เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 83 อุดมการณ์

บทที่ 83 อุดมการณ์

บทที่ 83 อุดมการณ์


บทที่ 83 อุดมการณ์

เมื่อลู่หยางเห็นมอนสเตอร์วิ่งเข้ามาในระยะ 60 เมตร ชายหนุ่มก็เริ่มท่องคาถา 10 วินาทีต่อมาฝูงโทรลล์ก็วิ่งเข้ามาในทะเลเพลิง ขณะที่ลู่หยางชี้ไม้เท้าไปด้านหน้าพร้อมกับยิงลำแสงเปลวไฟที่มีความกว้างมากกว่า 3 เมตร ซึ่งเปลวเพลิงอันบ้าคลั่งมันก็ทำให้พวกฉิงชางรู้สึกตกตะลึง

ระบบ: คุณได้รับค่าประสบการณ์ 126 หน่วย (รวมโบนัสค่าประสบการณ์จากการล่ามอนสเตอร์เลเวลสูงกว่า 36 หน่วย)

เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นติดต่อกัน 20 ครั้งเรียกสติของพวกฉิงชางให้กลับคืนมา

“มันได้ค่าประสบการณ์เยอะขนาดนี้เลยเหรอ?!” ฉิงชางอุทานอย่างตกใจ

แม้พวกเขาทั้งห้าจะเคยต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่มีเลเวลสูงกว่าตัวเอง แต่มอนสเตอร์พวกนั้นก็มีเลเวลสูงกว่าพวกเขาเพียงแค่ 3 เลเวลเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ค่าประสบการณ์ที่ได้รับจึงไม่ได้เยอะแยะอะไรมากมาย และการเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ที่เลเวลสูงกว่าก็เป็นเรื่องยากลำบากมากพอสมควรด้วย

ตอนนี้สมาชิกภายในทีมมีจำนวนสูงถึงเจ็ดคน พวกเขาจึงคิดว่าค่าประสบการณ์ที่ได้รับคงจะไม่ได้เยอะมากนัก อย่างไรก็ตามเพียงแค่ค่าประสบการณ์จากการสังหารมอนสเตอร์ฝูงแรก มันก็มากเพียงพอที่จะทำให้พวกเขารู้สึกตกตะลึง

“ค่าประสบการณ์เยอะมาก”

“แบบนี้พวกเราได้เพิ่มเลเวลกันแบบติดจรวดแน่ ๆ”

“เพราะแบบนี้สินะพี่ชายลู่หยางถึงอยู่ในอันดับ 1 ของกระดานจัดอันดับ”

“เอาล่ะวันนี้ฉันจะพาพวกคุณเก็บเลเวลกัน 4 ชั่วโมงจนถึงตอนนั้นเลเวลของพวกคุณก็น่าจะใกล้ใกล้เลเวล 10 ได้แล้ว” ลู่หยางกล่าว

เหมาชิวมองไปยังกำแพงไฟของลู่หยางพร้อมกับเอ่ยถามขึ้นมาว่า

“อาจารย์ ไฟร์วอลล์ของคุณอยู่ได้นานแค่ไหน?”

“ประมาณ 3 นาทีได้” ลู่หยางตอบ

พลังโจมตีเวทของชายหนุ่มมีมากกว่า 200 หน่วยบวกกับสกิลไฟร์วอลล์ในปัจจุบันมีเลเวล 2 ดังนั้นโดยพื้นฐานแล้วผลของสกิลควรจะอยู่ได้เกือบ ๆ 4 นาที

ดวงตาของเหมาชิวเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น ก่อนที่เขาเอ่ยถามขึ้นมาว่า

“อาจารย์ ถ้าอย่างนั้นผมลองไปลากมอนสเตอร์มาเหมือนซุนหยูได้ไหม?”

“ถ้าทำได้ก็ดี แต่คุณจะไหวเหรอ?” ลู่หยางถาม

“ผมอาจจะทำได้ไม่สมบูรณ์แบบเหมือนซุนหยู แต่อย่างน้อยก็น่าจะใกล้เคียง” เหมาชิวกล่าว

“แค่ลากมอนสเตอร์มาที่นี่ผมว่าผมก็น่าจะทำได้นะ” ฉิงชางกล่าว

พาลาดินมีสกิลช่วยเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่อีก 15% ฉิงชางจึงค่อนข้างจะมั่นใจในความสามารถของตัวเองมากพอสมควร

“พวกคุณจะลองดูก็ได้ ตราบใดที่ลากมอนสเตอร์เข้าทะเลไฟได้ 20 วินาที แค่นี้มันก็ไม่มีปัญหา” ลู่หยางกล่าว

ซุนหยูและพวกฉิงชางเบิกปากกว้างด้วยความตื่นเต้น เพราะถ้าหากว่ามันมีคนมาลากมอนสเตอร์ได้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม มันก็หมายความว่าความเร็วในการเก็บเลเวลของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นประมาณ 3 เท่า

หลังจากปรึกษากันอยู่ครู่หนึ่งพวกเขาก็เริ่มวางแผนให้เหมาชิวไปหลอกล่อมอนสเตอร์เป็นคนแรก ฉิงชางคอยหลอกล่อมอนสเตอร์เป็นคนที่ 2 และซุนหยูที่มีเทคนิคดีมากที่สุดคอยหลอกล่อเป็นคนสุดท้าย

ผู้เล่นเหล่านี้ต่างก็ล้วนแล้วแต่มีศักยภาพจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในอนาคตด้วยกันทั้งสิ้น แม้ช่วงแรกการประสานงานระหว่างพวกเขาจะมีติดขัดกันบ้าง แต่หลังจากลงมือร่วมกันไปเพียงแค่สามครั้ง การเคลื่อนไหวของพวกเขาทั้งสามก็เหมือนกับสหายร่วมรบที่ฝึกด้วยกันมานานหลายปี

นอกจากนี้แม้ว่ามอนสเตอร์ที่ถูกหลอกล่อเข้ามาจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น แต่ลู่หยางก็ยังคงแสดงเทคนิคของผู้เชี่ยวชาญออกมามากขึ้นกว่าเดิม เพราะเขาสามารถควบคุมเวทมนตร์เพื่อจัดการกับมอนสเตอร์ทั้งหมดได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร

เมื่อมีคนมาช่วยลากมอนสเตอร์เพิ่มมากขึ้น ความเร็วในการเก็บเลเวลของพวกเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก หลังจากเวลาได้ผ่านพ้นไปประมาณ 5 ชั่วโมงพวกฉิงชางก็มีเลเวลเพิ่มขึ้นจากเลเวล 5 เป็นเลเวล 9 ส่วนลู่หยางก็มีเลเวลเพิ่มขึ้นเป็นเลเวล 11

ระหว่างรอมอนสเตอร์เกิดใหม่ทุกคนก็กำลังนั่งพักอยู่บนพื้นพร้อมกับพูดคุยกันระหว่างรอเวลา

“วันนี้ช่างเป็นวันที่ดีจริง ๆ” ฉิงชางกล่าวกับลู่หยาง

“5 ชั่วโมงนี้มันเท่ากับพวกเราไปเก็บเลเวลกันเองประมาณ 5 วันได้เลย สมแล้วที่คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญอันดับ 1 ของเซิร์ฟเวอร์” เหมาชิวและพรรคพวกที่เหลือเริ่มกล่าวขอบคุณลู่หยาง

“พวกคุณก็มีเทคนิคที่ดีมากเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นการเก็บเลเวลของพวกเราคงไม่เร็วขนาดนี้” ลู่หยางกล่าว

พวกฉิงชางรีบโบกมือไปมาเพื่อเป็นการปฏิเสธ

“เทคนิคของพี่เหมาชิวกับพี่ฉิงชางดีมากจริง ๆ ครับ” ซุนหยูกล่าวแทรก

เดิมทีเหมาชิวยังรู้สึกอยากจะแข่งขันกับซุนหยูอยู่บ้าง เมื่อเขาได้เห็นเด็กหนุ่มพูดขึ้นมาแบบนี้มันก็ทำให้เขาทั้งรู้สึกละอายใจและดีใจไปในเวลาเดียวกัน

“น้องชายอย่าพูดแบบนั้นเลย หากเทียบกับเทคนิคการเคลื่อนไหวของนายแล้วฉันยอมรับว่าฉันยังห่างไกลจากนายมาก” เหมาชิวกล่าว

“เทคนิคการเคลื่อนไหวของน้องซุนหยูดีมากจริง ๆ ถ้าให้ต่อสู้ตัวต่อตัวกันในตอนนี้ฉันไม่มีทางเอาชนะนายได้เลย” ฉิงชางกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

พวกเอ็ม 16 ต่างก็พยักหน้าขึ้นมาพร้อม ๆ กัน เพราะมันเห็นได้ชัดว่าเทคนิคของซุนหยูอยู่เหนือกว่าทุกคน

เมื่อได้รับคำชมซุนหยูก็เกาหัวอย่างเขินอายพร้อมกับพูดขึ้นมาว่า

“เทคนิคพวกนี้ผมได้หัวหน้าสอนมาทั้งนั้น เดิมทีผมก็มีฝีมือพอ ๆ กับพวกพี่ ๆ นั่นแหละ”

ทันใดนั้นพวกฉิงชางก็หันไปมองหน้าลู่หยางพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

“เพราะแบบนี้ซุนหยูถึงเรียกพี่ชายว่าหัวหน้าสินะ ที่แท้คุณก็เป็นคนสอนเทคนิคให้กับเขานี่เอง” เหมาชิวกล่าว

“แบบนี้มันแปลก ๆ อยู่นะ คุณเป็นนักเวทแต่คุณฝึกวิธีการหลบในระยะประชิดจนแข็งแกร่งขนาดนี้ได้ยังไง?” เครซี่เบลดพูดขึ้นมาอย่างสับสนและถึงแม้ว่าเขาจะเป็นโจรแต่เขากลับหลบหลีกสู้นักเวทอย่างลู่หยางไม่ได้

เอ็ม 16 กับเหมาชิวพยักหน้าอย่างสับสนด้วยเช่นกัน

“ฉันได้เรียนรู้เทคนิคการเคลื่อนไหวพวกนั้นมาจากครอบครัว ฉันเลยพอจะเคลื่อนไหวได้ดีกว่าคนทั่วไปอยู่นิดหน่อย” ลู่หยางตอบ

ในที่สุดพวกฉิงชางก็พยักหน้าอย่างเข้าใจว่าแท้ที่จริงเทคนิคเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีติดตัวมาตั้งแต่นอกเกมนี่เอง

“เพราะแบบนี้พี่ชายถึงกล้าเข้าไปในแผนที่เลเวล 30 คนเดียวสินะ” เหมาชิวกล่าว

ทันใดนั้นพวกฉิงชางก็นึกถึงตอนที่ได้เห็นพวกทหารค้อนโครงกระดูกเลเวล 30 เต็มหน้าจอไปหมด แล้วมันก็ทำให้พวกเขารู้สึกขนลุกขึ้นมาไม่ได้

ย้อนกลับไปในตอนที่พวกเขาเห็นลู่หยางวิ่งเข้าไปในห้องท้องพระโรง ทุกคนต่างก็รู้สึกเป็นห่วงมาก แต่ในตอนนี้พวกเขาก็ได้เข้าใจแล้วว่าสาเหตุที่ลู่หยางเต็มไปด้วยความมั่นใจ นั่นก็เพราะอีกฝ่ายมีเทคนิคการเคลื่อนไหวที่สืบทอดกันมาในครอบครัวนั่นเอง

ลู่หยางเผยรอยยิ้มแต่ไม่พูดอะไร ขณะที่แววตายังคงจับจ้องมองไปยังสีหน้าของทุกคน

สาเหตุที่เขาพาพวกฉิงชางมาเก็บเลเวลนานขนาดนี้ ส่วนหนึ่งก็เพื่อขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ อีกส่วนชายหนุ่มก็อยากจะดูว่านิสัยของคนพวกนี้แท้ที่จริงแล้วเป็นยังไง

แม้จะได้อยู่ร่วมกันเพียงแค่ไม่นานแต่ลู่หยางก็สัมผัสได้ว่านิสัยของพวกฉิงชางเป็นไปอย่างที่เขาเคยได้ยินมาในชาติก่อนจริง ๆ ชายหนุ่มจึงมีความคิดอยากจะชักชวนคนกลุ่มนี้ให้มาอยู่ด้วยกัน

ขณะเดียวกันพวกฉิงชางก็อยากจะอยู่กับลู่หยางต่อไปในอนาคต เพราะอีกฝ่ายทั้งเป็นคนดีและมีเทคนิคการเคลื่อนไหวที่ดีมาก หลังจากเข้ามาภายในเกมพวกเขาก็ได้พบกับการหลอกลวงอย่างมากมาย การมีโอกาสได้พบคนดี ๆ อย่างลู่หยางจึงเป็นเรื่องยากมากพอสมควร

“พี่ชาย ต่อไปคุณพอจะมีแผนอะไรไหม?” ฉิงชางถาม

“ในอนาคตฉันอยากจะตั้งกิลด์ พวกคุณอาจจะอยากหัวเราะเยาะแต่ฉันอยากจะตั้งกิลด์ขึ้นมาต่อต้านการจองพื้นที่เก็บเลเวล บางทีนี่อาจจะเป็นเส้นทางที่ยากลำบากแต่มันก็เป็นเส้นทางที่ฉันอยากจะเลือกเดิน” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“คุณคิดแบบนั้นจริง ๆ เหรอ?” ฉิงชางเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ

ลู่หยางพยักหน้ารับ

ฉิงชางตบเขาฉาดก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

“ผมก็มีความคิดแบบนั้นเหมือนกัน ถ้าคุณจะก่อตั้งกิลด์พวกเราพี่น้องขอร่วมอุดมการณ์ไปกับคุณด้วย”

ลู่หยางไม่คิดเลยว่าพวกฉิงชางจะเอ่ยปากขอเข้าร่วมกิลด์เขามาก่อนแบบนี้ เขาจึงพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มว่า

“ไม่ต้องห่วง ในวันที่ฉันตั้งกิลด์ฉันจะชวนพวกคุณมาอยู่ด้วยกันอย่างแน่นอน”

เสร็จลู่หยางจอมเจ้าเล่ห์เรียบร้อย 555

จบบทที่ บทที่ 83 อุดมการณ์

คัดลอกลิงก์แล้ว