- หน้าแรก
- มาร์เวล จุดเริ่มต้นของผู้ครอบครองชินระเท็นเซย์
- บทที่ 96 ดวงตาที่เอ่อคลอด้วยน้ำตา (ฟรี)
บทที่ 96 ดวงตาที่เอ่อคลอด้วยน้ำตา (ฟรี)
บทที่ 96 ดวงตาที่เอ่อคลอด้วยน้ำตา (ฟรี)
บทที่ 96 ดวงตาที่เอ่อคลอด้วยน้ำตา
เมื่อได้ยินว่ากัปตันอเมริกากำลังจะมาที่นี่ สีหน้าของวินเทอร์โซลเยอร์ก็ดูสับสนขึ้นมาเล็กน้อย เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับในที่สุด
ถึงอย่างไร...เขาก็ไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้ตลอดไป
เดิมที เขาเคยคิดว่าอาจจะได้ปักหลักอยู่ในร้านโชห่วยแห่งนี้ แต่หลังเหตุการณ์กับเพียร์ซ รวมถึงตอนที่เขาสอนควิกซิลเวอร์จัดการ “เก็บกวาด” เขาก็เริ่มรู้ตัวว่าตัวเขาเองไม่มีทักษะที่เหมาะสมจะอยู่ในที่แห่งนี้เลย
ควิกซิลเวอร์มีความเร็วเหนือมนุษย์ วันด้าเพียงแค่ปรายตามองใครก็สามารถฉุดให้ตกลงไปในฝันร้าย ส่วนอัลตรอน...แม้เขาจะไม่เห็นอีกฝ่ายลงมือโดยตรง แต่แค่การที่สามารถยืนดูคนตกอยู่ในห้วงคลั่งโดยไม่สะทกสะท้านได้ก็พิสูจน์แล้วว่าชายผู้นั้นไม่ใช่สิ่งมีชีวิตธรรมดาแน่นอน
ในความเป็นจริง วินเทอร์โซลเยอร์เริ่มคิดว่า บางที...อัลตรอนอาจเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มด้วยซ้ำ
เมื่อเห็นว่าสภาพจิตใจของวินเทอร์โซลเยอร์กลับมาเป็นปกติแล้ว อัลตรอนจึงตรวจสอบระบบประสาทของเขาอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ และยังปรับแต่งแขนกลโลหะให้ใหม่เป็นของแถมด้วย
ระหว่างนั้น ฮาโอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหากัปตันอเมริกาโดยตรง
“โรเจอร์ส ว่างไหมตอนนี้?”
ปลายสายมีเสียงของสตีฟ โรเจอร์สตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
“เดี๋ยว! แป๊บนึง!”
จากนั้นก็ได้ยินเสียงวางโทรศัพท์ลงตามมาทันที พร้อมกับเสียงร้องโอดครวญเบา ๆ ลอยแว่วเข้ามา แม้เสียงนั้นจะไม่ได้มาจากโรเจอร์สโดยตรงแต่ฮาโอก็เดาได้ไม่ยากว่าเกิดอะไรขึ้น
เขาเลิกคิ้วขึ้นนิดก่อนจะยืนรออย่างสงบ
ไม่ถึงสองนาทีต่อมา สายก็กลับมาเชื่อมต่ออีกครั้ง
“มีอะไรเหรอ ?” เสียงของโรเจอร์สดังกลับมา
“นายกำลังปฏิบัติภารกิจอยู่เหรอ? ถ้ายุ่งอยู่จะให้โทรกลับก็ได้นะ” ฮาโอถามกลับอย่างรู้จังหวะ
“ใช่ ฉันกำลังเคลียร์พวกสายลับไฮดร้าอยู่ ลุยกันเงียบ ๆ น่ะ...ว่าแต่นายต้องการอะไรหรือเปล่า?”
เสียงของโรเจอร์สยังหอบอยู่เล็กน้อย แต่ในน้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยพลัง
“ว่าแต่ คาถา ‘หนาม’ กับ ‘ภักดี’ ที่นายเสกไว้บนโล่ของฉันน่ะ...สุดยอดเลย! พวกมันยิงฉันทีไร แรงสะท้อนกลับไปหามันเองทุกที เล่นเอาพวกมันรับมือไม่ทันเลยจริง ๆ”
เนื่องจากฮาโอมีระดับสิทธิ์สูงสุดในหน่วยชีลด์ โรเจอร์สจึงไม่ปิดบังการปฏิบัติงานของตน เพราะถึงยังไง ถ้าฮาโออยากรู้ รายละเอียดภารกิจก็อยู่ในมือเขาอยู่แล้ว
โดยปกติแล้ว โรเจอร์สมักจะเป็นคนสุขุม เยือกเย็น ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกนัก ทว่าเวลานี้น้ำเสียงของเขากลับฟังดูตื่นเต้นกว่าทุกครั้ง
นับตั้งแต่ฮาโอร่ายเวทมนตร์เสริมพลังให้โล่วีเบรเนียมของเขา โรเจอร์สก็เป็นฝ่ายร้องขอภารกิจจากนิค ฟิวรี่ด้วยตัวเองตลอด เขาต้องการใช้โล่ที่ได้รับการอัปเกรดอย่างเต็มประสิทธิภาพ จะให้ไปซ้อมตีลมอยู่คนเดียวคงไม่เร้าใจนัก และแน่นอนว่าเขาจะไม่ใช้มันกับพลเรือนโดยเด็ดขาด
เขาต้องการ "สนามจริง"
“ฉันมีของขวัญเล็ก ๆ ให้” ฮาโอพูดกลั้วหัวเราะ “มีเวลามารับไหม? แต่ต้องมาคนเดียวนะ”
“ของขวัญ?” โรเจอร์สฟังแล้วแปลกใจ ถึงจะยังไม่รู้ว่าคืออะไรแต่ของที่ฮาโอเรียกว่า “ของขวัญ” ไม่มีทางเป็นของธรรมดาแน่นอน เขาตอบตกลงทันที “ไม่มีปัญหา ฉันเคลียร์งานตรงนี้เสร็จจะรีบไป เดี๋ยวเจอกันในครึ่งชั่วโมง”
หลังจากวางสาย ฮาโอก็เดินตรงไปยังห้องทำงานของอัลตรอน
ในห้องเวิร์กช็อป เขาเห็นอัลตรอนกำลังเคลื่อนตัววนรอบแขนกลของวินเทอร์โซลเยอร์อย่างเชี่ยวชาญ ดำเนินการบางอย่างที่ซับซ้อนจนแม้แต่ฮาโอหรือวินเทอร์โซลเยอร์เองก็ไม่เข้าใจเลยสักนิด
“เป็นไงบ้าง?” ฮาโอเอ่ยถามเรียบ ๆ
เขาไม่จำเป็นต้องเข้าใจรายละเอียด ขอแค่อัลตรอนรู้ว่ากำลังทำอะไรแค่นั้นก็พอแล้ว เพราะสำหรับฮาโอความเชื่อมั่นในตัวอัลตรอนนั้นมั่นคงยิ่งกว่าเหล็กกล้า
ถ้าอัลตรอนพูดว่าจะทำ…มันก็จะเสร็จแน่นอน
“เสร็จเรียบร้อย” อัลตรอนตอบสั้น ๆ “ฉันผสานอนุภาคนาโนวีเบรเนียมเข้าไปเล็กน้อย ตอนนี้แขนกลเชื่อมกับระบบประสาทของเขาโดยตรงแล้ว ปริมาณที่ใส่เข้าไปเพียงพอจะทำให้เขาเคลือบหมัดเพื่อเพิ่มพลังโจมตีและป้องกันได้หรือจะใช้สร้างอาวุธระยะประชิดแบบง่าย ๆ ก็ได้เช่นกัน”
“เดี๋ยว...ทำไมคุณถึงทำขนาดนี้ให้ผม?” วินเทอร์โซลเยอร์พูดแทรกขึ้น สีหน้าดูสับสนอย่างเห็นได้ชัด
“แค่ช่วยลบโปรแกรมไฮดร้าออกจากหัวผมก็เกินพอแล้ว นี่ยังมาอัปเกรดอุปกรณ์ให้ผมอีก ผมเริ่มรู้สึกว่า...คุณต้องการอะไรบางอย่างจากผมแน่ ๆ”
ฮาโอลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้าเขา แล้วกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
“ถ้าให้พูดตรง ๆ ฉันอยากให้นายเข้าร่วมหน่วยชีลด์ ไปทำงานร่วมกับโรเจอร์ส นั่นคือเส้นทางที่ดีที่สุดสำหรับนายและมันก็ดีสำหรับฉันด้วย”
เขาหยุดเล็กน้อยก่อนพูดต่อ
“ฉันมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลระดับสูงสุดของชีลด์ เพราะงั้นถ้านายเข้าร่วมนั่นก็เท่ากับว่านายอยู่ใต้การดูแลของฉันโดยตรง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของวินเทอร์โซลเยอร์ก็แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย ความรู้สึกคล้าย ๆ กับการได้พบ “ที่ทางของตัวเอง” เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
เขาโล่งใจอย่างประหลาดหากอีกฝ่ายช่วยเขาทุกอย่างโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทนเลย แบบนั้นต่างหาก...ที่น่าหวั่นใจที่สุด
เขาเข้าใจดีในโลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรี การช่วยเหลือทั้งหมดที่ได้รับ ย่อมต้องแลกมาด้วยบางสิ่ง
สิ่งที่เขาทำได้ตอนนี้...คือรออย่างเงียบ ๆ
ยังไม่ถึงยี่สิบนาที สตีฟ โรเจอร์สก็เดินทางมาถึง
ทันทีที่ก้าวเข้ามาในร้าน สายตาของเขาก็จับจ้องไปยังฮาโอ ก่อนที่เขาจะเอ่ยทักทว่าดวงตากลับเผลอเหลือบไปเห็นใครบางคนที่นั่งอยู่ข้างฮาโอ
ภาพใบหน้าที่คุ้นเคยราวกับฝังแน่นอยู่ในความทรงจำ ทำให้ร่างของเขาชะงักค้าง ริมฝีปากขยับเบา ๆ เปล่งเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
“...บัคกี้?”
“เขาอยู่ตรงนี้แล้ว ลองคุยกันดูสิ” ฮาโอยิ้มบาง ก่อนจะตบบ่าของวินเทอร์โซลเยอร์เบา ๆ
วินเทอร์โซลเยอร์พยักหน้า ลุกขึ้นเดินไปยังเบื้องหน้าของโรเจอร์ส เขานิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยคำแรกด้วยเสียงทุ้มต่ำแต่แสนคุ้นเคย
“นานแล้วนะ สตีฟ”
เพียงแค่ได้ยินเสียงนั้น ห้วงความทรงจำที่โรเจอร์สพยายามเก็บซ่อนไว้ก็พังทลายลงทันที
เขายกมือขึ้นจับบ่าของเพื่อนเก่าแน่น มองอีกฝ่ายด้วยดวงตาแดงเรื่อและไม่ลังเลเลยแม้แต่วินาทีเดียว เขาก้าวเข้าไปกอดบัคกี้แน่นด้วยความรู้สึกเอ่อล้น
“นายยังมีชีวิตอยู่...ไม่น่าเชื่อเลยจริง ๆ”
สองเพื่อนเก่าได้พบกันอีกครั้ง ทั้งคู่มีน้ำตาคลอในแววตา หากไม่มีความเข้าใจในมิตรภาพระหว่างทั้งสอง ใครที่เห็นภาพนี้คงเผลอคิดไปไกลว่าเป็นมากกว่านั้น
ฮาโอไม่ลืมบอกความจริงทั้งหมดให้โรเจอร์สรับรู้ไม่เว้นแม้แต่เรื่องที่วินเทอร์โซลเยอร์เคยเป็นคนลงมือสังหารพ่อแม่ของสตาร์ก
โรเจอร์สรับฟังอย่างเงียบงัน เขาเพียงพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้
“ฉันเข้าใจแล้วและฉันเป็นหนี้นาย หากวันไหนนายต้องการอะไรขอแค่เอ่ยปาก” โรเจอร์สกล่าวอย่างจริงใจ
การได้พบกับเพื่อนเก่าอีกครั้ง ในสภาพที่ปลอดจากการล้างสมองของไฮดร้า ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ก็เพราะฮาโอและทีมของเขา หากไม่มีพวกเขา บัคกี้กับเขาอาจได้พบกันอีกครั้ง...แต่ในฐานะศัตรูในสงคราม
เมื่อฮาโอมองตามทั้งสองคนที่กำลังจะจากไป ความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นในใจ
แสงจาง ๆ ลอยขึ้นจากมือของเขา รวบรวมกันกลายเป็นการ์ดหนึ่งใบ ก่อนจะพุ่งตรงไปยังร่างของโรเจอร์ส
ทุกอย่างเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที การ์ดแทรกเข้าสู่ร่างโดยไม่มีใครรู้สึกถึงมันและในวินาทีถัดมา การ์ดก็ย้อนกลับคืนสู่มือของฮาโอ
ภาพที่เคยว่างเปล่าบนหน้าการ์ด บัดนี้ปรากฏภาพชายหนุ่มผู้ถือโล่ไว้อย่างมั่นคงสตีฟ โรเจอร์ส
ใต้ภาพนั้น กลางการ์ดปรากฏชื่อซูเปอร์ฮีโร่ที่คนทั้งโลกรู้จัก
“ตัวละครได้รับแล้ว : กัปตันอเมริกา!”
“ลำดับชุดสะสม [Avengers – รุ่นแรก] เริ่มต้นแล้ว เมื่อสะสมครบหนึ่งในสามจะได้รับแต้มพัฒนา และหากสะสมครบทั้งชุดจะได้รับรางวัลใหญ่!”
เสียงประกาศสะท้อนในจิตของเขา ดวงตาของฮาโอเป็นประกายทันที
สิ่งที่เขาใช้ไปเมื่อครู่...คือ การ์ดแปลงร่างแห่งทศวรรษไอเท็มลับที่เขาได้รับจากภารกิจซ่อนเร้นบนเรือรบ Lemurian Star
“ก็ว่าอยู่...มันต้องไม่ใช่อุปกรณ์แปลงร่างธรรมดาแน่ ๆ” ฮาโอพึมพำเบา ๆ ดวงตาเป็นประกายด้วยความพึงพอใจ
เมื่อตอนที่ร้านมอบภารกิจให้เขาในการควบคุมพลังของ ‘ราชาหนี้’ เขายังไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อยว่าจะต้องเริ่มจากตรงไหนเพราะระบบไม่ได้ให้คำใบ้ใด ๆ ที่ชัดเจน
แต่เมื่อเขาได้ครอบครอง “การ์ดเปล่า” ที่สามารถลอกเลียนตัวตนของบุคคล...ทุกอย่างก็เริ่มชัดเจนขึ้นทันที
เขามีการ์ดอยู่เพียงสามใบเท่านั้น แม้แต่ใบที่เอาไว้ทดลองก็ยังต้องใช้อย่างระมัดระวังเขาไม่มีทางปล่อยให้มันสูญเปล่า
อุปกรณ์ของวินเทอร์โซลเยอร์อาจไม่มีอะไรที่น่าดึงดูดสำหรับเขา แต่โล่ของกัปตันอเมริกา...อีกเรื่อง
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาเลือกใช้การ์ดกับโรเจอร์ส เพราะการแปลงร่างไม่ได้ให้เพียงแค่รูปลักษณ์ของตัวละครเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอุปกรณ์และความสามารถในการต่อสู้ด้วย
ถ้าเอาไปใช้กับคนธรรมดา...นั่นต่างหากถึงจะเป็นการเสียของโดยแท้
“แถมตอนนี้ยังมีฟีเจอร์สะสมการ์ดอีกเรอะ? เยี่ยมเลย แบบนี้คงต้องเริ่ม ‘ฟาร์ม’ กันจริงจังแล้วล่ะ” ฮาโอถอนหายใจเบา ๆ พลางยกมือขึ้นนวดขมับ
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่รอยยิ้มที่มุมปากของเขาก็ไม่อาจปิดซ่อนได้เลยเพราะเขารู้ดี...ว่านี่คือก้าวสำคัญสู่ศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัด