เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 72 การต่อสู้ในหุบเขา

บทที่ 72 การต่อสู้ในหุบเขา

บทที่ 72 การต่อสู้ในหุบเขา


บทที่ 72 การต่อสู้ในหุบเขา

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ผู้เหลือรอดชีวิตในสนามรบยืนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

“เป็นไปได้ยังไง?” ดีม่อนบลัดกล่าวขึ้นมาอย่างหวาดกลัว

เพียงไม่กี่วินาทีพรรคพวกที่เดินทางมาด้วยกันแปดคนก็ถูกสังหารไปแล้วถึงสี่คน ในสนามรบจึงเหลือพวกเขาแค่สามคนกับเย่กู่ซิงที่กำลังหาโอกาสเข้าใกล้ลู่หยาง

ชายหนุ่มส่งเสียงหัวเราะเยาะก่อนที่เขาจะใช้เบลซซิงเบิร์สใส่นักเวทคนหนึ่ง

-336

นักเวทตายทันที!

“รีบใช้เคาน์เตอร์สเปลเร็วเข้า อย่าปล่อยให้มันใช้เวทออกมาได้” ดีม่อนบลัดตะโกนบอกนักเวทคนสุดท้ายด้วยความหวาดกลัว

“ผมหยุดเวทเขาไม่ทันอีกฝ่ายร่ายเวทเร็วเกินไป” นักเวทตอบมาด้วยใบหน้าอันซีดเผือด

ลู่หยางเผยรอยยิ้มออกมาอย่างดูถูก เพราะในชาติที่แล้วมีคนที่สามารถใช้เคาน์เตอร์สเปลหยุดเวทของเขาได้เพียงแค่นิ้วมือเดียวเท่านั้น แน่นอนว่ามันไม่ใช่นักเวทตรงหน้าชายหนุ่มจึงใช้เบลซซิงเบิร์สฆ่านักเวทคนสุดท้าย

ในที่สุดในสนามรบก็เหลือเพียงแค่เย่กู่ซิงกับดีม่อนบลัดเพียงแค่สองคน เมื่อเย่กู่ซิงเห็นพรรคพวกทั้งเจ็ดคนโดนสังหารเขาก็ตัวสั่นขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว เพราะหากเขาถูกลู่หยางสังหารขึ้นมามันก็มีโอกาสสูงมากที่อุปกรณ์บนตัวของเขาจะดรอปลงไป

แน่นอนว่าโจรเลเวล 5 ย่อมยากที่จะหนีจากนักเวทเลเวล 10 และด้วยความต่างชั้นกันถึงห้าเลเวล มันจึงทำให้การล่องหนของโจรแทบไม่มีผลต่อหน้าของลู่หยางเลย ชายหนุ่มจึงมองเห็นเย่กู่ซิงที่พยายามปลีกตัวหนีออกไปได้อย่างชัดเจน

ลู่หยางใช้เบลซซิงเบิร์สฆ่าดีม่อนบลัดก่อนจะใช้สกิลแฟลชเทเลพอร์ตไปข้าง ๆ เย่กู่ซิง

“แกคิดว่าจะหนีรอดจริง ๆ เหรอ?”

รีซิสท์ไฟร์ริง!

วงแหวนเพลิงระเบิดออกมาจากร่างของลู่หยางอย่างรุนแรงผลักร่างของเย่กู่ซิงกระเด็นไปชนกำแพงจนทำให้ร่างของเขาถูกเปิดเผยออกมา

“แกกล้าฆ่าฉันงั้นเหรอ ฉันคือคนของบลัดเติสตี้นะ” เย่กู่ซิงพยายามข่มขู่แต่ภายในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

“บลัดเติสตี้แล้วยังไง?” ลู่หยางกล่าวอย่างเยาะเย้ย เพราะท้ายที่สุดเขาก็คิดจะเป็นศัตรูกับบลัดเติสตี้อยู่แล้ว มือของชายหนุ่มจึงลุกไปด้วยเปลวไฟก่อนที่เขาจะใช้เบลซซิงเบิร์สยิงใส่เย่กู่ซิง

-336

เย่กู่ซิงเสียชีวิตด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว!

ตั้งแต่เริ่มต่อสู้จนถึงเย่กู่ซิงเสียชีวิตเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาไม่ถึง 1 นาทีเท่านั้น ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่านักเวทคนนี้มีความแข็งแกร่งมากแค่ไหน

ชายหนุ่มมองดูอุปกรณ์ที่ดรอปจากพวกเย่กู่ซิงและได้พบว่ามันมีอุปกรณ์ระดับเงิน 2 ชิ้น อุปกรณ์ระดับทองแดง 6 ชิ้น ซึ่งของทั้งหมดต่างก็ล้วนแต่เป็นอุปกรณ์เลเวล 5

“บลัดไทแรนท์คงจะโกรธจนเป็นบ้าไปแน่ ๆ” ลู่หยางคิดในใจก่อนจะเก็บอุปกรณ์เหล่านั้นเข้ากระเป๋า แต่ในทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงอสรพิษกรีดร้องดังขึ้นจากทางด้านหลัง

ระบบ: คุณฆ่างูดำสามหัวสำเร็จได้รับค่าประสบการณ์ 600 หน่วย

เมื่อลู่หยางหันไปมองเขาก็สังเกตเห็นงูดำสามหัวถูกดาบขนาดใหญ่ของผู้พิทักษ์ป่าบาปนิรันดร์ฟันจนตายนอนกองกับพื้น โดยในขณะนี้ผู้พิทักษ์ป่าบาปนิรันดร์ยังมีพลังชีวิตเหลือมากกว่า 3,000 หน่วย เท่ากับว่ามันสูญเสียพลังชีวิตไปเพียงแค่ประมาณ 200 หน่วยในการจัดการกับบอสตัวนี้

เหตุการณ์นี้ทำให้ลู่หยางอดที่จะชื่นชมความสามารถของผู้พิทักษ์ป่าบาปนิรันดร์ขึ้นมาไม่ได้ เพราะท้ายที่สุดในชาติที่แล้วเขาก็เคยได้ยินเพียงแต่ชื่อเสียงเกียรติศัพท์ของมันเพียงเท่านั้น เขาเพิ่งจะมีโอกาสได้รับชมความเก่งกาจของอีกฝ่ายก็ในชาตินี้นี่เอง

ชายหนุ่มเดินไปตรวจสอบไอเท็มที่ดรอปลงมาจากงูสามหัว ซึ่งนอกเหนือจากน้ำยาชนิดต่าง ๆ มันก็มีหนังสือสกิลเล่มหนึ่งวางให้เห็นโดดเด่นอย่างชัดเจน

เฟลมเบิร์ด

ประเภท เวทมนตร์ธาตุไฟ

มานาที่ต้องใช้ 45

เวลาร่าย 3 วินาที

ระยะ 30 เมตร

รายละเอียด เสกเวทมนตร์เป็นนกไฟขนาดใหญ่ขว้างใส่ศัตรูสร้างความเสียหาย 225 หน่วยในรัศมี 3 เมตรรอบเป้าหมาย

ในที่สุดลู่หยางก็ได้รับสกิลโจมตีอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก และถึงแม้สกิลนี้จะต้องใช้เวลาร่ายถึง 3 วินาที แต่มันก็มีวิธีย่อคาถาทำให้สามารถปลดปล่อยเวทมนตร์ออกมาได้ในเวลาเพียงแค่ไม่นาน

ไอเท็มชิ้นที่ 2 คือถุงพิษงู แล้วถึงมันจะไม่มีคำอธิบายใด ๆ กำกับเอาไว้ แต่ในชาติที่แล้วคู่มือก็มีเขียนเอาไว้ว่ามันคือสิ่งที่สามารถใช้เพิ่มพลังให้กับลูกปัดอสรพิษ

ของชิ้นที่เหลือก็เป็นน้ำยาฟื้นฟูฉับพลัน ซึ่งหลังจากที่ชายหนุ่มเก็บไอเท็มทั้งหมดเข้ากระเป๋าแล้วลู่หยางก็ยังไม่ได้ออกจากหุบเขางูพิษ แต่เดินย้อนกลับไปตามเส้นทางเดิมก่อนที่อีก 6 ชั่วโมงต่อมาเขาจะมาถึงสี่แยกในแผนที่เลเวล 20

ทางทิศเหนือคือทางไปยังเมืองไวท์ไลท์ แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้มีจุดหมายเดินทางไปยังเมืองนั้น ป้ายทางซ้ายบอกว่ามันเป็นเกาะเล็ก ๆ ริมทะเลเขาจึงเดินไปยังทางนั้นในทันที

4 ชั่วโมงต่อมาชายหนุ่มก็เดินทางมาจนถึงเกาะเล็ก ๆ ซึ่งสถานที่แห่งนี้คือแผนที่เลเวล 25

เกาะ ๆ นี้เป็นเกาะที่ค่อนข้างพิเศษ เพราะบนเกาะมีหมู่บ้านชาวประมงอยู่เพียงหมู่บ้านเดียว ผู้เล่นไม่สามารถเทเลพอร์ตมายังที่นี่ได้หากใครต้องการจะมาพวกเขาจำเป็นจะต้องเดินเท้ามาอย่างเดียว

เหตุผลที่ลู่หยางมายังเกาะเล็ก ๆ อย่างสถานที่แห่งนี้นั่นก็เพราะสถานที่แห่งหนึ่งที่อยู่บนเกาะมีอุปกรณ์ขั้นเทพที่เขาเคยใฝ่ฝันจะได้ครอบครองมันมาโดยตลอด ซึ่งอุปกรณ์ชิ้นนั้นนั่นก็คือดีวายไฟร์สตาฟ ไม้เท้าระดับกึ่งตำนานเลเวล 30

เพื่อเพิ่มความสนุกให้กับเกม เซคคัลเวิลด์จึงได้เพิ่มเอฟเฟกต์พิเศษ “ไม่จำกัดเลเวล” ให้กับอุปกรณ์ระดับอีปิคบางชนิด ซึ่งเอฟเฟกต์พิเศษนี้มีจำกัดในอุปกรณ์ระดับอีปิคเท่านั้น การจะจัดสรรพวกมันเป็นอุปกรณ์ระดับอีปิคจึงไม่ค่อยจะเหมาะสมเท่าไหร่ ทางผู้เล่นจึงเรียกอุปกรณ์พวกนี้ว่าอุปกรณ์ระดับกึ่งตำนานเพื่อความสะดวกในการสื่อสารระหว่างผู้เล่นด้วยกันเอง

อย่างไรก็ตามอุปกรณ์ประเภทนี้จะหาได้ยากมาก แม้แต่ในชาติที่แล้วใครที่ได้รับพวกมันมาก็แทบที่จะไม่เคยเปิดเผยแหล่งที่มาของพวกมันเลย

เหตุผลที่ลู่หยางรู้ว่าในเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้มีอุปกรณ์ระดับกึ่งตำนานอยู่ นั่นก็เพราะในชาติที่แล้วสตูดิโอแห่งหนึ่งเกิดขัดแย้งกันในเรื่องการเงินจนทำให้ข้อมูลนี้รั่วไหลออกมาสู่สาธารณะ

สาเหตุที่เขาท้าทายภารกิจของราชาตัวตลกและยอมใช้เวลานานกว่า 10 ชั่วโมงเพื่อพาผู้พิทักษ์ป่าบาปนิรันดร์ไปเก็บเลเวล นั่นก็เพราะเขาต้องการจะมาเอาดีวายไฟร์สตาฟชิ้นนี้นี่เอง

ลู่หยางพักผ่อนในหมู่บ้านชาวประมงสักครู่เพื่อรอให้ผู้พิทักษ์ป่าบาปนิรันดร์ก่อกบฏเป็นครั้งที่ 4 ก่อนจะใช้แหวนแห่งความฝันเปลี่ยนให้มันกลายเป็นพรรคพวกของเขาอีกครั้งและทำการเดินทางต่อไป

หลังเดินผ่านป่าฝนทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะ ในที่สุดเขาก็ได้พบกับซากปรักหักพังโบราณแห่งหนึ่ง

กำแพงเมืองสีเขียวที่เคยยิ่งใหญ่ถูกลมฝนกัดกร่อนจนพังทลาย ทั่วทั้งกำแพงเมืองจึงปกคลุมไปด้วยมอสสีเขียวหนา ขณะที่ตรงกลางเมืองมีพระราชวังขนาดมหึมา

ตามเนื้อเรื่องของเกมสถานที่แห่งนี้เคยเป็นเมืองหลวงของเผ่านีล ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตอัจฉริยะคล้ายมนุษย์ แต่ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่างเผ่านีลจึงสาบสูญไปเหลือทิ้งเอาไว้เพียงแค่เมืองร้างและกษัตริย์ที่ถูกสังหารอยู่ท่ามกลางกองเลือด

จบบทที่ บทที่ 72 การต่อสู้ในหุบเขา

คัดลอกลิงก์แล้ว