เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 63 ซุนหยูนักธนูขั้นเทพ

บทที่ 63 ซุนหยูนักธนูขั้นเทพ

บทที่ 63 ซุนหยูนักธนูขั้นเทพ


บทที่ 63 ซุนหยูนักธนูขั้นเทพ

ด้วยการสังหารโทรลล์เป็นจำนวนมาก มันจึงทำให้เลเวลของซุนหยูเพิ่มขึ้นจากเลเวล 2 ขึ้นเป็นเลเวล 5 ในพริบตา

“โคตรเก่งเลย!” ซุนหยูเงยหน้ามองลู่หยางด้วยความเคารพ และทันใดนั้นเขาก็เพิ่งสังเกตเห็นชื่อสมาชิกร่วมปาร์ตี้เดียวกันกับเขา

“ลู่…หยาง…”

“ที่แท้พี่ชายก็คืออาจารย์ลู่หยาง ผู้เล่นอันดับ 1 ในกระดานจัดอันดับนี่เอง” ซุนหยูร้องขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

“ใช่ ฉันเอง” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“อาจารย์ ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยผมเก็บเลเวลที” ซุนหยูแสดงความเป็นเด็กน้อยออกมาในทันที ซึ่งถ้าหากว่าเขากอดขาลู่หยางเอาไว้ได้เขาก็คงจะคุกเข่าลงไปกอดแล้ว

“นายเป็นคนแรกเลยนะที่ขอให้ฉันช่วยเก็บเลเวลแบบนี้” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

ซุนหยูกลัวว่าลู่หยางจะไม่ยินยอม เขาจึงรีบพูดออกมาว่า

“อาจารย์ ผมมีประโยชน์มากเลยนะ! ผมสามารถไปลากมอนสเตอร์ทีละมาก ๆ ไม่ว่าอาจารย์จะต้องการมอนสเตอร์เท่าไหร่ผมก็จะไปหาพวกมันมาให้เท่านั้น”

ลู่หยางตั้งใจจะรับซุนหยูเป็นลูกน้องอยู่แล้ว เขาจึงตอบกลับไปว่า

“ก็ได้ เดี๋ยวฉันจะช่วยนายเก็บเลเวลเอง”

“เยี่ยม!” ซุนหยูตะโกนด้วยความตื่นเต้น เพราะสำหรับตัวเขาแล้วการพยายามเพิ่มเลเวลจากเลเวล 2 เป็นเลเวล 5 อาจจะต้องใช้เวลานานกว่า 5 วัน แต่หลังจากที่เขาได้เข้าร่วมปาร์ตี้กับลู่หยางเลเวลทั้งสามเลเวลนี้กลับเพิ่มขึ้นมาในเวลาไม่กี่นาที

“อาจารย์ คุณจะให้ผมไปล่อมอนสเตอร์ยังไงดี? เดี๋ยวผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลย” ซุนหยูถาม

ลู่หยางมองสีหน้าเยาว์วัยของซุนหยูอย่างละเอียดอีกครั้ง และได้พบว่าเด็กหนุ่มคนนี้น่าจะมีอายุแค่ประมาณ 15 ปีเท่านั้นเอง

“ไม่ต้องรีบ พักฟื้นเอาแรงไปก่อนก็ได้”

“อาจารย์ คุณช่างเป็นคนที่ใจดีจริง ๆ” ซุนหยูกล่าวชื่นชม เพราะท้ายที่สุดเขาเพิ่งจะวิ่งหนีโทรลล์กว่า 80 ตัวมาเป็นเวลานาน แถมยังต้องคอยหลบหลีกหอกที่ถูกขว้างออกมาเป็นระยะ ๆ ดังนั้นสภาพของเขาจึงเหนื่อยล้าอยู่ไม่น้อย

“นายเก็บของที่ดรอปบนพื้นได้เลย หลังจากเอาไปขายแล้วพวกเราค่อยมาแบ่งเงินกัน” ลู่หยางกล่าว

ซุนหยูยังไม่ได้เก็บอุปกรณ์ระดับหินที่ดรอปลงมาบนพื้นเลยแม้แต่น้อย หลังจากลู่หยางพูดขึ้นมาเขาก็ส่ายหัวไปมาและกล่าวว่า

“อาจารย์ คุณเอาพวกมันไปเถอะ แค่คุณช่วยผมอัปเลเวลแค่นั้นก็มากพอแล้ว ผมไม่เอาของพวกนี้หรอก”

“ฉันบอกให้เก็บก็เก็บไปเถอะ” ลู่หยางกล่าวซ้ำ

ซุนหยูไม่คิดว่าลู่หยางจะใจดีขนาดนี้ เขาจึงเกาศีรษะอย่างเขินอายและพูดว่า

“ขอบคุณมากอาจารย์ ถ้าอย่างนั้นผมไม่เกรงใจแล้วนะ”

นักธนูถือได้ว่าเป็นอาชีพที่น่าหงุดหงิดมากที่สุด เพราะพวกเขาจำเป็นจะต้องหาเงินไปซื้อลูกธนูตลอดเวลา แล้วถึงแม้ว่าลูกธนูจะมีราคาไม่แพงมาก แต่ในช่วงต้นเกมแบบนี้การจะหาเงินได้แต่ละเหรียญก็ถือว่ายากลำบากเหลือทน

ซุนหยูได้รับหน้าที่เก็บรวบรวมอุปกรณ์และเงินที่ดรอปลงมา ส่วนลู่หยางคอยเก็บรวบรวมสร้อยกระดูก เมื่อทั้งคู่เก็บไอเท็มเสร็จเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มก็พาซุนหยูเดินทางเข้าไปภายในป่าโทรลล์

ระหว่างทางเด็กหนุ่มได้หยิบขนมปังแข็ง ๆ ขึ้นมากินเพื่อฟื้นฟูความเหนื่อยล้า เพราะตามกฎของเกมหากผู้เล่นวิ่งเป็นเวลานานความเหนื่อยล้าของพวกเขาก็จะลดลง และถ้าหากว่าค่าความเหนื่อยล้าลดลงต่ำกว่า 5% พวกเขาก็จะเดินได้อย่างเดียวโดยไม่สามารถที่จะวิ่งได้อีกต่อไป

ลู่หยางรู้สึกสงสารซุนหยูอยู่นิดหน่อย เพราะเขาจำได้ว่าขนมปังพวกนั้นไม่อร่อยเลยแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้นหากผู้เล่นเปิดโหมดอิสระ มันก็จะทำให้ประสาทสัมผัสทั้งห้าถูกใช้งานอย่างเต็มที่ และเมื่อคิดย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้ เขาก็สามารถบอกได้เลยว่าเด็กหนุ่มกำลังเปิดโหมดอิสระอยู่แน่ ๆ

ชายหนุ่มหยิบเนื้อปลาไหลทอดกรอบออกมาจากกระเป๋าพร้อมกับบอกว่า

“อย่าไปกินขนมปังแข็ง ๆ พวกนั้นเลย เอาของพวกนี้ไปกินแทนดีกว่า”

ซุนหยูรับเนื้อปลาไหลทอดกรอบมา ก่อนที่เขาจะถามด้วยความประหลาดใจ

“อาหารทำเองระดับทอง! อาจารย์คุณไปเอามันมาจากไหน?”

“อยากรู้เหรอ?” ลู่หยางถาม

“ผมต้องกินขนมปังแข็ง ๆ นี่ทุกวัน มันทำเอาผมแทบจะอ้วกแล้ว” ซุนหยูกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“รอพวกเราแยกย้ายกันก่อนเดี๋ยวฉันค่อยบอก สถานที่แห่งนั้นมันไม่ใช่ความลับอะไรหรอก ตอนนี้มันก็มีคนรู้อยู่เยอะแล้ว” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

แม้พวกเซี่ยหยู่เว่ยจะพยายามเก็บเรื่องวิธีการทำปลาไหลทอดกรอบเป็นความลับ แต่สุดท้ายพวกเธอก็ยังคงถูกผู้เล่นสะกดรอยตามไปอยู่ดี แล้วถึงแม้ในตอนนี้ข่าวจะยังไม่ได้แพร่กระจายออกไปในวงกว้าง แต่การทำปลาไหลทอดกรอบมันก็ไม่ใช่ความลับอีกต่อไป

ลู่หยางให้เนื้อปลาไหลทอดกรอบกับซุนหยูอีกสองชุด ซึ่งหลังจากที่เด็กหนุ่มฟื้นฟูค่าความเหนื่อยล้ามาเป็นที่เรียบร้อยแล้วชายหนุ่มก็พูดว่า

“นายเข้าไปล่อมอนสเตอร์มาได้เลย แต่หลังจากนี้เอามาแค่ครั้งละ 20 ตัวก็พอ”

“อาจารย์ คุณใช้สกิลที่เรียกอุกกาบาตลงมาจากฟ้าอันนั้นอีกได้ไหม?” ซุนหยูถาม

“สกิลนั้นยังติดคูลดาวน์แต่ฉันก็ยังพอมีวิธีฆ่าพวกมอนสเตอร์อยู่ นายไปล่อพวกมันมาเถอะ อ๋อใช่! พวกเรามาเพิ่มเพื่อนกันก่อน ตอนที่นายวิ่งกลับมาให้เตือนฉันล่วงหน้าอย่างน้อย 1 นาที” ลู่หยางกล่าว

“ได้ครับ” ซุนหยูตอบรับคำขอเป็นเพื่อนจากลู่หยาง ก่อนที่เขาจะวิ่งเข้าไปภายในป่าโทรลล์ด้วยความกระตือรือร้น

ลู่หยางยืนรออยู่ประมาณ 3 นาที ก่อนที่ซุนหยูจะส่งข้อความมาหาว่า

“อาจารย์ ผมล่อมอนสเตอร์ 20 ตัวมาแล้วอีกประมาณ 1 นาทีจะไปถึงคุณ”

“โอเค” ลู่หยางตอบก่อนที่เขาจะยกไม้เท้าสร้างกำแพงไฟ 4 เส้นในระยะ 20 เมตร

หลังจากปูกำแพงไฟเรียบร้อยแล้ว ลู่หยางก็ไปยืนอยู่ปลายขอบกำแพงไฟ ซึ่งในเวลานั้นเขาก็สังเกตเห็นซุนหยูที่มีโทรลล์ป่า 20 ตัววิ่งตามหลังมา

“อาจารย์ ผมต้องทำยังไงต่อ?” ซุนหยูถาม

“ลากพวกมันมาทางนี้” ลู่หยางตอบก่อนที่เขาจะยกไม้เท้าและเริ่มท่องคาถาอีกครั้ง โดยคาถาที่เขากำลังใช้ในตอนนี้นั่นก็คือสกิลเบลซซิงไลท์ที่ได้มาจากการสังหารโทรลล์ชาแมนวอลกินนั่นเอง

เบลซซิงไลท์

ประเภท เวทมนตร์ธาตุไฟ

มานาที่ต้องใช้ 28

เวลาร่าย ทันที

รายละเอียด พ่นเปลวไฟออกไปเป็นระยะ 3 เมตร สร้างความเสียหายธาตุไฟ 64 หน่วยแก่ศัตรูที่อยู่ในแนวตรง

ในช่วงเวลานี้ผู้เล่นยังคงมองว่ามันคือสกิลขยะ แต่ในชาติก่อนได้มีนักเวทไฟทำการปรับแต่งเวทมนตร์นี้ทำให้มันสามารถชาร์จพลังก่อนเป็นเวลา 10 วินาทีแล้วค่อยทำการปลดปล่อยออกไปได้

หลังจากทำการชาร์จระยะการโจมตีจะเพิ่มขึ้นเป็น 15 เมตร ความกว้างจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 เมตรและความเสียหายของเปลวไฟที่ถูกยิงออกมาจะเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 4 เท่า

ยิ่งไปกว่านั้นสกิลธาตุไฟทุกเลเวลของลู่หยางจะเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกหนึ่งเลเวล หากเขาได้ทำการชาร์จเบลซซิงไลท์ 10 วินาที มันก็จะสามารถสร้างความเสียหายโดยรวมได้มากกว่า 887 หน่วย

ตลอดเส้นทางกว่า 20 เมตรเต็มไปด้วยกำแพงไฟจากสกิลไฟร์วอลล์ที่เขาสร้างขึ้นมา ซึ่งตามกฎของเกมหากศัตรูยืนอยู่ในกำแพงไฟ พวกมันก็จะโดนความเสียหายทุก ๆ 1 วินาที แต่ในกรณีที่เป้าหมายวิ่งออกจากกำแพงไฟแล้วกลับเข้าไปชนกับกำแพงไฟภายใน 1 วินาที ทางระบบก็จะทำการคิดความเสียหายกับเป้าหมายนั้นว่ามีการโดนกำแพงไฟไปทั้งสิ้นสองครั้ง

ด้วยความเร็วในการวิ่งของโทรลล์และกำแพงไฟ 20 เมตรที่ลู่หยางได้สร้างเอาไว้ โทรลล์ที่มีพลังชีวิต 2000 หน่วยย่อมตายก่อนวิ่งออกจากกำแพงไฟอย่างแน่นอน แต่ลู่หยางกังวลว่าค่าความเกลียดชังที่ซุนหยูสร้างขึ้นมาจะมีต่ำมากจนเกินไป เขาที่เป็นคนสร้างความเสียหายส่วนใหญ่จึงอาจจะทำให้พวกโทรลล์เปลี่ยนเป้าหมายมาหาเขาได้

ถึงแม้เขาจะสวมเสื้อคุมสปอร์ที่ทำให้โอกาสเกิดเหตุการณ์แบบนั้นมีน้อยมาก แต่มันก็ยังมีโอกาสที่ความเกลียดชังจะถูกโอนย้ายมาที่เขาได้อยู่ดี และถ้าหากว่าเขาถูกหอกของโทรลล์ 3 อันจู่โจมเข้าพร้อมกัน ในเวลานั้นเขาก็จะตายก่อนที่จะทันได้รู้ตัว

เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ลู่หยางจึงตัดสินใจใช้สกิลเบลซซิงไลท์เวอร์ชั่นปรับปรุง

เมื่อพวกโทรลล์วิ่งเข้ามาในกำแพงไฟ พวกมันก็ได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่อง แต่ในตอนที่พลังชีวิตของโทรลล์ใกล้จะหมด โทรลล์ 3 ตัวแรกที่อยู่ห่างจากลู่หยางเพียงแค่ 5 เมตรก็ได้เปลี่ยนเป้าหมายไปเล็งโจมตีเข้าใส่ชายหนุ่มแทน

โทรลล์ป่าร้องคำรามและทำท่าเหมือนจะขว้างหอกในมือ แต่ในจังหวะนั้นมันก็เป็นจังหวะที่ลู่หยางร่ายเวทจนจบพอดี มันจึงได้มีลำแสงเปลวเพลิงขนาดใหญ่พุ่งเข้าไปแผดเผาพวกโทรลล์จนกลายเป็นเถ้าถ่าน

เห้ออออ เกือบไปแล้ว

จบบทที่ บทที่ 63 ซุนหยูนักธนูขั้นเทพ

คัดลอกลิงก์แล้ว