เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 สำนักดาบบูรพา

บทที่ 6 สำนักดาบบูรพา

บทที่ 6 สำนักดาบบูรพา


เขาไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าเสี่ยวเฉินฆ่าศิษย์นิกายภูเขาหยก ไม่ใช่แค่ชายหนุ่มชุดเหลืองทองคนนี้เท่านั้น แต่รวมไปถึงคนที่มาด้วยอีก 6 คน ในสายตาของพวกเขา ต่อให้ศิษย์นิกายภูเขาหยกตายไปแล้วมันจะทำไม?

หลังได้ยินคำพูดของชายหนุ่มชุดเหลืองทอง เฉินมู่ซือก็รู้สึกได้ถึงความโกรธแค้น ไม่มีใครบอกมาก่อนว่าเสี่ยวเฉินมีพรรคพวกแบบนี้ และสิ่งที่เฉินมู่ซือรับไม่ได้ที่สุดก็คือหญิงสาวสองคนในกลุ่มนี้ รูปร่างหน้าตาของทั้งสองคนนั้นเหนือล้ำกว่าเธอมาก พอเธอคิดว่าเสี่ยวเฉินได้เดินทางไปกับหญิงสาวที่งดงามปานนี้แล้ว เฉินมู่ซือก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

หลังหันไปมองที่ชายหนุ่มชุดเหลืองทอง เฉินมู่ซือก็พูดขึ้นอย่างเยือกเย็น “เจ้าคิดว่าเสี่ยวเฉินฆ่าศิษย์ธรรมดาสินะ คนที่เขาฆ่าไปคือ 1 ใน 10 ศิษย์สำนักในของนิกายภูเขาหยกต่างหากล่ะ แถมยังเป็นหลานของผู้เฒ่าเสิน...”

เธอแค่ต้องการจะเห็นสีหน้าอันหวาดกลัวของเสี่ยวเฉินและพรรคพวก แต่เฉินมู่ซือกลับได้แต่ต้องผิดหวัง เพราะหลังได้ยินแบบนั้นชายหนุ่มชุดเหลืองทองกลับหันมามองแล้วตอบว่า “1 ใน 10 ศิษย์สำนักใน? แล้วมันยังไง?”

เขากล่าวออกมาโดยไม่มีร่องรอยของความตระหนก ด้วยน้ำเสียงสุดราบเรียบ หลังสิ้นคำ ก่อนที่เฉินมู่ซือจะได้พูดอะไรขึ้นมาอีก เสินเกาเหยียนก็พูดขึ้น “เจ้าเด็กอวดดี...”

จากนั้นเสินเกาเหยียนก็ดันฝ่ามือออกไปหาเสี่ยวเฉินและชายหนุ่มชุดเหลืองทอง เสินเกาเหยียนนั่นมีพลังลมปราณระดับปฐพี หากปล่อยมันออกมาตรง ๆ แบบนี้ เสี่ยวเฉินและชายหนุ่มชุดเหลืองทองไม่มีทางรับมันได้แน่ แต่ทว่าในขณะที่ทุกคนต่างคิดว่าพวกเขาทั้งคู่ต้องตายลงแล้ว จางเฉียงที่นิ่งเงียบมานานกลับพุ่งตัวเข้ามา

ถึงเขาจะปัดรับฝ่ามือของเสินเกาเหยียนได้ แต่พลังลมปราณของจางเฉียงก็ยังอยู่แค่ระดับนิลขั้นอุตมะ จึงบาดเจ็บไปไม่น้อย

ถึงแม้ตัวเองจะต้องบาดเจ็บ แต่เขาก็เข้ามาป้องกันเสี่ยวเฉินและชายหนุ่มชุดเหลืองทอง พอได้เห็นการกระทำนั้นของจางเฉียง ทุกคนต่างมึนงง มันเกิดอะไรขึ้นกับจางเฉียง? เขาไม่ได้อยู่ฝ่ายเสินเกาเหยียนเหรอ? ทำไมจู่ ๆ ถึงได้ไปปกป้องเสี่ยวเฉินกับพรรคพวก...

ทุกคนต่างมองไปยังจางเฉียงด้วยความสงสัย ว่าทำไมถึงได้ไปช่วยเสี่ยวเฉิน ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดกับท่าทางที่ผ่าน ๆ มาของเขาทั้งหมด

หลังถูกสายตาอันกังขามองมา จางเฉียงกลับไม่สนใจอาการบาดเจ็บของตัวเองและหันหน้าไปคุกเข่าลงก่อนจะพูดอย่างเคารพต่อชายหนุ่มชุดเหลืองทอง “ขอถวายบังคมพระราชกุมาร...”

พระราชกุมาร? หลังได้ยินคำของจางเฉียง ทุกคนต่างมึนงง มันเกิดอะไรขึ้น? ที่สำคัญจางเฉียงเรียกชายหนุ่มชุดเหลืองทองนี้ว่าพระราชกุมาร หมายความว่าเขาคนนี้คือ...

ในที่สุดตัวตนของชายหนุ่มชุดเหลืองทองก็ถูกเปิดเผย เขาเป็นราชกุมารเพียงคนเดียวของรัฐหลิงเฟิง นามโม่เจี่ย รัชทายาทลำดับที่ 3

โม่เจี่ยยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม ก่อนจะหันไปมองที่จางเฉียงที่คุกเข่าอยู่กับพื้นก่อนจะพูดขึ้น “ลุกเถอะ...”

หลังได้ยินคำของโม่เจี่ย จางเฉียงก็ลุกขึ้นไปอยู่หลังโม่เจี่ยอย่างสุภาพ จางเฉียงจำโม่เจี่ยได้ทันทีที่เห็น เขาไม่เคยคาดคิดว่ารัชทายาทจะเสด็จมาในที่แบบนี้ แถมเขายังรู้จักกับเสี่ยวเฉิน หลังได้เห็นเสินเกาเหยียนพุ่งเข้าโจมตี จางเฉียงก็ไม่ลังเลที่จะเข้าไปปัดป้องแทน ถ้าโม่เจี่ยเกิดเป็นอะไรที่นี่ขึ้นมา จางเฉียงคงไม่พ้นโทษประหาร 9 ชั่วโคตรแน่

ตอนที่สถานะขององค์รัชทายาทอย่างโม่เจี่ยถูกเปิดเผย สายตาของทุกคนนั้นเต็มไปด้วยความมึนงงสงสัย เดิมทีพวกเขาคิดว่าเสี่ยวเฉินต้องตายแน่ แต่คงไม่มีใครคาดเดาการปรากฏตัวของโม่เจี่ยนี้ได้

เรียกได้ว่ามันมีแต่เรื่องไม่คาดฝันเต็มไปหมด แม้แต่ตระกูลเสี่ยวเองก็ยังรู้สึกราวกับว่าตัวเองฝันไป ไม่มีใครคาดคิดว่าเสี่ยวเฉินจะไปรู้จักกับองค์รัชทายาทได้

ทุกคนตกใจกับสถานะของโม่เจี่ย รวมไปถึงตัวเสินเกาเหยียนด้วย ตอนนี้เฒ่าเสินมองดูเสี่ยวเฉินด้วยสีหน้าสุดมืดมน เขาไม่เข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นมังกรแห่งตระกูลเสี่ยวหรือแม้แต่อัจฉริยะ แต่เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง? รู้จักกับโม่เจี่ยและพรรคพวก แถมยังทำให้โม่เจี่ยมาถึงที่นี่ได้ เป็นแบบนี้แล้วเสินเกาเหยียนยังจะกล้าต่อต้านเสี่ยวเฉินอยู่ไหม?

แน่นอนว่าเขาไม่คิดจะพุ่งชนกับโม่เจี่ย ไม่เช่นนั้นโม่เจี่ยคงได้ทำลายนิกายภูเขาหยกลงแน่

แต่เขาก็ไม่ได้คิดจะปล่อยให้เสี่ยวเฉินรอดไป ต่อหน้าโม่เจี่ย เสินเกาเหยียนได้แต่ต้องยอมแพ้ เสินเกาเหยียนได้แต่กำหมัดแน่น เขาแสดงท่าทางไม่สบอารมณ์ออกมาอย่างชัดเจน

และขณะที่เสินเกาเหยียนกำลังทุกข์อย่างหนัก เสี่ยวเฉินกลับเดินเข้ามาและพูดกับเขา

“ก่อนคืนพรุ่งนี้ ข้าหวังว่านิกายภูเขาหยกจะออกมาขอโทษนะ และถ้านิกายภูเขาหยกคิดจะทำอะไรตระกูลเสี่ยวในอนาคตล่ะก็ อย่ามาคิดแค้นที่ข้าทำลายนิกายทิ้งล่ะ...”

คำพูดของเสี่ยวเฉินนั้นราบเรียบ แต่สิ่งที่เขาพูดออกมามันอวดดีจนเหลือทน ทำลายนิกายภูเขาหยก? คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน? ถ้าโม่เจี่ยไม่อยู่ เสินเกาเหยียนไม่มีทางปล่อยมันรอดไปแน่

หลังได้ยินคำของเสี่ยวเฉิน เสินเกาเหยียนเกือบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาโดนเด็กเมื่อวานซืนแบบนี้มาดูถูก แต่ขณะที่ความโกรธของเสินเกาเหยียนกำลังจะระเบิดออก เสี่ยวเฉินก็ยกแหวนขึ้นและหยิบเหรียญหนึ่งออกมา

เหรียญนั้นมีสีเงินสว่างพร้อมรูปดาบยาวประทับอยู่ด้านบน พอได้เห็นเหรียญนี้ ร่างของเสินเกาเหยียนก็สั่นขึ้นมาก่อนจะพูดว่า “เจ้า... เจ้าเป็นศิษย์สำนักดาบบูรพา?”

แค่เห็นครั้งเดียวเขาก็จดจำได้ว่ามันคือตราของศิษย์สำนักดาบบูรพา ความโกรธแค้นในจิตใจของเสินเกาเหยียนหายไปในทันตา มันถูกแทนที่มาด้วยความหวาดกลัว

สำนักดาบบูรพานั้นเป็นยอดสำนักวิชาในใต้หล้า แม้แต่ราชวงศ์แห่งหลิงเฟิงยังเป็นได้แค่มดปลวกต่อหน้าพวกเขา

พวกเขาคือสัตว์ประหลาดที่มีอำนาจมากกว่าราชวงศ์แห่งหลิงเฟิง ไม่แปลกเลยที่ท่าทางของเสินเกาเหยียนจะเปลี่ยนไปหลังได้เห็นมัน

ต่อให้พูดว่าสำนักดาบบูรพานั้นเป็นผู้ปกครองใต้หล้าก็คงไม่มีใครกล้าเถียง ด้วยอำนาจที่เหนือล้นจักรวรรดิทั้ง 10 รัฐหลิงเฟิงก็เป็นเพียงแค่หนึ่งในจำนวนนั้น

พลังของพวกเขานั้นยิ่งใหญ่ แถมการคัดเลือกคนเข้าสำนักก็ทำอย่างเข้มงวด คนที่เข้าสำนักนี้ได้ต้องเป็นยอดคนหนึ่งในหมื่น ถ้าเอาคนแบบนั้นมาเข้านิกายภูเขาหยก เขาคงได้กลายเป็นสุดยอดของศิษย์ หมายความว่าเสี่ยวเฉินมีพรสวรรค์สูงส่งขนาดนั้น ขนาดที่แม้แต่สำนักดาบบูรพายังยอมรับ

ถึงมันยากที่จะยอมรับ แต่หากตัวตนของโม่เจี่ยทำให้เสินเกาเหยียนทุกข์ใจ ตัวตนของเสี่ยวเฉินนี้ก็ทำให้เขาหวาดกลัวเลยทีเดียว ต่อให้เสี่ยวเฉินคิดฆ่านิกายภูเขาหยก นิกายภูเขาหยกก็ไม่กล้าที่จะทำอะไรเสี่ยวเฉินที่เป็นศิษย์ของสำนักดาบบูรพา เพราะผลที่ตามมามันไม่ใช่อะไรที่นิกายภูเขาหยกจะรับมือได้

ใบหน้าของเขาหม่นหมอง และในที่สุดก็ดูเหมือนว่าเสินเกาเหยียนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาหันไปมองเสี่ยวเฉินและโม่เจี่ยที่ด้านหลัง เมื่อก่อนหน้านี้โม่เจี่ยเรียกเสี่ยวเฉินว่าศิษย์น้อง หมายความว่า...

หมายความว่าคนทั้งหมดนี้เป็นศิษย์สำนักดาบบูรพา ครั้งนี้พวกเขาออกเดินทางมาพร้อมกับเสี่ยวเฉิน เขาได้แต่หายใจเข้าลึก เสินเกาเหยียนได้แต่ทำความเคารพต่อเสี่ยวเฉินภายใต้สายตาที่หวาดกลัวของทุกผู้คน

“หนุ่มน้อยเสี่ยวเฉิน เรื่องนี้เป็นความผิดของนิกายภูเขาหยกเราเอง ไม่ต้องกังวลไป พรุ่งนี้ผู้นำนิกายเราจะมาขอโทษด้วยตัวเอง...”

จบบทที่ บทที่ 6 สำนักดาบบูรพา

คัดลอกลิงก์แล้ว