เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 49 นักรบเกราะหนัก

บทที่ 49 นักรบเกราะหนัก

บทที่ 49 นักรบเกราะหนัก


บทที่ 49 นักรบเกราะหนัก

“สำเร็จแล้ว!!” หลานอวี่ตะโกนด้วยความดีใจ

“เยี่ยมมาก! นี่มันคือบอสระดับอีปิคเชียวนะ” ชิงเฟิงพูดอย่างดีใจด้วยเหมือนกัน

“อาจารย์ รีบตรวจอุปกรณ์ดูเร็วเข้า” เซี่ยหยู่เว่ยบอกด้วยความตื่นเต้น

ในทีมหนึ่งมีเพียงหัวหน้าปาร์ตี้เท่านั้นที่มีสิทธิ์เปิดดูอุปกรณ์ ซึ่งในก่อนหน้านี้เซี่ยหยู่เว่ยเป็นคนเปิดดูอุปกรณ์มาโดยตลอด แต่ตอนนี้เธอเต็มใจที่จะยกให้ลู่หยางเป็นคนเปิด

ลู่หยางไม่ได้มีความคิดที่จะเกรงอกเกรงใจ เพราะในชาติที่แล้วเขาก็เป็นคนเปิดอุปกรณ์จากบอสที่ต้องใช้สมาชิกมากกว่า 2,000 คนในการสังหารด้วยเช่นกัน

ชายหนุ่มเดินไปหยุดตรงหน้าบอส ก่อนที่จะเลือกหน้าจอเก็บของทำให้แสงสีเงินสว่างวาบไปทั่วทั้งบริเวณ

“ระดับเงิน!”

“ของอาชีพอะไร?”

“ของนักเวทหรือนักรบ”

“โจร! มันจะต้องเป็นของโจรแน่ ๆ”

“ไม่ใช่ มันจะต้องเป็นของนักธนูต่างหาก”

เมื่อได้ยินเสียงลุ้นระทึกอันคุ้นเคย ลู่หยางก็อดที่จะเผยรอยยิ้มออกมาไม่ได้

“มันเป็นเครื่องประดับระดับเงินสำหรับนักรบสายป้องกัน”

หลังจากพูดจบลู่หยางก็ทำการแชร์ข้อมูลของเครื่องประดับให้ทุกคนได้ดู

รูปปั้นเทพีสงคราม (ระดับเงิน)

พลังป้องกัน 7-22

ความแข็งแกร่ง +2

พลังกาย +3

บล็อก +8

เลเวล 1

“พลังป้องกันของมันเทียบได้กับโล่โกลเด้นเดรคเลยนะเนี่ย!” ชิงเฟิงอุทานด้วยความประหลาดใจเมื่อได้เห็นคุณสมบัติของเครื่องประดับตรงหน้า

เมื่อเซี่ยหยู่เว่ยและจางจื่อโป๋ได้เห็นคุณสมบัติของอุปกรณ์ พวกเธอก็รีบเข้ามาหาลู่หยางและพูดว่า

“เครื่องประดับชิ้นนี้มีค่ามาก พวกเราไม่อาจรับมันมาได้ฟรี ๆ เชิญคุณตั้งราคาของมันมาได้เลย”

จางจื่อโป๋ที่อยู่ข้าง ๆ พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย

เมื่อลู่หยางได้เห็นท่าทางของจางจื่อโป๋ เขาก็อดที่จะขำขึ้นมาไม่ได้

“พวกคุณจะให้เงินฉันงั้นเหรอ?”

จางจื่อโป๋พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังว่า

“ถ้ามีเครื่องประดับชิ้นนี้ผมก็สามารถแทงค์บอสในดันเจียนระดับต่ำกว่าอีปิคได้แน่นอน สิ่งนี้สำคัญกับพวกเรามาก หวังว่าคุณจะยอมขายมันให้กับพวกเรา”

“ใช่แล้วอาจารย์ คุณขายมันให้พวกเราเถอะ” หลานอวี่กล่าวเสริม

“สาวน้อยเธอเกี่ยวอะไรด้วย ไปอยู่ข้าง ๆ นู่นไป” ลู่หยางพูดอย่างหยอกล้อ

“คุณ…” หลานอวี่เบ้ริมฝีปากอย่างไม่พอใจ ก่อนที่เธอจะเดินไปอีกด้านด้วยความโกรธ

ลู่หยางมองไปยังเซี่ยหยู่เว่ยและจางจื่อโป๋ที่กำลังแสดงสีหน้าอย่างกังวลพร้อมกับพูดขึ้นมาว่า

“พวกคุณลืมข้อตกลงของเราในก่อนหน้านี้ไปแล้วเหรอ? ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าอุปกรณ์นักเวทเป็นของฉัน ส่วนอุปกรณ์ที่เหลือเป็นของพวกคุณ”

หลังจากพูดจบชายหนุ่มก็ทำการมอบเครื่องประดับให้กับจางจื่อโป๋

ระบบ: ผู้เล่นลู่หยางมอบเครื่องประดับของคลิฟให้คุณ

“คุณ... ให้ผมฟรี ๆ จริง ๆ เหรอ?” จางจื่อโป๋ถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

“คุณ... แต่ว่า…” เซี่ยหยู่เว่ยก็เริ่มพูดขึ้นมาอย่างไม่เป็นภาษาด้วยเช่นกัน

“ไม่มีอะไรทั้งนั้น เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องของเงินทองแต่เป็นเรื่องของสัจจะที่พวกเราเคยพูดกันเอาไว้” ลู่หยางกล่าว

เมื่อได้ยินคำพูดของลู่หยาง ทุกคนต่างก็มองชายหนุ่มด้วยความชื่นชมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะหลานอวี่ที่มองไปยังลู่หยางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมมากกว่าเดิม

ลู่หยางตบมือเรียกสติของทุกคน ก่อนที่จะพูดขึ้นมาว่า

“เอาล่ะทุกคนนั่งพักกันตรงนี้ก่อน หลังจากที่มานาฟื้นฟูกลับมาแล้วพวกเราค่อยออกเดินทางต่อ ครั้งนี้พวกเราจะผ่านเดทเคฟให้ได้ภายใน 1 ชั่วโมง”

“ครับ/ค่ะ” สมาชิกภายในทีมต่างก็ตอบรับออกมาพร้อมกัน

ก่อนหน้านี้พวกเขายังคงสงสัยในตัวของลู่หยางอยู่บ้าง แต่หลังจากการต่อสู้กับคลิฟความสงสัยในตัวของชายหนุ่มก็ถูกขจัดออกไปจนหมด

“เออ... หัวหน้า เจิ้งหยวนยังตายอยู่เลยพวกเราควรจะฟื้นคืนชีพเขาขึ้นมาไหม?” นักรบคนหนึ่งภายในทีมถาม

ทันใดนั้นเซี่ยหยู่เว่ยก็พึ่งนึกขึ้นมาได้ด้วยเช่นกันว่าในระหว่างการต่อสู้ เจิ้งหยวนขัดคำสั่งจนถูกลูกไฟของบอสเผาตายอยู่คนเดียว

“พวกเราไม่มีสกิลชุบชีวิต ให้เขาวิ่งเข้ามาภายในดันเจียนใหม่เองเถอะ” เซี่ยหยู่เว่ยบอกโดยพยายามกลั้นความโกรธของตัวเองเอาไว้

“ครับ” นักรบรับคำสั่งก่อนที่เขาจะส่งข้อความไปบอกเจิ้งหยวน

ตอนนี้เจิ้งหยวนยืนอยู่นอกดันเจียนตามกฎของเกม เพราะในระหว่างที่มีการต่อสู้สมาชิกที่เสียชีวิตจะไม่สามารถเข้ามาภายในดันเจียนได้

เมื่อได้รับข้อความเจิ้งหยวนจึงวิ่งเข้าไปในดันเจียนอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเขาได้กลับมาร่วมทีมและได้เห็นว่าบอสถูกสังหารไปแล้ว สีหน้าของชายหนุ่มเอาแต่ใจก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่หลายครั้ง

ลู่หยางไม่ได้สนใจเจิ้งหยวนที่เพิ่งมาถึง แต่เขาได้ตะโกนออกคำสั่งกับทุกคนว่า

“เอาล่ะพวกเราออกเดินทางกันเถอะ”

“ครับ/ค่ะ” พวกจางจื่อโป๋ลุกขึ้นอย่างฮึกเหิม ก่อนที่พวกเขาจะเดินตามลู่หยางไป

ตอนแรกเจิ้งหยวนคิดว่าลู่หยางจะเข้ามาด่าทอเขา แต่เมื่อเขาได้เห็นอีกฝ่ายไม่สนใจเขาจึงรีบเดินไปข้าง ๆ เซี่ยหยู่เว่ยแล้วพูดขึ้นมาว่า

“หยู่เว่ยเมื่อกี้ตอนที่ฉันอยู่หน้าดันเจียน ฉันซื้อหนังสือสกิลบลิ๊งค์กับรีซิสท์ไฟร์ริงมาได้แล้ว ตอนนี้ความสามารถของฉันไม่น่าจะต่างไปจากเขาคนนั้น”

เซี่ยหยู่เว่ยมองไปทางเจิ้งหยวนอย่างรำคาญและเธอก็อยากจะเดินไปหาหลานอวี่ แต่น่าเสียดายที่เพื่อนสาวของเธอเดินตามลู่หยางไปอย่างใกล้ชิด

“มันก็แค่ฆ่าบอสได้ตัวเดียวเอง ไม่เห็นจะมีอะไรน่าภูมิใจขนาดนั้น” เจิ้งหยวนพูดอย่างไม่พอใจ

เมื่อจางจื่อโป๋ได้ยินคำพูดของเจิ้งหยวน เขาก็ทำได้เพียงแต่ส่ายหัวและถอนหายใจโดยไม่อยากจะเสียเวลาพูดคุยกับชายคนนี้อีก

สมาชิกในปาร์ตี้เดินไปตามเส้นทาง ก่อนที่พวกเขาจะผ่านประตูไม้และเข้ามายังอุโมงค์อันกว้างขวาง

ทางด้านขวาของอุโมงค์เป็นแม่น้ำใต้ดินที่มืดมิด ทางด้านซ้ายเป็นภูเขาและทุก 3 เมตรจะมีคบเพลิงส่องแสงสว่างตามเส้นทาง

“ข้างหน้ามีนักรบเกราะหนัก 8 คน ทุกคนระวังตัวด้วย” โจรที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยสอดแนมวิ่งกลับมารายงาน

นักรบเกราะหนักเป็นกองกำลังหลักของจักรวรรดิฟาลส์ ซึ่งนักรบเหล่านี้จะสวมใส่ชุดเกราะทั้งตัวคล้ายกับอัศวินในยุคกลาง มือซ้ายของพวกเขาจะถือโล่ขนาดใหญ่ ส่วนทางด้านมือขวาจะถือหอกที่มีความยาวเกือบ 2 เมตร

ปัจจุบันทุกคนยืนอยู่ตรงบริเวณทางเข้าของอุโมงค์และมองไปยังนักรบเกราะหนักแปดคนที่ยืนอยู่ห่างออกไปประมาณ 30 เมตร

“ทำไมพวกมันถึงเป็นมอนสเตอร์ระดับอีลิทเลเวล 5 หมดเลย?” ชิงเฟิงพูดอย่างประหลาดใจ

“ดันเจียนปกติไม่ได้เป็นแบบนี้เหรอ?” เซี่ยหยู่เว่ยถาม

“ในดันเจียนปกติตรงนี้มีแค่มอนสเตอร์ทั่วไป 3 ตัวเท่านั้น” ชิงเฟิงตอบ

“แล้วแบบนี้พวกเราควรจะทำยังไงกันดี? พวกเราสู้มอนสเตอร์ระดับอีลิท 8 ตัวไม่ไหวแน่ ๆ”

มอนสเตอร์ระดับอีลิท 3 ตัวก็มีพลังโจมตีเทียบเท่ากับบอส 1 ตัวแล้ว การต้องปะทะกับมอนสเตอร์ระดับอีลิทพร้อมกัน 5 ตัว มันก็ไม่มีทางที่ตัวแทงค์ของทีมจะยืนรับความเสียหายเอาไว้ได้ไหว เพราะนักบวชไม่สามารถที่จะฟื้นฟูความเสียหายกลับมาได้ทัน

เซี่ยหยู่เว่ยมองไปทางลู่หยางแล้วถามว่า

“อาจารย์ คุณจะเอายังไง? พวกเราจะกลับกันเลยดีไหม? แค่ฆ่าคลิฟได้ตัวเดียวมันก็น่าพอใจมากแล้ว”

“ใช่อาจารย์ การผ่านพื้นที่ตรงนี้มันยังยากเกินไป” จางจื่อโป๋กล่าวเสริม

“ไม่ต้องห่วง ขอฉันคิดหาวิธีก่อน” ลู่หยางกล่าว

ในชาติก่อนพื้นที่ตรงหน้าทำให้ผู้เล่นต้องเสียชีวิตกันอย่างมากมาย แม้แต่สมาชิกที่สวมใส่อุปกรณ์ระดับทองแดงและอุปกรณ์ระดับเหล็กอย่างครบครันก็ยังยากที่จะผ่านพื้นที่ตรงนี้ไปได้

อย่างไรก็ตามเมื่อนักเวทสายไฟคนหนึ่งได้โพสต์คลิปวิดีโอ มันก็ทำให้การผ่านพ้นนักรบเกราะหนักไม่ใช่เรื่องที่ยากลำบากสำหรับผู้เชี่ยวชาญอีกต่อไป

นักเวทไฟคนนั้นมีเลเวล 6 ซึ่งต่ำกว่าความต้องการของดันเจียนมาก และเนื่องมาจากอุปกรณ์ที่ขาดแคลนมันจึงทำให้ทีมของเขาต้องติดอยู่ในด่านนี้เป็นเวลากว่า 3 วัน

ตรงบริเวณพื้นที่ติดกับภูเขามีร่องระบายน้ำลึกประมาณครึ่งเมตรอยู่บนพื้น ซึ่งภายในรอยแยกมีน้ำคอยพัดผ่านอย่างเชี่ยวกราดอยู่ตลอดเวลา

นักเวทไฟภายในคลิปได้ใช้บัคจากรอยแยกในการใช้สกิลรีซิสท์ไฟร์ริงกระแทกให้นักรบเกราะหนักกระเด็นลงไปภายในร่อง แต่เนื่องมาจากร่องน้ำมีความลึกประมาณ 30 เซนติเมตร มีความกว้างประมาณ 20 เซนติเมตร เมื่อนักรบเกราะหนักถูกกระแทกจนร่วงลงไป พวกเขาก็จะติดอยู่ในร่องระบายน้ำและไม่สามารถลุกขึ้นมาสร้างความเสียหายให้กับผู้เล่นได้อีกเลย

ใครรู้จุดบัคได้เปรียบเยอะจริง ๆ

จบบทที่ บทที่ 49 นักรบเกราะหนัก

คัดลอกลิงก์แล้ว