เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 86 ประกาศสงคราม

บทที่ 86 ประกาศสงคราม

บทที่ 86 ประกาศสงคราม


บทที่ 86 ประกาศสงคราม

ลู่หยางมองเข้าไปยังด้านในร้านค้าประมูลและได้พบบลัดไทแรนท์, เย่กู่ซิงพร้อมกับพรรคพวกในกิลด์บลัดเติสตี้กำลังอยู่ด้านหน้าอุปกรณ์ซื้อขาย หรือมันก็หมายความว่าคนพวกนี้ได้เห็นข้อความที่เขาทิ้งเอาไว้แล้ว

“ขอโทษด้วยครับหัวหน้า” เย่กู่ซิงขอโทษบลัดไทแรนท์ด้วยความหวาดกลัว ขณะที่ดีม่อนบลัดก็กำลังก้มหน้าไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองบลัดไทแรนท์ด้วยซ้ำ

ขณะเดียวกันบลัดไทแรนท์ก็รู้สึกโกรธจัดจนใบหน้าแทบจะกลายเป็นสีเขียว ท้ายที่สุดเขาก็เป็นถึงหัวหน้ากิลด์ที่มีสมาชิกมากกว่า 30,000 คน แต่เขาถูกกลับใครก็ไม่รู้ท้าทายโดยตรงไม่ต่างไปจากการพยายามประกาศสงคราม และด้วยข่าวนี้ที่กำลังแพร่สะพัดออกไป ถึงไม่มีใครมาบอกเขาก็รู้ว่าตอนนี้หัวหน้ากิลด์ใหญ่คนอื่น ๆ กำลังหัวเราะเยาะเขาอยู่

“หามันให้เจอแล้วฆ่ามันซะ!” บลัดไทแรนท์ตะโกนสั่ง

“ครับ! คราวหน้าผมจะฆ่ามันให้ได้” เย่กู่ซิงรีบพูดขึ้นมาอย่างร้อนรน

“ตอนนี้พวกเราใช้ผู้เล่นชั้นยอดกว่า 40 คนคอยติดตามมันอยู่ตลอดเวลา คราวนี้เราจะต้องฆ่ามันได้แน่ ๆ ครับ” ดีม่อนบลัดกล่าวอย่างหวาดกลัว

บลัดไทแรนท์พ่นลมหายใจออกมาอย่างเย็นชาและไม่พูดอะไรอีก สาเหตุที่เขายังไม่ซื้ออุปกรณ์พวกนั้นเพื่อดับต้นตอของข่าวลือนั่นก็เพราะเขามีเงินไม่มากพอ และมันก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เขารู้สึกโกรธมากยิ่งขึ้นไปอีก

เมื่อบลัดไทแรนท์เดินออกมาผู้เล่นที่เคยยืนแออัดอยู่ตรงบริเวณประตูก็รีบหลีกทางในทันที โดยที่ลู่หยางกำลังยืนมองหน้าบลัดไทแรนท์อยู่ตรงนั้น

ระหว่างที่บลัดไทแรนท์กำลังเดินผ่านประตูเขาก็สัมผัสได้ถึงแววตาอันเยือกเย็นของลู่หยาง ก่อนที่เขาจะหันหน้ามาสบตาอย่างท้าทาย

อย่างไรก็ตามบลัดไทแรนท์ก็เดินจากไปโดยไม่คิดจะสนใจลู่หยาง ส่วนทางด้านเย่กู่ซิงกับดีม่อนบลัดก็กำลังก้มหน้าจนพลาดสังเกตเห็นลู่หยางไป

ฝูงชนกลับสู่สภาวะปกติอย่างรวดเร็ว การสนทนาของผู้เล่นก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยทุกคนกำลังสงสัยว่าใครกันที่กล้าท้าทายบลัดเติสตี้

“มันเป็นคนของฉงป้าหรือเปล่า? ฉันได้ยินมาว่าเมื่อวานคนของฉงป้ากับบลัดไทแรนท์เพิ่งจะปะทะกันในแผนที่เลเวล 5 ตอนนั้นทั้งสองฝ่ายต่างก็ระดมพลกันมามากกว่า 5,000 คนเชียวนะ”

“บางทีอาจจะเป็นฝีมือของฉือมู่ก็ได้ เขาอาจจะจงใจใส่ร้ายฉงป้าเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายทำสงครามตัดทรัพยากรกันไป”

“ฉันว่าน่าจะเป็นแบล็คบลัดมากกว่า”

ระหว่างนั้นลู่หยางก็กำลังรับฟังบทสนทนาของทุกคนและทำได้เพียงแต่ส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาอย่างเย็นชา เนื่องจากมันคงไม่มีใครคิดว่าคนที่กล้าทำเรื่องแบบนี้จะเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีกิลด์หรือกลุ่มนายทุนคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

อย่างไรก็ตามเมื่อชายหนุ่มได้นึกถึงสายตาอันดูถูกของบลัดไทแรนท์เมื่อสักครู่ มันก็ทำให้ลู่หยางอดที่จะกำหมัดแน่นขึ้นมาไม่ได้

“รอก่อนเถอะ อีกไม่นานฉันจะเป็นคนทำลายบลัดเติสตี้ของแกเอง”

ลู่หยางไม่สนใจการถกเถียงกันของผู้เล่นรอบข้างอีกต่อไป เขาจึงเดินตรงเข้าไปในร้านประมูล ก่อนจะใช้เครื่องประมูลอัตโนมัติเพื่อเลือกหาสมุนไพร

ราคาของหญ้าสโตน์รูท, หญ้าดรายลีฟและหญ้าซิลเวอร์ลีฟที่เป็นวัตถุดิบของน้ำยาต้านพิษยังคงอยู่ที่ระดับ 3-10 เหรียญทองแดงต่อชุด

ลู่หยางทำการกว้านซื้อสมุนไพรพวกนี้ทั้งหมด ซึ่งมีปริมาณมากกว่า 900 ชุด โดยรวม ๆ แล้วมันก็ทำให้เขาใช้เงินไปทั้งสิ้น 2 เหรียญทอง 70 เหรียญเงิน

หลังจากจ่ายเงินซื้อสมุนไพรออกไปตอนนี้ชายหนุ่มก็เหลือเงินในมืออีกเพียงแค่ประมาณ 1 เหรียญทอง แต่ลู่หยางกลับไม่รู้สึกเสียดายเลยแม้แต่น้อย เพราะในอีกครึ่งเดือนมันจะมีผู้เล่นถึงเลเวล 10 เป็นจำนวนมาก และในตอนนั้นยาต้านพิษที่ผลิตจากสมุนไพรเหล่านี้จะช่วยให้เขาร่ำรวยขึ้นจากเดิมอย่างก้าวกระโดด

เงินจากการขายน้ำยาต้านพิษจะกลายเป็นเงินทุนก้อนใหญ่ก้อนแรกที่จะช่วยให้เขาพัฒนากิลด์ไปได้อย่างรวดเร็ว และมันก็จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้เชี่ยวชาญที่เขาจะชักชวนมาในอนาคต

อย่างไรก็ตามลู่หยางก็ยังไม่ได้รีบปรุงยาในทันที แต่เก็บสมุนไพรเหล่านี้เอาไว้ในคลัง จากนั้นเขาก็หามุมที่ไม่มีคนเพื่อทำการท่องคาถาก่อให้เกิดแสงสีแดงเพลิงล้อมรอบไปทั้งร่างของเขา ซึ่งหลังจากเวลาผ่านพ้นไป 5 วินาทีร่างของลู่หยางก็ได้ไปปรากฏตัวในห้องโถงของวิหารเทพอสูร

เขามีกล่องแพนดอร่าที่ยังไม่ได้เปิด ชายหนุ่มจึงอยากจะลองเปิดกล่องเสี่ยงโชคดู แต่น่าเสียดายที่ผลลัพธ์จากการเปิดกล่องแพนดอร่ามีความผันผวนที่สูงมาก

ผู้เล่นที่โชคดีที่สุดเคยเปิดได้อุปกรณ์ระดับแพลตตินั่มจากกล่องแพนดอร่ามาแล้ว แต่ถ้าหากเขาโชคร้ายอุปกรณ์และไอเท็มทั้งหมดภายในกระเป๋าของเขามันก็จะหายไป หรือที่แย่กว่านั้นคือมันอาจจะมีบอสระดับลอร์ดเลเวล 50 ถูกอัญเชิญออกมา

ชายหนุ่มกังวลว่าตัวเองจะดวงซวยเขาจึงเดินทางมายังวิหารเทพอสูรเพื่อฝากของทั้งหมดเอาไว้บนโต๊ะในห้องโถง

วิหารเทพอสูรเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขาเพียงคนเดียว ผู้เล่นคนอื่นจึงไม่สามารถเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ได้ อย่างไรก็ตามชายหนุ่มก็กลัวว่าตัวเองจะดวงซวยเรียกบอสออกมา เขาจึงเดินทางกลับไปยังนอกเมืองเซนต์กอลล์อีกครั้ง

ท้ายที่สุดหากบอสระดับลอร์ดถูกเรียกออกมาวิหารเทพอสูรก็จะไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัวของเขาอีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวของบอสตัวนั้นแทน

แม้ลู่หยางจะสามารถต่อสู้ตัวต่อตัวกับบอสได้ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะสามารถเอาชนะบอสระดับลอร์ดได้ทุกตัว

หลังจากมองซ้ายมองขวาจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครอยู่ในพื้นที่บริเวณนี้ เขาจึงหยิบกล่องแพนดอร่าออกมาจากกระเป๋าและใช้มือขวาดึงฝากล่องขึ้นอย่างแรง

แสงสีทองพุ่งออกมาจากกล่องอย่างเจิดจ้าจนทำให้ลู่หยางต้องหลับตาลงโดยไม่ได้ตั้งใจ อย่างไรก็ตามเมื่อชายหนุ่มได้สังเกตเห็นแสงสีทองมันก็ทำให้เขาแอบรู้สึกตื่นเต้นอยู่ภายในใจ

การที่กล่องแพนดอร่าส่องแสงสีทองหมายถึงการที่เขาได้อุปกรณ์มาเป็นของรางวัล ในที่สุดหลังจากเวลาผ่านพ้นไป 2 วินาที แสงสีทองก็หายไปปรากฏเป็นลูกเต๋าคริสตัลใส 3 ลูกภายในมือของลู่หยาง

“ลูกเต๋าแห่งโชคชะตา!” ลู่หยางอุทานอย่างตกตะลึง เพราะเขาไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะโชคดีถึงขนาดได้ลูกเต๋าแห่งโชคชะตามาครอบครอง

ลูกเต๋าแห่งโชคชะตา

เลเวล 0

คูลดาวน์ 30 นาที

รายละเอียด หากผู้เล่นทอยลูกเต๋าแห่งโชคชะตาได้ผลรวมเกินกว่า 10 แต้ม ใน 30 นาทีถัดไปค่าความโชคดีของผู้เล่นจะเพิ่มขึ้น 10 หน่วย แต่ถ้าหากแต้มผลรวมของลูกเต๋าต่ำกว่า 10 แต้มค่าความโชคดีของผู้เล่นจะลดลง 10 หน่วย

ค่าความโชคดีตั้งต้นของผู้เล่นทุกคนคือ 0 หน่วยและการเพิ่มค่าความโชคดีจะมีผลต่อการอัปเกรดอุปกรณ์, อัญมณีและไอเท็มอื่น ๆ

อุปกรณ์แต่ละชิ้นสามารถอัปเกรดหรือที่เรียกติดปากกันว่าตีบวกได้สูงสุด 19 ระดับ ซึ่งการตีบวกแต่ละระดับจะช่วยเพิ่มค่าคุณสมบัติหลักให้กับไอเท็มเหล่านั้น

โดยปกติแล้วโอกาสที่จะทำการอัปเกรดอุปกรณ์ตี +0 เป็นตี +1 คือ 50% และยิ่งการตีบวกเพิ่มมากขึ้นไปเท่าไหร่ อัตราความสำเร็จก็จะยิ่งต่ำลงไปมากขึ้นเท่านั้น เช่น การตี +5 จะมีโอกาสสำเร็จเหลือเพียงแค่ 10%

อย่างไรก็ตามหากผู้เล่นมีค่าความโชคดีเกินกว่า 10 หน่วยโอกาสในการตีบวกอุปกรณ์จะเพิ่มขึ้นเป็น 100% จนถึง +10

ลู่หยางต้องการจะสวมใส่ไม้เท้าดีวายไฟร์สตาฟที่ได้รับมาใหม่ แต่การทำแบบนั้นเขาจำเป็นจะต้องตีบวกอุปกรณ์ที่สวมใส่รวมถึงทำการฝังอัญมณีเพิ่มเติม

แต่เดิมเขาก็ค่อนข้างกังวลปัญหาเรื่องนี้อยู่พอสมควร แต่ใครจะไปคิดว่าเขาโชคดีได้รับวิธีการแก้ปัญหามาอย่างง่ายดาย

ยิ่งไปกว่านั้นลูกเต๋าแห่งโชคชะตายังช่วยให้เขาสามารถอัปเกรดอุปกรณ์ให้กับพรรคพวกได้อย่างรวดเร็ว การได้รับลูกเต๋านี้มาครอบครองก็เปรียบเสมือนกับว่าเขาได้อาวุธวิเศษที่ช่วยเพิ่มโอกาสได้รับชัยชนะในสงคราม

สิ่งเดียวที่ลู่หยางยังขาดอยู่ในตอนนี้คือวัตถุดิบสำหรับการอัปเกรดอุปกรณ์และอัญมณีที่จะนำมาติดตั้งลงบนอุปกรณ์แต่ละชิ้น

ระหว่างที่ลู่หยางกำลังตื่นเต้นมันก็มีคนติดต่อเขามาเสียก่อน เมื่อชายหนุ่มเปิดหน้าจอขึ้นมาดูเขาก็ได้พบว่ามันเป็นการติดต่อมาจากฉือมู่

“น้องชาย ฉันขอความช่วยเหลือหน่อยได้ไหม?” ฉือมู่ถามอย่างร้อนใจ

รอบนี้พี่แกจะขอยืมอะไรน๊ออออ?

จบบทที่ บทที่ 86 ประกาศสงคราม

คัดลอกลิงก์แล้ว