เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 ใครกล้ารังแกพี่น้องฉัน

บทที่ 20 ใครกล้ารังแกพี่น้องฉัน

บทที่ 20 ใครกล้ารังแกพี่น้องฉัน


บทที่ 20 ใครกล้ารังแกพี่น้องฉัน

“แกกล้าตีฉันงั้นเหรอ?” กวนต้าไห่ส่งเสียงตะโกนขณะชี้นิ้วไปทางลู่หยาง

ชายหนุ่มไม่พูดอะไรยังคงถือก้อนอิฐเดินไปหากวนต้าไห่อย่างเย็นชา ก่อนที่จะใช้ก้อนอิฐฟาดหัวชายร่างใหญ่อย่างรุนแรง

เสียง “ผัวะ” ดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับร่างของกวนต้าไห่ที่โดนอัดลงไปกองกับพื้น ความเจ็บปวดอันรุนแรงที่ปะทุขึ้นมาทำให้กวนต้าไห่รู้สึกหวาดกลัวลู่หยางอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“แก... แกจะทำอะไร?” กวนต้าไห่หันมาถามด้วยน้ำเสียงอันสั่นเทา เพราะเขายังคงช็อคกับอารมณ์ที่ลู่หยางปะทุออกมา

“แก้แค้นไง” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ชายหนุ่มเคยเจอคนแบบนี้มาเยอะมากในช่วง 5 ปีสุดท้ายของชีวิต ขอแค่เขาอัดคนพวกนี้จนเละอีกฝ่ายก็ไม่กล้าจะเข้ามายุ่งกับเขาอีกต่อไปแล้ว ชายหนุ่มจึงเดินเข้าไปใกล้ ๆ ใช้มือข้างหนึ่งคว้าอกเสื้อของกวนต้าไห่ขึ้นมา ก่อนที่เขาจะเริ่มถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง

“แกกล้าทำร้ายพี่น้องฉันงั้นเหรอ!”

ผัวะ!

โดยไม่รอให้กวนต้าไห่ตอบคำถาม ลู่หยางก็ได้ฟาดออกไปอีกที

“แกกล้าทำร้ายพี่น้องของฉันงั้นเหรอ!!”

ผัวะ!

ลู่หยางฟาดอิฐออกไปอีกครั้ง

“ผมกลัวแล้ว! ผมไม่กล้าแล้วครับ!!” กวนต้าไห่พยายามร้องขอความเมตตา

“ไม่กล้าแล้ว?” ลู่หยางถามพร้อมกับชูอิฐขึ้นอีกครั้ง

“จริง ๆ ครับ ไม่กล้าแล้วครับ” กวนต้าไห่พูดอย่างกระวนกระวาย

ลู่หยางหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ ก่อนจะหันไปทางเสี่ยวเหลียงที่นอนขดอยู่กับพื้นด้วยความสับสน

“ไปขอโทษน้องชายของฉันซะ ถ้าเขาให้อภัยเรื่องก็จบเพียงเท่านี้ แต่ถ้าเขาไม่ยอมฉันก็จะฆ่าแกซะ”

กวนต้าไห่รีบกุลีกุจอเข้าไปหาเสี่ยวเหลียงอย่างร้อนรน และถึงแม้ว่าระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายจะอยู่เพียงแค่ประมาณ 10 เมตร แต่กวนต้าไห่กลับขาอ่อนล้มลงไปถึงสองครั้ง

เมื่อมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเสี่ยวเหลียง ชายร่างใหญ่ก็คุกเข่าลงกับพื้นพร้อมกับพูดขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว

“เสี่ยวเหลียง ผมผิดไปแล้วช่วยยกโทษให้ผมด้วย!”

เหตุการณ์นี้ทำให้เสี่ยวเหลียงยังคงนั่งอยู่บนพื้นด้วยความตกใจ และเขาก็อยากจะลุกหนีไปในตอนนี้เลย อย่างไรก็ตามลู่หยางกลับเดินมานั่งข้าง ๆ เขาเสียก่อน ก่อนที่ชายหนุ่มจะยื่นแขนออกมาโอบไหล่น้องชายของตัวเอง

“น้องชาย เขากำลังขอโทษนายอยู่นะ”

“อา... นี่เขากำลังขอโทษผมอยู่เหรอ?” เสี่ยวเหลียงพูดอย่างตกใจ แล้วเมื่อเขาได้นึกถึงเรื่องที่ตัวเองโดนกวนต้าไห่รังแกตั้งแต่เด็ก มันก็ยังทำให้เด็กหนุ่มไม่กล้าจะเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายเลย

ลู่หยางเหลือบไปเห็นมีดหั่นผลไม้ที่วางอยู่ทางด้านหลังเสี่ยวเหลียงพอดี ชายหนุ่มจึงหยิบมีดมาควงเล่นภายในมือ ก่อนที่จะหยุดปลายมีดห่างจากดวงตาของกวนต้าไห่เพียงแค่เซนติเมตรเดียว

“อ๊าก!” กวนต้าไห่อุทานด้วยความตกใจและพยายามจะถอยหนีไปด้านหลัง แต่ชายร่างใหญ่กลับถูกลู่หยางคว้าปกคอเสื้อเอาไว้ก่อน

“นายจะทำอะไร?!” กวนต้าไห่ถามอย่างหวาดกลัว

“ฉันรู้สึกว่าคำขอโทษของแกมันไม่จริงใจเอาซะเลย แกยังมีความคิดที่จะแก้แค้นอยู่สินะ” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับจ่อปลายมีดเข้าใกล้ดวงตาของกวนต้าไห่มากขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อสักครู่ตอนที่กำลังขอโทษกวนต้าไห่กำลังรู้สึกไม่พอใจอยู่จริง ๆ และเขาก็คิดว่าหากเขาสามารถผ่านเรื่องราวในวันนี้ไปได้ เขาจะกลับไปหาคนมาแก้แค้นอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามเมื่อปลายมีดอยู่ห่างจากดวงตาของตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้ชายร่างใหญ่ก็กำลังรู้สึกหวาดกลัวไปจนถึงขั้วหัวใจแล้ว

“ผมผิดไปแล้ว ผมขอโทษครับ ผมจะไม่ทำอีกแล้ว” กวนต้าไห่โวยวายเสียงดังราวกับหมูที่กำลังจะถูกเชือด เพราะเขาสัมผัสได้ว่าลู่หยางกล้าที่จะแทงมีดเข้าไปในดวงตาของเขาจริง ๆ

เสี่ยวเหลียงที่อยู่ใกล้ ๆ กำลังตกตะลึงกับเหตุการณ์นี้เป็นอย่างมาก เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยเห็นกวนต้าไห่ตื่นตระหนกขนาดนี้มาก่อน

ลู่หยางสลับมีดจากมือขวามาอยู่ในมือซ้าย ก่อนที่จะใช้มือข้างหนึ่งจ่อตากวนต้าไห่เอาไว้และใช้มืออีกข้างเอื้อมไปกอดคอเสี่ยวเหลียง

“น้องชาย จำเอาไว้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะไม่มีใครกล้ามารังแกนายอีก ถ้าใครมารังแกนายเมื่อไหร่แล้วล่ะก็ฉันจะเป็นคนฆ่ามันเอง!”

“ผมไม่กล้าแล้วครับ ไม่กล้าแน่นอน” กวนต้าไห่พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันสั่นเทา

“ไสหัวไปซะ!” ลู่หยางกล่าวอย่างเยือกเย็น เมื่อได้เห็นว่าเสี่ยวเหลียงยังไม่กล้ารับคำขอโทษจากกวนต้าไห่

หากเขารั้งให้อีกฝ่ายอยู่ที่นี่ต่อไป กวนต้าไห่ก็อาจจะเลือดออกจนตายได้เลย ลู่หยางเพิ่งจะกลับมาเกิดใหม่อย่างยากลำบาก เขาจึงไม่อยากยุ่งยากมีคดีฆาตกรรมติดตัวตั้งแต่เพิ่งได้ย้อนเวลากลับมาเพียงแค่ไม่นาน

เสี่ยวเหลียงมองไปยังกวนต้าไห่ที่กำลังวิ่งหนีไปด้วยความหวาดกลัว ก่อนที่เขาจะหันมาถามลู่หยางอย่างสับสน

“ลูกพี่ ทำไมวันนี้คุณดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย ก่อนหน้านี้คุณไม่เคยเผชิญหน้ากับกวนต้าไห่มาก่อนเลยไม่ใช่เหรอ?”

ลู่หยางเผยรอยยิ้มบริเวณมุมปาก ก่อนที่เขาพูดขึ้นมาว่า “น้องชายจำเอาไว้ว่าต่อจากนี้จะไม่มีใครกล้ามารังแกพวกเราอีกแล้ว”

“อือ” เสี่ยวเหลียงพยักหน้ารับอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก ก่อนเขาถามต่อว่า

“ลูกพี่ วันนี้มาหาผมมีอะไรหรือเปล่าครับ?”

“ช่วงนี้นายยุ่งอะไรอยู่หรือเปล่า?” ลู่หยางถามกลับ

รอยยิ้มที่เพิ่งปรากฏบนใบหน้าของเสี่ยวเหลียงหายวับไปในพริบตา ก่อนที่เขาพูดกับลู่หยางว่า

“ผมจะทำอะไรได้ สอบมหาลัยก็ไม่ติด ที่บ้านก็ไม่มีตังค์จนทำให้ผมไปเรียนอาชีวะไม่ได้ด้วยซ้ำ พ่อกับแม่เลยอยากจะให้ผมไปขายผักที่ตลาด”

“ขายผัก? นายชอบงั้นเหรอ?” ลู่หยางถาม

“ไม่ชอบ” เสี่ยวเหลียงกล่าวพร้อมกับนั่งกอดเข่าอย่างไร้เรี่ยวแรง

“ถึงผมจะไม่ชอบแล้วมันจะทำอะไรได้ สุดท้ายผมก็ต้องทำงานหาเงินอยู่ดี”

ลู่หยางตบไหล่เสี่ยวเหลียงเบา ๆ เพราะในชีวิตก่อนตอนที่เขากลับมาเจอเสี่ยวเหลียง อีกฝ่ายก็อยู่ในตลาดจริง ๆ

“รอฉันแป๊บหนึ่ง” ลู่หยางกล่าวก่อนที่เขาจะเดินไปหยิบกล่องกระดาษและนำมันมาวางไว้ข้างเด็กหนุ่ม

“ลองดูสิว่ามันคืออะไร”

เสี่ยวเหลียงจ้องมองไปยังรูปบนกล่องอย่างตื่นเต้น

“นี่มัน... หมวกเกมเสมือนจริง!?”

“รับไปสิ ฉันให้” ลู่หยางกล่าว

เสี่ยวเหลียงกอดกล่องหมวกเกมเอาไว้ราวกับมันเป็นของล้ำค่าที่สุดในชีวิต ก่อนที่เขาจะมองไปทางลู่หยางอย่างดีใจ

“ลูกพี่ ให้ผมจริง ๆ เหรอ?”

“ใช่สิ” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“ลูกพี่…” เสี่ยวเหลียงนิ่งเงียบไปอย่างไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี เพราะนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีคนให้ของล้ำค่ากับเขาขนาดนี้

เด็กหนุ่มโค้งคำนับลู่หยางอย่างจริงจังคล้ายกับว่าเขาตัดสินใจอะไรบางอย่างได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ขอบคุณครับ”

“นายจะมาเกรงใจอะไร พวกเราเป็นพี่น้องกันนี่นา” ลู่หยางกล่าวโดยที่ภายในใจกำลังคิดว่า

“พี่น้อง ในชาติก่อนฉันปกป้องนายเอาไว้ไม่ได้ ในชาตินี้ฉันจะพยายามตอบแทนนายให้มากที่สุด”

“พี่น้อง…” เสี่ยวเหลียงสับสนไปพักหนึ่ง ก่อนที่เขาจะจดจำคำ ๆ นี้เอาไว้ในใจ

“เอาล่ะอย่ามัวแต่เพ้อ รีบล็อกอินเข้าไปทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของเกมได้แล้ว” ลู่หยางกล่าว

“ได้ครับ ผมจะรีบล็อกอินเดี๋ยวนี้เลย” เสี่ยวเหลียงกล่าวพร้อมกับรีบวิ่งกลับเข้าไปภายในบ้าน

ลู่หยางหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนที่จะพึมพำขึ้นมาว่า

“ไอ้เด็กนี่มันรีบจนลืมแม้กระทั่งจะบอกชื่อตัวละครของมันด้วยซ้ำ”

อย่างไรก็ตามชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจเรื่องนี้เท่าไหร่ เพราะในหมวกเกมแต่ละชิ้นจะมีรหัสประจำเครื่องอยู่ ขอแค่เขากรอกรหัสประจำเครื่องเข้าไปแค่นี้เขาก็สามารถหาตัวเสี่ยวเหลียงเจอได้แล้ว

หลังกลับมาถึงบ้านลู่หยางก็ยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย ก่อนที่ชายหนุ่มจะทำการสวมหมวกเพื่อกลับเข้าสู่เกมอีกครั้ง

โชว์โหดแบบนี้เลยเหรอ?! ว่าแต่เรากำลังจะได้ลูกกะจ๊อกหมายเลข 1 แล้วถูกไหม? 5555

จบบทที่ บทที่ 20 ใครกล้ารังแกพี่น้องฉัน

คัดลอกลิงก์แล้ว