เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 ชิงชังด้วยรัก

บทที่ 1 ชิงชังด้วยรัก

บทที่ 1 ชิงชังด้วยรัก


มณฑลหลิงซาน หนึ่งใน 18 มณฑลภายใต้รัฐหลิงเฟิง ในมณฑลหลิงซานนี้มีตระกูลผู้ทรงอำนาจอยู่สามตระกูลใหญ่ นั่นคือตระกูลเสี่ยว ตระกูลหม่า และตระกูลเฉิน

วันนี้ตระกูลเสี่ยว หนึ่งในสามตระกูลใหญ่กำลังพบกับภัยมหันต์ และเรื่องทั้งหมดมันก็เริ่มขึ้นมาจากมังกรแห่งตระกูลเสี่ยวนี้เอง

18 ปีก่อน ผู้นำตระกูลคนปัจจุบันของตระกูลเสี่ยว เสี่ยวชิง ได้มีลูกชายนาม เสี่ยวเฉิน ว่ากันว่าตอนที่เด็กชายคนนี้กำเนิดออกมาดูโลก ได้มีลางดีส่องลงมาจากท้องฟ้า และเสี่ยวเฉินคนนี้ก็ได้แสดงความอัจฉริยะที่เรียกได้ว่าพลิกแผ่นฟ้า

เมื่ออายุได้ 15 ปี เขาเรียนรู้ลมปราณวิชาพื้นฐานจนหมดและเริ่มเข้าสู่ระดับเปิดชีพจร ด้วยความเร็วระดับนี้ ไม่มีใครหน้าไหนในประวัติศาสตร์ของมณฑลหลิงซานจะเทียบเคียงเขาได้

ด้วยความสามารถที่ล้นเหลือ พร้อมกับตำแหน่งนายน้อยของตระกูลเสี่ยวและใบหน้าที่หล่อเหล่าของเสี่ยวเฉิน ทำให้เขากลายเป็นหนุ่มในฝันของสาว ๆ ทั้งมณฑลหลิงซาน รวมไปถึงคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลเฉิน นามเฉินมู่ซือ

ด้วยฐานะทายาทของสามตระกูลใหญ่เหมือน ๆ กัน เฉินมู่ซือและเสี่ยวเฉิน จึงถูกมองว่าเป็นคู่รักที่เหมาะสมกันที่สุดในสายตาผู้คน แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเฉินมู่ซือได้บอกรักต่อเสี่ยวเฉินแต่กลับถูกเสี่ยวเฉินปฏิเสธต่อหน้า หลังจากนั้นเสี่ยวเฉินก็ได้ออกเดินทางหายไปจากหลิงซาน จนบัดนี้เวลาล่วงเลยผ่านไปสามปีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีข่าวคราวของเขา

ตอนที่เสี่ยวเฉินออกเดินทางไป เฉินมู่ซือนั้นรู้สึกคับแค้นที่ถูกเสี่ยวเฉินปฏิเสธมาก และหลังเธอได้รับความเชื่อใจจากนิกายที่แข็งแกร่งที่สุดในมณฑลหลิงซานอย่างนิกายภูเขาหยก เฉินมู่ซือก็ได้เริ่มแผนการแก้แค้นตระกูลเสี่ยว

เวลาสามปีที่ผ่านมานี้ไม่ได้ทำให้ความเกลียดชังในจิตใจของเฉินมู่ซือเบาบางลงเลยแม้แต่น้อย มันกลับมีแต่เพิ่มพูนมากขึ้น พอนึกถึงตอนที่ถูกเสี่ยวเฉินปฏิเสธทีใด เฉินมู่ซือก็สาบานต่อตนเองว่าจะต้องทำลายตระกูลเสี่ยวให้เสี่ยวเฉินนั้นต้องเจ็บปวดใจไปจนวันตายให้ได้

ส่วนตัวเฉินมู่ซือเองนั้น แม้จะมีพรสวรรค์ไม่เทียบเท่ากับเสี่ยวเฉินแต่ฐานะและหน้าตาของเธอนั้นก็ยังนับได้ว่าเป็นสาวงามอันดับหนึ่งในมณฑลหลิงซานนั้นหาผู้ใดมาเปรียบมิได้ เป็นนางงามที่สวรรค์ส่งมาเกิด แต่เสี่ยวเฉินนั้นกลับกล้าปฏิเสธเธออย่างไร้เยื่อใย

เธอยังคงจำได้ดีว่าตอนที่ตัวเองตั้งหน้าไปบอกรักเสี่ยวเฉินนั้น เสี่ยวเฉินกลับตอบมาแค่ว่า “เจ้าไม่คู่ควร...”

หลังพูดจบ เขาก็ไม่แม้แต่จะหันมามองเธออีก หลังจากวันนั้น เขาก็เดินทางออกจากมณฑลหลิงซานไป

ความเกลียดชังนี้ฝังในใจของเธอมาถึง 3 ปี และในวันนี้เฉินมู่ซือก็จะได้ลงดาบกับตระกูลเสี่ยวเสียที ตอนนี้ ในบ้านตระกูลเสี่ยว มีศิษย์ของนิกายภูเขาหยกอยู่ 7 คนนำโดยตัวเฉินมู่ซือ และก็ยังมีคนจากตระกูลเฉินและตระกูลหม่าอยู่ด้วย

เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับตระกูลเฉิน ตระกูลหม่า และนิกายภูเขาหยก ตระกูลเสี่ยวนั้นจึงไม่มีทางที่จะขัดขืนได้เลย ตอนนี้ฝ่ายตระกูลเสี่ยวที่นำโดยเสี่ยวชิงได้แต่มองดูใบหน้าของเฉินมู่ซืออย่างเคร่งขรึม

ถึงมันจะดูสวยงามน่ามองเพียงใด ภายใต้ความสวยงามนี้กลับมีความอำมหิตซ่อนอยู่ หลังหายใจเข้าลึก เสี่ยวชิงก็มองตรงไปยังเฉินมู่ซือและถามขึ้นมา

“มันต้องถึงขนาดนี้เลยเหรอ? นี้ก็ผ่านไปตั้ง 3 ปีแล้ว เจ้ายังไม่คิดจะปล่อยพวกเราไปอีกเหรอ?”

เขารู้ถึงความเกลียดชังที่เฉินมู่ซือมีต่อเสี่ยวเฉินมานานแล้ว หลังได้ยินคำนั้นของเสี่ยวชิง เฉินมู่ซือก็พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม “ปล่อยไป? ทั้ง ๆ ที่ข้าสาบานไว้ตอนที่เสี่ยวเฉินปฏิเสธข้าแล้ว ว่าสักวันจะฆ่าล้างตระกูลเสี่ยวเนี่ยนะ...?”

เธอไม่มีทางปล่อยตระกูลเสี่ยวให้มีชีวิตรอดไปอยู่แล้ว แม้แต่หมาของบ้านตระกูลเสี่ยว เฉินมู่ซือก็ไม่คิดจะปล่อยให้มันมีชีวิตรอดไป หลังพูดจบ เฉินมู่ซือก็หันหน้าไปหาชายหนุ่มรูปงามที่ด้านข้างของเธอ

ชายหนุ่มคนนี้ดูท่าจะอายุราว 20 ปี ใส่ชุดคลุมสีดำท่าทางอ้อนแอ้น

เฉินมู่ซือเดินเข้าไปกอดแขนของชายหนุ่มและพูดออกมาด้วยรอยยิ้มแสนขี้อ้อน “พี่หมิง สัญญากับข้าแล้วนะ...”

“ไม่ต้องห่วงไปศิษย์น้องมู่ซือ วันนี้ตระกูลเสี่ยวจะต้องหายไปจากโลก” ศิษย์พี่หมิงตอบกลับคำของเฉินมู่ซือด้วยรอยยิ้ม

ศิษย์พี่หมิงคนนี้มีชื่อเต็มว่า เสินหมิง เป็นหนึ่งในสิบศิษย์สำนักในของนิกายภูเขาหยก ปีนี้เขาอายุได้ 28 ปีและมีลมปราณระดับทอง

พลังลมปราณนั้นเริ่มจากวิชาพื้นฐาน จากนั้นจึงเป็นระดับเปิดชีพจร ระดับทอง ระดับนิล ระดับปฐพี และระดับสวรรค์ ในแต่ละระดับนั้นก็จะมีการแบ่งขั้นย่อยลงไปอีก เป็นขั้นปฐม ขั้นมัธยม ขั้นปัจฉิม และขั้นอุตมะ

ด้วยอายุเพียง 28 ปี เขาได้เปิดชีพจรวิญญาณและก้าวเข้าสู่ระดับทอง พรสวรรค์ของเสินหมิงนั้นไม่ธรรมดา ไม่น่าแปลกที่เขาจะได้เป็นหนึ่งในหัวหน้าสิบศิษย์สำนักในของนิกายภูเขาหยก

ด้วยความเสน่หาที่เขามีต่อเฉินมู่ซือ เสินหมิงจึงตัดสินใจที่จะเข้ามาช่วยจัดการเรื่องตระกูลเสี่ยวให้

หลังได้ยินคำตอบของเสินหมิง รอยยิ้มบนใบหน้าของเฉินมู่ซือก็ยิ่งสดใสกว่าเดิม ส่วนใบหน้าของตระกูลเสี่ยวนั้นกลับเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

ในฐานะนิกายที่แข็งแกร่งที่สุดในมณฑลหลิงซาน ต่อหน้านิกายภูเขาหยกนี้ ตระกูลเสี่ยวนั้นก็เป็นได้เพียงแค่มดปลวก ที่สามารถถูกทำลายลงได้ทุกวินาที

แม้ตอนนี้นิกายภูเขาหยกอาจจะมีแค่เสินหมิงและศิษย์อีกไม่กี่คน พลังยุทธ์อาจจะไม่สามารถเทียบเคียงกับตระกูลเสี่ยวทั้งตระกูลได้ แต่ว่าตอนนี้มีทั้งตระกูลหม่าและตระกูลเฉินที่กำลังจ้องมองตระกูลเสี่ยวราวกับเสือที่รอขย้ำเหยื่อด้วย ที่สำคัญ หากวันนี้ศิษย์นิกายภูเขาหยกได้รับบาดเจ็บกลับไป วันหน้าเหล่าผู้เฒ่าในนิกายคงไม่อยู่นิ่งเฉยและนำพาหายนะมาสู่ตระกูลเสี่ยวอีกครั้งแน่

“อ่า สวรรค์เอ่ย ท่านต้องการทำลายตระกูลเสี่ยวเราเสียแล้วเหรอ?” ผู้เฒ่าในตระกูลเสี่ยวเงยหน้าขึ้นรำพึงรำพันกับฟ้า เพราะสถานการณ์ตรงหน้านี้ พวกเขาแทบไม่เห็นหนทางที่จะรอดออกไปได้ ที่สำคัญกว่านั้น เรื่องมาจนถึงป่านนี้แล้ว แต่ทางราชสำนักกลับไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ มันเป็นเครื่องบ่งบอกได้อย่างดีว่าพวกเขายอมรับเรื่องที่ตระกูลเสี่ยวจะถูกทำลายลงแล้ว

หลังได้เห็นท่าทางหมดหวังของคนตระกูลเสี่ยว เฉินมู่ซือก็ได้แต่หัวเราะในใจ เสี่ยวเฉินที่กล้าปฏิเสธเธอไปเมื่อสามปีก่อนคงไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึง ฮ่าฮ่า

……………........

ทุกคนในมณฑลหลิงซานนี้ต่างรู้ดีว่าวันนี้จะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น คือเรื่องที่ตระกูลเสี่ยวจะล่มสลายลง มันลือกันไปทั่วบ้านทั่วเมือง และขณะที่ทุกสายตาต่างมองไปยังบ้านตระกูลเสี่ยว จากถนนหลวงด้านนอกเมือง มีชายหนุ่มผมยาวสยายในชุดสีขาวราวหิมะกำลังควบม้าสีแดงเพลิงใกล้เข้ามา

ชายหนุ่มคนนี้มีหน้าตาที่แสนหล่อเหลา ด้วยดวงตาและคิ้วที่คมกริบ พร้อมคิ้วที่ชนกันบาง ๆ ให้ความรู้สึกราวกับก้อนเมฆบนท้องฟ้า ไม่มีร่องรอยของฝุ่นผงใด ๆ

ผมยาวสีดำสนิทนั้นถูกมัดรวบไว้ด้วยผ้าสีแดง ปล่อยให้ปลายผมปลิวสยายไปตามลม

หลังจากขวบม้ามาเป็นเวลานาน ในที่สุดชายหนุ่มก็อยู่ห่างจากเมืองหลิงซานนี้แค่ไม่กี่ลี่ เขามองดูเมืองอันแสนคุ้นเคยนี้ด้วยรอยยิ้มก่อนจะพูดขึ้น “สามปีแล้วเหรอ ไม่รู้ว่าท่านพ่อท่านแม่จะเป็นอย่างไรบ้าง...”

หลังพูดจบ ชายหนุ่มก็ตอกส้นเท้าลงกับท้องม้าที่กำลังเดินช้า ๆ อยู่ ส่งให้ม้าสีเพลิงตัวนี้พุ่งออกไปยังประตูเมืองทันที

หลังจากจ่าย 10 เหรียญทอง ชายหนุ่มก็สามารถผ่านเข้ามาด้านในเมืองได้ เขาหันมองดูทิวทัศน์อันแสนคุ้นเคยไประหว่างทาง และค่อย ๆ ควบม้าไปทางบ้านตระกูลเสี่ยว

หลังจากผ่านไป 3 ปี ในที่สุดเขาก็กลับมา ใช่แล้ว ชายหนุ่มที่เพิ่งผ่านประตูเมืองมาคนนี้คือมังกรแห่งตระกูลเสี่ยว เสี่ยวเฉินผู้ที่หายตัวไปถึง 3 ปี และเป็นหนึ่งในสิบคนที่ได้รับการกล่าวขานว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงรัฐหลิงเฟิงได้ หนึ่งในผู้สำเร็จวิชาขั้นอุตมะ

หลังห่างหายไปนาน 3 ปี ในที่สุดเขาก็กลับมาพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า ด้วยใบหน้าหล่อ ๆ นั้น ทำให้สายตาของหญิงสาวชาวบ้านตามท้องถนนต้องหันไปเหลียวมองตามเสี่ยวเฉินเป็นทาง ด้วยใบหน้าหล่อเหล่าและท่าทางไม่ธรรมดานี้ ไม่แปลกใจเลยที่หลาย ๆ คนจะหันมามองเขาด้วยความตกตะลึก

จบบทที่ บทที่ 1 ชิงชังด้วยรัก

คัดลอกลิงก์แล้ว