เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 20: หยู่หยานน้อย

Chapter 20: หยู่หยานน้อย

Chapter 20: หยู่หยานน้อย


Chapter 20: หยู่หยานน้อย

จากหลายวันที่ผ่านมา ทุกครั้งที่แฮปปี้ออกมาจากเกม เขาพึ่งจะได้ทำอะไรอย่างอื่น นอกจากการกินอาหารเป็นครั้งแรก – เขาเปิดคอมพิวเตอร์และค้นหาผ่านกระดานจัดอันดับมหาวิทยาลัยจีนใต้เพื่อที่จะดูความเปลี่ยนแปลง และเรียนรู้ถึงบทแนะนำ และข่าวใหม่ที่เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยของเขาอัพโหลด

แม้ว่าเขาจะมีประสบการณ์ทั้งหมดมาก่อนแล้วก็ตามที การที่จะได้นึกถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในอดีต และได้กลับมาอ่านเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ มันทำให้แฮปปี้มาความสุขเป็นอย่างมาก มันเป็นเรื่องที่น่านึกถึงอย่างมาก...

ในช่วงเวลาเช่นนี้ ผู้คนที่สมัครกระดานจัดอันดับมหาวิทยาลัยจีนใต้ก็ได้เพิ่มจากสามร้อยคนในตอนแรก ไปเป็นราวๆ หนึ่งพันเจ็ดร้อยคน มันมีนักเรียนนับร้อยคนที่เข้าร่วมเว็บไซต์อยู่ทุกวัน และจำนวนคนก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แฮปปี้สังเกตเห็นว่าอันดับของเขาตกลง ตอนแรกเขาอันดับอยู่ราวๆสองร้อย แต่ในตอนนี้แล้ว เขาตกลงมาอยู่ราวๆที่หนึ่งพันหกร้อย มันมีคนมากกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบคนที่เป็นศิลปะการต่อสู้ที่สูงที่สุด ซึ่งได้ถึงดินแดนที่เก้ากันแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความน่าหวาดกลัวและความขยันขันแข็งของเด็กมหาวิทยาลัย

อีกสามหนุ่มจากห้องพักของแฮปปี้ก็เป็นไปได้ด้วยดีเช่นกัน พวกเขาต่างติดอยู่ในท็อปห้าร้อย โดยเฉพาะฉี่ซี่ เจ็ดน้อยที่โดดเดี่ยว ศิลปะการต่อสู้ของเขาได้ถึงดินแดนที่สิบแล้ว และเขาก็มีอันดับที่สูงมาก อยู่ที่อันดับเจ็ด

การค้นพบนี้ทำให้แฮปปี้รู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก

เขาคิดว่าหมัดยาวเส้าหลิน ที่อยู่ดินแดนที่สิบ ซึ่งเขาว่อนมันสักพักแล้ว จะทำให้เขาอยู่ในอันดับต้นๆของกระดานจัดอันดับได้สักพักหนึ่ง เมื่อเขาใส่ข้อมูลของเขาลงไป แม้ว่าเขาจะใส่ข้อมูลของเขาลงไป มันก็ยังมีคนอีกแปดคนที่อยู่อันดับสูงกว่าเขา

พี่ชายคำน้ำชาที่ซึ่งอยู่ท็อปบนกระดานจัดอันดับก็ได้ลงทะเบียนไว้ว่าเขามีศิลปะการต่อสู้อยู่สี่วิชา ที่อยู่ในดินแดนที่เก้า และมีหนึ่งวิชาที่อยู่ในดินแดนที่สิบ เมื่อแฮปปี้เห็นมัน เขาอดที่จะนับถือเสียไม่ได้

ชายคนนี้มันแข็งแกร่งจนเหมือนกับไม่ใช่มนุษย์ด้วยซ้ำไป

เกมมันพึ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง แต่เขาก็มีวิชาสี่วิชาที่อยู่ระดับ 9 รวมทั้งระดับ 10 อีกด้วย เมื่อเขาเลื่อนระดับพวกมันได้ และเข้าสู่ดินแดนแห่งปรมาจารย์ พลังปราณของเขาก็จะเพิ่มขึ้นยี่สิบจุดเป็นอย่างน้อย

‘ดูเหมือนว่าโลกศิลปะการต่อสู้กำลังจะเป็นโลกของผู้เล่นที่เข้าไปยังดินแดนแห่งประตูในไม่ช้า’

แฮปปี้สูดหายใจเข้าลึกๆ ความคิดของเขาพุ่งพล่านไปทั่ว เมื่อเขานึกถึงอะไรบางอย่างได้

เพียงเวลาไม่นาน หลังจากที่ปราณของผู้เล่นบางคนเลื่อนถึงดินแดนแรก โลกศิลปะการต่อสู้ก็จะปล่อยเควสเนื้อเรื่องขนาดใหญ่ออกมา และรางวัลของมันมีมากมายและหลากหลายมาก สำหรับแฮปปี้ที่เคยเล่นเกมมาก่อนแล้ว มันเป็นที่น่าดึงดูดใจอย่างไม่น่าเชื่อ

สำคัญไปกว่านั้น มันเป็นเพราะเควสเนื้อเรื่อง มันทำให้ผู้เล่นจากสำนัก ไม่ว่าจะเป็นสำนักเล็กหรือใหญ่ ยิ่งใหญ่หรือไม่ยิ่งใหญ่ก็ตามที พวกเขาจะต่างต่อสู้กันอย่างดุเดือด พวกเขาต่างจะก้าวเดินลงไปบนเส้นทางที่บ้าคลั่งและน่าหลงใหลของศิลปะการต่อสู้

***

ในความเป็นจริงแล้ว เฉินฟ่านได้สร้างเว็บไซต์ได้ดีมาก พร้อมกับการจัดการเว็บไซต์เพียงไม่กี่วัน เขาได้สร้างหมวดหมู่มากมายขึ้น แสดงให้เห็นว่าเขานั้นได้จัดการเว็บไซต์มากมาย เขาจัดการเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดีจนทำให้ผู้ใช้สามารถที่จะทำความเข้าใจมันได้ แม้ว่าจะเป็นครั้งแรกที่เห็น

หัวเรื่องบางเรื่องก็มีระบบไว้ด้วย อย่างแท็ค “ยอดเยี่ยม” ที่ถูกเพิ่มลงไปในโพสต์ ยิ่งทำให้พวกมันเป็นที่น่าจับตามองมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้แล้ว ฟังก์ชั่นที่ยอดเยี่ยมและสำคัญต่างได้ถูกเพิ่มเติมลงไปในเว็บไซต์อีกด้วย

เฉินฟ่านได้ขยายเว็บไซต์และได้สร้าง โซนสง่างาม สมาชิกที่ได้ลงทะเบียนไว้ทุกคนสามารถที่จะอัพโหลดรูปถ่ายและวิดีโอที่น่าประทับใจจากโลกศิลปะการต่อสู้ลงไปในพื้นที่บริเวณนี้ได้

หลังจากที่ฟังก์ชั่นนี้ถูกใช้งาน มันได้เป็นที่ดึงดูดสมาชิกจำนวนมากในทันที พวกเขาต่างอัพโหลดรูปถ่ายและวิดีโอลงไป พวกเขาได้ถ่ายรูปและวิดีโอที่พวกเขาเชื่อว่ามันยอดเยี่ยมที่สุดของพวกเขาในโลกศิลปะการต่อสู้ไว้แล้ว

“แฮปปี้” ไบ๋หลางกลับมาที่ห้องพัก เขาเห็นเด็กหนุ่มกำลังนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ และเขาก็ประหลาดใจมาก “ทำไมนายถึงยิ้มอย่างปัญญาอ่อนแบบนั้นกัน? ดูสาวๆอยู่เรอะ?”

“ยุ่งหน่า เห็นฉันเป็นคนแบบนั้นงั้นเหรอ?” เขากรอกตาใส่ไบ๋หลาง

“นายพูดว่านายไม่ได้ดูรูปสาวอยู่เรอะ? ฮ่าๆ นายจะต้องรู้ข่าวใหม่นี้แน่ๆ ทำไมนายมองฉันแบบนั้นกันละ? อย่าคิดว่านายจะปฏิเสธมันได้นะ หยู่หยานน้อยคือชื่อของสาวในฝันของนายยังไงละ ซูซิ่นได้เลือกที่จะเข้าไปในโลกศิลปะการต่อสู้แล้วนะ”

ในขณะที่ไบ๋หลางพูด เขาเริ่มที่จะถอนหายใจออกมาอย่างเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย “ชิ ชิ ฉันจะต้องพูดเลยนะว่า ทั้งนิสัยและอารมณ์ของซูซิ่น เธอนี่เป็นเหมือนกับหวังหยู่หยาน จากเรื่องครึ่งเทพ คือครึ่งปีศาจ (นักแสดงสาวจากหนังจีนชื่อจริงชื่อ หลิวอี้เฟย์) เธอทั้งสง่างาม ซึ่งมันทำให้คนอื่นรู้สึกด้อยกว่าและต่ำต้อยกว่าตัวเอง เธอทั้งมีสเน่ห์เหลือล้นอีก ฉันละสงสัยจริงๆเลยว่าจะเป็นใครหน้าไหนกันนะ ที่จะได้เป็นแฟนกับเธอในอนาคตเนี่ย”

แฮปปี้มึนงง

หยู่หยานน้อยเป็นชื่อในเกมของซูซิ่นจริงๆ ในชีวิตก่อนหน้านี้ มันเป็นเพราะเหตุการณ์ที่น่าอับอายนั่น เขาจึงไม่เคยมีความกล้าที่จะไปพบหน้ากับเธออีกเลย ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงแทบจะไม่ได้เจอหน้ากันเลย

หลังจากนั้นเขาก็ได้ยินมาว่ามันมีคนจำนวนมากพยายามที่จะจีบเธอในเกม ในความเป็นจริงแล้ว เธอยังถูกตั้งฉายาอย่างลับๆว่า สาวงามหยู่ (1) ในหนึ่งร้อยอันดับดอกไม้ ของโลกศิลปะการต่อสู้

สำหรับใครหน้าไหนที่จีบเธองั้นเหรอ...

แฮปปี้พ่นลมหายใจออกมา เขาจำไม่ได้ว่ามันมีข่าวสำหรับซูซิ่น ว่าเธอมีแฟนมาก่อน เมื่อเขาได้ยินชื่อหยู่หยานน้อยอีกครั้งหนึ่ง เขาก็นึกถึงเหตุการณ์จากชีวิตก่อนอย่างระมัดระวัง และจำได้ว่า มันมีผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้มากมายที่ตกอยู่ภายใต้สเน่ห์ของซูซิ่น

หวังหยู่หยาน หยู่หยานน้อย...

งั้นซูซิ่นก็เปลี่ยนเธอกลายเป็นหญิงสาวที่อ่อนแอและสง่างามที่สุดในเรื่องครึ่งเทพ ครึ่งปีศาจ ซึ่งจำเป็นต้องพึ่งพาคนอื่นซะเป็นส่วนใหญ่

แต่คนที่เธอจะไปพึ่งพาด้วนั้นจะเป็น มู่หลงฟู่ ของเมืองกูซู (2) หรือ ต้วนอี้ (3) หรือจะเป็นรัชทายาทของอาณาจักรต้าหลี่กัน? (4) หรือเธอจะพึ่งตัวเองงั้นเหรอ?

มันไม่มีทางสำหรับเขาที่จะรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้!

แฮปปี้ยิ้มเจื่อนๆ เขานึกถึงเรื่องบางอย่าง เขาเป็นแค่ลูกศิษย์ธรรมดาทั่วไปจากสำนักเส้าหลินในอดีต และเขาก็ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับซูซิ่นมากสักเท่าไหร่ แต่ในชีวิตนี้ เขาเป็นสมาชิกของตระกูลมู่หลง เขาอาจจะมีโอกาสที่จะได้พบกับหยู่หยานน้อยก็ได้

“โอ้ ไอ้แฮปปี้ เอ็งช่วยเลิกยิ้มปัญญาอ่อนแบบนั้นสักทีจะได้ไหม? ฉันรู้สึกว่ามันน่าหงุดหงิดมากยิ่งขึ้น!”

ไบ๋หลางยักไหล่อย่างเกินจริง และเขาก็ส่ายหัว เขาไม่ได้สนใจที่จะยุ่งกับคนบางคนที่มัวแต่ยิ้มแบบนั้นอีกต่อไป เขาถอดรองเท้าของเขาและปีนขึ้นไปบนเตียง

แฮปปี้พูดไม่ออก เขากรอกตาและไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

ในขณะที่ไบ๋หลางล้มตัวลงไปนอน เขาก็ถามออกมาอย่างไม่ได้มีเจตนาร้าย “โอ้ ยังไงก็ตาม แฮปปี้ นายเรียนศิลปะการต่อสู้ไปกี่อย่างละ?”

แฮปปี้มึนงง หลังจากนั้นเขาก็ตอบ “เอ่อ... สอง”

วิชาขว้างมีดหมอนับเป็นสกิลที่ใช้อาวุธลับ และสกิลแบบนี้มันยากมากที่จะเลื่อนระดับ ด้วยเหตุนี้ พวกมันจึงไม่ถูกนับว่าเป็นศิลปะการต่อสู้ นั่นเป็นสิ่งที่แฮปปี้คิด

“มันน้อยเกินไปละ แต่มันก็เป็นเรื่องที่ดีด้วยเช่นกัน ที่นายจะได้เชี่ยวชาญบางสิ่งบางอย่างไว้ ยิ่งศิลปะการต่อสู้ของนายอยู่ในดินแดนที่สูงมากเท่าไหร่ ปราณที่นายจะได้รับมันก็จะเพิ่มมากยิ่งขึ้นเท่านั้น ว่าแต่ศิลปะการต่อสู้ของนายที่สูงที่สุดมันคือเท่าไหร่? ฉันอยู่ดินแดนที่เก้าแล้ว”

น้ำเสียงของไบ๋หลางนั้นดูใจเย็นอย่างมาก เหมือนกับว่าเขาไม่ประหลาดใจเลย สำหรับเขาแล้ว มันคงเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก สำหรับแฮปปี้ที่สามารถเรียนพื้นฐานของศิลปะการต่อสู้ ความคาดหวังของเขาไม่ได้สูงมากสักเท่าไหร่

“หมัดยาวเส้าหลินในดินแดนที่สิบ*” แฮปปี้ตอบกลับโดยไม่ได้หันกลับไปมอง มันไม่มีเหตุผลสำหรับเขาที่จะซ่อนความจริงนี้ไว้

แต่เขาก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรจากด้านหลังของเขาเลย แม้ว่ามันจะผ่านไปสักพักหนึ่งแล้ว...

เขาหันหัวกลับไปและเห็นว่าไบ๋หลางใส่หมวกเข้าไปในเกมแล้ว ไม่รู้ว่าเขาจะได้ยินสิ่งที่แฮปปี้พูดหรือเปล่า

แฮปปี้รู้สึกเซง เขาหันกลับไปและเริ่มค้นหาข้อมูลที่เขาต้องการต่อ

ในความเป็นจริงแล้ว เขาไม่สามารถที่จะเรียกมันได้ว่าเป็นการหาข้อมูล เขาหวังว่าจะหาข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ใกล้เมืองกูซูได้พบเสียมากกว่า

เป็นไปตามที่เขาคาดคิดเลยว่า วิชาดาบเก้าพระราชวัง* จะเลื่อนขึ้นมายังดินแดนที่เก้าได้อย่างรวดเร็ว แต่วิชาขว้างมีดหมอนั้นช้าอย่างมาก ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา แต่มันเป็นเพราะว่าการขว้างมีดนับเป็นอาวุธลับ ไม่เพียงแต่ความแม่นยำของพวกมันจะต่ำต้อยมาก มีดขว้างก็ยังนับเป็นของใช้อีกด้วย เขาไม่สามารถที่จะไปเก็บพวกมันคืนกลับมา และใช้ต่อได้

ทุกครั้งที่เขาฝึกเทคนิค เขาจะต้องขว้างมีดออกไปโดนเป้าหมาย ถ้าเขาต้องการที่จะให้มันเลเวลเพิ่มขึ้น แต่ถ้าเขาพลาด เขาก็จะไม่ได้รับค่าประสบการณ์ และมันก็เหมือนกับโยนเงินทิ้งไปฟรีๆ

แฮปปี้ได้ใช้เงินราวๆ สี่หมื่นแปดพันตำลึงทองแดง ด้านนอกเมืองกูซูแล้ว ก่อนที่เขาจะเลื่อนมันขึ้นมาได้ถึงดินแดนที่แปด เงินทั้งหมดที่เขาหามาได้แทบจะปลิวไปกับลม

สิ่งเดียวที่ทำให้แฮปปี้รู้สึกพึงพอใจก็คือ ความต้องการของวิชาอาวุธลับนั้นทำให้พลังปราณของเขาเพิ่มขึ้นตามไปด้วย!

เขาได้ตามหาพวกอันธพาลอยู่ทุกวี่ทุกวันและสร้างปัญหาให้พวกเขาทั้งวันทั้งคืน โดยการโยนเงินไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งมันทำให้พลังปราณของเขาเพิ่มขึ้นอย่างการก้าวกระโดด จากตอนแรกที่มีแค่สี่จุดกว่าๆกลายเป็นแปดจุดกว่าๆแล้ว

ถ้ามันไม่ใช่เพราะว่าเขาค้นพบเกี่ยวกับเรื่องนี้ แฮปปี้คงจะจัดการพวกมันไปแล้ว ดังนั้นเขาจะได้เลิกใช้เงินเสียที

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงได้มานั่งค้นหาข้อมูลอย่างงี้ ซึ่งเขากำลังตามหา NPC ที่แข็งแกร่งกว่าอันธพาลเหล่านั้น เขากำลังหาวิธีที่จะเลื่อนวิชาขว้างมีดหมอไปยังดินแดนที่เก้าอยู่

อันธพาลเหล่านั้นรับมีดได้เพียงแค่ไม่กี่เล่มเท่านั้น เมื่อเขาใช้วิชาขว้างมีดหมอ ถ้าเขาเผลอเพียงแต่นิดเดียว และขว้างมีดไปมากกว่าที่ควร ชีวิตที่แสนมีความสุขนี้ก็คงจบสิ้นลงแล้ว และเขาคงไม่มีพวกอันธพาลไว้ปั้มค่าประสบการณ์ในอนาคตอีกต่อไป

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมันทำให้เขาหงุดหงิดไม่น้อย

โน้ตคนแปล :

(1) สาวงามหยู่ : นางสนมของ“ฌ้อปาอ๋อง” ที่แข่งขันกันกับ ฮั่นเกาจู่

(2) หวังหยู่หยานและมู่หลงฟู่ : ตัวละครจากเรื่อง ครึ่งเทพและครึ่งปีศาจ (Demi-god and Semi-devils พวกเธอเป็นพี่น้องกัน และหวังหยู่หยานนั้นตกหลุมรักกับมู่หลงฟู่

(3) ต้วนอี้ : เป็นตัวละครจากเรื่องเดียวกัน หวังหยู่หยานนั้นเป็นแฟนกันกับต้วนอี้ในตอนจบ

(4) อาณาจักรต้าหลี่ :อาณาจักรที่ตั้งอยู่ในมณฑลยูนนาน ในประเทศจีน ในช่วงคศ. 937-1253 เมื่อมันถูกยึดครองโดยพวกมองโกเลีย

*ดินแดนที่หนึ่ง-สิบ > ระดับหนึ่งถึงสิบ แทน

จบบทที่ Chapter 20: หยู่หยานน้อย

คัดลอกลิงก์แล้ว