เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 ของขวัญล้ำค่าจากก็อบลิน

บทที่ 36 ของขวัญล้ำค่าจากก็อบลิน

บทที่ 36 ของขวัญล้ำค่าจากก็อบลิน


บทที่ 36 ของขวัญล้ำค่าจากก็อบลิน

“ฮู้! ในที่สุดก็ปลอดภัยแล้ว” บีเซลค่อมตัวลงไปใช้มือจับหัวเข่าเอาไว้ ขณะที่บนใบหน้ายังคงมีร่องรอยของความตื่นตระหนก

ทันใดนั่นเองก็มีก็อบลินชรานำกองกำลังเดินมาจากระยะไกล โดยก็อบลินคนนี้มีความสูงราว 90 เซนติเมตร บนใบหน้ามีริ้วรอยอยู่อย่างมากมาย ผิวพรรณมีสีเขียวเข้มมากกว่าก็อบลินหนุ่ม ใต้ตามีรอยคล้ำแต่มันก็ยังให้ความรู้สึกว่าเขาคนนี้ผ่านพ้นประสบการณ์ดีร้ายมาอย่างมากมาย สีหน้าของก็อบลินชราเต็มไปด้วยความอ่อนโยน

แต่เมื่อเขาได้เห็นบีเซลปรากฏตัวขึ้นมา ก็อบลินชรากลับรีบเดินเข้ามาด้วยแววตาแห่งความตื่นตกใจ

“บีเซล! นายไม่ได้ออกไปขายสินค้างั้นเหรอ? ทำไมถึงกลับมาที่นี่คนเดียว” ก็อบลินชราถาม

เมื่อบีเซลได้เห็นก็อบลินชรา เขาก็แสดงสีหน้าออกมาอย่างเศร้าสร้อยและพูดขึ้นมาอย่างสำนึกผิดว่า “ลุงทาเซล การค้าขายครั้งแรกของผมพังไม่เป็นท่าเลย”

“มันเกิดอะไรขึ้น?” ทาเซลถาม

“กองคาราวานของผมถูกวอลกินโจมตีที่บริเวณเนินเขาฮาล์ฟออร์ค พวกก็อบลินที่ไปกับผมตายหมดเลยแม้แต่ตัวผมก็เกือบถูกวอลกินฆ่าตายด้วยเหมือนกัน” บีเซลเริ่มเล่าประสบการณ์เฉียดเป็นเฉียดตายที่เพิ่งผ่านพ้นมา

“อะไรนะ?! แล้วนายไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” ทาเซลรีบเข้ามาตรวจร่างกายบีเซลด้วยความตกใจ

“ผมไม่เป็นไร มนุษย์คนนี้ช่วยชีวิตผมเอาไว้มันเลยทำให้ผมกลับมาที่นี่ได้” บีเซลกล่าว

ก็อบลินชราเงยหน้ามองลู่หยางด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ก่อนที่เขาจะพูดว่า

“มนุษย์ ขอบคุณคุณมากที่ช่วยชีวิตหลานชายของฉันเอาไว้ ฉันขอคุยเรื่องส่วนตัวกับหลานชายสักครู่หนึ่งได้ไหม?”

“ได้ครับ” ลู่หยางตอบ

ก็อบลินชราพยักหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะพูดว่า “เพสลีย์ พาเขาคนนี้ไปเดินชมบริษัทของเราสักหน่อยสิ”

“ได้ครับ” ก็อบลินหนุ่มเดินเข้ามาโค้งศีรษะด้วยความเคารพ จากนั้นเขาก็ได้หันหน้าไปทางลู่หยาง

“เชิญคุณตามผมมาทางนี้ได้เลย”

บีเซลพยักหน้าให้ลู่หยางหนึ่งที ก่อนที่เขาพูดว่า “พี่ชายรอแป๊บนึง ฉันขอเล่ารายละเอียดให้ลุงฟังก่อนแล้วเดี๋ยวฉันจะไปหา”

“อือ” ลู่หยางตอบรับ

“คุณอยากจะเดินชมสินค้าของพวกเราก่อนไหม? ผมเชื่อว่าคุณจะต้องชื่นชอบสินค้าของเราแน่ ๆ” เพสลีย์เดินนำพร้อมกับพูดขึ้นมาอย่างร่าเริง

“ได้สิ” ลู่หยางตอบ

ตลาดของพวกก็อบลินอยู่ติดกับพื้นที่การค้าทางทิศตะวันตกของเมืองเซนต์กอลล์ ภายในตลาดบริเวณนี้มีร้านค้าของพ่อค้าก็อบลินหลายราย แต่สินค้าที่พวกเขานำมาขายก็เป็นเพียงแค่สินค้าธรรมดาทั่วไป

ชาติก่อนลู่หยางก็เคยมาเดินชอปปิงที่นี่ด้วยเหมือนกัน แต่มันไม่ได้มีอะไรดี ๆ ให้เขาซื้อหาเลย ในระหว่างที่ชายหนุ่มคิดว่าเพสลีย์จะพาเขาไปเดินชมตลาด ก็อบลินหนุ่มก็ได้พาเขาเข้าไปในอาคารหลังหนึ่งที่ถูกก่อสร้างด้วยอิฐสีครีม

อาคารแห่งนี้ไม่ได้ใหญ่โตมากนัก โดยมันมีพื้นที่ประมาณ 200 ตารางเมตร เมื่อลู่หยางเดินตามเพสลีย์เข้าไปภายในห้อง เขาก็ได้พบกับก็อบลินวัยกลางคน 3 คนในชุดคลุมสีขาวสะอาดตากำลังยืนพูดคุยกันอยู่ใกล้ ๆ ชั้นวางของ

“ทั้งสามท่านนี้คือ บุฟเวย์ ปรมาจารย์ทางด้านเวทมนตร์, จิกก์ ปรมาจารย์ทางด้านเครื่องจักรและแอนเดอร์ ผู้ซึ่งเป็นพ่อค้าชั้นยอด” เพสลีย์แนะนำ

“เพสลีย์ ทำไมถึงมีมนุษย์มาที่นี่ได้ล่ะ?” บุฟเวย์ถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ท่านทาเซลให้ผมพามาครับ” เพสลีย์กล่าวด้วยความนอบน้อม

“ที่แท้คุณก็คือแขกของท่านทาเซลนี่เอง เชิญเลือกชมสินค้าของเราได้ตามสบายเลย” แอนเดอร์กล่าวอย่างสุภาพ

เพสลีย์โค้งคำนับ ก่อนที่จะหันไปพูดกับลู่หยาง

“เช่นคุณตามผมมาทางนี้ได้เลย ปกติสินค้าชั้นเลิศเหล่านี้จะขายให้กับขุนนางและกษัตริย์ของแต่ละดินแดนเท่านั้น แต่ถ้าหากคุณสนใจสินค้าชิ้นไหน พวกเราก็ยินดีที่จะขายให้กับคุณในราคาพิเศษ”

ลู่หยางเริ่มแสดงความสนใจออกมา เพราะในชาติก่อนเขาไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้เลย ซึ่งในความเป็นจริงมันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึงสินค้าพิเศษ เพราะแม้แต่สถานที่แห่งนี้ลู่หยางก็ไม่รู้จักด้วยซ้ำ ซึ่งเขาก็คาดเดาว่ามันน่าจะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ลับที่ทางผู้พัฒนาได้ออกแบบเอาไว้

สถานที่ลับคือของรางวัลที่ผู้พัฒนาเกมมักจะมอบเอาไว้ให้กับผู้เล่นที่ทำภารกิจพิเศษบางอย่างได้สำเร็จ แต่ภารกิจพิเศษเหล่านี้ก็มักจะเป็นภารกิจยูนิค ซึ่งถ้าหากใครทำภารกิจสำเร็จก็จะได้รับของรางวัล แต่ถ้าหากใครทำภารกิจล้มเหลวภารกิจนี้ก็จะหายไปตลอดกาล

ชายหนุ่มเดินตามเพสลีย์ไปยังชั้นวางสินค้า และเมื่อเขาได้เห็นว่ามันมีสินค้าอะไรบ้าง ลู่หยางก็อดที่จะแสดงสีหน้าแห่งความประหลาดใจขึ้นมาไม่ได้

“ร็อคเก็ทบูท, คัมภีร์สไปเดอร์เวฟ, คัมภีร์โพลี่ม็อบ, คัมภีร์แฟลตพราวเดอร์ มันมีของพวกนี้ขายจาก NPC ด้วยเหรอเนี่ย?!” ลู่หยางคิดขึ้นมาภายในใจ

สไปเดอร์เวฟคือสกิลควบคุมของนักธนู, โพลี่ม็อบคือสกิลควบคุมของนักเวท, แฟลตพราวเดอร์คือสกิลควบคุมของโจร ซึ่งทั้งสามสกิลเป็นสกิลที่ผู้เล่นจะได้เรียนรู้หลังจากเลเวล 15 ลู่หยางจึงไม่คิดว่าที่นี่จะมีคัมภีร์เวทมนตร์วางขายเอาไว้ด้วย และถึงแม้ว่ามันจะมีราคาสูงถึงห้าเหรียญเงินต่อม้วนและสามารถใช้ได้เพียงแค่ครั้งเดียว แต่ช่วงเวลาวิกฤติคัมภีร์เหล่านี้ถือว่าเป็นไพ่ใบสำคัญอย่างแน่นอน

น่าเสียดายที่ถึงแม้พวกมันจะวางขายอยู่ตรงหน้า แต่ลู่หยางก็ยังไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้น เพราะอุปกรณ์ที่เขาได้รับมาในก่อนหน้านี้ชายหนุ่มได้นำพวกมันไปแลกกับวัตถุดิบและสกิลจำเป็น ๆ มาจนหมดแล้ว

เมื่อลู่หยางมองชั้นขายของต่อไป ในที่สุดเขาก็ได้เห็นม้วนหนังสือเล่มหนึ่งที่มีชื่อสะดุดตา

สูตรยาต้านพิษ!

ครั้งนี้สิ่งที่ปรากฏทำให้ลู่หยางตื่นตกใจมากจริง ๆ เพราะหากจะบอกว่าในช่วงเวลานี้ใครรู้คุณค่าของสูตรยาต้านพิษมากที่สุด มันก็ย่อมเป็นตัวเขาอย่างไม่ต้องสงสัย

ลู่หยางจดจำได้อย่างแม่นยำว่าในชาติก่อนเมื่อผู้เล่นมาถึงเลเวล 8 แล้ว พวกเขาก็จะเริ่มบุกดันเจียนเลเวล 8-12 ที่มีชื่อว่าไวเปอร์วัลเลย์ และถึงแม้ว่าผู้เล่นชั้นยอดจะสวมใส่ชุดเกราะระดับเงินที่ได้จากดันเจียนเลเวล 3 มาเต็มชุด แต่เมื่อพวกเขาถูกพิษของมอนสเตอร์ภายในดันเจียนเลเวล 8 ไม่ว่าพวกเขาจะมีพลังป้องกันสูงแค่ไหน แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้พวกเขาต้านทานพิษจากมอนสเตอร์ได้เลย

ผู้เล่นที่ติดพิษจะสูญเสียพลังชีวิตด้วยความเร็วถึงวินาทีละ 50 หน่วย ตัวแทงค์อย่างนักรบและพาลาดินจึงพอจะต้านรับพิษไหว แต่สำหรับอาชีพอื่น ๆ ที่มีพลังชีวิตน้อยบางคนแค่ถูกพิษ 3 วินาทีพวกเขาก็เสียชีวิตแล้ว

ลู่หยางอยากจะซื้อสูตรน้ำยานี้โดยเร็วที่สุด แต่เมื่อเขาได้เห็นแถบการซื้อเป็นสีเทา มันก็หมายความว่าค่าชื่อเสียงของผู้เล่นยังมีไม่พอ

ตอนนี้ค่าความสัมพันธ์ของลู่หยางกับก็อบลินยังอยู่ในระดับปกติ อยู่ห่างจากระดับความเป็นมิตรอีกแค่ 500 แต้ม อย่างไรก็ตามผู้เล่นส่วนใหญ่ก็มีความสัมพันธ์กับก็อบลินอยู่ในระดับปกติ แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านไปนานนับสิบปีก็ตาม เพราะพวกก็อบลินแทบที่จะไม่ให้ภารกิจในการเพิ่มค่าชื่อเสียงกับพวกเขาเลย

ระหว่างที่ลู่หยางกำลังร้อนใจอยู่นั้น ประตูก็ถูกเปิดออกมาพร้อมกับบีเซลที่เดินเข้ามาภายในห้องอย่างรวดเร็ว ทางด้านหลังมีทาเซลที่กำลังมองมาทางลู่หยางด้วยสีหน้าอันอ่อนโยน

“เฮ้ พี่ชาย! ฉันเล่าเรื่องของคุณให้ลุงฟังหมดแล้ว ตอนนี้ลุงยอมรับพี่แล้วนะ” บีเซลพูดอย่างตื่นเต้น

“ฉันก็บอกไปแล้วไงว่ามันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย ไม่จำเป็นจะต้องใส่ใจมากขนาดนั้น” ลู่หยางตอบ

“เรื่องเล็กน้อยของคุณได้ช่วยชีวิตทายาทคนสำคัญของพวกเราเอาไว้ และยังได้ช่วยชีวิตฉันเอาไว้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นคุณก็ยังเป็นคนที่มีคุณธรรมสูงมาก ทางเผ่าก็อบลินของเราจึงยินดีที่จะเปิดประตูต้อนรับคุณเสมอ” ทาเซลกล่าว

ระบบ: ความสัมพันธ์ของคุณกับบริษัทก็อบลินเพิ่มขึ้นจนอยู่ในระดับเป็นมิตร

ระบบ: ความสัมพันธ์ของคุณกับเผ่าก็อบลินเริ่มอยู่ในระดับเป็นมิตรแล้ว

“พี่ชาย คุณช่วยชีวิตฉันเอาไว้ มีอะไรที่ฉันพอจะช่วยคุณได้บ้างไหม?” บีเซลถาม

ลู่หยางเหลือบสายตามองไปทางสูตรน้ำยาต้านพิษ โดยได้พบว่าตอนนี้ชื่อของสูตรยาได้เปลี่ยนเป็นสีขาวแล้วและบริเวณข้าง ๆ ก็มีป้ายระบุราคาเอาไว้ที่ 5 เหรียญเงิน

“ช่วยเก็บสูตรน้ำยานี่เอาไว้ให้ฉันหน่อยได้ไหม? อีกสามวันหลังจากฉันเก็บเงินได้มากพอฉันจะกลับมาซื้อมันใหม่” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปยังสูตรน้ำยา

บีเซลมองสูตรน้ำยาต้านพิษก่อนจะสั่งให้เพสลีย์ไปหยิบมันมา จากนั้นเขาก็ยื่นสูตรน้ำยาให้ลู่หยางด้วยมือทั้งสองข้าง

“พี่ชาย ในเมื่อคุณต้องการสูตรน้ำยานี้ ฉันก็ขอมอบมันให้กับคุณเป็นของขวัญ”

“อย่าเลย ฉันขอซื้อมันดีกว่า” ลู่หยางปฏิเสธ

เขามีวิธีการหาเงินของตัวเองอยู่แล้ว การหาเงินเพียงแค่ 5 เหรียญเงินจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเขา

บีเซลเงยหน้ามองลู่หยางด้วยแววตาอันแน่วแน่

“พี่ชายรับของขวัญชิ้นนี้ไปเถอะ พวกเราก็อบลินไม่ได้รู้จักเพียงแต่การค้า แต่พวกเรายังรู้จักความกตัญญูรู้คุณด้วย”

ลู่หยางใช้เวลาไตร่ตรองอยู่สักครู่ ก่อนที่เขาจะตอบรับกลับไปว่า

“โอเค ฉันขอรับของขวัญชิ้นนี้ไว้ เอาเป็นว่าขอบใจก็แล้วกันนะ”

คงไม่ใช่บททดสอบความโลภของบีเซลหรอกเน๊าะ หรือว่าเราคิดมากไปเอง? 555

จบบทที่ บทที่ 36 ของขวัญล้ำค่าจากก็อบลิน

คัดลอกลิงก์แล้ว