เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 94 ผูกมิตร

บทที่ 94 ผูกมิตร

บทที่ 94 ผูกมิตร


บทที่ 94 ผูกมิตร

ลั่วซืออวี่และสาว ๆ ภายในทีมต่างก็ส่งเสียงร้องเชียร์ขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น และพวกเธอก็ไม่คิดว่าลู่หยางจะสามารถยิงโดนค้างคาวที่บินเร็วขนาดนี้ได้จริง ๆ

ขณะเดียวกันนักเวทหนุ่มก็ไม่ได้สนใจเสียงเชียร์จากด้านหลัง เพราะในตอนนี้เขากำลังทุ่มสมาธิไปกับค้างคาวที่บินอยู่ในอากาศ

หลังจากมีพรรคพวกถูกยิงพวกค้างคาวก็บินเร็วขึ้นกว่าเดิม รูปแบบการบินของพวกมันเริ่มคาดเดาได้ยากมากยิ่งขึ้น แต่สุดท้ายทุกสิ่งที่อยู่ในเกมมักจะมีรูปแบบการเคลื่อนไหวของพวกมันอยู่เสมอ ลู่หยางจึงรอคอยจังหวะก่อนจะยิงเบลซซิงเบิร์สออกไปอีกครั้ง

ตูม!

ค้างคาวอีกตัวร่วงลงกับพื้นพร้อมกันนั้นลู่หยางก็ได้ชี้นิ้วขึ้นไปในอากาศ

เฟลมอิมแพค!

ค้างคาวตัวหนึ่งเคลื่อนไหวราวกับตั้งใจบินเข้ามาชนเฟลมอิมแพคด้วยตัวเอง มันจึงติดสถานะสตั๊นกลางอากาศ ชายหนุ่มจึงรีบใช้สกิลคอมบัสชันอย่างต่อเนื่องเพื่อสังหารมันให้ตาย

ค้างคาวที่เหลือตัวสุดท้ายบินวนเป็นครึ่งวงกลมในอากาศ และทันใดนั้นมันก็พุ่งดิ่งลงมาทางด้านของลู่หยาง

“ระวัง!” ทุกคนตะโกนเตือน

ลู่หยางแสดงท่าทางเหมือนกับไม่รู้ว่าค้างคาวกำลังบินเข้ามา แต่เมื่อค้างคาวมาถึงตรงหน้าและกำลังจะอ้าปากเพื่อกัดเขา จู่ ๆ ร่างของนักเวทหนุ่มก็มีเปลวไฟปะทุออกมาอย่างรุนแรง

รีซิสท์ไฟร์ริง!

ค้างคาวที่พุ่งเข้ามาถูกผลักกระเด็นออกไปในทันที พร้อมกันนั้นคอมบัสชัน 2 ลูกก็พุ่งเข้าใส่มันอย่างต่อเนื่อง ค้างคาวตัวนี้จึงเสียชีวิตลงไปก่อนที่มันจะทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ

“ลู่หยาง คุณโคตรเก่งเลย!” ลั่วซืออวี่พูดชมขณะเดินมาข้าง ๆ นักเวทหนุ่ม

“อาจารย์ คุณรวมพลังไฟเอาไว้ในมือโดยไม่ยิงออกไปได้ยังไง? แล้วทำไมลูกไฟของคุณถึงยิงโดนพวกมันทุกครั้งเลยล่ะ?” ซิลเวอร์ไลท์แดนซ์ถามอย่างสงสัย

ลั่วซืออวี่และนักเวทคนอื่น ๆ ภายในทีมต่างก็กำลังมองไปทางลู่หยางอย่างคาดหวังด้วยเช่นกัน

“มันคือโหมดอิสระของนักเวท” ลู่หยางกล่าว

“โหมดอิสระของนักเวท?” ลั่วซืออวี่และซิลเวอร์ไลท์แดนซ์มองลู่หยางอย่างประหลาดใจ เพราะพวกเธอเพิ่งเคยได้ยินว่านักเวทก็มีโหมดอิสระเหมือนกับอาชีพอื่น ๆ ด้วย

“นักเวทมีโหมดอิสระด้วยเหรอ?” ซิลเวอร์วูฟกับลอร์ดเดสทรอยเยอร์เดินเข้ามาถาม

“มีสิ ทุกอาชีพต่างก็มีโหมดอิสระเหมือนกันหมด แต่เมื่อเทียบกับโหมดอิสระของนักรบหรือโจรแล้วโหมดอิสระของนักเวทกับนักธนูมันก็ค่อนข้างที่จะยากกว่า” ลู่หยางกล่าว

“แล้วโหมดอิสระของนักเวทมันมีอะไรพิเศษ?” ซิลเวอร์วูฟถามอย่างสงสัย

“ในโหมดอิสระนักเวทจะต้องท่องคาถาและชักนำมานาภายในร่างกายด้วยตัวเอง หากมีอะไรผิดพลาดแม้แต่ขั้นตอนเดียวนักเวทก็จะไม่สามารถปลดปล่อยเวทมนตร์ออกมาได้” ลู่หยางกล่าว

สิ่งที่ชายหนุ่มอธิบายคือข้อแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดระหว่างโหมดอิสระของนักเวทกับอาชีพระยะประชิดอื่น ๆ เพราะทุกสกิลของอาชีพระยะประชิดเป็นสกิลที่สามารถใช้งานออกมาได้ทันที แต่คาถาที่ยาวที่สุดของนักเวทอาจจะต้องใช้เวลาท่องกันอย่างยาวนานถึง 10 นาทีเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้นหากมันเกิดมีข้อผิดพลาดในระหว่างการร่ายเวท นักเวทก็จะไม่สามารถปลดปล่อยเวทมนตร์ออกมาได้

“หลังจากเปิดโหมดอิสระ การโจมตีทั้งหมดของนักเวทจะขึ้นอยู่กับการเล็งด้วยตัวเองไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับความแม่นยำของทางระบบอีกต่อไป” ลู่หยางอธิบายต่อ

“เพราะแบบนี้มันเลยทำให้คุณยิงโดนค้างคาวตลอดเลยใช่ไหม?” ลั่วซืออวี่ถาม

“ใช่ แต่การเล่นโหมดอิสระของนักเวทเป็นสิ่งที่ฝึกได้ยากมาก ในบรรดานักเวท 100 คนก็อาจจะมีนักเวทที่เปิดโหมดอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงแค่คนเดียว” ลู่หยางกล่าว

ฉือมู่เดินมาอยู่ตรงหน้าลู่หยาง ก่อนที่ชายชราจะกล่าวขึ้นมาว่า

“น้องชายพอจะบอกวิธีใช้โหมดอิสระให้กับพวกเราได้ไหมว่าพวกเราจะต้องไปเรียนรู้มันที่ไหน?”

หัวหน้ากิลด์ทุกคนย่อมไม่อยากพลาดโอกาสที่จะให้ผู้บังคับบัญชาสร้างความเสียหายโดยไม่จำเป็นจะต้องมุ่งเน้นไปที่ความแม่นยำ และการทำแบบนั้นมันก็ดูเหมือนจะเพิ่มโอกาสติดคริติคอลให้กับนักเวทด้วย

“พวกคุณเลือกหัวข้อครูฝึกนักเวทขึ้นมาได้เลย การฝึกโหมดอิสระอยู่ในหัวข้อการสนทนากับครูฝึกนั่นแหละ” ลู่หยางกล่าว

“ที่แท้มันก็อยู่กับครูฝึกนี่เอง ว่าแต่คุณทนอ่านเรื่องพวกนั้นไปได้ยังไง? มันน่าเบื่อจะตาย” ลั่วซืออวี่ถามอย่างประหลาดใจ

ในเกมผู้เล่นสามารถเลือกสนทนากับครูฝึกในอาชีพของตัวเองได้ ซึ่งมันก็คล้าย ๆ กับระบบแนะนำการเล่นของเกมอื่น ๆ นั่นเอง อย่างไรก็ตามหัวข้อแรกของการสนทนาครูฝึกจะพูดถึงประวัติการพัฒนาของนักเวทประมาณ 10 นาที โดยมีการแทรกเนื้อหาการเล่นโหมดอิสระของนักเวทเอาไว้ภายในนั้น

“นี่คือรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พวกเราไม่เหมือนกัน” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

ลั่วซืออวี่แสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย แต่เธอก็ต้องยอมรับว่าสิ่งที่ลู่หยางพูดคือสิ่งที่มีเหตุผล เพราะอย่างน้อยอีกฝ่ายก็คือคนค้นพบโหมดอิสระของนักเวท

“แล้วเราจะฝึกได้ยังไง? มันดูยากมากเลย” ลั่วซืออวี่กล่าว

“ตอนนี้ยังมีค้างคาวเหลืออยู่อีก 32 ตัว พวกคุณบันทึกวิธีที่ฉันใช้โหมดอิสระเอาไว้แล้วค่อย ๆ เรียนรู้มันไปอย่างช้า ๆ เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกคุณสามารถฝึกฝนวิธีการพวกนี้ได้อย่างช่ำชอง ต่อไปในเวลาสู้กับบอสอัตราการติดคริติคอลของพวกคุณก็จะอยู่ในระดับที่สูงมาก” ลู่หยางกล่าว

หลังได้รับคำอธิบายแววตาของนักเวทภายในทีมก็เปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น จากนั้นพวกเขาก็เดินเข้ามาใกล้ ๆ ลู่หยางเพื่อสังเกตการใช้โหมดอิสระของนักเวท

นักเวทหนุ่มเผยรอยยิ้มก่อนจะเริ่มทำการโจมตีอีกครั้ง และสาเหตุที่เขาบอกเรื่องโหมดอิสระให้ทุกคนฟังก็เพื่อเตรียมการสำหรับเรื่องราวในอนาคต

ทุกคนที่มาลงดันเจียนกับฉือมู่ในวันนี้ต่างก็ล้วนแล้วแต่จะเติบโตไปเป็นผู้เล่นชั้นยอดในอนาคตด้วยกันทั้งนั้น หลาย ๆ คนเติบโตไปเป็นหัวหน้าทีม ขณะที่บางคนเติบโตไปเป็นผู้คุมเมือง

ลู่หยางต้องการที่จะสร้างพันธมิตรกับฉือมู่เพื่อสร้างกิลด์ของตัวเองในอนาคต ซึ่งการสร้างพันธมิตรนี้ก็ไม่ใช่การสร้างพันธมิตรกับตัวฉือมู่เพียงคนเดียวเท่านั้น แต่สมควรจะสร้างพันธมิตรกับสมาชิกภายในกิลด์ของชายชราด้วย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงใจดีกับคนอื่นมากขนาดนี้

ชายหนุ่มเชื่อว่าการที่เขาช่วยให้พวกลั่วซืออวี่ฝึกฝนโหมดอิสระได้เร็วกว่าคนอื่น ๆ มันก็จะทำให้เขาได้รับผลตอบแทนมากกว่าสิ่งที่เขาได้ให้ไปในวันนี้อย่างแน่นอน

ไม่นานลู่หยางก็สังหารค้างคาวทั้ง 32 ตัวจนหมด อย่างไรก็ตามเหล่าบรรดานักเวทที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ยังไม่มีใครเข้าใจการเคลื่อนไหวของชายหนุ่มเลยแม้แต่คนเดียว

“ทำไมมันดูยากมากเลย” ลั่วซืออวี่บ่น

ซิลเวอร์ไลท์แดนซ์และนักเวทคนอื่น ๆ ต่างก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย

“ไม่ต้องรีบร้อน ถ้ามีปัญหาอะไรค่อยมาถามฉันทีหลังก็ได้ เอาล่ะตอนนี้ค้างคาวก็ถูกจัดการไปหมดแล้วพวกเรารีบเดินทางต่อกันดีกว่า” ลู่หยางกล่าว

“อือ” ลั่วซืออวี่และนักเวทคนอื่น ๆ พยักหน้าอย่างมีกำลังใจมากยิ่งขึ้น

ในที่สุดทุกคนก็เดินจากระเบียงชั้น 3 ผ่านมอนสเตอร์เล็กน้อยมาจนถึงห้องโถงของดยุก โดยในห้องโถงนี้มีซอมบี้ยักษ์ที่ตัวสูงกว่า 2 เมตรยืนรออยู่ที่กลางห้อง

ดยุกยูริส

เลเวล 15

พลังชีวิต 250,000/250,000

“เลือดโคตรเยอะ!” ทุกคนต่างก็อุทานพร้อมกับขมวดคิ้ว

ชิงเฟิงเดินมาข้าง ๆ ลู่หยางพร้อมกับพูดว่า

“บอสตัวนี้รับมือได้ยากมาก มันมีสกิลอยู่ทั้งหมด 4 สกิล สกิลแรกคือการอัญเชิญหมาป่าวิญญาณที่ในระหว่างการโจมตีมันจะอัญเชิญหมาป่าระดับอีลิทออกมา 1 ตัว ซึ่งหมาป่าตัวนี้มีพลังโจมตีที่สูงมาก”

“สกิลที่ 2 คือการยิงกระสุนกระจายออกไปแบบสุ่ม ตัวกระสุนจะชิ่งไปเรื่อย ๆ ทำให้เราจำเป็นจะต้องคอยหลบออกจากกลุ่มเพื่อนเพื่อไม่ให้เกิดการชิ่ง”

“สกิลที่ 3 มันจะใช้ออกมาตอนที่เลือดของบอสลดเหลือ 50% โดยมันจะผลักทุกคนลอยขึ้นไปบนฟ้าเมื่อตกลงมาพลังชีวิตของทุกคนจะเหลือแค่ 1% เท่านั้น ต่อมามันจะใช้สกิลฟื้นฟูที่จะช่วยฟื้นฟูพลังชีวิตให้กับผู้เล่นด้วยโดยการฟื้นฟูสูงสุดจะอยู่ที่ 50%”

“สกิลที่ 4 คือการสะสมพลัง ซึ่งทุก ๆ 5 วินาทีมันจะสะสมพลังขึ้น 1 ขั้น ผมเลยสามารถอดทนได้นานสุดแค่ 30 วินาทีเท่านั้น และต้องคอยสลับกับตัวแทงค์อีกสองคนเพื่อต้านทานบอสเอาไว้”

“ตอนลงดันเจี้ยนระดับเอ็กซ์เพิร์ทพวกเราตายกันไปหลายครั้งมากเลย โดยเฉพาะตอนที่มันอัญเชิญหมาป่าวิญญาณออกมา ผมกับแทงค์อีกสองคนต้องคอยสลับรับการโจมตีกันอย่างยากลำบาก”

ไม่ต้องห่วง รอบนี้ไม่น่ายากเพราะพระเอกมาแล้วววว

จบบทที่ บทที่ 94 ผูกมิตร

คัดลอกลิงก์แล้ว