เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 โหมดอิสระของนักเวท

บทที่ 14 โหมดอิสระของนักเวท

บทที่ 14 โหมดอิสระของนักเวท


บทที่ 14 โหมดอิสระของนักเวท

ทูแฮนด์ซอร์ท (ระดับเงิน)

การโจมตีทางกายภาพ 10-15

พลังกาย +2

พลังโจมตี +6

เลเวลที่ต้องการ 5

อาวุธชิ้นนี้ถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ระดับสูงสำหรับอาชีพวอริเออร์หรือที่เรียกติดปากว่านักรบ หากเขานำมันไปขายมันย่อมได้ราคาดีอย่างแน่นอน

ซัพซิเดลี่ฮูด (ระดับทองแดง)

ความเสียหายเวท 0-1

สติปัญญา +1

ถึงแม้อุปกรณ์ชุดนี้จะเป็นเพียงแค่อุปกรณ์ระดับทองแดง แต่ก่อนจะถึงดันเจียนเลเวล 15 มันก็มีผ้าคลุมนี้เพียงผ้าคลุมเดียวที่เป็นผ้าคลุมสำหรับนักเวท อีกทั้งอัตราการดรอปผ้าคลุมก็ต่ำมาก ชายหนุ่มจึงรู้สึกโชคดีมากแล้วที่ได้รับผ้าคลุมสีฟ้าอ่อนชิ้นนี้มา ซึ่งนอกเหนือจากที่มันจะเพิ่มความเสียหายทางด้านเวทมนตร์ให้กับชายหนุ่มแล้ว มันยังทำให้รูปลักษณ์ของเขาดูเท่ขึ้นจากเดิมอีกไม่น้อย

หลังจากทำการสวมใส่อุปกรณ์ชุดใหม่ ชายหนุ่มก็ได้พบว่าค่าสถานะของตัวเองได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก

ชื่อ: ลู่หยาง

อาชีพ เมจ

เลเวล 4

ความอดทน 7

ความแข็งแกร่ง 5

สติปัญญา 75

จิตวิญญาณ 10

ความคล่องแคล่ว 7

พลังกาย 10

พลังชีวิต 140

มานา 750

ความเสียหายทางกายภาพ 9-13

ความเสียหายทางเวทมนตร์ 110

พลังป้องกัน 8

อัตราคริติคอลทางกายภาพ 0%

อัตราคริติคอลทางเวทมนตร์ 2.6%

ความเร็วในการฟื้นฟูมานา 11 หน่วย/ 5 วินาที

ในบรรดาบอสนอกหมู่บ้านมือใหม่ บอสที่ชายหนุ่มสามารถจัดการได้คนเดียวก็ไม่ใช่จ่าฝูงวัวป่าหรือราชาหมาป่า เพราะการสังหารบอสทั้งสองตัวนี้จำเป็นจะต้องใช้บัคเพื่อช่วยเหลือ แต่บอสที่เขามีความสามารถในการสังหารจริง ๆ นั่นก็คือราชินีผึ้งแห่งบึงทไวไลท์ต่างหาก

หลังจากชายหนุ่มเดินผ่านป่าหมอกเข้าสู่บึงทไวไลท์ เขาก็ได้พบกับพื้นที่ที่เต็มไปด้วยผึ้งป่าเลเวล 5

ในบรรดามอนสเตอร์เลเวล 5 ถึงแม้ว่าผึ้งป่าจะไม่ใช่มอนสเตอร์ที่มีพลังโจมตีสูงที่สุด แต่พวกมันกลับเป็นมอนสเตอร์ที่มีความน่ารำคาญมากที่สุด เพราะการโจมตีของผึ้งป่าจะทำให้ผู้เล่นติดพิษได้และการติดพิษจะทำให้ผู้เล่นสูญเสียพลังชีวิต 20 หน่วยต่อวินาที ซึ่งในช่วงเวลานี้การติดพิษก็ทำให้ผู้เล่นประสบความยากลำบากอยู่ไม่น้อย

อย่างไรก็ตามความอันตรายของพวกผึ้งป่าก็จางหายไปหลังจากนักเวทไฟชื่อดังคนหนึ่งได้เผยแพร่วิดีโอในชาติก่อนของเขา

เนื่องมาจากทุกอย่างในเกมเซคคัลเวิลด์ถูกจำลองมาจากโลกแห่งความเป็นจริง ดังนั้นผึ้งป่าจึงมีจุดอ่อนที่ร้ายแรงนั่นก็คือพื้นที่ตรงบริเวณปีกของมัน

เพียงแค่ถูกลูกไฟสัมผัสเข้ากับปีก ปีกของผึ้งก็จะลุกไหม้ในทันที หากผึ้งป่าถูกโจมตีใส่ปีก 3 ครั้งติดต่อกัน ปีกของพวกมันก็จะถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน ปล่อยให้ร่างกายของพวกมันร่วงหล่นและถูกผู้เล่นจู่โจมอย่างอิสระโดยที่ไม่สามารถจู่โจมโต้ตอบได้อีกต่อไป

เมื่อกลยุทธ์นี้ถูกเผยแพร่ออกไป ผู้เล่นเป็นจำนวนมากก็ได้มุ่งหน้าเข้ามายังบึงทไวไลท์ในทันที อย่างไรก็ตามการดำเนินการกลยุทธ์นี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะเงื่อนไขสำคัญของกลยุทธ์คือผู้เล่นจะต้องจู่โจมโดนปีกของผึ้งป่าให้ได้เสียก่อน

ในโหมดโจมตีอัตโนมัตินักเวทจะไม่สามารถควบคุมตำแหน่งที่แน่นอนของการโจมตีได้ หากผู้เล่นต้องการจะจู่โจมให้โดนปีกของผึ้งป่า พวกเขาก็จำเป็นจะต้องเปลี่ยนโหมดจากการโจมตีอัตโนมัติไปเป็นโหมดการเคลื่อนไหวอย่างอิสระ

ในเกมเซคคัลเวิลด์มีโหมดเกมอยู่ทั้งสิ้น 2 โหมด หนึ่งคือโหมดอัตโนมัติและอีกโหมดคือโหมดอิสระ โดยทั้งสองโหมดมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน แต่ถ้าหากใครต้องการจะพัฒนาไปเป็นผู้เล่นระดับสูงจริง ๆ พวกเขาก็จำเป็นจะต้องใช้โหมดอิสระอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

โหมดอิสระคืออะไร?

โดยปกติหากนักเวทต้องการที่จะปล่อยลูกไฟออกมาหนึ่ง 1 ลูก พวกเขาทั้งจะต้องร่ายคาถา, เขียนวงเวทย์และเรียกใช้มานาภายในร่างกาย ซึ่งในโหมดอัตโนมัติผู้เล่นไม่จำเป็นจะต้องเรียนรู้วิธีการร่ายคาถา, วิธีการเขียนวงเวทย์หรือวิธีการเรียกมานาออกมาจากร่างกายเลย เพราะระบบจะทำการจัดการทุกสิ่งทุกอย่างให้โดยอัตโนมัติ และระบบก็ยังกำหนดว่าทุกกระบวนการนี้จะเสร็จสิ้นภายในเวลา 3 วินาที

ในกรณีโหมดอิสระ นักเวทจะต้องร่ายคาถา, วาดวงเวทย์และเรียกมานาออกมาด้วยตัวเอง ดังนั้นความเร็วในการปล่อยลูกไฟจะขึ้นอยู่กับความเข้าใจและความเร็วในการเรียกใช้เวทมนตร์ของผู้เล่นแต่ละคน

สาเหตุที่ในชาติก่อนลู่หยางได้รับฉายาว่า “จักรพรรดิเพลิงคลั่ง” นั่นก็เพราะว่าชายหนุ่มเข้าใจวิธีการย่อคาถา และสามารถปล่อยลูกไฟออกมาได้ภายในเวลา 0.5 วินาทีทั้ง ๆ ที่นักเวทคนอื่น ๆ จำเป็นจะต้องใช้เวลาร่ายถึง 3 วินาที

ด้วยเหตุนี้ลู่หยางจึงไม่จำเป็นจะต้องเพิ่มความเร็วหรือความแม่นยำ ชายหนุ่มได้ทุ่มทุกสิ่งทุกอย่างไปที่อัตราคริติคอล และในที่สุดชาติก่อนลู่หยางก็สามารถทำอัตราคริติคอลได้ถึง 83% ทำให้การโจมตีมีโอกาสติดคริติคอลเกือบทุกครั้งเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามการทำสิ่งเหล่านี้เพียงอย่างเดียวมันก็ยังไม่เพียงพอ เพราะในโหมดอิสระผู้เล่นจะต้องควบคุมเวทมนตร์ทุกอย่างด้วยตัวเอง นั้นก็หมายความว่าถ้าหากนักเวทไม่ได้เล็งให้ดี เวทที่พวกเขายิงออกไปก็จะไม่โดนเป้าหมาย

ดังนั้นโหมดอิสระจึงไม่ใช่โหมดที่ผู้เล่นทุกคนจะสามารถใช้งานได้ เพราะนอกเหนือจากการทำความเข้าใจเวทมนตร์ภายในเกมแล้ว ผู้เล่นยังจำเป็นจะต้องมีสัญชาตญาณในการต่อสู้และความสามารถในการคาดการณ์อย่างแม่นยำอีกด้วย

ไม่อย่างนั้นต่อให้พวกเขาสามารถเรียกใช้เวทมนตร์ออกมาได้ แต่หากเวทมนตร์ไม่โดนเป้าหมายมันก็ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใด ๆ ขึ้นมา

ตอนนี้ลู่หยางได้เปิดใช้งานโหมดอิสระอีกครั้ง ออร่าจักรพรรดิเพลิงคลั่งจึงปะทุออกมาจากร่างของชายหนุ่มไม่ต่างไปจากในอดีต

ระหว่างที่ดวงตาสาดส่องมองหาผึ้งป่า มือทั้งสองข้างและปากของชายหนุ่มก็ยังคงขยับอย่างต่อเนื่อง ภายในเวลา 0.5 วินาทีลูกไฟก็ปรากฏขึ้นมาภายในมือแล้วพุ่งเข้าไปหาผึ้งป่าที่กำลังบินวนไปมา

ปัง!

ลูกไฟตกกระทบเข้ากับปีกของผึ้งป่าอย่างแม่นยำทำให้เปลวไฟลุกลามบนปีกอย่างต่อเนื่อง

เมื่อผึ้งป่าถูกโจมตีมันจึงพุ่งเข้าหาลู่หยางอย่างรวดเร็ว น่าเสียดายที่ในพริบตาต่อมามันก็ได้มีลูกไฟปะทะเข้ากับปีกของมันอีกครั้ง จนทำให้มันพุ่งเข้าหาชายหนุ่มด้วยความโกรธมากขึ้นกว่าเดิม

เมื่อผึ้งป่ากำลังจะบินไล่ตามลู่หยางอย่างความบ้าคลั่ง มันก็มีลูกไฟมากระทบปีกของมันเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งในตอนนี้ปีกของผึ้งก็ได้ถูกแผดเผาโดยสมบูรณ์ทำให้มันร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน

เมื่อผึ้งป่าร่วงหล่นลงสู่พื้น การจัดการกับมันหลังจากนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากลำบากเลย เมื่อมีมานาที่เพียงพอและมีพลังโจมตีเวทอันทรงพลัง ลู่หยางก็แสดงให้โลกได้เห็นอีกครั้งว่าป้อมปราการเคลื่อนที่มันมีหน้าตาเป็นยังไง

ชายหนุ่มเคลียร์ทุกอย่างจนราบคาบขณะบุกเข้าไปในดินแดนของผึ้งป่า ซึ่งในระหว่างนั้นลู่หยางก็พยายามค้นหาบริเวณที่ควรจะเป็นที่อยู่ของราชินีผึ้งป่าในความทรงจำของเขา

ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังซ่อนตัวอยู่หลังกอหญ้าไม่นาน มันก็มีเสียงหึ่ง ๆ ดังขึ้นมาจากระยะไกล เมื่อลู่หยางมองไปทางต้นเสียงเขาก็ได้พบกับผึ้งตัวหนึ่งที่มีสีเหลืองสลับดำ ลำตัวของมันใหญ่กว่าผึ้งป่าตัวอื่น ๆ และแน่นอนว่าผึ้งตัวนี้ก็ไม่ใช่ผึ้งอื่นใดเลยนอกเสียจากบอสราชินีผึ้งที่เขากำลังตามหา

ชายหนุ่มมองไปทางด้านหลังและได้พบว่าผึ้งป่าตามทางที่เขาเดินทางมาถูกสังหารไปจนหมดแล้วและพวกมันก็ยังไม่เกิดใหม่ เมื่อมั่นใจว่าทางด้านหลังไร้ปัญหา ลู่หยางจึงเริ่มร่ายคาถาโดยมีเป้าหมายคือบอสที่อยู่ตรงหน้า

0.7 วินาทีต่อมาลูกไฟลูกหนึ่งก็พุ่งเข้าไปกระทบกับปีกของราชินีผึ้งป่า

-137

ราชินีผึ้งป่าพยายามหันหน้าไปทางผู้ที่จู่โจม แต่ในระหว่างนั้นลูกไฟลูกที่ 2 ก็ได้พุ่งกระทบเข้ากับปีกของมันอีกครั้ง

-139

ราชินีผึ้งป่าเคลื่อนที่ตรงไปด้านหน้าได้ไม่ถึง 3 เมตร ลูกไฟลูกที่ 3 ก็ได้พุ่งกระทบเข้ากับปีกของมัน

-272

การจู่โจมในครั้งนี้ทั้งติดคริติคอลและทำให้ปีกของราชินีผึ้งป่าถูกเผาไหม้โดยสมบูรณ์ ร่างของบอสจึงร่วงหล่นลงสู่พื้นและจำเป็นจะต้องใช้ขาขนาดเล็กเพื่อเดินหน้าเข้าไปหาลู่หยางอย่างช้า ๆ

เมื่อต้องคลานบนพื้นดินความเร็วในการเคลื่อนที่ของราชินีผึ้งป่าจะถูกลดลงมาเหลือเพียงแค่ 30% ลู่หยางจึงสามารถเดินถอยหลังพร้อมกับปล่อยลูกไฟไปด้านหน้าได้อย่างต่อเนื่อง

แน่นอนว่าการพยายามสังหารบอสตัวหนึ่งย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เพราะหลังจากเวลาได้ผ่านพ้นไป 1 นาที ปีกของราชินีผึ้งป่าก็จะงอกขึ้นมาอีกครั้ง ชายหนุ่มจึงจำเป็นจะต้องควบคุมมานาของตัวเองให้ดี ทั้งต้องใช้ในการโจมตีและเก็บไว้ใช้ในการทำลายปีกที่จะงอกขึ้นมาด้วย

ก็ไม่ง่ายเท่าไหร่ แต่แค่นี้ก็ไม่คณามือลูกพี่เขาหรอกเน๊าะ

จบบทที่ บทที่ 14 โหมดอิสระของนักเวท

คัดลอกลิงก์แล้ว