เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 เข้าสู่ตารางจัดอันดับ

บทที่ 9 เข้าสู่ตารางจัดอันดับ

บทที่ 9 เข้าสู่ตารางจัดอันดับ


บทที่ 9 เข้าสู่ตารางจัดอันดับ

2 ชั่วโมงผ่านไปลู่หยางก็มีเลเวลเพิ่มขึ้นมาถึงเลเวล 1 กับอีก 10% ทำให้ในตอนนี้เขาอยู่ในอันดับที่ 10 ของตารางจัดอันดับเลเวลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถ้าหากว่าเขาไม่ได้เสียเวลา 1 ชั่วโมงไปหาหัวใจแห่งเทพอสูรและอีก 1 ชั่วโมงในการจัดการปลาไหลทอดกรอบ บางทีในตอนนี้เขาก็อาจจะอยู่ที่อันดับ 1 ของตารางจัดอันดับแล้วก็ได้

9 อันดับหน้าลู่หยางต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้นำของกิลด์ขนาดใหญ่ทั้งหมด คนพวกนี้ได้ใช้ความได้เปรียบจากจำนวนสมาชิกในการเคลียร์พื้นที่และสังหารมอนสเตอร์ ยกตัวอย่างเช่น หัวหน้ากิลด์โอเวอร์ลอร์ดที่ใช้ชื่อว่า “ฉงป้าฟงหยุน”

ชายคนนี้ได้นำสมาชิกกิลด์กว่า 50,000 คนเข้าสู่เกมและยึดพื้นที่มอนสเตอร์เลเวล 1 ในหมู่บ้านใหม่ทั้งหมด โดยใช้ช่องโหว่ของเกมที่ว่าใครเป็นผู้สร้างความเสียหายให้กับมอนสเตอร์ก่อนถือว่าเป็นเจ้าของมอนสเตอร์ตัวนั้น เขาจึงให้ผู้เล่นภายในกิลด์จับกลุ่มทีมละ 10 คนเพื่อช่วยกันสังหารมอนสเตอร์และทำให้เขาขึ้นเป็นอันดับ 1 ในตารางจัดอันดับ

ระหว่างที่ลู่หยางกำลังเตรียมตัวจะสังหารมอนสเตอร์อยู่นั้น จู่ ๆ มันก็มีเสียงแจ้งเตือน ก่อนที่เขาจะได้พบว่ามันได้มีคนส่งข้อความเข้ามาหาเขา

ก่อนหน้านี้ชายหนุ่มได้ปิดฟังก์ชันรับเพื่อนจากคนแปลกหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่น่ารำคาญ ดังนั้นคนที่สามารถส่งข้อความมาหาเขาได้จึงมีเพียงแค่หลานอวี่ที่เขาเพิ่งเพิ่มเพื่อนไปเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น

หลังจากเปิดดูหน้าจอเขาก็ได้พบว่าข้อความถูกส่งมาจากหลานอวี่จริง ๆ

“คุณเก่งจริง ๆ ถึงได้ขึ้นไปในตารางจัดอันดับได้”

“ก็ไม่เท่าไหร่หรอก ว่าแต่ตอนนี้พวกเธอเป็นยังไงบ้าง ได้ไปทำภารกิจมาแล้วหรือยัง?”

“ตอนนี้พวกฉันยังเก็บเนื้อปลาไหลอยู่เลย” หลานอวี่ตอบ

“ทำไมช้าจัง?” ลู่หยางถาม

“ช้าเหรอ? ปลาไหลพวกนั้นมันจับยากมากเลยนะ” หลานอวี่ตอบอย่างท้อใจ

ทันใดนั้นชายหนุ่มก็เพิ่งนึกได้ว่าตอนนี้ตัวเกมเพิ่งจะเปิดให้บริการเท่านั้น สำหรับผู้เล่นใหม่ที่มีประสบการณ์แล้วการพยายามไล่จับปลาไหลใต้น้ำมันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย

“ไม่ต้องรีบร้อน ค่อย ๆ ทำไป แต่ระวังให้ดีเวลาจะไปเก็บเลเวลในถ้ำอย่าให้คนอื่นตามไปอย่างเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นตำแหน่งถ้ำที่ฉันบอกมันจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป”

“พวกเราจะระวัง” หลานอวี่ตอบพร้อมกับพยักหน้า

ทันใดนั้นลู่หยางก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เขาจึงพูดว่า

“สาวน้อยสัญญากับฉันอย่างหนึ่ง อย่าบอกชื่อฉันกับใครนะ เธอยังไม่ได้บอกใครไปใช่ไหม?”

“ยังไม่ได้บอก ไม่ต้องห่วงฉันรู้ดีว่าคุณอยากซ่อนตัวเอาไว้” หลานอวี่ตอบกลับอย่างซุกซน

ลู่หยางสามารถนึกภาพเด็กสาวในตอนนี้ได้ในทันที เขาจึงหัวเราะออกมาเบา ๆ

“ดีมาก ถ้าเธอเป็นเด็กดีคราวหน้าที่พบกันฉันจะมีของฝากไปให้”

ลู่หยางปิดบทสนทนาด้วยอิโมจิหัวเราะและบทสนทนาก็จบลงเพียงเท่านั้น

แน่นอนว่าในความเป็นจริงหลานอวี่ก็ไม่ได้บอกชื่อของลู่หยางกับใครทั้งที่เธอจงใจไม่บอกและทั้งที่สหายของเธอไม่ได้ถาม

เจิ้งหยวนเกลียดชังลู่หยางมาก ขณะที่เซี่ยหยู่เว่ยหยิ่งทนงมากจนเกินไป เธอคิดว่าในอนาคตเมื่อสตูดิโอเติบโตขึ้นผู้เล่นอิสระอย่างลู่หยางก็จะเดินเข้ามาหาเธอเอง ดังนั้นเธอจึงไม่จำเป็นจะต้องขอความช่วยเหลือลู่หยางไปมากกว่านี้

“พวกที่อยู่ในตารางจัดอันดับเขาเก็บเลเวลยังไงกันนะ? ค่าประสบการณ์ที่ต้องใช้ในการอัปเลเวลมันเยอะมาก และตอนนี้ทุกคนก็แย่งกันฆ่ามอนสเตอร์ทั่วทุกที่ ผู้เล่น 9 อันดับแรกฉันยังพอเข้าใจได้ แต่ลู่หยางที่ไม่มีใครรู้จักก็เก็บเลเวลขึ้นมาจนถึงอันดับ 10 แล้ว” จางจื่อโป๋กล่าว

เซี่ยหยู่เว่ยพยักหน้าและกล่าวว่า “ในเกมนี้มีผู้เล่นเก่ง ๆ เข้ามาเยอะมาก ถ้าหากเราพลาดอะไรไปแม้แต่ก้าวเดียว การพยายามพัฒนาสู่แนวหน้ามันก็จะยิ่งยากลำบากมากขึ้นกว่าเดิม”

ทันใดนั้นเจิ้งหยวนที่กำลังหงุดหงิดกับการจับปลาไหลก็พูดขึ้นมาด้วยความโกรธ

“ไอ้คนที่ชื่อลู่หยางนี่หยิ่งชะมัด! ฉันพยายามติดต่อไปซื้อตัวมันแท้ ๆ แต่มันกลับปิดฟังก์ชันรับเพื่อนจากคนแปลกหน้า”

จางจื่อโป๋ถอนหายใจและกล่าวว่า “ฉันก็ลองติดต่อไปดูแล้วเหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่เขาไม่รับเพื่อนจากใครเลย ถ้าหากเราติดต่อกับเขาได้บางทีพวกเราอาจจะมีโอกาสเข้าสู่ตารางจัดอันดับเหมือนกับเขาก็ได้”

ชื่อผู้เล่นที่ติดอันดับส่วนใหญ่ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นหัวหน้ากิลด์ใหญ่ที่เคยประกาศหาสมาชิกในฟอรั่มของเกมด้วยกันทั้งนั้น มีเพียงลู่หยางคนเดียวที่เป็นผู้เล่นใหม่ที่ไม่มีใครรู้จัก ทุกคนจึงคิดว่าบางทีลู่หยางคนนี้อาจจะค้นพบวิธีการเก็บเลเวลอย่างรวดเร็ว

หลานอวี่ยืนฟังทุกคนพูดคุยกันอย่างเงียบ ๆ แล้วมันก็ดูเหมือนว่าทุกคนจะไม่ได้รู้ตัวเลยว่าลู่หยางคือคนที่พวกเธอเพิ่งจะพบไปเมื่อไม่นานนี่เอง

“แล้วพวกเราจะเอายังไงกันต่อ เราจะไปเก็บเลเวลกันที่ไหน?” เจิ้งหยวนพูดอย่างหงุดหงิด

เซี่ยหยูเว่ยกับจางจื่อโป๋ก็ไม่มีคำตอบสำหรับคำถามนี้ด้วยเหมือนกัน เพราะพื้นที่ด้านนอกเต็มไปด้วยผู้คน พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเซคคัลเวิลด์จะได้รับความนิยมมากขนาดนี้ และในระหว่างที่ทุกคนกำลังพยายามหาทางออกหลานอวี่ก็ยกมือขึ้น

“ฉันรู้ที่เก็บเลเวลที่หนึ่ง ที่นั่นไม่มีคนมาแย่งมอนสเตอร์กับพวกเราแน่นอน”

“ที่ไหน?” เซี่ยหยู่เว่ยถามอย่างเร่งรีบ

“พิกัด 7985.9867 มีชายชราอยู่คนหนึ่ง หากเราทำภารกิจที่เขามอบหมายได้สำเร็จเขาก็จะทำการส่งพวกเราไปที่ถ้ำ ภายในถ้ำนั้นมีมอนสเตอร์เลเวล 1 กับเลเวล 2 อยู่มากมาย และตอนนี้มันก็ยังไม่มีใครรู้จักที่นั่นอย่างแน่นอน” หลานอวี่กล่าว

ตอนแรกทุกคนภายในกลุ่มคิดว่าหลานอวี่ล้อเล่น แต่เมื่อเธอบอกพิกัดและวิธีการมาอย่างละเอียด มันจึงทำให้ทุกคนเต็มไปด้วยความตกใจ

“เธอรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง?” เซี่ยหยู่เว่ยถาม

“ฉันก็ไม่รู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า แต่คนที่บอกวิธีจับปลาไหลในก่อนหน้านี้บอกข้อมูลกับฉันก่อนที่พวกเราจะจากกัน” หลานอวี่ตอบพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาแห้ง ๆ

เมื่อนึกหน้าลู่หยางขึ้นมาอีกครั้ง เจิ้งหยวนจึงพูดเสียงดังด้วยความอิจฉา

“ปัญญาอ่อน! ถ้ามันรู้สถานที่แบบนั้นจริง ๆ ทำไมมันถึงไม่ไปเอง เรื่องนี้จะต้องเป็นเรื่องโกหกแน่ ๆ ไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่เชื่อ!”

หลานอวี่อยากจะบอกว่าความจริงลู่หยางมีสถานที่ที่เก็บเลเวลที่ดีกว่าที่ที่เขาบอกเธอมา เพราะในตอนนี้เขาก็ได้เก็บเลเวลจนติดอันดับ 10 ของตารางจัดอันดับแล้ว

เซี่ยหยู่เว่ยขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “ในอนาคตเซคคัลเวิลด์น่าจะกลายเป็นโลกใบที่ 2 ของมนุษย์จริง ๆ พวกเราหลายคนตัดสินใจจะพัฒนาภายในเกมนี้อย่างจริงจัง ดังนั้นหากเป็นไปได้เราก็ไม่ควรมีศัตรูภายในเกม”

“ถ้าคนคนนี้รู้วิธีการจับปลาไหลและยังรู้สถานที่เก็บเลเวลลับ บางทีเขาอาจจะเป็นผู้เล่นที่เข้าร่วมการทดสอบเบต้ามาก่อน อย่างน้อยพวกเราก็ควรลองไปดู ถ้ามันไม่ใช่เรื่องจริงเราก็ไม่ได้เสียหายอะไรเท่าไหร่ แต่ถ้าทุกสิ่งที่เขาพูดคือเรื่องจริงขึ้นมา ในเวลานั้นสตูดิโอของเราก็จะพัฒนาได้เร็วกว่าสตูดิโออื่น”

จางจื่อโป๋พยักหน้าเห็นด้วยและกล่าวว่า “ฉันเห็นด้วย ฉันว่าพวกเราควรลองไปดู”

ในกลุ่มมีผู้นำทั้งหมด 7 คน ซึ่งเสียง 5 ใน 7 ก็โหวตว่าพวกเขาควรลองไปดูสถานที่ที่ลู่หยางแนะนำมาก่อน มีเพียงเจิ้งหยวนและเพื่อนสนิทของเขาเท่านั้นที่คัดค้าน

ในตอนก่อตั้งสตูดิโอพวกเขาตกลงกันเอาไว้แล้วว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ความเห็นไม่ตรงกันให้ใช้วิธีการโหวตตามเสียงข้างมาก ดังนั้นเซี่ยหยู่เว่ยจึงพาทุกคนไปยังพิกัดที่ลู่หยางได้ให้มา

ความจริงแล้วเจิ้งหยวนก็ไม่ใช่คนโง่และเขาก็พอจะคาดเดาถึงความเป็นไปได้ เพียงแต่เขาไม่อยากให้หลานอวี่มีความสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า เพราะอีก 15 วันจะเป็นวันที่เปิดระบบแลกเงินตรา และในเวลานั้นพวกเขาก็สามารถใช้เงินเพื่อเร่งเก็บเลเวลได้ด้วยเช่นเดียวกัน

จบบทที่ บทที่ 9 เข้าสู่ตารางจัดอันดับ

คัดลอกลิงก์แล้ว