เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 53 เสื้อคลุมเวทมนตร์ระดับเงิน

บทที่ 53 เสื้อคลุมเวทมนตร์ระดับเงิน

บทที่ 53 เสื้อคลุมเวทมนตร์ระดับเงิน


บทที่ 53 เสื้อคลุมเวทมนตร์ระดับเงิน

“มันเป็นเสื้อคลุมของนักเวท” ลู่หยางประกาศขณะทำการแชร์ข้อมูลของอุปกรณ์ไปให้กับทุกคน

เสื้อคลุมเวทมนตร์ (ระดับเงิน)

เลเวล 3

พลังป้องกัน 4-6

พลังกาย +4

สติปัญญา +5

พลังโจมตีเวท +16

อัตราคริติคอลทางเวทมนตร์ +8%

“โคตรดีเลย!” ปานชีเฉินกวงและนักเวทอีกสามคนต่างก็มองอุปกรณ์ตรงหน้าด้วยแววตาอันเป็นประกาย

ลู่หยางเองก็ไม่คิดว่าจะได้รับอุปกรณ์ชิ้นนี้มาตั้งแต่การลงดันเจียนในครั้งแรกด้วยเช่นกัน เพราะมันคือเสื้อระดับสูงสุดของนักเวทในดันเจียนและมีโอกาสดรอปอยู่เพียงแค่ 1% เท่านั้น

“ตามที่ตกลงกันเอาไว้ อุปกรณ์ชิ้นนี้เป็นของฉัน” ลู่หยางกล่าว

“ตามนั้นเลย มันสมควรจะเป็นของคุณแล้ว” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าว เพราะถ้าหากไม่มีลู่หยาง พวกเธอก็คงจะไม่สามารถเดินทางมาได้ไกลขนาดนี้

แน่นอนว่าสมาชิกส่วนที่เหลือภายในทีมก็ไม่มีใครคิดจะคัดค้านขึ้นมาด้วยเช่นกัน

“อาจารย์ ตอนนี้คุณมีพลังโจมตีเวทเท่าไหร่แล้ว?” จางจื่อโป๋ถาม

ลู่หยางทำการสวมเสื้อคลุมที่ได้รับมาใหม่ ก่อนที่เขาจะตอบว่า

“ตอนนี้พลังโจมตีเวทขึ้นมาเป็น 148 หน่วยแล้ว”

ทุกคน: “...”

“พลังโจมตีเวทของผมมีแค่ 29 หน่วยเอง” ปานชีเฉินกวงพูดด้วยสีหน้าอันเศร้าสร้อย

“แบบนี้ผมก็คงรับการโจมตีจากอาจารย์ได้ไม่ถึงสองครั้งด้วยซ้ำ” จางจื่อโป๋กล่าวอย่างหดหู่

ในเวลาเดียวกันคนอื่น ๆ ต่างก็พยักหน้ารับด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความน่าสงสาร

ปฏิกิริยาของทุกคนทำให้ลู่หยางอึดอัดเล็กน้อย เขาจึงพูดขึ้นมาว่า

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ พวกเราคือทีมเดียวกันนะ ตอนนี้ฉันสอนเทคนิคให้กับพวกคุณแล้วเชื่อว่าหลังจากนี้อีกไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ พวกคุณส่วนใหญ่ก็น่าจะรวบรวมอุปกรณ์ดี ๆ ได้ครบทั้งชุดเหมือนกัน”

“นั่นสินะ พวกเราสู้ ๆ! คราวนี้ทุกคนต้องพยายามจดจำเทคนิคจากอาจารย์ให้ได้มากที่สุดแล้วหลังจากนั้นพวกเราก็มาช่วยกันหาอุปกรณ์ของทุกคนให้ได้ภายใน 1 สัปดาห์” จางจื่อโป๋ตะโกนให้กำลังใจสมาชิกภายในทีม

“เฮ้!”

ทุกคนส่งเสียงขึ้นมาอย่างตื่นเต้น เพราะถ้าหากพวกเขาได้รับอุปกรณ์ระดับทองแดงหรือระดับเหล็กตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น มันก็จะทำให้พวกเขามีความได้เปรียบเหนือกว่าผู้เล่นคนอื่น ๆ มาก

ลู่หยางแอบปรบมือให้จางจื่อโป๋ภายในใจและสมแล้วที่เขาคนนี้คือหัวหน้าทีมอันดับ 1 ภายใต้การดูแลของราชินีกุหลาบ

ในชาติที่แล้วเนื่องมาจากความปั่นป่วนที่เจิ้งหยวนได้สร้างขึ้นมา เซี่ยหยู่เว่ยจึงรักษาเมืองเอาไว้ได้เพียงแค่สองเมืองเท่านั้น แน่นอนว่าเมือง ๆ หนึ่งคือเมืองที่เธอปกป้องเอาไว้ได้ ส่วนอีกเมืองก็คือเมืองที่จางจื่อโป๋คอยนำทีมเป็นคนป้องกันเมืองเอาไว้นั่นเอง

“พวกเราไปต่อกันเถอะ บอสตัวต่อไปอยู่บนเรือ ทุกคนตามฉันมา” ลู่หยางกล่าว

ระหว่างท่าเรือกับเรือโจรสลัดเชื่อมต่อกันด้วยไม้กระดานที่มีความกว้างประมาณ 30 เซนติเมตร ซึ่งลู่หยางได้นำทุกคนเดินตามไม้กระดานเพื่อขึ้นไปบนตัวเรือ

ดาดฟ้าของเรือค่อนข้างกว้างมาก โดยมันมีขนาดประมาณ 15×50 เมตร ห้องใต้ดาดฟ้าอยู่บริเวณท้ายเรือ ด้านบนดาดฟ้าเป็น 2 ชั้นแบบเปิดโล่งและมีโจรสลัดคอยเดินลาดตระเวนอยู่ทั้งหมดสี่คน

การแต่งกายของโจรสลัดเหล่านี้ค่อนข้างพิเศษ โดยพวกมันผูกผ้าสีแดงเอาไว้บนหัวราวกับเป็นการแสดงตัวตน

เมื่อลู่หยางนำทีมสังหารโจรสลัดทั้งสี่คน พวกเขาก็เข้าไปในห้องใต้ดาดฟ้าและทำการสังหารศัตรูไปเรื่อย ๆ และในที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาจนถึงพื้นที่โซนพักผ่อนใต้ดาดฟ้า

ด้านหน้าคือชายวัยกลางคนที่สวมผ้าโพกหัวสีดำ ด้านขวาถูกปิดตาเอาไว้ด้วยผ้าสีดำ ทั่วทั้งตัวถูกคลุมด้วยเสื้อคลุมสีดำ แม้กระทั่งมีดสั้นภายในมือของเขาก็ยังเป็นสีดำสนิท

ฮันก้า (บอส)

เลเวล 8

พลังชีวิต 50,000/50,000

“โคตรเท่เลย!” นักบวชสาวภายในทีมกล่าว

หลานอวี่และสาว ๆ คนอื่น ๆ พยักหน้าอย่างเห็นด้วย

“นั่นมันบอสนะ” ลู่หยางกล่าว

“หา?”

“นี่พวกคุณไม่เคยดูประกาศจับหน้าประตูเมืองเลยงั้นเหรอ?” ลู่หยางถาม

“ไม่เคย” ทุกคนต่างก็ส่ายหน้าพร้อมกัน

“เมื่อก่อนฮันก้าเคยเป็นหัวหน้าหน่วยลอบสังหารของจักรวรรดิฟาลส์ ท่าไม้ตายของเขาคือรีเวิร์สเบลดที่สามารถโจมตีเป้าหมายได้ 8 คนพร้อมกัน ในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นแขนขาดตาบอด แต่เขาก็ยังคงเป็น 1 ใน 10 บุคคลที่อันตรายที่สุดจนทางเมืองได้มีประกาศจับออกมา” ลู่หยางอธิบาย

“ทุกคนต้องระวังสกิลรีเวิร์สเบลดของมันเอาไว้ให้ดี พลังโจมตีของสกิลนี้อยู่ที่ประมาณสองเท่าของการโจมตีปกติ ตอนที่พวกเรามาสู้กับบอสครั้งแรกพวกเรายังไม่รู้เรื่องสกิลนี้ ท้ายที่สุดก็คือเราเสียผู้เล่นระยะประชิดไปแปดคนรวมถึงตัวฉันด้วย ยิ่งในตอนนี้พวกเรากำลังลงดันเจียนระดับอีปิค พลังโจมตีของบอสมันก็น่าจะสูงขึ้นกว่าเดิม” ชิงเฟิงกล่าวเตือน

“มันเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ?” จางจื่อโป๋ถาม

“ไม่ต้องห่วง เฮ่ยเจียจะเป็นคนแทงค์บอสเอาไว้เอง เขามีสกิลชิลด์วอลล์การแทงค์บอสไม่น่าจะมีปัญหาอะไร” ลู่หยางกล่าว

“คราวนี้พวกเราคงจำเป็นจะต้องพึ่งเฮ่ยเจียแล้ว” ชิงเฟิงกล่าว

“เอาล่ะทุกคนตรวจสอบพลังชีวิตกับมานาของตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าใครมีปัญหาให้ยกมือขึ้นได้เลย” ลู่หยางปรบมือกระตุ้นสมาชิกภายในทีม

ทุกคนต่างก็ส่ายหน้าเพื่อบอกว่าไม่มีใครมีปัญหา

“เฮ่ยเจียเข้าไปแทงค์บอสได้เลย หลังจากที่เขาใช้สกิลอาร์มเมอร์เบรค 3 ครั้ง ทุกคนค่อยโจมตี ส่วนนักบวชทุกคนโฟกัสฮีลไปที่เฮ่ยเจียเพียงคนเดียว”

เมื่อได้รับคำสั่งเสี่ยวเหลียงก็ยกโล่พร้อมกับใช้สกิลชาร์จพุ่งเข้าหาบอส

-27

“ผู้ขัดขวางการฟื้นฟูจักรวรรดิจักรวรรดิฟาลส์จงตายซะ!” ฮันก้าพลิกมีดสั้นพร้อมกับแทงเข้าใส่เสี่ยวเหลียง

-254

มีดสั้นเล่มนี้หลบหลีกโล่ของเสี่ยวเหลียงอย่างคล่องแคล่ว ก่อนที่มันจะแทงเข้าใส่เอวของชายหนุ่มอย่างแม่นยำ

“เร็วมาก!” เสี่ยวเหลียงอุทานอย่างตกใจ

“อื้อหือ! นี่ถ้าเป็นฉันคงจะตายไปแล้ว” จางจื่อโป๋พูดกับเซี่ยหยู่เว่ย

“ไม่น่าเชื่อว่าบอสจะโจมตีจากด้านข้างแบบนี้ การสู้กับมันคงไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ ๆ” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าว

“ครั้งแรกทีมของเราก็ตายเพราะเรื่องนี้เหมือนกัน ไม่รู้ว่าลู่หยางจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ได้ไหม?” ชิงเฟิงกล่าว

“นักบวชฮีล!” ลู่หยางตะโกนสั่ง

+57, +49, +49, +49, +49

ตัวเลขการฮีล 5 ครั้งปรากฏขึ้นเหนือศีรษะเสี่ยวเหลียงติดต่อกันช่วยให้เขารอดพ้นมาจากขีดอันตราย แต่หลังจากเวลาได้ผ่านพ้นไปอีก 1 วินาที ฮันก้าก็เคลื่อนที่ไปด้านข้างพร้อมกับแทงมีดเข้าใส่สีข้างของเสี่ยวเหลียงอีกครั้ง

-252

“ลูกพี่ทำยังไงดี? ผมหลบการโจมตีของมันไม่ได้!” เสี่ยวเหลียงตะโกนอย่างร้อนรน เพราะเขามีพลังชีวิตเพียงแค่ 500 กว่าหน่วย หากเขาถูกจู่โจมติด ๆ กันสามครั้งเขาก็จะต้องตายอย่างแน่นอน

“ใจเย็น ๆ ดึงบอสไปที่มุมห้องแบบนั้นนายก็จะไม่โดนการโจมตีจากด้านข้างแล้ว” ลู่หยางตอบอย่างใจเย็น

“เฮ้ย จริงด้วย!”

ชิงเฟิง, เซี่ยหยูเว่ยและเสี่ยวเหลียงต่างก็เบิกตากว้างขึ้นมา

เสี่ยวเหลียงรีบถอยหลังใช้ประโยชน์จากมุมห้องแล้วยกโล่ขึ้นมาเพื่อปกปิดการโจมตีจากด้านหน้า และการเคลื่อนไหวนี้มันก็ไม่มีช่องว่างให้บอสเข้าจู่โจมจากด้านข้างอีกต่อไป

เมื่อฮันก้าหาช่องว่างในการโจมตีไม่ได้ เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากโจมตีเข้าใส่โล่ของเสี่ยวเหลียงเท่านั้น

-188

“ขนาดโจมตีเข้าใส่โล่ยังแรงขนาดนี้เลยเหรอ? พลังป้องกันของเฮ่ยเจียอยู่ที่ประมาณ 130 แบบนี้มันก็หมายความว่าพลังโจมตีของบอสมีอยู่มากกว่า 300”

พลังโจมตีของมันสูงกว่าโอเกอร์คลิฟที่เป็นบอสตัวแรกอีก และความเร็วในการโจมตีของมันก็สูงกว่าคลิฟเยอะเลยด้วย”

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับฮันก้า เสี่ยวเหลียงก็ไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหวมากนัก และเขาก็จำเป็นจะต้องใช้เวลานานกว่า 8 วินาทีจึงจะใช้สกิลอาร์มเมอร์เบรคครบ 3 ครั้ง

“ทุกคนโจมตีเต็มกำลัง! นักสู้ระยะประชิดคอยฟังคำสั่งเอาไว้ให้ดี ๆ ถ้าฉันบอกให้หนีก็รีบถอยกลับมาโดยเร็วที่สุด!!” ลู่หยางตะโกนสั่งพลางใช้สกิลคอมบัสชันเข้าใส่ฮันก้า

“ครับ/ค่ะ” เซี่ยหยู่เว่ยและนักสู้ระยะประชิดคนอื่น ๆ ต่างก็ตอบรับอย่างพร้อมเพรียง

เมื่อสกิลคอมบัสชันซ้อนทับกันครบ 5 ครั้ง ไฟร์บอลของลู่หยางก็สามารถสร้างความเสียหายได้มากกว่าครั้งละ 245 หน่วย

อย่างไรก็ตามคราวนี้ลู่หยางก็ไม่ได้เล็งโจมตีไปที่หัวของบอส เพราะถ้าหากมันเกิดการโจมตีแบบคริติคอลขึ้นมา ฮันก้าจะต้องเปลี่ยนเป้าหมายมาที่เขาอย่างแน่นอน ซึ่งในเวลานั้นมันก็จะทำให้การเคลื่อนไหวของบอสไม่ได้เป็นไปตามการควบคุม

นอกจากนี้เหล่าบรรดานักสู้ระยะประชิดของทีมยังไม่มีใครมีพลังชีวิตเกินกว่า 200 แต้มเลยแม้แต่คนเดียว หากพวกเขาถูกบอสโจมตีสวนเข้าไปแม้แต่เพียงครั้งเดียว พวกเขาก็จะตายอย่างแน่นอน

ว่าแล้ว!! ไอเท็มที่ดรอปของนักเวทจริงด้วย มีใครเดาถูกเหมือนกันบ้าง…

จบบทที่ บทที่ 53 เสื้อคลุมเวทมนตร์ระดับเงิน

คัดลอกลิงก์แล้ว