- หน้าแรก
- ฉัน..ไม่ได้ตั้งใจจะครองโลกเวทมนตร์
- บทที่ 28: คาถาพันธนาการยี่สิบกว่าคน
บทที่ 28: คาถาพันธนาการยี่สิบกว่าคน
บทที่ 28: คาถาพันธนาการยี่สิบกว่าคน
บทที่ 28: คาถาพันธนาการยี่สิบกว่าคน
"นายท่าน ไม่ได้หรอกขอรับ เพิ่งจะเปิดเรียนได้ไม่กี่วัน คอลลินคนนี้ก็ก่อเรื่องไว้ไม่น้อยแล้ว"
"ดัมเบิลดอร์จะต้องจับตาดูเธออยู่แน่ๆ นี่ยังไม่นับรวมสเนปอีกนะขอรับ" สำหรับคำขอของจอมมาร ควีเรลล์รู้สึกหนักใจอย่างยิ่ง
อย่าได้เห็นว่าสเนปเอาแต่เรียกพ่อมดแม่มดน้อยว่าเป็นโทรลล์โง่เง่าอยู่ทุกวี่ทุกวัน แต่เรื่องความปลอดภัยของฮอกวอตส์แล้ว เขากลับทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างเต็มที่ มิฉะนั้นเขาคงไม่ได้รับความไว้วางใจจากดัมเบิลดอร์
แต่ทอม ริดเดิ้ลไม่สนใจเรื่องพวกนั้นมากนัก
"เจ้าเป็นศาสตราจารย์นะ เรียกเธอมาคุยเรื่องการเรียนการสอนเป็นการส่วนตัว หรือถามเธอว่ามีความรู้พื้นฐานทางเวทมนตร์อะไรที่ไม่เข้าใจบ้าง" เขารู้สึกว่าการที่ศาสตราจารย์เรียกนักเรียนมาคุยเรื่องเวทมนตร์เป็นเรื่องปกติมาก
"แต่ดัมเบิลดอร์เพิ่งจะเรียกข้าไปคุยนะขอรับ หากข้าไปพบกับคอลลินเป็นการส่วนตัว จะต้องเป็นที่สังเกตแน่ๆ" ควีเรลล์รู้สึกว่าการเข้าใกล้แอรีแอนนานั้นอันตรายอย่างยิ่ง
ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการได้ศิลาอาถรรพ์มา รีบทำให้จอมมารออกจากร่างกายของเขาไป และฟื้นคืนชีพโดยเร็วที่สุด
เมื่อได้ยินควีเรลล์ปฏิเสธข้อเสนอของตนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทอม ริดเดิ้ลก็เริ่มมีโทสะ
"อย่าพูดพร่ำทำเพลง นี่คือคำสั่งของข้า เดี๋ยวเจ้าก็นัดเธอไปที่ห้องทำงานของเจ้าซะ ใช้คาถาศาสตร์มืดสักสองสามบทเพื่อล่อลวงเธอ" เขากล่าวอย่างเคร่งขรึม
ควีเรลล์ยังอยากจะดิ้นรน พยายามเกลี้ยกล่อมนายของตน "แต่นางสามารถเรียนรู้ศาสตร์มืดได้ด้วยตัวเองนะขอรับ ได้ยินมาว่าตอนที่สู้กับสเนป นางใช้คาถากระชากไส้"
เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้จอมมาร เขายังเล่าสถานการณ์เพิ่มเติมอีก
"คอลลินยังเคยพูดด้วยว่าในมือของนางมีคำอธิบายโดยละเอียดของคำสาปสะกดใจ ดัมเบิลดอร์ไม่มีทางนิ่งดูดายปล่อยให้นางเรียนรู้ศาสตร์มืดไปเรื่อยๆ แน่ จะต้องจับตานางอย่างใกล้ชิดแน่นอนขอรับ"
ทอม ริดเดิ้ลไม่อยากจะเสียเวลาพูดพร่ำทำเพลงกับเขาอีกต่อไป เขาพูดตรงๆ ว่า "ข้าบอกแล้วว่านี่คือคำสั่ง"
เมื่อเห็นว่าเรื่องราวไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้แล้ว ควีเรลล์ทำได้เพียงยอมรับชะตากรรม เขาพยักหน้าแล้วพูดว่า "ก็ได้ขอรับ ข้าจะจัดการสถานการณ์ตรงหน้านี้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน"
ตอนนี้ควีเรลล์เชื่อแล้วว่าดัมเบิลดอร์ปวดหัวกับแม่มดน้อยตัวแสบคนนี้จริงๆ เพราะตัวเขาเองก็รู้สึกปวดหัวเช่นกัน
"คอลลิน เธอจะใช้คาถากับเพื่อนร่วมชั้นของตัวเองได้อย่างไร รีบคลายคาถาให้พวกเขาเร็วเข้า" ในที่สุดควีเรลล์ก็เดินลงมาจากแท่นสอน
แอรีแอนนาคิดว่าควีเรลล์ก็เหมือนกับศาสตราจารย์คนอื่นๆ เธอจึงตำหนิเขาทันที "แต่พวกเขาก็จะใช้กับฉันเหมือนกันนี่คะ เพียงแต่ฉันหลบได้เท่านั้นเอง ศาสตราจารย์จะเข้าข้างพวกเขาเพราะความสงสารไม่ได้นะคะ นี่มันไม่ยุติธรรม"
ตอนนี้เป็นทอม ริดเดิ้ลที่กำลังสั่งการอยู่ในหัวของควีเรลล์ แน่นอนว่าเขาจะไม่ลำเอียงไปทางกริฟฟินดอร์
"ฉันไม่ได้หมายความว่าจะเข้าข้างพวกเขา เพียงแต่ขอให้เธอปล่อยพวกเขาไป ตอนนี้ยังอยู่ในเวลาเรียนอยู่นะ" น้ำเสียงของควีเรลล์สงบนิ่งมาก
นี่เป็นครั้งแรกที่แอรีแอนนามาฮอกวอตส์แล้วได้ยินศาสตราจารย์ไม่เข้าข้างกริฟฟินดอร์อย่างไม่ลืมหูลืมตา
เธอไม่ได้ดื้อรั้นเหมือนตอนที่อยู่กับสเนป เธอชูไม้กายสิทธิ์ขึ้นทันที แล้วเสกคาถาใส่กองนักเรียนกริฟฟินดอร์ที่สุมกันอยู่
คาถาพันธนาการของคนยี่สิบกว่าคน ก็ถูกคลายออกในพริบตาเดียว
เมื่อมองไปยังรอนที่ทำท่าจะกระโจนออกมาหาเรื่องอีกครั้ง แอรีแอนนาก็อยากจะเสกคาถาชั่วร้ายใส่เขาสักบทจริงๆ
อุตส่าห์มีศาสตราจารย์ที่ยุติธรรมอยู่สักคน แอรีแอนนาก็ไม่อยากจะไม่ไว้หน้าเขาเลย
"ศาสตราจารย์คะ ถ้าพวกเขายังจะมายั่วยุฉันอีก คราวหน้าฉันคงไม่ใช้คาถาพันธนาการแล้วล่ะค่ะ พอดีฉันยังหาคู่ซ้อมที่เหมาะๆ สำหรับฝึกคำสาปสะกดใจไม่ได้เลย" เธอจงใจมองไปที่รอนเพื่อข่มขู่
เหมือนกับตอนที่เอ่ยถึงคาถาเพลิงปีศาจในห้องทำงานของศาสตราจารย์มักกอนนากัล รอนตกใจจนตัวแข็ง ไม่กล้ายั่วยุแอรีแอนนาอีก
จอมมารได้ยินแอรีแอนนาแสดงความปรารถนาต่อคาถาที่สร้างชื่อเสียงให้ตน ก็อดที่จะรู้สึกภาคภูมิใจในใจไม่ได้ แต่เขาก็ยังจำได้ว่าตอนนี้ตนเองเป็นศาสตราจารย์และกำลังสอนอยู่
"กระทรวงเวทมนตร์กำหนดไว้ว่า การใช้คำสาปโทษผิดสถานเดียวข้อใดข้อหนึ่งถือเป็นความผิดทางอาญา เธอคงไม่อยากจะท้าทายกฎหมายหรอกนะ?" เขาพูดอย่างเคร่งขรึม
แอรีแอนนาแค่ขู่รอนเท่านั้น แน่นอนว่าเธอไม่ได้จะใช้คำสาปสะกดใจในห้องเรียนจริงๆ ต่อให้จะหยิ่งผยองแค่ไหน ก็รู้ดีว่าผลของการท้าทายกฎหมายจะเป็นอย่างไร เธอยังไม่อยากไปอยู่อัซคาบัน
"ฉันก็แค่พูดไปอย่างนั้นเอง หวังว่าพวกเขาจะไม่ให้โอกาสฉันก็แล้วกันค่ะ" เธอยักไหล่
ไม่ใช่แค่รอน แต่นักเรียนกริฟฟินดอร์ทุกคนเมื่อได้ยินว่าแอรีแอนนาจะใช้คำสาปสะกดใจ ต่างก็ตกใจจนตัวสั่นราวกับนกกระทา
พวกเขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า แอรีแอนนาเคยสู้กับสเนปในห้องเรียนปรุงยา แถมยังใช้ศาสตร์มืดด้วย แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ยินว่าโรงเรียนลงโทษอะไรเธอเลย
คาถาพันธนาการยี่สิบกว่าคน เธอใช้คาถาเดียวก็คลายได้หมด ไม่เคยได้ยินว่ามีใครทำได้มาก่อนเลย พวกเขาจะไปยั่วยุตัวประหลาดแบบนี้ทำไมกัน?
แม้เมื่อครู่จะมีความเห็นไม่ตรงกับควีเรลล์อยู่บ้าง แต่ทอม ริดเดิ้ลก็รู้ดีว่าบางเรื่องไม่สามารถทำอย่างโจ่งแจ้งเกินไปได้
"เรื่องนี้มันใหญ่เกินไป ฉันจัดการไม่ไหว เดี๋ยวฉันจะรายงานให้ศาสตราจารย์มักกอนนากัลทราบทีหลัง ดูว่าท่านจะจัดการกับเธออย่างไร" เขามองแอรีแอนนาอย่างเป็นทางการ
แต่ท่าทีเช่นนี้ในสายตาของแอรีแอนนากลับเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นเธอจึงไม่ได้ตั้งป้อมใส่ควีเรลล์
อย่างไรก็ตาม เธอเข็ดหลาบกับเหล่าศาสตราจารย์ของฮอกวอตส์เสียแล้ว เรื่องไหนที่ต้องพูดให้ชัดเจน แอรีแอนนาก็จะพูดให้ชัดเจน
"ตอนที่ศาสตราจารย์รายงาน อย่าลืมเล่ารายละเอียดให้ชัดเจนด้วยนะคะ ฉันไม่อยากให้เป็นเหมือนเมื่อกี้ ที่วีสลีย์กับพอตเตอร์ได้ยินท่านร้องไห้ในห้องน้ำเพราะเรื่องอื่น แล้วพวกเขาก็มาโยนความผิดให้ฉัน"
เธอชื่นชมตรรกะความคิดของพวกกริฟฟินดอร์จริงๆ ตั้งแต่บนลงล่างแทบจะไม่มีคนปกติเลย
หลังจากตอบตกลง ทอม ริดเดิ้ลก็ไม่ลืมเป้าหมายของตนเอง
"ฉันจะรายงานตามความเป็นจริง ฉันเห็นว่าเธอใช้เวทมนตร์ได้ดีมาก คาถาพันธนาการยี่สิบกว่าคนเมื่อครู่ เธอใช้คาถาแก้เพียงบทเดียวก็คลายได้หมดแล้ว"
"ถ้าเธอมีคาถาอะไรที่อยากจะเรียน แต่ยังไม่เข้าใจ ก็มาหาฉันที่ห้องทำงานได้นะ" เขามองแม่มดน้อยตรงหน้าด้วยสายตาเปี่ยมเมตตา
แอรีแอนนาแค่รู้สึกว่าศาสตราจารย์ควีเรลล์ที่กลับมาเป็นปกตินั้น มีตรรกะความคิดที่เป็นปกติ แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกดีกับเขา
เธอไม่ลืมว่าสาเหตุของความขัดแย้งครั้งนี้คืออะไร และก็ไม่ลืมว่าตอนที่เกิดเรื่องเมื่อครู่ ศาสตราจารย์ควีเรลล์กลับมีพฤติกรรมที่ไม่ทุกข์ไม่ร้อน
"ศาสตราจารย์จะสอนคาถาอะไรก็ได้งั้นเหรอคะ?" แอรีแอนนามองอีกฝ่ายอย่างท้าทาย