เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 ฮาล์ฟออร์ควอร์ริเออร์

บทที่ 29 ฮาล์ฟออร์ควอร์ริเออร์

บทที่ 29 ฮาล์ฟออร์ควอร์ริเออร์


บทที่ 29 ฮาล์ฟออร์ควอร์ริเออร์

ความจริงแล้วพวกแบล็คบลัดกำลังพยายามพลิกทุ่งดอกไม้เพื่อหาลู่หยางอยู่พอดี เพราะท้ายที่สุดพวกจินเตียวทั้งห้าคนก็เป็นลูกน้องในโลกแห่งความเป็นจริงของเขา เมื่อแบล็คบลัดได้รู้ว่าอุปกรณ์ของทั้งห้าหายไปหลายชิ้น เขาก็ถึงขั้นโกรธออกจากเกมไปทุบต่อยคนทั้งห้าในโลกแห่งความเป็นจริง ก่อนที่จะกลับเข้าเกมมาในช่วงบ่าย

อุปกรณ์ของคนทั้งห้าเกิดมาจากการสังหารผู้เล่นไปหลายพันคน การสูญเสียอุปกรณ์ที่ได้รับมาอย่างยากลำบากจึงทำให้แบล็คบลัดโกรธแค้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อเขาล็อกอินเข้ามาในเกมเขาจึงประกาศตั้งค่าหัวลู่หยางในทันที

ดังนั้นไม่ว่าใครก็ตามที่มีวิดีโอหลักฐานว่าฆ่าลู่หยางได้สำเร็จ เขาคนนั้นก็สามารถเอาวิดีโอไปขึ้นเงินกับผู้จัดการของกิลด์เอเวอร์ลาสติงได้เลย

“พี่ชาย ถ้าคุณต้องการให้ฉันซื้อยาหรือส่งของอะไรให้บอกมาได้เลยนะ ฉันสัญญาว่าจะไม่บอกใครแล้วจะเอาของไปส่งให้กับคุณด้วยตัวเอง” หลานอวี่กล่าว

เมื่อได้ยินคำพูดจากหญิงสาว มันก็ทำให้ลู่หยางซาบซึ้งภายในใจ แต่เนื่องมาจากตอนนี้เขามีหัวใจแห่งเทพอสูร, คทาอาซันนิสท์สตาฟและสิ่งที่จำเป็นเพียงพอแล้ว ชายหนุ่มจึงยังไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเธอในตอนนี้

“ขอบใจนะ เอาไว้ถ้าฉันต้องการความช่วยเหลือฉันจะบอกเธออย่างแน่นอน” ลู่หยางตอบ ก่อนที่เขาจะเปิดหน้าต่างเพื่อนเพื่อมองดูเลเวลของหลานอวี่

“ตอนนี้พวกเธอน่าจะเลเวล 2 ใกล้เลเวล 3 แล้วสินะ”

หลานอวี่พยักหน้าและกล่าวว่า “ใช่ พวกเราใกล้เลเวล 3 แล้วและก็ได้อุปกรณ์ระดับหินมาเยอะมากพอสมควร”

“ถ้างั้นพวกเธอน่าจะเตรียมตัวลงดันเจียนเลเวล 3 กันแล้วใช่ไหม?” ลู่หยางถาม

ดันเจียนคือไฮไลท์สำคัญสำหรับเกมเซคคัลเวิลด์ และมันก็ยังเป็นช่องทางหลักในการได้รับอุปกรณ์ของผู้เล่นอีกด้วย

“ใช่ นักรบทั้งสามคนของพวกเรารวบรวมอุปกรณ์ป้องกันได้ครบเซ็ตแล้ว หยู่เว่ยจึงอยากจะพาทีมลงดันเจียนสักครั้ง” หลานอวี่ตอบ

“พลังป้องกันของนักรบมีเท่าไหร่?” ลู่หยางถาม

“นักรบทั้งสามคนมีพลังป้องกันประมาณ 62 หน่วย” หลานอวี่ตอบเพราะนี่คือค่ามาตรฐานของอุปกรณ์ระดับหิน

“ฉันแนะนำว่าอย่าพึ่งไป ตอนนี้พลังป้องกันตัวแทงค์ของพวกเธอยังไม่พอ ถ้าจะไปมันก็ไม่ต่างไปจากการพยายามฆ่าตัวตายเปล่า ๆ” ลู่หยางบอก

ดันเจียนในเกมเซคคัลเวิลด์ไม่มีดันเจียนไหนเป็นดันเจียนง่าย ๆ เลยแม้แต่ที่เดียว แม้แต่ดันเจียนที่ง่ายที่สุดก็จำเป็นจะต้องใช้ผู้เล่น 20 คนร่วมมือกัน ความต้องการอุปกรณ์ของดันเจียนแต่ละแห่งจึงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง

หากผู้เล่นที่มีประสบการณ์อย่างลู่หยางเป็นคนคุมทีม ถึงแม้อุปกรณ์ของสมาชิกภายในทีมจะต่ำกว่าค่ากำหนดไปสักหน่อย แต่ก็ยังมีโอกาสผ่านไปได้ อย่างไรก็ตามในกรณีของเซี่ยหยู่เว่ยที่ยังคงเป็นมือใหม่ ไม่ว่าเขาจะมองยังไงอีกฝ่ายก็ไม่มีทางผ่านดันเจียนในตอนนี้ได้เลย

“ถ้างั้นฉันจะรีบไปบอกหยู่เว่ยเดี๋ยวนี้เลย พวกเขากำลังคุยเรื่องนี้กันอยู่พอดี” หลานอวี่กล่าว

“จำเอาไว้ถ้าตัวแทงค์ยังมีพลังป้องกันไม่ถึง 71 หน่วย ห้ามไปเด็ดขาด!” ลู่หยางเน้นย้ำอีกครั้ง

หากเป็นคนอื่นลู่หยางก็คงจะไม่เปิดเผยความลับออกไปง่าย ๆ แต่เนื่องมาจากอีกฝ่ายคือผู้มีพระคุณอย่างหลานอวี่ เขาจึงทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้เลเวลของเธอลดหลั่นลงมา

“ได้ค่ะ” หลานอวี่ตอบ

ในถ้ำหิน

ปัจจุบันเซี่ยหยูเว่ย, จางจื่อโป๋, เจิ้งหยวนและคนอื่น ๆ กำลังปรึกษากันเรื่องลงดันเจียน

“ตอนนี้ฉือมู่กับฉงป้าไปลงดันเจียนกันแล้ว ถ้าหากพวกเขาเคลียร์ดันเจียนได้สำเร็จ มันก็จะเป็นการเคลียร์ดันเจียนเป็นครั้งแรก ต่อไปการรับสมัครผู้เล่นฝีมือดีเข้ามาภายในกิลด์มันก็จะง่ายขึ้น ในเวลานั้นการพยายามไล่ตามพวกเขามันก็จะยากมากยิ่งขึ้นไปใหญ่” เจิ้งหยวนกล่าวอย่างร้อนใจ

จางจื่อโป๋พยักหน้าและพูดว่า “เจิ้งหยวนพูดมีเหตุผล พวกเราใกล้เลเวล 3 แล้วเราน่าจะลองไปลงดันเจียนดู ด้วยอุปกรณ์ของพวกเราในตอนนี้มันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”

การปรึกษากันในครั้งนี้ทำให้เซี่ยหยู่เว่ยโอนเอนใจไปด้วย เพราะในตอนตั้งสตูดิโอใหม่ ๆ พวกเธอทั้งแปดคนยังไม่ค่อยมั่นใจกับสตูดิโอนี้มากนัก พวกเธอจึงไม่ได้ลงทุนแย่งชิงผู้เล่นฝีมือดีกับกิลด์ขนาดใหญ่ ความลังเลในอดีตจึงทำให้พวกเธอช้ากว่าคนอื่นไปหนึ่งก้าว และเพื่ออนาคตข้างหน้าเซี่ยหยู่เว่ยจึงตั้งใจจะแย่งรางวัลเฟิร์สเคลียร์ดันเจียนมาไว้ในมือสตูดิโอหานปิง

“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็…” เซี่ยหยู่เว่ยกำลังจะบอกให้ทุกคนลองดูกันเถอะ แต่จู่ ๆ หลานอวี่ก็พูดขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน

“เดี๋ยวก่อน!”

“มีอะไร?” เซี่ยหยูเว่ย, จางจื่อโป๋และคนอื่น ๆ หันมามองหลานอวี่พร้อมกัน

“เอ่อ… ดูเหมือนว่าตอนนี้พวกเรายังจะผ่านดันเจียนไม่ได้นะ” หลานอวี่กล่าวอย่างตะกุกตะกัก

“เธอรู้ได้ยังไงว่าพวกเราผ่านไม่ได้?” เซี่ยหยู่เว่ยถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“เอ๋?” หลานอวี่ไม่อยากบอกพวกเซี่ยหยู่เว่ยว่าลู่หยางเป็นคนบอกข้อมูลนี้มา แต่เมื่อเธอได้เห็นทุกคนกำลังจ้องเขม็ง หญิงสาวก็ทำได้เพียงแต่ถอนหายใจ

“พี่ชายที่เป็นคนให้อุปกรณ์กับฉันบอกมาว่าถ้าหากตัวแทงค์มีพลังป้องกันไม่ถึง 71 หน่วย อย่าพึ่งไปลงดันเจียนอย่างเด็ดขาด”

“แล้วมันรู้ได้ยังไง?! อวี่เอ๋อนี่เธอยังคุยกับมันอยู่อีกงั้นเหรอ แถมยังจะไปเรียกมันว่าพี่ชายอีกต่างหาก อย่าลืมนะว่าตอนนี้มันเป็นศัตรูกับเอเวอร์ลาสติง การไปยุ่งกับมันก็มีแต่จะเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยง” เจิ้งหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความริษยา

หลานอวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า

“เจิ้งหยวนช่วยเรียกฉันว่าหลานอวี่ด้วย อีกอย่างสาเหตุที่พวกเราทุกคนในสตูดิโอสามารถรักษาอันดับท็อป 500 ได้ นั่นก็เพราะว่าเขาเป็นคนบอกสถานที่เก็บเลเวลให้พวกเรามา แม้แต่สูตรทำอาหารเขาก็เป็นคนบอก ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเมื่อไหร่เราก็ไม่ควรลืมบุญคุณที่เขาเคยให้ความช่วยเหลือพวกเราไว้”

เจิ้งหยวนพยายามจะเถียงแต่เขาก็ถูกจางจื่อโป๋ห้ามเอาไว้ก่อน

“หลานอวี่พูดถูก พวกเราคงมาถึงจุดนี้ไม่ได้หากปราศจากความช่วยเหลือจากเขา หากเขาต้องการความช่วยเหลือในเวลานั้นพวกเราย่อมหยิบยื่นความช่วยเหลือให้โดยไม่ลังเลอย่างแน่นอน แต่เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับการลงดันเจียน ไม่ว่ายังไงฉันก็อยากจะลองดู โอกาสดี ๆ แบบนี้มันมีเพียงแค่ครั้งเดียวแถมพวกเรายังขาดพลังป้องกันในส่วนที่เขาบอกไปอีกเพียงแค่ 7 หน่วย ฉันรู้สึกว่ามันไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่โตอะไร”

จางจื่อโป๋ไม่ต้องการเบี่ยงเบนประเด็นไปเรื่องอื่น เขาจึงพูดวกกลับมาที่ประเด็นเดิมและจ้องมองไปยังเซี่ยหยู่เว่ยให้เธอตัดสินใจอีกครั้ง

ใจของเซี่ยหยู่เว่ยอยากจะลงดันเจียนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อเธอได้ฟังคำพูดของจางจื่อโป๋จึงพูดขึ้นมาว่า

“เอาเป็นว่าหลังจากพวกเราฟาร์มมอนสเตอร์จนถึงเลเวล 3 แล้ว พวกเราจะไปลองลงดันเจียนกัน”

“โอเค” จางจื่อโป๋, เจิ้งหยวนและสมาชิกคนอื่น ๆ ตอบรับอย่างกระตือรือร้น

เมื่อได้เห็นปฏิกิริยาของทุกคน หลานอวี่ก็ไม่คิดที่จะพูดอะไรอีกต่อไปและกลับไปฟาร์มมอนสเตอร์ต่ออย่างเงียบ ๆ

อีกฟากหนึ่ง

หลังจากพูดคุยกับหลานอวี่จบ ลู่หยางก็พาเสี่ยวเหลียงเก็บเลเวลต่อ ซึ่งในตอนนี้ฮาล์ฟออร์คทั่วทั้งห้องโถงถูกพวกเขาจัดการจนหมดแล้ว เสี่ยวเหลียงจึงมีเลเวลเพิ่มขึ้นมาเป็นเลเวล 5 ขณะที่ลู่หยางมีเลเวลเพิ่มขึ้นมาเป็นเลเวล 7 ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างฉงป้าไปถึง 2 เลเวล

ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน จู่ ๆ มันก็มีแสงสว่างสีขาวปรากฏขึ้นบริเวณทางเข้าของห้องโถง

โฮก!

เสียงร้องคำรามดังสนั่นและเมื่อลู่หยางกับเสี่ยวเหลียงหันไปมองตามเสียง พวกเขาก็ได้พบกับฮาล์ฟออร์คตัวหนึ่งที่มีร่างใหญ่กว่าฮาล์ฟออร์คปกติเกือบ 2 เท่า

มอนสเตอร์ตัวนี้ถือขวานสีดำเงาวับ 2 เล่มและสวมชุดเกราะเหล็กกล้าสีดำตลอดทั้งตัว

“ฮาล์ฟออร์ควอร์ริเออร์?” ลู่หยางอุทานพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ลูกพี่ พวกเราสู้มันได้หรือเปล่า?” เสี่ยวเหลียงถาม

“ได้สิ” ลู่หยางตอบ

ฮาล์ฟออร์ควอร์ริเออร์คือมอนสเตอร์ระดับอีลิทในหมู่ฮาล์ฟออร์ค ซึ่งมอนสเตอร์ประเภทนี้เป็นมอนสเตอร์ที่หาได้ยากมาก แต่เมื่อพิจารณาจากรูปลักษณ์ภายนอก ไม่ว่าใครก็สามารถบอกได้เลยว่ามันมีพลังป้องกันที่สูงมากอย่างแน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้นขวานสีดำภายในมือของมันยังส่งกลิ่นอายที่เต็มไปด้วยความอันตราย แต่มอนสเตอร์ในระดับนี้ก็มีจุดอ่อนอยู่เช่นกัน นั่นก็คือพวกมันไม่ได้มีภูมิต้านทานทางด้านเวทมนตร์

อย่างไรก็ตามฮาล์ฟออร์ควอร์ริเออร์ก็สามารถสังหารผู้เล่นสายเวทได้ง่าย และถ้าหากว่านักเวทแบบลู่หยางโดนสกิลชาร์จของมันเข้าไปแม้แต่ครั้งเดียว แม้แต่ชายหนุ่มที่มีประสบการณ์อย่างยาวนานก็มีโอกาสที่จะพลาดท่าได้ด้วยเช่นเดียวกัน

ไม่เชื่อ แบบนี้ต้องพิสูจน์!! อิอิ (ทัวร์อย่าเพิ่งรุม เค้าแค่พูดเล่นนนน)

จบบทที่ บทที่ 29 ฮาล์ฟออร์ควอร์ริเออร์

คัดลอกลิงก์แล้ว