เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 สับสน

บทที่ 23 สับสน

บทที่ 23 สับสน


บทที่ 23 สับสน

“ปัง!”

เสียงระเบิดดังสนั่นกลางอากาศ ก่อนที่ผู้เล่นคนหนึ่งจะปรากฏตัวขึ้นในกลุ่มควันพร้อมกับสีหน้าอันหวาดกลัว

-135 (ผลของเวทมนตร์ทำให้ติดสตั๊น 2 วินาที)

เสี่ยวเหลียงกำลังจะถามลู่หยางว่าอีกฝ่ายพยายามทำอะไรอยู่ แต่เมื่อเขาสังเกตเห็นผู้เล่นที่ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน เด็กหนุ่มก็อุทานขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ

“โจร!”

“นายรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ข้างหลัง?” โจรที่ถูกลู่หยางโจมตีถามอย่างตกใจ

ลู่หยางหัวเราะเยาะแล้วตอบว่า

“มันก็เพราะแกกระจอกเกินไปน่ะสิ ฉันเลเวล 4 แล้วแต่แกแค่เลเวล 1 แบบนั้นฉันจะมองไม่เห็นแกได้ยังไง”

“อะไรนะ!?” โจรรู้สึกเหมือนกับตัวเองเป็นคนโง่ เพราะมันดูเหมือนกับว่าลู่หยางรู้ตัวมาโดยตลอด แต่จงใจหลอกล่อให้เขาติดตามมาจนถึงที่นี่

“อย่าคิดว่าเลเวลสูงแล้วจะไม่มีใครทำอะไรแกได้ หน้าที่ของฉันไม่ใช่การฆ่าแกแต่เป็นการสะกดรอยตามแกมาเฉย ๆ” โจรตะโกนด้วยความโกรธแค้น

“ใครส่งแกมา?” ลู่หยางถาม

“หัวหน้าของฉันคือแบล็คบลัด ในเมื่อแกกล้าหาเรื่องเขา ฉันก็อยากจะรู้ว่าแกจะตายอย่างน่าอนาถขนาดไหน” โจรพูดอย่างหยิ่งผยอง

“ฉันจะตายยังไงเรื่องนั้นฉันไม่รู้หรอก แต่ที่แน่ ๆ คือฉันรู้ว่าแกจะตายยังไง” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับปาลูกไฟออกไปใส่โจร

พลังชีวิตของโจรมีแค่ 160 แต้มหลังจากโดนเฟลมอิมแพคเข้าไปเมื่อสักครู่ มันก็ทำให้เขาเหลือพลังชีวิตเพียงแค่ 25 แต้มเท่านั้น นอกจากนี้การเผชิญหน้ากับนักเวทและนักรบพร้อม ๆ กันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย ด้วยเหตุนี้โจรจึงปล่อยให้ลูกไฟตกกระทบร่างโดยไม่คิดจะหลบหนีเลยแม้แต่นิดเดียว

ระบบ: คุณได้ฆ่าผู้เล่น!

“ลูกพี่ พวกเราควรจะเอายังไงต่อไปดี?” เสี่ยวเหลียงถามอย่างร้อนใจ

หลังจากเข้ามาภายในเกมเสี่ยวเหลียงก็เริ่มจะรู้จักชื่อเสียงของแบล็คบลัดบ้างแล้ว เพราะกลุ่มผู้เล่นที่ไปจองพื้นที่ฟาร์มบริเวณแถวทุ่งดอกไม้ก็เป็นลูกน้องของพวกแบล็คบลัดด้วยเหมือนกัน

“ไม่ต้องห่วง นายหลบไปก่อนแล้วรอดูฝีมือฉันได้เลย” ลู่หยางกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ

“หัวหน้าคุณจะสู้กับพวกมันคนเดียวจริง ๆ เหรอ?” เสี่ยวเหลียงถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

“ไม่ใช่สู้แต่ฉันจะเชือดพวกมันต่างหาก” ลู่หยางกล่าว

ในช่วงเวลานี้ศักยภาพโดยรวมของผู้เล่นแต่ละคนยังไม่สูงมากนัก เพราะหลังจากเข้าเกมมาเพียงแค่ 2 วันไม่ว่าใคร ๆ ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้เล่นมือใหม่ ยิ่งไปกว่านั้นอุปกรณ์ของพวกแบล็คบลัดย่อมไม่มีทางดีกว่าอุปกรณ์ของเขา แล้วมันก็ไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงประสบการณ์ที่ลู่หยางได้ฝึกฝนภายในเกมนี้มาแล้วถึง 10 ปี

ในอีกฟากหนึ่งห่างจากลู่หยางไปประมาณ 500 เมตร มันก็มีเงาของผู้เล่น 5 คนกำลังวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ผู้นำของคนกลุ่มนี้คือนักรบที่สวมชุดเกราะสีดำเต็มตัว มือขวาของเขาถือดาบ ขณะที่มือซ้ายสวมลูกปัดสีเขียว ห่างออกไปคือนักธนูที่กำลังเปิดใช้สกิลนิมเบิลออร่าเพื่อช่วยเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ของสมาชิกทั้งทีมอีก 10% ส่วน 3 คนที่เหลือภายในทีมก็ประกอบไปด้วยนักเวท, นักบวชและโจรตามลำดับ

“ระวังกันด้วย สปายของเราโดนมันฆ่าไปแล้ว คนคนนั้นน่าจะมีฝีมือพอตัว” จินเตียวผู้ซึ่งเป็นนักรบชุดเกราะดำกล่าว

“อะไรนะ? หัวหน้าสั่งมาว่าพวกเราจะต้องฆ่ามันให้ได้ อย่าปล่อยให้มันหนีไปเป็นอันขาด” ฉุนเฟิงผู้ซึ่งเป็นโจรภายในทีมกล่าว

หลังจากพูดจบฉุนเฟิงก็สังเกตเห็นลู่หยางยืนอยู่บนทุ่งหญ้าในระยะไกล เขาจึงส่งเสียงตะโกนด้วยสีหน้าอันดุดัน

“เจอแล้ว!”

ตอนแรกจินเตียวยังเป็นห่วงว่าเป้าหมายจะหนีไปซะก่อน ซึ่งในกรณีนั้นพวกเขาจะต้องโดนหัวหน้าต่อว่าแน่ ๆ อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงกลับกลายเป็นว่าพวกเขาสามารถหาเป้าหมายเจอได้อย่างง่ายดาย ซึ่งมันก็ทำให้สมาชิกทุกคนภายในทีมรู้สึกโล่งใจมาก

“ล้อมมันไว้! อย่าปล่อยให้มันหนีไปเด็ดขาด!!” จินเตียวพูดอย่างตื่นเต้น

“ไม่ต้องห่วง มันหนีไม่รอดแน่” ฉุนเฟิงใช้สกิลสปริ้นท์เพื่อเพิ่มความเร็วขึ้นอีก 30% แล้ววิ่งเข้าไปหาลู่หยางอย่างฉับพลัน

“ระวังด้วย! นายก็ชื่อแดงเหมือนกัน ถ้าหากนายไปไกลเกินไปฉันช่วยรักษาให้นายไม่ได้นะ” นักบวชในทีมตะโกนพร้อมกับขมวดคิ้ว

“แค่ฆ่ามัน! ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากนายหรอก” ฉุนเฟิงกล่าวอย่างมั่นใจ เพราะในกิลด์เอเวอร์ลาสติงของแบล็คบลัด ตัวเขาก็ถือว่าเป็นโจรชั้นแนวหน้าเลยทีเดียว

ที่จริงแล้วผู้เล่นทั้งห้าคนต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้เล่นชั้นยอดของแบล็คบลัดด้วยกันทั้งสิ้น หากวัดความสามารถกันภายในกิลด์ พวกเขาแต่ละคนต่างก็ล้วนแล้วแต่เก่งกาจในสายอาชีพของตัวเอง

“หยุดมันเอาไว้ก่อน พวกเรากำลังรีบตามไป” นักเวทภายในทีมตะโกน

“รีบ ๆ หน่อยก็แล้วกัน” ฉุนเฟิงกล่าวขณะที่เขาเข้ามาใกล้ลู่หยางในระยะ 30 เมตร ทันใดนั้นเขาก็กระโจนขึ้นไปบนฟ้าและหยิบลูกธนูออกมาเพื่อทำการจู่โจม

“แกจะหนีไปไหนได้” ฉุนเฟิงกล่าวอย่างเยาะเย้ย

“หาที่ตายชัด ๆ” ภายในมือของลู่หยางปรากฏลูกไฟขนาดใหญ่ ซึ่งมันก็มีปริมาณของเปลวไฟมากกว่าสกิลไฟร์บอลถึงสองเท่า ก่อนที่ชายหนุ่มจะปาลูกไฟขนาดใหญ่นั้นเข้าไปหาฉุนเฟิง

เบลซซิงเบิร์ส

ประเภท เวทมนตร์ธาตุไฟ

มานาที่ต้องใช้ 30

เวลาร่าย 5 วินาที

ระยะ 35 เมตร

รายละเอียด ยิงลูกไฟร้อนแรงไปยังเป้าหมาย สร้างความเสียหาย 36-42 หน่วยและมีผลทำให้เป้าหมายกระเด็น

ตอนนี้ฉุนเฟิงกำลังลอยอยู่ในอากาศ เมื่อลู่หยางยิงเบลซซิงเบิร์สออกมา มันจึงทำให้เขาไม่สามารถหลบหนีการโจมตีในช่วงเวลานี้ได้

ปัง!

-144

การจู่โจมครั้งนี้ทำให้ฉุนเฟิงถูกสังหารภายใต้การโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียว เพราะท้ายที่สุดโจรคนนี้ก็ได้เทค่าสถานะทั้งหมดไปที่ค่าความคล่องแคล่วทำให้เขามีพลังชีวิตสูงสุดอยู่ที่ 100 ซึ่งก่อนตายฉุนเฟิงก็ยังไม่เข้าใจว่าลู่หยางร่ายเวทเบลซซิงเบิร์สที่จะต้องใช้เวลาร่ายถึง 5 วินาทีออกมาได้ยังไง

แน่นอนว่าฉุนเฟิงย่อมไม่รู้ว่าลู่หยางได้ปลดล็อกโหมดอิสระแล้ว และมันก็ทำให้ชายหนุ่มสามารถร่นระยะเวลาการร่ายเวทของสกิลเบลซซิงเบิร์สได้

ในอนาคตสกิลเบลซซิงเบิร์สจะเป็นเวทมนตร์โจมตีหลักของนักเวทไฟ ซึ่งเหล่าบรรดานักเวทชั้นแนวหน้าในช่วงเวลานั้นได้ช่วยกันค้นคว้าจนร่นระยะเวลาการร่ายลงมาเหลือเพียงแค่ 0.7 วินาที ดังนั้นลู่หยางจึงสามารถปลดปล่อยเวทมนตร์ออกมาได้ราวกับเขาไม่ได้ใช้เวลาในการร่ายเวทเลย

พวกจินเตียวที่วิ่งตามมาต่างก็มองตัวเลขความเสียหายอย่างตกตะลึง

“มันฆ่าฉุนเฟิงได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว พลังเวทของมันมีเยอะขนาดไหนกันเนี่ย?!” นักเวทถาม

“ไม่รู้เหมือนกัน แต่เมื่อกี้ตอนมันใช้เบลซซิงเบิร์สออกมา มันเหมือนไม่ได้ใช้เวลาในการร่ายเลย” นักธนูกล่าว

“หรือว่าเขาจะมีสกิลรีลีช” นักบวชถาม ซึ่งสกิลรีลีชคือสกิลที่สามารถปลดปล่อยเวทมนตร์ออกมาได้ในทันทีโดยมีระยะเวลาคูลดาวน์อยู่ 2 นาที

“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ พวกเราควรฆ่ามันก่อน ทุกคนตามฉันมาแล้วเริ่มตั้งขบวนทัพสังหาร”

“อือ” สมาชิกภายในทีมส่วนที่เหลือพยักหน้ารับอย่างจริงจังและไม่กล้าประมาทลู่หยางอีกต่อไป

เจอแน่พวกเอ็งงงงง

จบบทที่ บทที่ 23 สับสน

คัดลอกลิงก์แล้ว