เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 129 สามพี่น้องตระกูลไป๋

บทที่ 129 สามพี่น้องตระกูลไป๋

บทที่ 129 สามพี่น้องตระกูลไป๋


บทที่ 129 สามพี่น้องตระกูลไป๋

แม้ในปัจจุบันการตี +19 จะเป็นเรื่องยาก แต่การตี +10 เป็นสิ่งที่ลู่หยางสามารถทำได้อย่างแน่นอน

ชายหนุ่มทำการหยิบลูกเต๋าแห่งโชคชะตาขึ้นมาโยนลงตรงหน้า ซึ่งหลังจากที่พวกมันกระเด็นกระดอนอยู่หลายครั้งในที่สุดลูกเต๋าทั้งสามลูกก็หยุดลง

3, 3, 3 รวมเป็น 9 แต้ม

แต้มต่ำ!

ระบบ: ค่าโชคของคุณลดลง 10 หน่วยเป็นเวลา 30 นาที

ชายหนุ่มถึงกับหมดคำจะพูดแล้วเขาก็รู้สึกว่าบางทีเขาอาจจะใช้โชคกับการเปิดกล่องแพนดอร่าเมื่อสักครู่นี้ไปจนหมดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นหากโชคลดลง 10 หน่วยการตีบอุปกรณ์ก็จะล้มเหลวแน่นอนและในกรณีนั้นตัวอุปกรณ์ก็จะถูกทำลายหายไป

“เอายังไงดี?” ลู่หยางคิดกับตัวเองอย่างกังวลและทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าในเกมนี้มีไอเท็มที่ชื่อว่าน้ำมนต์อวยพร ที่เมื่อใช้งานแล้วมันจะช่วยเพิ่มโชคสำหรับการตีบวกอาวุธได้ แต่ไอเทมชิ้นนี้มีโอกาสน้อยมากที่จะดรอปลงมาจากการสังหารมอนสเตอร์ในหุบเขางูพิษ

ตอนนี้ทั่วทั้งเซิร์ฟเวอร์มีผู้เล่นเลเวล 8 เพียงแค่ประมาณ 3,000 คน แต่แผนที่เลเวล 8 ภายในเกมมันกลับมีอยู่มากกว่า 800 แห่ง คนที่เต็มใจจะไปหุบเขางูพิษจึงมีอยู่แค่ไม่เท่าไหร่ โอกาสที่จะมีการดรอปน้ำมนต์อวยพรลงมาจึงน่าจะมีอยู่เพียงแค่ไม่กี่ขวด

โชคดีที่วิธีการได้รับน้ำมนต์อวยพรมีอยู่อีกหนึ่งวิธีนั่นก็คือภารกิจแลกเลือดกวางดอกเหมยกับน้ำมนต์อวยพร แต่เลือดกวางดอกเหมยมีอัตราการดรอปน้อยกว่าในกรณีแรกมาก แต่ดีที่กวางดอกเหมยเป็นมอนสเตอร์เลเวล 1 ดังนั้นเขาก็อาจจะพอหาซื้อมันได้

ลู่หยางเดินทางไปยังตลาดทางทิศตะวันออกของเมืองเพื่อเดินดูตามร้านค้าไปทีละร้าน ตอนนี้ตลาดทางทิศตะวันออกมีผู้เล่นนำไอเท็มมาขายแล้วหลายวัน มันจึงได้กลายเป็นตลาดขนาดใหญ่

ถนนหินสีเขียวอันกว้างขวางแต่เดิมสามารถรองรับผู้เล่นเดินเรียงหน้ากระดานได้ถึง 30 คน แต่ตอนนี้มันถูกพ่อค้าแม่ค้าแบ่งขายสินค้าออกเป็น 12 แถว บนถนนจึงมีทั้งคนขายและคนหาซื้อสินค้าเดินไปมาอย่างมากมาย

ลู่หยางเดินตามถนนสายหนึ่งไปจนถึงปลายถนนที่ติดกับสนามประลอง และในที่สุดเขาก็ได้พบกับคนขายเลือดกวางดอกเหมยที่เขาตามหา

“เลือดกวางนี่ขายยังไงครับ?” ลู่หยางถาม

คนขายของไม่ได้สนใจลูกค้าเลย เพราะในตอนนี้สายตาของเขาจับจ้องมองไปยังสนามประลองอย่างตั้งใจ และทันใดนั้นมันก็มีเสียงเชียร์ดังสนั่นหวั่นไหวออกมาจากสนามประลอง

“สวย!” พ่อค้าขายเลือดกวางตะโกนเสียงดัง

ลู่หยางหันไปมองสนามประลองก่อนจะได้พบว่ามันเป็นการต่อสู้แบบ 3 ต่อ 3 ที่พึ่งจบลง สนามประลองนี้เป็นสนามวงกลมลึกลงไปใต้ดินแล้วมันก็เป็นหนึ่งในหลายร้อยสนามในศูนย์การประลองทั้งหมด

“น้องชายสนใจจะซื้ออะไรไหม?” พ่อค้าถามหลังจากเพิ่งสังเกตเห็นลู่หยาง

“เลือดกวางนี่ขายยังไงครับ?” ลู่หยางถามอีกครั้ง

“น้องชายจะเอาของนี่ไปทำอะไร? ตั้งแต่ฉันได้มันมาฉันยังไม่รู้เลยว่ามันเอาไปทำอะไรได้” พ่อค้าถาม

ลู่หยางจะบอกอีกฝ่ายได้ยังไงว่านี่คือไอเท็มภารกิจที่สามารถนำไปใช้แลกน้ำมนต์อวยพร ซึ่งในช่วงหลังน้ำมนต์อวยพรแต่ละขวดสามารถขายได้ถึง 10 เหรียญเงิน เขาจึงพูดโกหกออกไปว่า

“เอาไปปรุงยาครับ”

“โธ่เอ้ย! ไอ้เราก็นึกว่ามันเป็นของพิเศษ ที่แท้มันก็แค่วัตถุดิบปรุงยา” พ่อค้ากล่าวด้วยความผิดหวัง จากนั้นเขาก็หันไปมองลู่หยางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์

“อย่าว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลยนะน้องชาย ฉันมีเลือดกวางอยู่แค่ 5 ชิ้น เห็นแก่น้องชายที่ยอมให้ข้อมูลของมันมา ฉันจะยอมขายพวกมันทั้งหมดในราคาต้นทุนแค่ 1 เหรียญเงินก็แล้วกัน”

ลู่หยางจะไม่รู้ได้ยังไงว่าพ่อค้าคนนี้กำลังพูดโกหก แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังหยิบเงิน 1 เหรียญเงินออกมาพร้อมกับพูดด้วยท่าทางที่แสร้งทำเป็นดีใจ

“ขอบคุณมากครับ”

พ่อค้ารับเงินไปอย่างยินดี เพราะในความเป็นจริงของทั้งหมดนี่มีต้นทุนแค่ 10 เหรียญทองแดงเท่านั้น ตอนแรกเขาคิดว่ามันเป็นของหายากจึงรับซื้อมา หลังจากแลกเปลี่ยนเลือดกวางให้กับลู่หยางแล้วเขาจึงพูดขึ้นมาว่า

“ขอบคุณที่อุดหนุนกันนะ น้องชายยังต้องการอะไรเพิ่มเติมอีกไหม? ถ้าอยากได้อะไรบอกฉันมาได้เลย”

ลู่หยางมองไปยังแผงขายของและได้พบว่าของที่เหลือต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นของที่ต่ำกว่าเลเวล 5 ในสายตาของเขามันจึงไม่มีอะไรน่าสนใจเลย ชายหนุ่มจึงเบี่ยงประเด็นมองไปยังสนามประลอง ซึ่งในตอนนี้ผู้เล่นทั้งสามคนที่เพิ่งชนะเมื่อสักครู่กำลังต่อสู้กับผู้ท้าประลองคนใหม่ และมันก็ดูเหมือนกับว่าพวกเขากำลังจะชนะอีกแล้ว

“สามคนนั้นคือใครเหรอครับ? พวกเขาดูเก่งมากเลย” ลู่หยางถาม

พ่อค้ารู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งหลอกลู่หยางได้สำเร็จ เขาจึงตอบอีกฝ่ายกลับไปอย่างอารมณ์ดี

“น้องชายถามถูกคนแล้ว ฉันมาขายของที่นี่ทุกวัน สามคนนั้นชื่อไป๋หู, ไป๋เหลิงและไป๋ฉือ พวกเขาถือได้ว่าเป็นขาประจำของสนามประลอง ทักษะการต่อสู้ของพวกเขาโดดเด่นมากจนถึงตอนนี้พวกเขาก็ยังไม่เคยแพ้ให้ใครเลย”

ลู่หยางกระพริบตาปริบ ๆ ขณะตกตะลึงภายในใจ เพราะชาติก่อนสามพี่น้องตระกูลไป๋เป็นผู้เล่นที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก ท้ายที่สุดพวกเขาก็คือแชมป์โลกการประลอง 3 ต่อ 3 และตั้งแต่เปิดตัวมาสามพี่น้องก็ไม่เคยประลองแพ้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

กิลด์มากมายพยายามชักชวนพี่น้องทั้งสามให้ไปเข้าร่วมกิลด์ของพวกเขา แต่ทั้งสามมีฐานะที่ค่อนข้างร่ำรวยอยู่แล้วพวกเขาจึงมาเล่นเกมเพื่อความสนุกไม่คิดที่จะเข้าร่วมกิลด์ใด ๆ ทั้งสิ้น

ทันใดนั้นเสียงเชียร์ก็ดังขึ้นมาจากสนามประลอง ก่อนที่ลู่หยางจะได้พบว่าพี่น้องตระกูลไป๋จัดการกับผู้เล่นไปได้อีกทีมหนึ่งแล้ว

“ไหน? มีใครอยากลองดีอีกไหม?” ไป๋เหลิงตะโกนอย่างภาคภูมิใจ

เหล่าบรรดาผู้ชมถูกความห้าวหาญของชายหนุ่มกระตุ้นจนส่งเสียงเชียร์ออกมาไม่หยุด โดยมีทางด้านไป๋หูและไป๋ฉือกวาดสายตามองไปทั่วทั้งสนามประลองอย่างเย่อหยิ่ง

ในที่สุดลู่หยางก็อดใจไม่ไหวเพราะชาติก่อนเขายังไม่เคยได้ปะทะกับพี่น้องตระกูลไป๋มาก่อน ชาตินี้เขาจึงไม่อยากพลาดโอกาสประลองกับทั้งสามคนอีกแล้ว

ร่างของชายหนุ่มกลายเป็นลำแสงก่อนที่เขาจะปรากฏตัวบนสนามประลองพอดี

“ฉันขอท้าพวกคุณ” ลู่หยางกล่าว

เมื่อสามพี่น้องเห็นลู่หยางมาคนเดียว ทุกคนต่างก็ขมวดคิ้วขึ้นมาพร้อมกัน

“เรียกเพื่อนนายขึ้นมาสิ” ไป๋เหลิงกล่าว

“ฉันมีแค่คนเดียว” ลู่หยางตอบ

สามพี่น้องต่างก็แสดงความโกรธออกมาพร้อมกัน ก่อนที่ไป๋เหลิงจะตอบกลับไปอย่างหงุดหงิด

“นี่นายกำลังดูถูกพวกเราอยู่เหรอ?!”

“ฉันไม่ได้คิดแบบนั้น ฉันแค่อยากจะประลองกับพวกคุณทั้งสามคน” ลู่หยางกล่าว

“พวกเราสามพี่น้องไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ ถ้านายจะสู้ก็ต้องสู้กับพวกเราทั้งสามคน ดังนั้นนายอย่าหาเรื่องให้ถูกพวกเรารังแกเลย” ไป๋ฉือกล่าว

“ฉันก็อยากสู้กับพวกคุณทั้งสามคนพร้อมกันนั่นแหละ มาเถอะ ฉันขอดูฝีมือของพวกคุณหน่อย” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับโยนเหรียญเงินออกไปด้านหลังโดยไม่หันกลับไปมอง

เหรียญเงินส่งเสียงดังกังวาน ก่อนมันจะกระเด้งเป็นเส้นโค้งที่สวยงามตกลงไปในมือของผู้ดูแลสนามประลองอย่างแม่นยำ

ระบบ: ทีมของลู่หยางท้าทายทีมของสามพี่น้องตระกูลไป๋

“ฝีมือไม่เลวนี่” สามพี่น้องต่างก็พูดขึ้นมาพร้อมกัน เพราะพวกเขาก็ยังไม่สามารถเลียนแบบการเคลื่อนไหวของลู่หยางได้

“ในเมื่อนายอยากตาย พวกเราจะช่วยสงเคราะห์ให้!” ไป๋เหลิงหยิบหอกยาวพร้อมกับพูดขึ้นมาด้วยท่าทีที่สนใจ

ไป๋หูกับไป๋ฉือเริ่มหยิบโล่ขึ้นมายืนตรงหน้าไป๋เหลิง เมื่อพวกเขาเริ่มยืนกันเป็นรูปสามเหลี่ยมทั้งสามก็กดรับคำท้าพร้อมกัน

ระบบ: การประลองเริ่มต้นขึ้นแล้ว

เหล่าผู้ชมต่างก็มองภาพตรงหน้าอย่างประหลาดใจ แต่เมื่อสักครู่ที่ลู่หยางโชว์ฝีมือมันก็ทำให้พวกเขารู้สึกว่านักเวทคนนี้น่าจะแข็งแกร่งมาก

“รอบนี้สนุกแน่” เหล่าบรรดาผู้ชมเริ่มพูดคุยกัน

ว่าที่ลูกกระจ๊อกใหม่ไหมนะ?

จบบทที่ บทที่ 129 สามพี่น้องตระกูลไป๋

คัดลอกลิงก์แล้ว