปเกรดไม่ใช่การแปลงร่างเป็นปีศาจเปลวเพลิง แต่คือค่าสถานะและโบนัสเลเวลสกิลที่หัวใจเทพอสูรเลเวล 2 จะมอบให้ต่างหาก ในเวลานั้นพลังโจมตีเวทมนตร์ของเขาจะสูงมากและมันก็หมายความว่าเขาจะสามารถหาอุปกรณ์มาให้น้อง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

จากนั้นแผนการสร้างกิลด์ก็จะมาถึงเร็วกว่ากำหนดแล้วมันก็หมายความว่าเขาจะสามารถเริ่มแผนการแก้แค้นในชาตินี้ได้แล้ว

ขณะที่ชายหนุ่มกำลังตื่นเต้นอยู่นั่นเอง ฉือมู่ก็ติดต่อเข้ามาหาเขา

“น้องชาย วันนี้นายหลอกพวกเราจนหัวหมุนเลยนะ”

ลู่หยางชะงักค้างไปเล็กน้อยก่อนที่เขาจะตระหนักว่าถึงแม้การแปลงร่างเป็นก็อบลินจะหลอกคนอื่นได้ แต่วิธีการเคลื่อนไหวอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาก็คงจะไม่สามารถหนีไปจากสายตาอันเฉียบคมของอีกฝ่ายได้อย่างแน่นอน

“คุณหมายความว่ายังไงเหรอครับ?” ลู่หยางตอบไปอย่างไร้เดียงสา

“ไม่มีอะไรหรอก ฉันก็แค่อยากบอกว่าต่อไปพวกเราจะมีโอกาสได้ร่วมมือกันไหม?” ฉือมู่พูดอย่างมีนัยยะ

ลู่หยางสามารถตีความคำพูดนี้ได้ในทันทีและมันก็เป็นคำขู่จากอีกฝ่ายอย่างชัดเจน นัยหนึ่งชายชรากำลังบอกว่าเขารู้ดีว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือของลู่หยาง อีกนัยหนึ่งคือการบอกว่าลู่หยางไม่ควรจะต่อต้านเขา

แน่นอนว่าลู่หยางไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวคำขู่นี้ แต่ในระหว่างที่เขากำลังคิดจะปฏิเสธทันใดนั้นเขาก็นึกถึงปัญหาเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้

แผนที่ซึ่งเป็นแหล่งผลิตหลักของหญ้าสโตน์รูท, หญ้าดรายลีฟและหญ้าซิลเวอร์ลีฟอยู่ในการดูแลของฉือมู่ โดยสมุนไพรทั้งสามชนิดนี้คือวัตถุดิบสำหรับการปรุงน้ำยาต้านพิษ แน่นอนว่าเนื่องมาจากอีกฝ่ายยังไม่รู้สูตรน้ำยาต้านพิษ ชายชราจึงแทบจะไม่รู้คุณค่าของสมุนไพรทั้งสามชนิดนี้เลย

หากเขาจำไม่ผิดคนเก็บสมุนไพรของฉือมู่น่าจะมีจำนวนอยู่มากกว่า 500 คน ดังนั้นภายในคลังกิลด์เพอร์เพิลโกลด์เดสตินี่จะต้องมีสมุนไพรทั้งสามชนิดนี้เก็บเอาไว้เยอะแน่ ๆ

ก่อนหน้านี้เขาเขียนชื่อนักปรุงยาชั้นยอดหลายคนให้กับจินปู้ฮวนไปแล้ว หากอีกฝ่ายสามารถชักชวนคนเหล่านี้มาทำสัญญาได้สำเร็จ สมุนไพรที่ถูกปล่อยขายในร้านค้าประมูลก็จะไม่พอใช้อีกต่อไป ดังนั้นเขาจึงสมควรจะทำการค้ากับฉือมู่

อีกอย่างถ้าหากเขาต้องการจะสร้างกิลด์ในเร็ว ๆ นี้ มันก็จำเป็นจะต้องใช้เงินทุนสนับสนุนจำนวนมาก ซึ่งไม่เพียงแต่มันจะต้องมีเงินทุนหมุนเวียนภายในสตูดิโอ แต่มันยังต้องมีเงินทุนสำรองสำหรับการทำสงครามกับกิลด์บลัดเติสตี้ด้วย

เงินจำนวนนี้ย่อมไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ แค่ค่าน้ำยาที่จะต้องแจกจ่ายให้ลูกน้องหลายพันคนมันก็เป็นเงินจำนวนหลายพันเหรียญทองแล้ว ดังนั้นเขาจึงจำเป็นจะต้องมีวัตถุดิบสำหรับการผลิตน้ำยาต้านพิษที่มั่นคง เมื่อไหร่ก็ตามที่ยาต้านพิษขายได้อย่างมั่นคง เมื่อนั้นเขาก็จะมีเงินทุนสำหรับการทำสงครามอย่างเพียงพอ

แต่เรื่องนี้เขาไม่สมควรจะพูดขึ้นมาด้วยตัวเองและเขาก็ไม่อยากจะให้ฉือมู่มองว่าเขามีนิสัยยอมใครง่าย ๆ ชายหนุ่มจึงเผยรอยยิ้มพร้อมกับตอบไปว่า

“ตอนนี้พอจะมีโครงการที่พวกเราร่วมมือกันได้เพียงอย่างเดียวนั่นก็คือการต่อสู้กับบลัดไทแรนท์และแบล็คบลัด หากมีโอกาสคุณก็มาหาผมได้ ถ้ามีโอกาสผมก็จะไปหาคุณเหมือนกัน”

ในระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังสนทนากับฉือมู่อยู่นั้น เขาก็แอบทำการติดต่อไปหาจินปู้ฮวน

“ติดต่อไปขอซื้อสมุนไพรจากฉือมู่”

“ได้ครับ ผมจะรีบไปขอซื้อสมุนไพรจากพวกเขาเดี๋ยวนี้”

“อาจารย์ ผมกำลังจะรายงานเรื่องนี้พอดีเลย คนทั้งแปดคนที่หัวหน้าให้ชื่อมาผมไปชวนพวกเขามาอยู่ด้วยกันได้หมดแล้ว คนพวกนี้ต่างก็มีฝีมือดีด้วยกันทั้งนั้น สายตาในการมองคนของอาจารย์ช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ” จินปู้ฮวนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ชื่นชม

“ดีมาก แต่จำไว้ว่าต่อไปนี้นายคือหัวหน้าและไม่มีความสัมพันธ์อะไรกับฉันอย่างเด็ดขาด ไม่ว่ายังไงก็ต้องห้ามให้ใครรู้ว่านายคือลูกน้องของฉัน” ลู่หยางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

หากมีใครรู้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา ร้านขายยาของจินปู้ฮวนก็คงจะดำเนินการต่อไปไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นบลัดไทแรนท์, ฉงป้า, ฉือมู่หรือแบล็คบลัดก็คงจะไม่ยอมอยู่เฉย ๆ กับเรื่องนี้แน่

“ได้ครับ อาจารย์ไว้ใจผมได้เลย ผมรู้ดีว่าจะต้องทำยังไง” จินปู้ฮวนกล่าวพร้อมกับพยักหน้า ซึ่งในระหว่างนี้เขาก็เปิดเครื่องสื่อสารเพื่อเปิดเผยการติดต่อของเขาให้ลู่หยางได้รับฟังด้วย

ลู่หยางก็อยากจะลองดูความสามารถในการเจรจาของจินปู้ฮวนอยู่เหมือนกัน ซึ่งในระหว่างนั้นอีกฝ่ายก็ทำการติดต่อไปขอซื้อสมุนไพรจากลูกน้องของฉือมู่

ชายชรากำลังพยายามหวานล้อมลู่หยาง แต่จู่ ๆ เขาก็ได้ยินลูกน้องรายงานมาว่ามันมีคนต้องการซื้อสมุนไพรเป็นจำนวนมากและต้องการที่จะติดต่อพูดคุยกับเขาโดยตรง ฉือมู่จึงจำเป็นจะต้องวางสายจากลู่หยางก่อนพร้อมกับรับคำขอเป็นเพื่อนจากจินปู้ฮวน

“คุณต้องการซื้อสมุนไพรใช่ไหม?”

“ใช่ครับ ผมต้องการสมุนไพรวันละ 6,000 ชุดเพื่อแจกจ่ายให้ลูกน้องของผมใช้ในการปรุงยา” จินปู้ฮวนกล่าว

“น้องชายใจกว้างดีนี่” ฉือมู่กล่าวเพราะเขารู้ดีว่าการฝึกนักปรุงยาเป็นเรื่องที่เผาผลาญเงินมากแค่ไหน เพราะในกิลด์ของเขาก็ยังฝึกนักปรุงยาขึ้นมาได้เพียงแค่ 36 คนและในปัจจุบันทุกคนก็ยังเป็นเพียงแค่นักปรุงยาขั้นต้นเท่านั้นเอง

จินปู้ฮวนรู้ดีว่าฉือมู่กำลังต้องการจะสืบข่าว ดังนั้นเขายิ่งพูดมากเท่าไหร่อีกฝ่ายก็จะยิ่งคาดเดาเรื่องต่าง ๆ ได้มากเท่านั้น เด็กหนุ่มจึงถามเพื่อเบี่ยงประเด็นออกไปว่า

“คุณมีสมุนไพรอะไรบ้าง?”

“ฉันมีหญ้าสโตน์รูท, หญ้าดรายลีฟและหญ้าซิลเวอร์ลีฟเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีซันเฟาเวอร์, โคฟเวอร์และสเน็คออร์คิดเข้ามาบ้าง แต่สามอย่างหลังผลผลิตไม่ค่อยสม่ำเสมอ” ฉือมู่ตอบ

จบบทที่ บทที่ 140 ความร่วมมือ

คัดลอกลิงก์แล้ว