เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 51 นายทำไม่ได้หรอก

บทที่ 51 นายทำไม่ได้หรอก

บทที่ 51 นายทำไม่ได้หรอก


บทที่ 51 นายทำไม่ได้หรอก

“ทำไมล่ะ?” เซี่ยหยูเว่ยถาม

ลู่หยางอยากจะบอกเธอไปเหมือนกันว่าเขาต้องฝึกฝนการเคลื่อนไหวนี้ซ้ำ ๆ เป็นเวลานานกว่าสามเดือนถึงจะเข้าใจมุมองศาและระยะเวลาในการเคลื่อนไหว มันจึงไม่มีทางเป็นไปได้ที่เจิ้งหยวนจะสามารถทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบภายใต้การเคลื่อนไหวเพียงแค่ครั้งเดียว

อีกอย่างรีซิสท์ไฟร์ริงเป็นสกิลที่จะผลักได้แค่มอนสเตอร์ที่มีเลเวลต่ำกว่าตัวเอง แล้วในตอนนี้เจิ้งหยวนก็เพิ่งเลเวล 3 ในขณะที่มอนสเตอร์มีเลเวล 5 แม้เจิ้งหยวนจะเคลื่อนไหวได้อย่างไม่มีปัญหาแต่ท้ายที่สุดรีซิสท์ไฟร์ริงของเขาก็ไม่สามารถที่จะผลักมอนสเตอร์ออกไปได้อยู่ดี

ในระหว่างชายหนุ่มกำลังจะอธิบาย เจิ้งหยวนก็ตะโกนขึ้นมาซะก่อน

“ทุกคนพร้อมนะ ฉันกำลังจะเริ่มแล้ว!”

พริบตาต่อมามันก็มีแสงสว่างห่อหุ้มร่างของอีกฝ่ายเอาไว้ ก่อนที่ทุกคนจะได้เห็นเจิ้งหยวนกระโดดเข้าไปกลางฝูงนักรบเกราะหนัก

“ศัตรูบุก!” นักรบเกราะหนักยกโล่ขึ้นฟาดเจิ้งหยวนในทันที

ชิลด์แบช: ใช้โล่ฟาดเข้าใส่ศัตรูอย่างแรง ทำให้เป้าหมายมึนงงเป็นเวลา 2 วินาที

เจิ้งหยวนสลบไปในทันที จากนั้นทุกคนก็เห็นหอกอีกเจ็ดเล่มที่แทงเข้าไปภายในร่างของอีกฝ่ายพร้อมกัน

ระบบ: ผู้เล่นเจิ้งหยวนเสียชีวิต!

เซี่ยหยูเว่ย: “...”

หลันหยู: “...”

จางจื่อโป๋และคนอื่นๆ: “...”

ชิงเฟิง: “...”

ลู่หยางยักไหล่และพูดว่า

“ดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่ได้เรียนรู้แม้กระทั่งการเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐานของสกิลบลิ๊งค์เลยสินะ”

ชิงเฟิงหัวเราะจนปวดท้อง ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาว่า

“ขอโทษด้วย ฉันทนไม่ไหวแล้ว! นี่เขาถึงกับกล้ากระโดดไปปรากฏตัวตรงหน้ามอนสเตอร์แบบนั้นเลยงั้นเหรอ”

เซี่ยหยู่เว่ยอับอายจนหน้าแดงไปหมด เพราะในครั้งนี้เจิ้งหยวนทำให้เธออยากจะมุดแผ่นดินหนีไปจากตรงนี้จริง ๆ

“ขอโทษพวกคุณด้วยที่คนของเราทำให้ต้องเสียเวลา” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าว

“ไม่เป็นไร พวกเรารอเขาตรงนี้สักพักก็ได้” ลู่หยางกล่าวโดยถือโอกาสใช้ช่วงเวลานี้สำหรับการพักผ่อน

เซี่ยหยู่เว่ยมองลู่หยางด้วยความขอบคุณ

ในที่สุดเจิ้งหยวนก็กลับมาอีกครั้งและเมื่อเขาได้เจอทุกคน เขาก็พูดขึ้นมาว่า

“เมื่อกี้พลาดไปหน่อย ฉันขอลองใหม่อีกครั้ง”

“นี่นายอยากจะลองอีกเหรอ?” เซี่ยหยู่เว่ยถามอย่างร้อนใจ

“เมื่อกี้มันแค่บังเอิญ เธอเชื่อฉันสิว่าฉันทำได้” เจิ้งหยวนกล่าวอย่างมั่นใจ

ในระหว่างที่เซี่ยหยู่เว่ยกำลังจะออกปากห้าม ลู่หยางก็ได้ทำมือเชื้อเชิญและพูดขึ้นมาซะก่อนว่า

“เชิญเลย ตามสบาย”

“ระวังตัวด้วย” เซี่ยหยู่เว่ยทำได้เพียงแค่เตือนขึ้นมาเบา ๆ และกลืนคำพูดทุกอย่างกลับไปอย่างเงียบ ๆ

“วางใจได้ คราวนี้ไม่มีปัญหาแน่นอน” เจิ้งหยวนกลับไปยังตำแหน่งเดิม ซึ่งหลังจากที่เขาเฝ้ารออยู่นาน ชายหนุ่มเจ้าสำราญก็เริ่มใช้สกิลบลิ๊งค์ออกมาอีกครั้ง

ครั้งนี้เจิ้งหยวนกระโดดเข้าไปท่ามกลางนักรบเกราะหนักทั้งแปดตัวได้สำเร็จ แต่ตำแหน่งที่เขาปรากฏตัวค่อนข้างที่จะอยู่ห่างเกินไปสักหน่อย

“ศัตรูบุก!” นักรบเกราะหนักร้องคำราม ก่อนที่มันจะใช้สกิลชาร์จใส่เจิ้งหยวน

เจิ้งหยวนยังไม่ทันได้ใช้สกิลรีซิสท์ไฟร์ริงก็ถูกทำให้มึนงงอยู่กับที่ จากนั้นทุกคนก็ได้เห็นหอกแทงร่างอีกฝ่ายจนตายอีกครั้ง

ทุกคน: “...”

“น่าสงสารจริง ๆ” ชิงเฟิงกล่าว

“ทำไมมอนสเตอร์พวกนี้ถึงใช้สกิลชาร์จได้ด้วยล่ะ?” เซี่ยหยู่เว่ยถาม

“ตอนที่อาจารย์เข้าไปไม่เห็นพวกมันใช้สกิลชาร์จออกมาเลย?” จางจื่อโป๋กล่าว

ชิงเฟิงหัวเราะเบา ๆ ก่อนที่เขาจะอธิบายขึ้นมาว่า

“นักรบคนไหนจะไม่มีสกิลชาร์จบ้าง? พวกเรามีสกิลอะไร พวก NPC ก็มีสกิลแบบนั้นเหมือนกันนั่นแหละ”

“แล้วทำไมพวกมันถึงไม่ได้ใช้สกิลชาร์จกับอาจารย์ล่ะ?” หลานอวี่ถามอย่างสงสัย

“นั่นก็เพราะจังหวะที่พี่ลู่หยางปรากฏตัวเข้าไปมันแม่นยำมากเลยยังไงล่ะ” ชิงเฟิงตอบ

พวกเซี่ยหยู่เว่ยต่างก็แสดงสีหน้าขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ

ชิงเฟิงส่ายหัวและพูดว่า

“พวกคุณรู้จัก ‘สุดขอบสกิล’ ไหม?”

พวกเซี่ยหยู่เว่ยยังคงแสดงสีหน้าสับสนอยู่เช่นเดิม

“นี่พวกคุณไม่รู้จักแม้กระทั่งเทคนิค PK ขั้นพื้นฐานเลยเหรอเนี่ย?! ฉันขอชื่นชมพวกคุณจริง ๆ ที่กล้าตั้งสตูดิโอขึ้นมา”

“ช่างเถอะ เดี๋ยวฉันจะอธิบายให้ฟังก็แล้วกัน ‘สุดขอบสกิล’ คือการยืนอยู่ในตำแหน่งนอกระยะการใช้สกิลของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ ยกตัวอย่างเช่น สกิลชาร์จของนักรบที่ตามกฎมันมีระยะการใช้งานไกลสุดที่ 30 เมตรและระยะใกล้ที่สุดคือ 2 เมตร”

“ถ้าเป้าหมายยืนนอกระยะ 30 เมตรนักรบก็ไม่สามารถที่จะใช้สกิลชาร์จได้ ในทำนองเดียวกันถ้าหากเป้าหมายยืนอยู่ในระยะไม่ถึง 2 เมตร นักรบก็ไม่สามารถที่จะใช้สกิลชาร์จได้ด้วยเหมือนกัน”

“เจิ้งหยวนคิดว่าเขากระโดดเข้าไปในตำแหน่งที่พอดี แต่เขาไม่รู้เลยว่าตำแหน่งที่ตัวเองกระโดดเข้าไปอยู่ห่างจากนักรบเกราะหนักคนแรกมากกว่า 2 เมตร หากนักรบคนนั้นไม่ได้ใช้สกิลชาร์จเพื่อโจมตีมันก็เป็นเรื่องแปลกประหลาดมากเกินไปแล้ว”

“มันมีเทคนิคแบบนี้อยู่ด้วยเหรอเนี่ย!” หลานอวี่พูดอย่างประหลาดใจ

ชิงเฟิงพยักหน้าและพูดว่า

“มีสิ และมันก็ไม่ใช่เทคนิคที่จะฝึกกันได้ง่าย ๆ ด้วย ก่อนหน้านี้พวกคุณคงจะคิดว่าการกระโดดของพี่ลู่หยางเป็นเพียงแค่การกระโดดง่าย ๆ แต่ความจริงแล้วมันเป็นการเคลื่อนไหวที่ต้องใช้เทคนิคที่สูงมาก ซึ่งนอกเหนือจากการกระโดดเข้าไปในตำแหน่งที่เหมาะสม พี่ลู่หยางยังย่อตัวลงในขณะที่ใช้สกิลรีซิสท์ไฟร์ริงเพื่อหามุมในการผลักมอนสเตอร์ให้กระเด็นออกไปด้วย พวกคุณคิดว่าเจิ้งหยวนรู้มุมในการผลักมอนสเตอร์ด้วยหรือเปล่า?”

ในที่สุดพวกเซี่ยหยู่เว่ยก็เริ่มตระหนักถึงสิ่งที่ลู่หยางได้ทำลงไป และทันใดนั้นสายตาที่พวกเขามองไปยังชายหนุ่มมันก็เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

“ที่แท้มันก็มีรายละเอียดพวกนี้ซ่อนอยู่นี่เอง” จางจื่อโป๋กล่าว

“อย่าลืมสิว่าตอนนี้พวกเรากำลังลงดันเจียนระดับอีปิค ซึ่งเป็นดันเจียนระดับสูงสุดที่แม้แต่กิลด์เพอร์เพิลโกลด์เดสตินี่ของฉันก็ยังไม่กล้าเข้ามาแตะ” ชิงเฟิงเน้นย้ำอีกครั้ง

ในที่สุดพวกเซี่ยหยู่เว่ยก็รู้ตัวว่าพวกเธอประเมินดันเจียนแห่งนี้ต่ำเกินไปและประเมินความสามารถของตัวเองสูงจนเกินไป แท้ที่จริงสาเหตุที่ทุกคนมาจนถึงตรงนี้ได้นั่นก็เพราะความช่วยเหลือจากลู่หยางทั้งนั้น

ระหว่างนั้นเจิ้งหยวนก็กลับเข้ามารวมทีม โดยในคราวนี้สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความอับอายเนื่องมาจากความล้มเหลวซ้อน ๆ กันถึงสองครั้ง

“หยู่เว่ย ขอฉัน…”

ระหว่างที่เจิ้งหยวนกำลังพูดขึ้นมา เซี่ยหยู่เว่ยก็พูดตัดบทขึ้นมาเสียก่อน

“เจิ้งหยวน ความสามารถของนายตอนนี้ยังเลียนแบบการเคลื่อนไหวของเขาไม่ได้หรอก อย่าเสียเวลาเลย”

ความผิดพลาดในก่อนหน้านี้ทำให้เจิ้งหยวนรู้สึกอับอายมากอยู่แล้ว ยิ่งเซี่ยหยู่เว่ยพูดแบบนี้กับเขาต่อหน้าคนอื่น มันจึงยิ่งทำให้เจิ้งหยวนเต็มไปด้วยความโกรธ

“ฉันทำให้คนอื่นเสียเวลาตรงไหน?”

“นายพลาดไปแล้ว 2 ครั้ง พวกเราไม่มีเวลามารอนายหรอกนะ ตอนนี้นายอยู่เฉย ๆ เถอะแล้วให้ลู่หยางเป็นคนลงมือ” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าว

“นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ ตั้งแต่เข้าดันเจียนมาฉันก็อดทนมาตั้งนานแล้ว ทำไมเธอถึงต้องเข้าข้างไอ้หมอนั่นทุกเรื่อง นี่มันก็แค่การลงดันเจียนปกติไม่ใช่หรือไง ทำไมเธอไม่ถวายตัวให้มันไปเลยล่ะ!” เจิ้งหยวนพูดด้วยความโกรธ

สีหน้าของเซี่ยหยู่เว่ยบิดเบี้ยวไปอย่างน่าเกลียด เพราะเธอไม่คิดว่าเจิ้งหยวนจะพูดคำพูดอะไรแบบนี้ออกมาได้

“ออกจากทีมไปซะ! ฉันไม่ต้องการเพื่อนร่วมทีมอย่างนาย!!”

“นี่เธอจะมาทะเลาะกับฉันเพราะคนนอกงั้นเหรอ?!” เจิ้งหยวนพูดอย่างไม่พอใจ ก่อนที่เขาจะออฟไลน์ออกไปในทันที

ทันใดนั้นบรรยากาศก็เต็มไปด้วยความอึดอัดอย่างกะทันหัน ลู่หยางจึงพยายามพูดขึ้นมาว่า

“ขอโทษด้วยนะ ไม่คิดว่าฉันจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้พวกคุณต้องทะเลาะกัน”

“มันไม่ใช่ความผิดของคุณหรอก ทั้งหมดนี้มันเป็นความผิดของเจิ้งหยวนคนเดียว” เซี่ยหยู่เว่ยพูดพร้อมกับส่ายหัว

คราวนี้พวกจางจื่อโป๋ไม่มีใครพูดแทนเจิ้งหยวนอีกต่อไป เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาลู่หยางพยายามอดทนกับเจิ้งหยวนมานานมากแล้ว ยิ่งในตอนนี้อีกฝ่ายก็เป็นคนสร้างเรื่องขึ้นมาเอง สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดจึงไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับลู่หยางเลย

“อาจารย์ พวกเราเดินทางต่อกันเถอะ” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าว

ลู่หยางพยักหน้าก่อนที่ร่างของเขาจะกลายเป็นลำแสงสีขาวไปปรากฏตัวตรงกลางนักรบเกราะหนัก

รีซิสท์ไฟร์ริง!

นักรบเกราะหนักถูกแยกออกเป็นสองกลุ่มอีกครั้ง โดยกลุ่มหนึ่งถูกผลักร่วงหล่นลงไปในร่องระบายน้ำ ขณะที่อีกกลุ่มถูกผลักลงไปในแม่น้ำใต้ดิน

“ชิงเฟิง! เฮ่ยเจีย! เตรียมตัว!!” ลู่หยางตะโกน

พวกเซี่ยหยู่เว่ยต่างก็มองการเคลื่อนไหวของลู่หยางอย่างใกล้ชิด และเมื่อพวกเขาได้รู้ถึงรายละเอียดของการเคลื่อนไหวแล้วมันก็ทำให้ทุกคนรู้สึกราวกับว่าพวกเขากำลังรับงานชมศิลปะชิ้นหนึ่ง

สมบูรณ์แบบจริง ๆ!

หาาาา! ออฟไลน์ทิ้งตี้แบบนี้เลยเหรอ?!

จบบทที่ บทที่ 51 นายทำไม่ได้หรอก

คัดลอกลิงก์แล้ว