เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 117 จักรพรรดินักปรุงยา

บทที่ 117 จักรพรรดินักปรุงยา

บทที่ 117 จักรพรรดินักปรุงยา


บทที่ 117 จักรพรรดินักปรุงยา

ลู่หยางทำได้เพียงถอนหายใจ เพราะเด็กหนุ่มตรงหน้าก็ถือว่าเป็นหนึ่งในคนที่ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เขาจึงตามเด็กคนนี้ไปจนถึงสถานที่ลับตา ก่อนจะได้เห็นอีกฝ่ายยืนหลบร้องไห้อยู่ที่มุมกำแพง

“นายสนใจอยากจะเปลี่ยนชะตาชีวิตตัวเองไหม?”

จินปู้ฮวนเงยหน้าขึ้นมามองลู่หยางอย่างงุนงง ก่อนที่จะถามพร้อมกับเช็ดคราบน้ำตา

“คุณเป็นใคร?”

“คนที่จะมาเปลี่ยนชะตาชีวิตของนายไง ส่วนนายก็จะกลายมาเป็นผู้ช่วยของฉันด้วย” ลู่หยางตอบด้วยรอยยิ้ม

“เปลี่ยนชะตาชีวิตผม? ผมมีประโยชน์อะไรกับคุณ คนอย่างผมเนี่ยนะจะมีประโยชน์จินปู้ฮวน” พูดถากถางตัวเอง

“นายก็เป็นได้นะนักปรุงยาน่ะ” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เมื่อได้ยินคำว่าปรุงยา มันก็ยิ่งทำให้เด็กหนุ่มหดหู่มากกว่าเดิม

“ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการปรุงยาสักอย่างแค่บังเอิญมีสกิลลับอยู่อันหนึ่ง แต่ผมก็ยังไม่รู้ว่ามันมีประโยชน์อะไร”

นี่คือความลับที่เด็กหนุ่มเก็บเอาไว้ในใจมาโดยตลอด แต่ในวันนี้เขาขี้เกียจเกินกว่าจะปิดบังความลับพวกนั้นแล้ว และเขาก็ไม่ได้มีความสามารถในการปรุงยาเลยสักนิด

“ผมไม่รู้วิธีปรุงยาและผมก็โง่มาก จนแม้แต่ครูประจำชั้นยังบอกว่าผมเป็นคนที่โง่ที่สุดในห้อง” จินปู้ฮวนพูดอย่างหดหู่

“ในโลกนี้ไม่มีคนที่ฉันสอนไม่ได้ขอแค่นายตามฉันมา ฉันจะทำให้นายกลายเป็นนักปรุงยาชั้นยอดให้ดู ในตอนนั้นฉันก็มั่นใจว่าผู้หญิงที่นายชอบจะต้องเป็นฝ่ายมาตามจีบนายเอง” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

แววตาของจินปู้ฮวนเปล่งประกายขึ้นมาเสี้ยววินาที ก่อนที่มันจะดับลงไปอีกครั้ง ท้ายที่สุดปมภายในใจก็เป็นสิ่งที่สะสมอย่างยาวนานจนทำให้เด็กหนุ่มไม่มีความมั่นใจในตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว

“ขอบคุณสำหรับความหวังดี ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อคุณแต่ผมไม่เชื่อในตัวเอง ที่โรงเรียนผมไม่เคยเรียนคณิตศาสตร์รู้เรื่องเลย ภาษาอังกฤษก็เรียนไม่รู้เรื่อง ยิ่งเคมียิ่งไม่ต้องพูดถึง พอเข้ามาในเกมผมก็เก็บเลเวลได้ช้ากว่าคนอื่น เวลาจะไปลงดันเจียนก็มักจะตื่นเต้นจนตายเป็นคนแรกเสมอ ผมรู้สึกว่าไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนผมก็มักจะกลายเป็นตัวถ่วง” จินปู้ฮวนกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

ในที่สุดลู่หยางก็เข้าใจแล้วว่าทำไมในชาติก่อนเด็กหนุ่มถึงเลือกขายบัญชีของตัวเองออกไป

“เอาแบบนี้ไหม? มาอยู่กับฉันก่อนถ้าฉันสอนนายไม่ได้จริง ๆ ตอนนั้นนายค่อยเลือกที่จะขายบัญชี”

“ได้... ได้ครับ” นี่เป็นครั้งแรกที่จินปู้ฮวนรู้สึกว่ามีใครสักคนเห็นคุณค่าในตัวเขา เด็กหนุ่มจึงตัดสินใจจะลองตามลู่หยางไปสักตั้ง

ลู่หยางพาจินปู้ฮวนไปยังสมาคมนักปรุงยาห้องที่ 7 บนชั้นที่ 2 ก่อนที่เขาจะจ่ายเงินค่าเช่า 5 เหรียญเงินและทำการหยิบสมุนไพรออกมาจากกระเป๋าไปวางลงบนโต๊ะทีละชุด

หลังจากเอาสมุนไพรทั้งหมดออกมาจากกระเป๋าแล้วชายหนุ่มก็หันไปพูดกับจินปู้ฮวนว่า

“ความจริงแล้วการทำน้ำยาเป็นสิ่งที่ง่ายมาก นายไม่จำเป็นจะต้องไปสนใจคำอธิบายของระบบที่ปรากฏขึ้นมาเลย สิ่งที่ต้องจำมีเพียงแค่เวลาเท่านั้นก็พอ อย่างแรกให้นายลองบดสมุนไพร 35 วินาที พอครบเวลาที่กำหนดแล้วก็ให้หยุดมือ”

“ต่อไปคือเวลาในการผสมสมุนไพรลงในหลอดทดลองให้ใช้เวลาในการค้นสมุนไพร 27 วินาที จากนั้นให้ตั้งไฟแล้วทำการเผา 27 วินาทีทำการเขย่า 11 วินาทีและรอให้มันเย็นอีก 22 วินาที”

คำอธิบายจากระบบเต็มไปด้วยความซับซ้อน แค่คู่มือก็มีเนื้อหาให้อ่านอยู่หลายหน้าแล้ว ภายในนั้นมีวิธีการอธิบายเอาไว้โดยละเอียด แต่โดยสรุปมันก็คือสิ่งที่ลู่หยางพูดออกมาทั้งหมด

“ง่าย ๆ แค่นี้เองเหรอครับ?” จินปู้ฮวนถามด้วยแววตาอันเป็นประกาย ขณะจดข้อมูลที่ลู่หยางเพิ่งบอกมาเมื่อสักครู่

“แล้วใครบอกนายว่ามันยากล่ะ” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ขอผมลองดูได้ไหมครับ?” จินปู้ฮวนถามอย่างกระตือรือร้น

“เอาสิ” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับผายมือ

จินปู้ฮวนรีบหยิบสมุนไพรขึ้นมาทำการทดลองในทันที ขณะที่ลู่หยางก็ทำการปรุงยาอยู่ข้าง ๆ โดยชายหนุ่มเริ่มจากการใส่สมุนไพรทั้งสามชนิดลงในโกร่งบดยา ก่อนจะใช้สากทำการบดพวกมันเข้าด้วยกัน 35 วินาที

เด็กหนุ่มคอยเคลื่อนไหวเลียนแบบการกระทำของลู่หยาง เมื่อได้เห็นการบดครบทั้ง 35 วินาทีแล้วเขาก็เช็คเวลาก่อนที่จะหยุดมือ

ต่อมาลู่หยางก็เอาสมุนไพรใส่ในหม้อต้ม เมื่อครบ 27 วินาทีเขาก็ยกหม้อขึ้นมาเขย่าอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลา 11 วินาที ก่อนที่จะนำมันไปผ่านท่อทำความเย็น 22 วินาที แล้วนำน้ำยาสีดำภายในหม้อไปเทลงขวดเป็นอันจบกระบวนการ

จินปู้ฮวนที่อยู่ใกล้ ๆ ก็ทำน้ำยาขวดแรกเสร็จแล้วด้วยเหมือนกัน เด็กหนุ่มจึงมองไปที่น้ำยาที่ตัวเองทำด้วยความประหลาดใจ

“นี่ผม... ผมทำสำเร็จจริง ๆ เหรอเนี่ย?!”

“ฉันบอกแล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องยาก นายสนใจจะอยากลองทำดูอีกสักครั้งไหม?” ลู่หยางกล่าว

จินปู้ฮวนพยักหน้าซ้ำ ๆ ก่อนจะหยิบสมุนไพรอีกชุดมาลองทำเอง ไม่นานน้ำยาขวดที่ 2 ก็ถูกปรุงอย่างเสร็จสมบูรณ์ตามมาด้วยน้ำยาขวดที่ 3, 4, 5 ไปเรื่อย ๆ

เด็กหนุ่มดูคล้ายกับกำลังหมกมุ่นอยู่กับการทำน้ำยาจนไม่สามารถที่จะหยุดมือของตัวเองได้เลย

ลู่หยางมองท่าทางของจินปู้ฮวนด้วยรอยยิ้มและเขาก็รู้ดีว่าตอนนี้อีกฝ่ายกำลังรู้สึกยังไงอยู่ เพราะนี่คือความยินดีของคนที่ล้มเหลวมาตลอดชีวิตที่ได้ค้นพบความสำเร็จ นี่คือช่วงเวลาที่คนคนหนึ่งกำลังค้นพบเป้าหมายของชีวิต มันจึงเป็นช่วงเวลาที่อีกฝ่ายกำลังทำการทุ่มเทอย่างไม่ย่อท้อ

1 ชั่วโมงผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว หลังจากใช้สมุนไพรที่ลู่หยางเตรียมมาหลายชุด ในที่สุดจินปู้ฮวนก็ได้สติพร้อมกับมองไปทางลู่หยางด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความเขินอาย

“ขอโทษด้วยครับพี่ ผมดีใจจนลืมตัวไปหน่อย”

ลู่หยางมองไปทางจินปู้ฮวนด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เขาจะพูดว่า

“ดูเหมือนว่านายจะมีพรสวรรค์ในการปรุงยานะ เพียงแค่ก่อนหน้านี้ไม่มีใครมาสอนวิธีให้กับนายเท่านั้นเอง”

“อาจารย์ช่วยสอนผมหน่อยได้ไหมครับ? ผมก็อยากจะประสบความสำเร็จด้วยเหมือนกัน” จินปู้ฮวนรีบกล่าวขึ้นมาอย่างฉับพลัน

“ได้สิ แต่ก่อนอื่นนายต้องฟังสิ่งที่ฉันจะพูดต่อไปนี้ให้ดี ถ้านายทำได้และจะไม่เสียใจในภายหลัง ฉันจะยอมสอนความรู้ของฉันให้” ลู่หยางกล่าว

“บอกมาได้เลยครับ” จินปู้ฮวนกล่าวอย่างร้อนใจ

“ฉันเคยเจอคนมามาก โดยทั่วไปแล้วคนแบบนายมักจะเข้าสู่ช่วงสับสนในชีวิต หลังจากประสบความสำเร็จในตอนนั้นนายอาจจะไม่รู้ว่าควรจะใช้เงินยังไง, ควรใช้ชีวิตยังไงและบางทีนายก็อาจจะสูญเสียเงินจำนวนมากไปโดยเปล่าประโยชน์”

“หลังจากจ่ายเงินแต่กลับไม่ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ นายก็จะเริ่มหลงทางเพราะเรื่องนี้ บางทีนายอาจจะกลายเป็นคนที่ไล่ตามวัตถุนิยม ไล่ตามกิเลสตันหา แต่ฉันไม่อยากเห็นพี่น้องข้างกายเป็นคนแบบนั้น ถ้านายคิดจะติดตามฉันอย่างจริงจังนายก็จะต้องสัญญากับฉันก่อนว่าถ้าฉันพูดอะไรฉันเตือนอะไรนายจะต้องทำตามอย่างจริงจัง ห้ามมีข้อโต้แย้งอย่างเด็ดขาด แม้แต่ฉันสั่งให้ออกมาใช้ชีวิตแยกจากพ่อแม่นายก็จะต้องทำตาม”

จินปู้ฮวนไม่คิดว่าลู่หยางจะพูดอย่างจริงจังขนาดนี้ เขาจึงคิดอยู่สักพักก่อนจะตอบว่า

“ชีวิตนี้ผมคือความอับอายของพ่อแม่มาโดยตลอด บ้านผมมีพี่น้องอยู่หลายคนถึงจะขาดผมไปคนหนึ่ง แต่พ่อกับแม่คงจะไม่ได้รู้สึกอะไร หลังจากนี้ผมสัญญาว่าจะเชื่อฟังคุณทุกอย่าง ผมก็แค่อยากประสบความสำเร็จเหมือนคนอื่นบ้างก็เท่านั้นเอง”

“เอาล่ะฉันอัดเสียงเก็บเอาไว้แล้วนะ แต่ไม่ต้องกังวลฉันไม่สั่งให้นายอกตัญญูต่อพ่อแม่ของนายหรอก แค่ในโลกนี้ไม่ใช่พ่อแม่ทุกคนที่จะเข้าใจลูก ฉันก็แค่อยากจะเพิ่มความมั่นใจให้ตัวนายเท่านั้น” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ในอดีตมีพ่อแม่หลาย ๆ คนมองเห็นแต่ประโยชน์ของตัวเองแล้วเลือกที่จะทำลายอนาคตของลูก เมื่อดูท่าทางของจินปู้ฮวนแล้วลู่หยางก็สัมผัสได้ในทันทีว่าปัญหาเรื่องนี้น่าจะมีต้นตอมาจากครอบครัว อย่างน้อยการดึงเด็กหนุ่มออกมาจากพ่อแม่ของตัวเองชั่วคราว มันก็จะช่วยเสริมความมั่นใจให้กับอีกฝ่ายได้มากกว่าเดิม

มองเห็นได้ทะลุปรุโปร่งขนาดนั้นเลย พี่หยางสุดยอดดดด

จบบทที่ บทที่ 117 จักรพรรดินักปรุงยา

คัดลอกลิงก์แล้ว