เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 55 บอสลับ

บทที่ 55 บอสลับ

บทที่ 55 บอสลับ


บทที่ 55 บอสลับ

ลู่หยางเดินไปหยุดยืนอยู่ข้างศพของฮันก้า ซึ่งหลังจากที่เขาเลือกเปิดช่องเก็บของอีก 2 วินาทีต่อมาแสงสีเงินอันสว่างเจิดจ้าก็ส่องประกายไปทั่วทั้งห้อง

“อุปกรณ์ระดับเงินอีกแล้ว!” ทุกคนต่างก็อุทานขึ้นมาด้วยความดีใจแล้วพากันเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ ว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้คืออุปกรณ์ของอาชีพอะไรกันแน่

ลู่หยางหยิบไอเท็มขึ้นมา ก่อนที่เขาจะทำการแชร์สถานะให้กับทุกคนได้ดู

“มันคือมีดสั้นแบล็คคริสตัลสำหรับโจร”

มีดสั้นแบล็คคริสตัล

พลังโจมตี 9-12

ความคล่องแคล่ว +3

พลังกาย +2

“ฉันรู้อยู่แล้วว่าคราวนี้มันจะต้องเป็นตาของฉัน ขอบคุณมากครับอาจารย์” ชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีอายุพอ ๆ กับเซี่ยหยู่เว่ยเดินเข้ามาหาลู่หยางด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความดีใจ

ลู่หยางจำชายคนนี้ได้เป็นอย่างดี โดยเขาคือเพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลายของเซี่ยหยูเว่ยและหลานอวี่ ชื่อจริงของเขาคือเหลิ่งเฟิง ขณะที่ในเกมใช้ชื่อว่าเหลิ่งเฟิงไนท์

เซี่ยหยู่เว่ยและจางจื่อโป๋คิดว่าลู่หยางไม่รู้จักสหายคนนี้ พวกเขาจึงทำการแนะนำเหลิ่งเฟิงให้กับอีกฝ่ายอย่างเป็นทางการ

แน่นอนว่าลู่หยางจะต้องแสร้งทำตัวว่าเขาไม่รู้จัก และหลังจากที่ได้พูดคุยกันไปอีกสักพัก เขาก็ทำการหยิบยื่นมีดสั้นให้กับอีกฝ่าย

“ในที่สุดฉันก็มีอาวุธระดับเงินแล้วโว้ย!” เหลิ่งเฟิงตะโกนอย่างดีใจ ก่อนที่จะรีบเปลี่ยนมีดสั้นระดับหินเป็นมีดสั้นชิ้นใหม่ในทันที

ระหว่างนั้นเซี่ยหยู่เว่ยก็มองไปที่ลู่หยางด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความเกรงใจ เพราะท้ายที่สุดตลอดทั้งการลงดันเจียนอีกฝ่ายก็ได้รับอุปกรณ์ระดับเงินไปเพียงแค่ชิ้นเดียว แต่ทีมของเธอกลับได้อุปกรณ์ระดับเงินมาถึงสองชิ้นและอุปกรณ์ระดับทองแดงมาอีกหนึ่งชิ้น ทั้ง ๆ ที่ตลอดเส้นทางที่ผ่านมาลู่หยางคือคนที่คอยลงแรงช่วยเหลือทุกอย่างมาโดยตลอด ขณะที่พวกเธอแทบจะไม่ได้ช่วยอะไรเลย

เซี่ยหยู่เว่ยเดินไปหยุดตรงหน้าของลู่หยางด้วยท่าทางที่นอบน้อมลงกว่าเดิม ก่อนที่เธอจะพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยนว่า

“ลู่หยางขอบคุณมากสำหรับความช่วยเหลือในครั้งนี้ ถ้าหากคุณไม่รังเกียจฉันก็อยากจะเป็นเพื่อนกับคุณ”

ชายหนุ่มชะงักค้างไปเล็กน้อย เพราะเขาไม่คิดว่าเซี่ยหยู่เว่ยจะพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงแบบนี้ แถมอีกฝ่ายยังแสดงความต้องการอยากจะเป็นเพื่อนกับเขาอีก

“ได้สิ ถือว่ามันเป็นเกียรติสำหรับฉันเหมือนกัน” ลู่หยางตอบ

ท้ายที่สุดในชาติที่แล้วเซี่ยหยู่เว่ยก็สามารถพัฒนาจนได้รับฉายาราชินีกุหลาบ ซึ่งถ้าหากว่ามันไม่มีอะไรผิดพลาดในชาตินี้เธอก็คงจะพัฒนาขึ้นไปอย่างโดดเด่นได้ด้วยเช่นเดียวกัน

“หลังจากนี้คุณจะเรียกฉันว่าหยู่เว่ยเหมือนกับเพื่อนคนอื่น ๆ ก็ได้” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าวพร้อมกับยื่นมือออกมา

“ได้เลยหยู่เว่ย” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับยื่นมือออกไปตอบรับด้วยเช่นกัน

หลานอวี่, เหลิ่งเฟิงและจางจื่อโป๋ต่างก็มองภาพตรงหน้าด้วยความตกใจ

“นี่เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่หยู่เว่ยถ่อมตัวขนาดนี้ต่อหน้าเพื่อนรุ่นเดียวกัน” หลานอวี่กล่าว

เหลิ่งเฟิงกับจางจื่อโป๋ต่างก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย

“อาจารย์สมกับเป็นอาจารย์จริง ๆ ไม่น่าเชื่อเลยว่าแม้แต่คุณหนูผู้เย็นชาก็ยังถูกเขาละลายน้ำแข็งภายในใจลงไปได้”

เซี่ยหยู่เว่ยเริ่มมีเส้นกระตุกบนหน้าผาก ก่อนที่เธอจะหันไปมองเหลิ่งเฟิงกับจางจื่อโป๋แล้วพูดว่า

“ถ้าพวกนายยังพูดมาก คราวนี้ฉันได้กระทืบพวกนายแน่”

เหลิ่งเฟิงกับจางจื่อโป๋ต่างก็รีบปิดปากทันที

ลู่หยางหัวเราะให้กับภาพตรงหน้า แต่เขาก็จำได้ว่าทั้งเหลิ่งเฟิงและจางจื่อโป๋ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ติดตามที่ซื่อสัตย์ของเซี่ยหยู่เว่ย

“ลู่หยาง ตอนแรกคุณบอกว่าอยากให้พวกเราช่วยทำอะไรสักอย่าง เรื่องนั้นมันคือเรื่องอะไรงั้นเหรอ?” เซี่ยหยู่เว่ยถาม

“อาจารย์ไม่ว่าคุณต้องการจะให้พวกเราช่วยอะไร พวกเราก็พร้อมที่จะหยิบยื่นความช่วยเหลือให้อย่างเต็มที่” เหลิ่งเฟิงกล่าว

“ฉันได้รับภารกิจพิเศษให้กำจัดบอสลับภายในดันเจียนนี้ ฉันเลยอยากขอความช่วยเหลือจากพวกคุณหน่อย” ลู่หยางตอบ

“มันอยู่ตรงไหนล่ะ?” จางจื่อโป๋ถาม

“พวกเราต้องนั่งเรือตามแม่น้ำใต้ดินเพื่อตามหามัน” ลู่หยางกล่าว

“นั่งเรือ?” ทุกคนมองลู่หยางด้วยความประหลาดใจ

“ใช่ นั่งเรือ” ลู่หยางพูดย้ำอีกครั้ง

“เรือลำนี้มันแล่นได้ด้วยงั้นเหรอ?” แม้แต่เซี่ยหยู่เว่ยก็พูดขึ้นมาด้วยความตกใจ

“น่าจะได้นะ ก็ภารกิจมันเขียนเอาไว้แบบนั้น ไม่ว่ายังไงพวกเราก็ต้องลองดูกันก่อน” ลู่หยางบอก

หลังจากนั้นชายหนุ่มก็พาพวกจางจื่อโป๋ไปด้านหลังเรือเพื่อยกสมอขึ้นมาจากน้ำ และเมื่อไม่มีสมอคอยฉุดรั้งเอาไว้เรือโจรสลัดก็ค่อย ๆ แล่นไปตามกระแสน้ำอย่างอิสระ

“เรือมันขยับได้จริง ๆ ด้วย!” หลานอวี่ร้องตะโกนอย่างตื่นเต้น

“เดี๋ยวฉันจะไปขับเรือเอง” ลู่หยางปล่อยให้พวกจางจื่อโป๋และนักสู้ระยะประชิดอยู่ท้ายเรือ ก่อนที่จะพาเซี่ยหยู่เว่ยและคนอื่น ๆ มาที่ห้องควบคุม

เหตุการณ์นี้ทำให้ชิงเฟิงรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะถึงแม้กิลด์ของเขาจะเคลียร์ดันเจียนมาหลายครั้งแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รู้ว่ามันมีบอสลับซ่อนตัวอยู่ภายในดันเจียนแห่งนี้ด้วย

เพดานถ้ำอยู่สูงมากแล้วมันก็มีหินงอกหินย้อยให้เห็นอยู่ทั่วทุกที่ ผนังทั้งสองด้านของหน้าผาถูกประดับด้วยคบเพลิงส่องสว่างไปทั่วทั้งลำน้ำ

หลังจากเรือแล่นไปด้านหน้าได้ประมาณ 5 นาที ลู่หยางก็ได้พบกับชายฝั่งตื้น ๆ ที่สามารถนำเรือเข้าไปจอดได้

“หยู่เว่ยไปบอกให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม พวกเรากำลังจะขึ้นฝั่งกันแล้ว” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปยังชายฝั่ง

เซี่ยหยู่เว่ยพยักหน้ารับ ก่อนที่เธอจะออกจากห้องควบคุมไปเพื่อสั่งการบอกคนอื่น ๆ

หลังจากลู่หยางจอดเรือเรียบร้อยแล้ว เขาก็ให้พวกจางจื่อโป๋ทิ้งสมอและนำทุกคนกระโดดลงมาจากเรือโจรสลัด

ระบบ: วอลกินโบว์ระดับเงินที่คุณวางขายในร้านค้าประมูลถูกผู้เล่นซื้อไปในราคา 67 เหรียญเงิน

ลู่หยางชะงักค้างไปเล็กน้อยพร้อมกับคิดขึ้นมาภายในใจว่า

“โอ้โห! มีเศรษฐีเข้ามาภายในเกมจริงด้วยสินะ แล้วมันก็ไม่ได้มีเศรษฐีอยู่คนเดียวด้วย”

เซี่ยหยู่เว่ยเห็นลู่หยางยืนนิ่งไม่ขยับ เธอจึงเอ่ยปากถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

“มีอะไรหรือ?” หญิงสาวกล่าว

“ไม่มีอะไร ไปต่อกันเถอะ” ลู่หยางตอบพร้อมกับส่ายหน้า

ทุกคนเดินต่อไปข้างหน้าอีกประมาณ 5 นาที ก่อนที่พวกเขาจะมาถึงลานกว้างที่มีรูปร่างเป็นทรงกลม

ลานกว้างแห่งนี้มีแนวน้ำรูปวงแหวนกว้าง 2 เมตรล้อมรอบเอาไว้ ซึ่งถ้าหากพวกเขาอยากจะเดินหน้าต่อไป มันก็มีเพียงทางเดียวนั่นก็คือการข้ามสะพานหินก่อนจะไปพบกับอุโมงค์ที่มืดทึบ

“ฉันจะไปสำรวจข้างหน้า ทุกคนรออยู่ตรงนี้ก่อน” ลู่หยางกล่าว

“ระวังตัวด้วย” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าว

ลู่หยางพยักหน้าก่อนที่เขาจะหยิบโคมไฟจากผนังแล้วเดินเข้าไปภายในอุโมงค์

ด้านในของอุโมงค์นี้คือเป้าหมายสูงสุดที่ลู่หยางกำลังตามหา และเขาคนนั้นนั่นก็คือจอมเวทแองโกโล่นั่นเอง

เดิมทีแองโกโล่คือผู้นับถือเทพอสูรเพลิง แต่เขาได้ทรยศต่อทวยเทพและยังเข้าร่วมในกองทัพเพื่อไล่ล่าเหล่าบรรดาผู้นับถือเทพอสูรอีกด้วย

ตามเนื้อเรื่องเทพอสูรเพลิงได้พ่ายแพ้ต่อกองทัพสวรรค์ก่อนที่จะถูกจองจำ เขาจึงทำการเปลี่ยนพลังที่หลงเหลือภายในร่างกายให้กลายเป็นคำสาปเพื่อลงโทษต่อเหล่าบรรดาผู้ทรยศ และในบรรดารายชื่อของผู้ทรยศมันก็มีชื่อของแองโกโล่รวมอยู่ด้วย

แองโกโร่ผู้ถูกสาปไม่สามารถใช้เวทเพลิงได้อีกต่อไปและเขาก็ยังหวาดกลัวเปลวไฟกับแสงสว่างมาก มันจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขามาหลบซ่อนตัวอยู่ภายในดันเจียนเดทเคฟแห่งนี้นี่เอง

แต่ถึงแม้แองโกโล่จะใช้เวทไฟไม่ได้แต่เขาก็ยังมีความเชี่ยวชาญในเวทมนตร์แขนงอื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่นเวทมนตร์น้ำแข็ง

ฟิ้ว!

ลู่หยางได้ยินเสียงลมหวีดหวิว เขาจึงรีบใช้แฟลชกระโจนหลบทันที

ร่างของชายหนุ่มกลายเป็นแสงสีขาวสว่างวาบ พร้อมกันนั้นลูกธนูน้ำแข็งก็พุ่งเข้าไปปักผนังถ้ำด้านข้างในตำแหน่งที่เขาเคยยืนอยู่

หลังธนูน้ำแข็งตกกระทบผนังถ้ำบริเวณนั้นก็ถูกเกาะด้วยชั้นน้ำแข็งหนา ซึ่งลู่หยางก็เชื่อว่าหากเขาหลบการโจมตีไม่ทัน การโจมตีนี้ย่อมมากพอที่จะสังหารเขาลงไปแน่ ๆ

“ดับไฟซะ ไม่อย่างนั้นข้าจะฆ่าเจ้า!” เสียงของชายคนหนึ่งร้องคำรามด้วยความโกรธดังขึ้นมาแต่ไกล

ลู่หยางรู้ดีว่าเจ้าของเสียงนี้คือแองโกโล่ เขาจึงหันไปทางต้นเสียงพร้อมกับสะบัดปล่อยเวทเบลซซิงเบิร์สออกไปในทันที

ตูม!

เบลซซิงเบิร์สปะทะเข้ากลางลำตัวของแองโกโล่เข้าอย่างจัง ก่อนที่เปลวไฟอันส่องสว่างจะเผยให้เห็นชายวัยกลางคนที่อยู่ในชุดคลุมสีขาว

จอมเวทย์แองโกโล่ (ระดับลอร์ด)

เลเวล 10

พลังชีวิต 79,640/80,000

รอช็อคได้เลยพวกลูกทีมทั้งหลายยยยย

จบบทที่ บทที่ 55 บอสลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว