เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 สังหาร

บทที่ 4 สังหาร

บทที่ 4 สังหาร


ตั้งแต่ที่เสี่ยวเฉินปรากฏตัวเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน ตั้งแต่ตอนนั้นจนตอนนี้เสี่ยวเฉินไม่ได้แสดงสีหน้าใด ๆ ออกมาเลย ราวกับว่านิกายภูเขาหยกนั้นเป็นเพียงแค่มดปลวกในสายตาของเขา

เขาไม่พอใจกับท่าทางของเสี่ยวเฉินอย่างมาก เพราะเสินหมิงผู้เป็นหนึ่งในศิษย์สำนักในนิกายภูเขาหยกนั้นได้รับการเคารพนับถือในนิกายอย่างมาก แต่ตอนนี้เขากำลังถูกลูกคุณหนูตระกูลหนึ่งดูถูก นั่นทำให้เสินหมิงไม่พอใจอย่างมาก ในมือของเขามีแหวนเช่นกัน และเมื่อแสงสว่างขึ้น ดาบก็ปรากฏออกมาในมือของเขา

หลังจับดาบมั่น เสินหมิงก็เดินเข้าไปหาเสี่ยวเฉิน จิตสังหารที่เขาปล่อยออกมานั้นไม่มีการกลบเกลื่อนใด ๆ หลังได้เห็นท่าทางแบบนั้นของเสินหมิง เสี่ยวเฉินก็ยกสะบัดดาบยาวเบา ๆ ทำให้คราบเลือดที่ติดอยู่กับตัวดาบหลุดออกไป ตอนนี้ปลายดาบกำลังชี้ลงไปยังพื้นดินโดยที่เจ้าของดาบไม่มีการเปลี่ยนสีหน้าใด ๆ

“คิดว่าข้าจะไม่กล้าฆ่าคนของนิกายภูเขาหยกจริง ๆ เหรอ?”

เขาได้ให้คำเตือนกับเสินหมิงไปแล้ว แต่เขาก็ไม่ยอมฟัง ทำให้เสี่ยวเฉินต้องปล่อยจิตสังหารของตัวเองออกมาบ้าง นิกายภูเขาหยกนั้นแข็งแกร่งและเป็นที่รู้กันดีกว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในมณฑลหลิงซาน พลังอำนาจของนิกายนั้นสูงจนตระกูลเสี่ยวไม่สามารถเทียบเคียงได้ แต่หากคิดว่าเสี่ยวเฉินจะไม่กล้าฆ่าศิษย์ของนิกายเพราะเรื่องแค่นี้ อีกฝ่ายคงคิดผิดแล้ว

ทีแรกเขาคิดที่จะประนีประนอมกับนิกายภูเขาหยกก่อน แล้วไปจัดการตระกูลหม่าและตระกูลเฉินแทน แต่ตอนนี้เหมือนว่าเขาต้องจัดการกับนิกายภูเขาหยกให้ราบคาบเสียก่อนแล้ว

พอคิดได้แบบนั้น เสี่ยวเฉินก็เริ่มโจมตี ด้วยดาบยาวอันแสนดุดันในมือ ดาบกลายเป็นแทงแสงพุ่งตรงไปยังศัตรู เสินหมิงจึงยกอาวุธของตัวเองขึ้นมากันไว้ แต่ถึงเขาจะสามารถกันดาบของเสี่ยวเฉินได้ พลังที่มากมายมหาศาลก็ยังส่งเขาถอยไปด้านหลังหลายก้าว

พลังนั้นมากมาย และขณะเดียวกัน นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เสินหมิงได้รับรู้ถึงกำลังภายในของเสี่ยวเฉิน จนทำให้สีหน้าเขาเปลี่ยนไปพร้อมพูดออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือ

“เจ้า... เจ้าเองก็เข้าถึงระดับทองแล้ว...”

หลังได้ประดาบกัน ในที่สุดเสินหมิงก็ได้รับรู้ถึงลมปราณที่แท้จริงของเสี่ยวเฉินว่าเป็นเหมือนตัวเอง อยู่ในระดับทองแล้ว

ถึงจะอยู่ในระดับเดียวกัน แต่อายุกลับห่างกันถึง 10 ปี และเขาคนนี้กลับสามารถขึ้นสู่ระดับทองได้ด้วยอายุแค่ 18 ปี ช่างเป็นความเร็วที่ล้นเหลือ ไม่ต้องพูดถึงมณฑลหลิงซานเลย แม้แต่ในนิกายภูเขาหยกเองก็ไม่มีใครทำได้ถึงขนาดนี้

ตอนที่เขาออกจากมณฑลหลิงซานไปเมื่อ 3 ปีก่อน เสี่ยวเฉินนั้นเพิ่งจะเข้าสู่ระดับเปิดชีพจร และหลังจากหายไป 3 ปีและกลับมา เสี่ยวเฉินกลับสามารถไต่เต้าขึ้นมาถึงระดับทอง...

เขาทำหน้าตาสุดสยองราวกับตัวเองเพิ่งได้เคี้ยวอะไรที่ไม่สมควรเข้าไป ก่อนหน้านี้เสินหมิงคิดเพียงแค่ว่าเสี่ยวเฉินนั้นเป็นอัจฉริยชื่อดังคนหนึ่ง แต่ตอนนี้เขาคืออัจฉริยที่แท้จริง เป็นสัตว์ประหลาดดี ๆ นี่เอง

หลังได้เห็นสีหน้าของเสินหมิงที่เปลี่ยนไป เสี่ยวเฉินกลับมีสีหน้าเช่นเดิมก่อนจะพูดว่า “เข้าระดับทองตอนอายุ 18 มันน่าแปลกขนาดนั้นเลยเหรอ? จากที่ที่ข้ามา คนแบบนั้น...”

พรสวรรค์ของเสี่ยวเฉินนั้นทำให้เสินหมิงตกตะลึง แต่สำหรับตัวเสี่ยวเฉินเองแล้ว อายุ 18 เข้าระดับทองมันแปลกอะไร? มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยแม้แต่น้อย เพราะอย่างน้อย ๆ รอบตัวเสี่ยวเฉินก็มีคนที่สำเร็จระดับทองได้ตั้งแต่อายุ 19 หรือ 20 ปีหลายคน

หลังเสียงเงียบลง เสี่ยวเฉินก็โจมตีอีกครั้ง แม้จะอยู่ในระดับเดียวกัน แต่พลังฝีมือในการต่อสู้นั้นต่างกันอย่างมหาศาล

ระหว่างที่สู้กันไป เสี่ยวเฉินก็แสดงสีหน้าสุดผิดหวังออกมา “อ่อน อ่อนแอ เพลงดาบของเจ้ามีช่องโหว่นับร้อย ข้อมือไร้เรี่ยวแรง พลังลมปราณระดับทองที่กลวงเปล่า อ่อนแอเสียจริง ๆ”

หลังถูกกดดันและโจมตีอย่างต่อเนื่องจากเสี่ยวเฉิน มันยิ่งทำให้ความโกรธที่เขามีทวีคูณ เสินหมิงรู้ดีว่าปล่อยไปแบบนี้ไม่นานเขาคงต้องพ่ายแพ้ลงแน่ เขาจึงมีแต่ต้องเสี่ยง

ลมปราณในร่างกายเขาปะทุขึ้น เสินหมิงยกดาบขึ้นเหนือหัว เขาฟาดดาบลงอย่างรุนแรงพร้อมตะโกน “ดาบร้อยสังเวียน...”

เขาแสดงวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดของตัวเองออกมา ดาบร้อยสังเวียน นี่เป็นวิชาดาบขั้นสูงที่แสดงพลังออกมาได้อย่างน่าเกรงขาม

วิชาการต่อสู้นั้นแบ่งออกเป็น วิชาการต่อสู้ระดับพื้นฐาน วิชาการต่อสู้ระดับมายา วิชาการต่อสู้ระดับแผ่นดิน วิชาการต่อสู้ระดับสวรรค์ และจะมีการแยกย่อยเป็นขั้นต่ำ ขั้นกลาง ขั้นสูงอีกครั้ง

อย่างเช่นวิชาดาบร้อยสังเวียนนี้ของเสินหมิงเป็นวิชาระดับพื้นฐานขั้นสูง ปกติแล้ววิชาการต่อสู้ระดับมายานั้นจะถูกฝึกได้ก็ต่อเมื่อมีพลังลมปราณถึงระดับนิลแล้วเท่านั้น ส่วนระดับทองนั้นจะแสดงฝึกได้แค่สุดยอดของวิชาการต่อสู้ระดับพื้นฐาน

มันเป็นการโจมตีที่รุนแรงมาก แสงของดาบรวมอยู่ที่จุดเดียวจนทำให้คนรอบ ๆ แทบลืมหายใจ มีเพียงแค่เสี่ยวเฉินเท่านั้นที่ยังดูใจเย็นไม่มีเปลี่ยน

วิชาการต่อสู้ระดับพื้นฐานขั้นสูงนั้นมีพลังที่รุนแรง และไม่ควรจะดูถูก แต่ดูท่าแล้วเสินหมิงน่าจะยังไม่ได้ขัดเกลาวิชานี้อย่างถึงที่สุด อย่างมากที่สุดก็คงเพิ่งเริ่มฝึก

เพราะวิชาการต่อสู้นั้นไม่ได้ถูกแบ่งออกเป็นแค่ระดับเท่านั้น ความชำนาญในการใช้เองก็สำคัญไม่แพ้กัน และระดับความชำนาญนี้ก็ได้ถูกแบ่งออกเป็น มือใหม่ ชำนาญ สมบูรณ์ และเปลี่ยนแปลง

แม้จะเป็นวิชาเดียวกัน แต่หากความชำนาญต่างกัน พลังก็จะต่างกันออกไปด้วย และในตอนนี้ ดาบร้อยสังเวียนของเสินหมิงนั้นเป็นวิชาการต่อสู้ระดับพื้นฐานขั้นสูง แต่น่าเสียดายที่เขายังไม่ถึงขั้นที่จะเรียกได้ว่าชำนาญในการใช้มัน

วิชาการต่อสู้ระดับพื้นฐานขั้นสูงที่เพิ่งเริ่มทำการฝึกฝนนั้นไม่สามารถจะทนต่อการโจมตีของเสี่ยวเฉินได้แม้แต่ครั้งเดียว

มันไม่มีช่องให้หนี ดาบสีเงินในมือของเสี่ยวเฉินจู่ ๆ ก็เปลี่ยนกลายเป็นวงสีขาว คมดาบเกี่ยวขึ้นไปยังท้องฟ้า จนในที่สุดวงสีขาวนั้นก็กลืนกินเสินหมิงไปทั้งตัว มันทำลายกระบวนท่าดาบร้อยสังเวียนของเสินหมิงในพริบตา

“สมบูรณ์ วิชาการต่อสู้ขั้นสูงระดับสมบูรณ์...” เสี่ยวเฉินเองก็ใช้วิชาการต่อสู้ระดับพื้นฐานขั้นสูง แต่ตัวเขานั้นใช้มันได้จนสมบูรณ์ วิชาในระดับเดียวกัน วิชาการต่อสู้พื้นฐาน แต่หนึ่งเพิ่งเริ่มฝึก ส่วนอีกฝ่ายนั้นอยู่ในระดับสมบูรณ์ แต่นอนว่าระดับพลังที่แสดงออกมามันก็ต่างกันราวฟ้ากับเหวเช่นกัน

เขาจัดการทำลายดาบร้อยสังเวียนของเสินหมิงอย่างไม่ยากเย็นอะไร เสี่ยวเฉินเก็บดาบลงก่อนที่จะพูดขึ้นเบา ๆ “ดาบเงาสังหาร...”

หลังเสียงของเสี่ยวเฉินจางหายไป เงาของดาบที่ยังปรากฏอยู่บนฟ้าก็จางลง จากนั้นก็มีศพที่ร่างเต็มไปด้วยบาดแผลร่วงลงมา นั่นคือศพของเสินหมิงที่ถูกดาบเงาสังหารจัดการลง

อย่างที่เสี่ยวเฉินว่าไป ต่อไปจะไม่จบแค่เจ็บ และตอนนี้เสี่ยวเฉินก็ไม่หยุดมือแล้วจริง ๆ ทำให้เสินหมิงต้องจบชีวิตลง ถ้าไม่คิดจะไป ก็จงอยู่เฝ้าแผ่นดินนี้ไปตลอดเถอะ

ด้วยเสียงตกกระแทกดังสนั่น ศพของเสินหมิงก็กลิ้งตามพื้นไปอย่างแรง ทำให้หัวใจของทุกคนแทบหยุดเต้น

ตาย เสินหมิง 1 ใน 10 ศิษย์สำนักในนิกายภูเขาหยก ได้ตายลงแล้ว และเสี่ยวเฉินก็ฆ่าศิษย์ของนิกายภูเขาหยกลงจริง ๆ แถมยังไม่ใช่แค่ศิษย์ทั่ว ๆ ไปด้วย...

ทุกคนต่างมองเสินหมิงด้วยสีหน้าสุดหวาดกลัวอย่างเงียบงัน ไม่นานนัก เฉินมู่ซือก็กลับมาตั้งสติได้ เธอมองที่ศพของเสินหมิงและหันไปพูดกับเสี่ยวเฉินด้วยสีหน้าสุดตกใจ

“เจ้า... เจ้ากล้าฆ่าเสินหมิง เจ้ารู้ไหมว่าตำแหน่งของเสินหมิงในนิกายภูเขาหยกเป็นยังไง? เจ้าจบแล้ว ตระกูลเสี่ยวจบแล้ว นิกายภูเขาหยกจะไม่มีทางปล่อยเจ้าไป ตระกูลเสี่ยวจะต้อง...”

เฉินมู่ซือไม่เคยคาดคิดว่าเสี่ยวเฉินจะกล้าฆ่า เพราะเสินหมิงนั้นมีตำแหน่งในระดับที่ตระกูลเสี่ยวไม่มีทางกล้าแตะต้อง หากเป็นศิษย์ทั่วไปอาจจะยังพอคุยได้ แต่สำหรับศิษย์สำนักในแล้ว นิกายภูเขาหยกจะไม่มีทางปล่อยให้มันผ่านไปเด็ดขาด

หลังเห็นหน้าตาสุดตกใจของเฉินมู่ซือ เสี่ยวเฉินกลับไม่คิดจะสนใจ และตอบกลับไปเบา ๆ “นิกายภูเขาหยก? แล้วมันทำไม...”

จบบทที่ บทที่ 4 สังหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว