เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 60 สาวกเทพอสูร

บทที่ 60 สาวกเทพอสูร

บทที่ 60 สาวกเทพอสูร


บทที่ 60 สาวกเทพอสูร

ลู่หยางจ่ายเงิน 5 เหรียญเงินเพื่อทำการซื้อเสื้อคลุมสปอร์แล้วทำการเปลี่ยนไปใส่เสื้อคลุมใหม่ในทันที และเมื่อเขาได้มองไปยังหน้าต่างสถานะ เขาก็ได้พบว่าขณะนี้พลังโจมตีเวทเพิ่มขึ้นมาเป็น 191 หน่วยแล้ว

จากนั้นชายหนุ่มก็ได้ใช้คัมภีร์ย้อนกลับเทเลพอร์ตกลับไปยังเมืองเซนต์กอลล์อีกครั้ง โดยในช่วงเริ่มเกมคัมภีร์ย้อนกลับ 1 ม้วนมีราคาเพียงแค่ 30 เหรียญทองแดง แต่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าที่เกมเปิดระบบแลกเปลี่ยนเงินตรา ในเวลานั้นคัมภีร์ย้อนกลับจะเพิ่มราคาสูงถึงม้วนละ 1 เหรียญทองและจำเป็นจะต้องใช้ระยะเวลาร่าย 5 วินาทีอีกด้วย

แต่นั่นเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และในตอนนี้เขาก็สามารถนำคัมภีร์ย้อนกลับมาสร้างประโยชน์ให้กับตัวเองได้ก่อน

ระหว่างที่ลู่หยางกำลังเก็บไอเท็มใส่กระเป๋า ฉือมู่ก็ทำการติดต่อเข้ามาหาเขา

ชายหนุ่มส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ ก่อนที่เขาจะกดปุ่มเพื่อรับสาย

“ไม่ทราบว่าหัวหน้ากิลด์ฉือมู่มีอะไรงั้นเหรอครับ?”

ตอนนี้ฉือมู่ได้ฟังรายงานจากชิงเฟิงจบแล้ว เขาจึงพูดขึ้นมาด้วยความซาบซึ้งใจว่า

“น้องชาย คราวนี้นายได้ช่วยฉันเอาไว้อย่างมหาศาลเลย ภายใน 1 สัปดาห์สมาชิกภายในกิลด์ของฉันคงจะมีอุปกรณ์ระดับเงินได้มากกว่า 3,000 คน ความช่วยเหลือของนายคงจะทำให้กิลด์ของฉันนำหน้ากิลด์อื่น ๆ ไปได้ไกลเลยทีเดียว”

ในกิลด์ของฉือมู่มีผู้เล่นมืออาชีพอยู่อย่างมากมาย และการพยายามลอกเลียนแบบเทคนิคที่ลู่หยางใช้ก็ไม่จำเป็นจะต้องใช้เวลามากมายอะไรขนาดนั้น

แน่นอนว่ากิลด์ขนาดใหญ่อื่น ๆ ย่อมมีผู้เล่นมืออาชีพเช่นนี้อยู่ด้วยเช่นเดียวกัน แต่ท้ายที่สุดการที่ลู่หยางเลือกเปิดเผยข้อมูลให้กับชิงเฟิงจึงทำให้ฉือมู่ต้องโทรมาขอบคุณด้วยตัวเอง

“คุณไม่จำเป็นจะต้องเกรงใจ เพราะว่าผมก็ขอให้ชิงเฟิงมาช่วยงานผมเหมือนกัน” ลู่หยางกล่าว

“ชิงเฟิงบอกฉันแล้วว่าเฮ่ยเจียคือลูกน้องของนาย ตราบใดก็ตามที่มีเขาอยู่คุณก็ไม่จำเป็นจะต้องขอความช่วยเหลือจากชิงเฟิงด้วยซ้ำ น้องชายฉันจะจดจำเรื่องราวในคราวนี้เอาไว้ หากในอนาคตนายต้องการความช่วยเหลืออะไรก็ขอให้ติดต่อฉันมาได้เลย” ฉือมู่กล่าว

“ถ้ามีโอกาสในอนาคตผมจะขอความช่วยเหลือจากคุณแน่นอน” ลู่หยางตอบ

ความจริงสิ่งที่ชายหนุ่มต้องการก็คือคำพูดเมื่อสักครู่ของชายชรา เพราะอีกไม่นานเขาจะทำการก่อตั้งกิลด์ของตัวเอง และในเวลานั้นหากเขามีพันธมิตรที่ดีอย่างเพอร์เพิลโกลด์เดสตินี่ มันก็จะทำให้เรื่องต่าง ๆ สามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น

หลังจากทั้งคู่พูดคุยกันอีก 2-3 ประโยค ลู่หยางก็วางสายพร้อมกับขนย้ายไอเท็มจนเต็มกระเป๋า

ต่อมาชายหนุ่มก็ทำการขนย้ายวัตถุดิบไปส่งมอบให้กับหมู่บ้านสปอร์เรื่อย ๆ จนทำให้ค่าชื่อเสียงของเขาเพิ่มขึ้นมาจนอยู่ในระดับเทิดทูน ซึ่งมันก็หมายความว่าในตอนนี้เขาสามารถซื้อหนังสือสกิลสกิลสคอร์ชิ่งสปีดได้แล้ว

สกิลสคอร์ชิ่งสปีด

ประเภท เวทมนตร์ธาตุไฟ

มานาที่ต้องใช้ 30

เวลาร่าย ทันที

รายละเอียด หลังจากใช้สกิลจะทำให้ความเร็วในการเคลื่อนที่ของผู้เล่นเพิ่มขึ้น 100% เป็นเวลา 30 วินาที คูลดาวน์ 5 นาที

นี่คือสกิลที่ลู่หยางชอบใช้มากที่สุดในระหว่างการ PK และเมื่อมันได้คอมโบเข้ากับสกิลเบลซซิงเบิร์สที่มีคูลดาวน์เพียงแค่ 0.5 วินาที มันก็จะช่วยให้เขาสามารถจัดการกับศัตรูได้อย่างง่ายดาย

ชายหนุ่มจ่ายเงิน 5 เหรียญเงินเพื่อทำการซื้อหนังสือสกิลก่อนที่จะเรียนรู้ในทันที

ระบบ: คุณได้เรียนรู้สกิลสคอร์ชิ่งสปีดแล้ว

ลู่หยางเปิดหน้าต่างของระบบพร้อมกับเลือกใช้งานสกิลที่ได้รับมาใหม่จนทำให้มีเปลวไฟพุ่งออกมาจากเท้าทั้งสองข้างของเขา

ระบบ: คุณได้ใช้สกิลสคอร์ชิ่งสปีด ความเร็วในการเคลื่อนที่เพิ่มขึ้นเป็น 650 หน่วย

ผู้เล่นมีความเร็วในการวิ่งเริ่มต้นอยู่ที่ 325 หน่วยหรือเทียบเท่ากับมนุษย์วิ่งปกติได้ 4 เมตรต่อวินาที ขณะเดียวกันความเร็ว 650 หน่วยก็เทียบเท่าได้กับมนุษย์ที่วิ่งได้ในความเร็ว 8 เมตรต่อวินาที ซึ่งมันก็ช้ากว่ายูเซน โบลต์ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของสถิติมนุษย์ที่วิ่งได้อย่างรวดเร็วที่สุดเพียงแค่ 2 เมตรต่อวินาทีเท่านั้น

ชายหนุ่มทดลองวิ่งรอบหมู่บ้านสปอร์แต่ก็ทำได้เพียงแต่ส่ายหัวไปมาอย่างเงียบ ๆ อยู่คนเดียว เพราะในชาติก่อนเขาสามารถทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่านี้เป็นเท่าตัว แต่ตอนนี้เขาแทบจะไม่สามารถสัมผัสความรู้สึกเดียวกันกับในชาติก่อนได้เลย

หลังจากหยุดฝีเท้าลู่หยางก็ได้หยิบคัมภีร์ย้อนกลับออกมาอีกครั้ง พร้อมกับทำการขนย้ายดาร์คสไปเดอร์ซิลค์และลูมินัสเอเลเมนท์ต่อไป

ผู้ใหญ่บ้านสปอร์รับไอเท็มภารกิจจากเขาไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ จนกระทั่งในรอบที่ 6 ที่ลู่หยางทำการส่งมอบไอเท็มครบทั้ง 600 ชุด

ระบบ: คุณได้รับค่าชื่อเสียงในหมู่บ้านสปอร์ 60 หน่วย

ค่าชื่อเสียงของคุณในหมู่บ้านสปอร์อยู่ในระดับบูชา

ผู้ใหญ่บ้านสปอร์เงยหน้ามองลู่หยางพร้อมกับกล่าวขึ้นมาด้วยท่าทางอันนอบน้อมว่า

“ท่านนักรบขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่ท่านทำให้กับหมู่บ้านของเรา ข้าไม่รู้จะตอบแทนท่านอย่างไรดี นี่คือของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดในหมู่บ้านของเรา หวังว่าท่านจะชอบมัน”

ระบบ: คุณได้รับชิ้นส่วนพลังเทพอสูร

ลู่หยางมองชิ้นส่วนพลังงานสีแดงเพลิงในกระเป๋าพร้อมกับกำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้น

หลังจากตัวเกมเปิดให้บริการมาเพียงแค่ 3 วัน เขาก็สามารถรวบรวมไอเท็มสำหรับอัปเกรดหัวใจแห่งเทพอสูรได้จนครบแล้ว ซึ่งนั้นก็หมายความว่าหลังจากนี้เขาสามารถควบคุมชะตาชีวิตของตัวเองได้อย่างแท้จริง

“ขอบคุณสำหรับของขวัญครับ” ลู่หยางกล่าวก่อนที่เขาจะใช้คัมภีร์ย้อนกลับไปยังเมืองเซนต์กอลล์ในทันที จากนั้นเขาก็มุ่งหน้าตรงไปยังเขตสลัมซึ่งอยู่บริเวณทางทิศใต้ของเมือง

เขตสลัมเป็นที่อยู่ของประชากรชั้นล่างภายในเมืองเซนต์กอลล์ สภาพแวดล้อมในบริเวณนี้จึงถือว่าย่ำแย่อย่างมาก บนท้องถนนเต็มไปด้วยสิ่งสกปรก แม้แต่บ้านเรือนก็อยู่ในสภาพที่ค่อนข้างทรุดโทรม

ทันทีที่ลู่หยางเดินเข้าไปในสลัม เขาก็กลายเป็นจุดสนใจของผู้คนโดยรอบในทันทีและมันก็มี NPC โจรหลายคนที่กำลังจดจ้องมายังกระเป๋าของเขา

ชายหนุ่มไม่ได้ให้ความสนใจผู้คนเหล่านี้และเดินตรงไปยังพื้นที่กลางสลัม จากนั้นเขาก็ได้พบบ้านหลังหนึ่งที่สร้างขึ้นมาจากหินแกรนิต

ผนังด้านนอกของอาคารบ่งบอกว่าบ้านหลังนี้ไม่ได้รับการดูแลมาเป็นเวลานานแล้ว ชายหนุ่มจึงเดินเข้าไปเคาะประตูพร้อมกับส่งเสียงเรียกขึ้นมาว่า

“มีใครอยู่ไหมครับ?”

“ไสหัวไปซะ!” เสียงคำรามดังขึ้นมาจากในบ้าน

หากเป็นผู้เล่นโดยทั่วไปพวกเขาก็คงจะถอยกลับหลังจากถูกเสียงตวาดไปแล้ว ซึ่งในชาติก่อนตอนที่ชายหนุ่มมายังสถานที่แห่งนี้เขาก็มีเลเวลมากกว่า 100 เขาจึงไม่กลัวอะไรและกล้าที่จะเคาะประตูต่อไปอย่างเฉยเมย

“ช่วยเปิดประตูให้หน่อยได้ไหมครับ? ผมอยากจะขอพบท่านคาห์น สาวกแห่งเทพอสูรเปลวเพลิงสักครู่” ลู่หยางกล่าว

ในที่สุดประตูก็ถูกเปิดออกพร้อมกับชายชราในชุดผ้าหยาบหนาสีแดงวิ่งเข้ามาหาลู่หยางด้วยความตื่นตระหนก

“เจ้าเป็นใคร?”

“ไม่เชิญผมเข้าไปทางด้านในก่อนเหรอครับ?” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ชายหนุ่มสามารถจดจำคาห์นได้ในทันที เพราะในชาติก่อน NPC ที่เขาพบเจอบ่อยมากที่สุดนั่นก็คือชายชราคนนี้นี่แหละ

“เอาล่ะเข้ามาก่อนสิ” คาห์นกล่าวหลังจากพยายามสงบสติอารมณ์ตัวเองลง

ลู่หยางเดินผ่านประตูเข้าไปยังด้านในและจดจำได้เลยว่าในชาติก่อนกว่าที่เขาจะหาสถานที่แห่งนี้ได้ มันก็จำเป็นจะต้องผ่านการค้นหาข้อมูลจากห้องสมุดเมืองเซนต์กอลล์มาอย่างหนัก

สภาพภายในยังคงเหมือนเดิมทุกประการ โดยมันเป็นห้องเปล่า ๆ และหินสีดำที่ถูกวางเอาไว้บนโต๊ะ

คาห์นปิดประตูพร้อมกับจ้องมองไปทางลู่หยาง

“บอกมา ใครบอกเจ้าว่าคาห์นคือสาวกของเทพอสูรเปลวเพลิง!?”

ลู่หยางไม่พูดอะไรแต่หยิบหัวใจแห่งเทพอสูรออกมาวางไว้ตรงหน้าชายชรา

“ลองดูสิว่านี่คืออะไร”

“นี่มัน... หัวใจของนายท่าน! ทำไมเจ้าถึงมีของสิ่งนี้ได้” คาห์นอุทานออกมาอย่างตกใจจนหน้าซีด

“นี่คือของขวัญที่เทพอสูรมอบให้กับผม” ลู่หยางตอบ

“นายท่านของข้ายังไม่ตาย! นายท่านยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ รีบบอกข้ามาเดี๋ยวนี้ว่านายท่านอยู่ที่ไหน?” คาห์นหัวเราะขึ้นมาอย่างดีใจ

“ตอนนี้คุณยังไปพบกับเขาไม่ได้หรอก” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

ท้ายที่สุดในตอนนี้เทพอสูรเปลวเพลิงก็ยังคงถูกจองจำและเขาก็ไม่อยากให้ใครได้ไปพบกับเทพอสูรในตอนนี้ เพราะมันถือเป็นการลบหลู่ศักดิ์ศรีของเทพองค์นั้น

ว่าแต่ รู้สึกเหมือนเราลืมอะไรไปไหมนะ อืม…ช่วยคิดหน่อย

จบบทที่ บทที่ 60 สาวกเทพอสูร

คัดลอกลิงก์แล้ว