- หน้าแรก
- ระบบแลกเปลี่ยนพลังพิเศษ
- บทที่ 18 ช่วงเวลาแห่งฝัน
บทที่ 18 ช่วงเวลาแห่งฝัน
บทที่ 18 ช่วงเวลาแห่งฝัน
บทที่ 18
ผู้คนทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์หรือศาสตราจารย์ ต่างก็พากันหัวเราะร่าอย่างเบิกบาน
เมื่อได้เจอกับเหล่าคุณชายคุณหนูจากตระกูลร่ำรวย พวกเขาโอบไหล่ พูดคุยอย่างเป็นกันเอง ราวกับเป็นญาติมิตรที่ไม่ได้เจอกันมานานแรมปี
เหล่านักเรียนก็เช่นกัน ต่างก็พากันแข่งขันโอ้อวดกันสุดฤทธิ์
รองเท้าของเธอเป็นยี่ห้อจอร์แดน งั้นของฉันต้องเป็นโคบี้
เธอซื้อชาแนลใช่ไหม งั้นฉันต้องมีเวอร์ซาเช่
เธอคุยเรื่องบริษัทใหม่ของพ่อเธอ งั้นฉันจะคุยเรื่องโปรเจกต์ใหม่ของแม่ฉัน
เธอคุยเรื่องหุ้นของคุณปู่ งั้นฉันจะคุยเรื่องฟิวเจอร์ของคุณตา
พ่อของเธอมีคอนเนกชันกับข้าราชการระดับสูง? ฮึ! พ่อของฉันน่ะ มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับดาราดังที่สุดในประเทศเลยต่างหาก...
จะให้ไปคบกับพวกเขาอย่างนั้นหรือ? แค่เห็นสายตาที่มองมา รอยยิ้มเหยียดที่เจือแววสมเพช มันก็เพียงพอแล้วที่จะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของตัวเองจนแหลกละเอียด ยังจะกล้าเปิดปากพูดอีกหรือ?
แล้วจะพึ่งการตั้งใจเรียน? ผลการเรียนของเขาเองก็แย่ลงทุกวัน วิชาคณิต วิทย์ เคมี ฟิสิกส์ อังกฤษ ไม่มีวิชาไหนรอดเลย วิชาสายวิทย์แพ้ราบคาบ มีเพียงแค่วิชาภาษาและประวัติศาสตร์ที่ยังอยู่ในระดับแนวหน้า จุดแข็งที่พอจะมี ก็เห็นจะมีแค่เรื่องกีฬาและดนตรี
ทักษะบาสเกตบอลของเขาก็ไม่เลวเลย แต่ในระดับมัธยมปลายแบบนี้ เขาก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ร่างกายไม่ได้สูงใหญ่ จุดเด่นมีเพียงความเร็วและแรงกระโดดที่พอใช้ได้ สิ่งที่เขาภาคภูมิใจที่สุดก็คือ ความสามารถในการอ่านเกมในสนาม จึงได้รับหน้าที่เป็นตัวฟอร์เวิร์ด ซึ่งถือเป็นตำแหน่งสำคัญยิ่ง
ทว่า...เพราะความจุ้นจ้านของ “หวงจวิน” ที่ชอบหาเรื่อง ทำให้โค้ชเห็นว่าเขามีอาการบาดเจ็บ จึงจับให้เขานั่งสำรอง กลายเป็น “ไม้ประดับ” ที่ไร้ตัวตน
ส่วนวงดนตรี...ฝีมือกีตาร์ของเขาก็แค่พอถูไถ โดนด่าอยู่บ่อยๆ และตอนนี้ก็โดนเตะออกจากวงไปเรียบร้อยแล้ว
เหลือเพียง “เสี่ยวหย่า” คนเดียวเท่านั้นที่พอจะเรียกว่าเคยมีไมตรีต่อกัน...
ตั้งแต่มัธยมปีหนึ่ง เขาก็แอบชอบเด็กสาวคนนี้มาโดยตลอด ยิ่งมองก็ยิ่งสวย ยิ่งมองก็ยิ่งชอบ ความรักวัยเยาว์ที่เพิ่งผลิบาน ทำให้เขาทุ่มเททั้งใจทั้งความฝันไว้กับเธอ
แต่เธอกลับ...เล่นตลกกับความรู้สึกของเขา
เฮ้อ...
เซี่ยอวี่ถอนหายใจยาว “เซี่ยอวี่เอ๋ยเซี่ยอวี่ อนาคตของแกอยู่ที่ไหนกันแน่?”
แล้วเขาก็เงยหน้าขึ้น เห็น “โจวเสี่ยวม่าน” เดินผ่านมา
โจวเสี่ยวม่านในชุดกระโปรงเจ้าหญิงสีขาว ผมยาวพลิ้วไหว ดวงหน้าละมุนละไม ริมฝีปากบางได้รูป ขาเรียวยาวที่โผล่พ้นกระโปรงออกมาพอดี ช่างดูสวยงามบริสุทธิ์และเงียบสงบราวกับภาพฝัน…
พูดตามตรง เธอแค่ไปเป็นไอดอลวัยใส ก็คงมีแฟนคลับเป็นหมื่นเป็นแสนแน่นอน
สาวสวยขนาดนี้ สำหรับเซี่ยอวี่แล้ว เขาทำได้แค่แอบมองเท่านั้น ไม่กล้าคิดไกล อย่าว่าแต่ความห่างชั้นของฐานะที่ราวฟ้ากับเหว แค่ “ฉินหลาง” ที่คอยตามติดเธอเป็นเงา ก็เพียงพอจะทำให้ใครๆ ต้องถอยกรูด
เด็กสาวคนนี้ช่างงดงามนัก ดวงตาของเธอเปล่งประกายอบอุ่นและบริสุทธิ์ แค่สายตาคู่นั้นก็สามารถปลอบประโลมจิตใจที่บอบช้ำของใครต่อใคร และละลายหัวใจที่เย็นชาของคนได้ไม่ยาก สาวสวยที่มีสายตาแบบนี้ ไม่มีทางทำร้ายใครได้แน่นอน
เซี่ยอวี่คิดย้อนไปถึงเมื่อวาน ไม่มีใครเลยที่ยอมลุกขึ้นพูดแทนเขา ทุกคนเอาแต่เงียบมอง แม้แต่เสี่ยวหย่าที่เห็นเหตุการณ์กับตา ยังไม่ปริปากแม้แต่คำเดียว แต่กลับเป็นสาวสวยคนนี้...
สาวสวยที่ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับเขา
สาวสวยที่เขาเคยล่วงเกินด้วยคำพูด
กลับเป็นคนเดียวที่ยืนขึ้นพูดความจริงแทนเขา
และยังอุตส่าห์ไปให้การที่สถานีตำรวจอีกด้วย
หัวใจของเซี่ยอวี่พลันร้อนวูบขึ้นมา
เขาเดินเข้าไปหาโจวเสี่ยวม่าน พูดติดๆ ขัดๆ ด้วยเสียงที่สั่นเครือ ว่า
“เสี่ยวม่าน...เรื่องเมื่อวาน...ขอบคุณเธอมากจริงๆ”
โจวเสี่ยวม่านหันกลับมา เห็นเซี่ยอวี่ ก็รีบเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มเปี่ยมความดีใจ
“เซี่ยอวี่? เธอกลับมาแล้วเหรอ? ฉันยังโทรไปถามตำรวจอยู่เรยนะ แล้วก็รบกวนให้คุณพ่อช่วยสอบถามข่าวด้วย ดีจริงๆ เลย พวกเขาบอกว่ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิด เลยปล่อยตัวเธอออกมาแล้ว เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม? เอ๊ะ? ทำไมหน้าดูบวมๆ นิดหน่อย?”
“อ๋อ…มะ…ไม่เป็นไรหรอก…”
โจวเสี่ยวม่านถามต่อ “คำให้การของฉัน…มีประโยชน์ไหม?”
“หือ?”
“ก็…ที่ฉันไปให้การไว้น่ะ!”
“อ๋า!” เซี่ยอวี่เพิ่งนึกขึ้นได้ รีบพยักหน้าแรง “มีประโยชน์มากเลย! เธออธิบายเรื่องราวได้ชัดเจน พอพวกตำรวจฟังก็เข้าใจทุกอย่างเลย ถ้าไม่ได้เธอช่วย ฉันคงต้องลำบากแย่ บางทีอาจโดนส่งไปเข้าค่ายฝึกอบรมพฤติกรรมแล้ว…ขอบคุณจริงๆ นะ ขอบคุณมากๆ เลย…”
“จริงเหรอ!” โจวเสี่ยวม่านดีใจจนเผลอกระโดดน้อยๆ อย่างลืมตัว ใบหน้างดงามราวดอกไม้ผลิบานเผยยิ้มแห่งความสุขที่บริสุทธิ์ “งั้นก็ดีแล้ว! ฉันน่ะ ปกติก็พูดไม่ค่อยเก่ง แล้วนี่ยังเป็นครั้งแรกที่ไปที่สถานีตำรวจอีก ตื่นเต้นจนนึกอะไรไม่ออก พอกลับมาก็เอาแต่คิด ว่าตัวเองพูดไม่ชัดหรือเปล่า กลัวจะช่วยอะไรไม่ได้เลย แต่ตอนนี้เห็นเธอออกมาได้ ฉันก็ดีใจจริงๆ…”
หัวใจเซี่ยอวี่ร้อนวูบ ความซาบซึ้งท่วมท้น เขาเคยมีอคติกับพวกลูกคนรวย เพราะคนพวกนั้นที่เขาเจอ มักจะเชิดหน้าใส่คนอื่นเสมอ ดูถูกคนจนด้วยสายตาเย็นชา แต่โจวเสี่ยวม่าน…ในดวงตาใสบริสุทธิ์คู่นั้น ไม่มีเคยมีแววถากถางหรือดูแคลนใคร มีเพียงความเข้าอกเข้าใจและความเห็นใจ
ในสังคมแบบนี้ คนอย่างเธอช่างหายากยิ่งนัก
เซี่ยอวี่ถอนหายใจ ลังเลนิดหน่อยก่อนพูดอย่างเก้อเขิน “เอ่อ…เรื่องเมื่อสองวันก่อน…มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด ฉัน…อยากขอโทษเธออีกครั้ง พวกเราอยู่ปีเดียวกัน เธอคงพอรู้นิสัยฉัน…ฉันไม่ได้เป็นคนแบบนั้นจริงๆ
ตอนนั้นมันมีเรื่อง…บางอย่างที่ฉันพูดอธิบายไม่ได้…ฉัน…คือ…จะว่าไงดี…”
เขาหยุด ครุ่นคิดอย่างหนักว่าจะหาคำพูดอย่างไรดี
การที่เด็กหนุ่มธรรมดาไปยืนพูดกับดาวโรงเรียนแบบนี้ ย่อมต้องใช้ความกล้าอย่างมหาศาล ในวัยเรียน…จะมีผู้ชายสักกี่คน
ที่กล้าคุยกับผู้หญิงสวยที่สุดในชั้นได้อย่างใจเย็น เซี่ยอวี่เองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
เขาพูดตะกุกตะกัก “ฉัน…ฉันไม่มีเจตนาร้ายนะ แค่อยากขอโทษเรื่องวันนั้น…แม้ว่าฉันจะไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็ทำให้เธอลำบากใจ…ฉันรู้…ต่อไปเราอาจไม่ได้คุยกันอีก เธอเองก็คงไม่อยากคุยกับฉันอีก แต่…แต่ฉันก็ยังอยากอธิบาย เพราะแม้ว่าจะไม่พูดกันอีก ฉันก็ไม่อยากให้เธอเข้าใจผิดว่าฉันเป็นคนแบบนั้น…”
โจวเสี่ยวม่านหน้าแดงระเรื่อ ยิ้มบางๆ ก้มหน้าลง ก่อนจะเงยขึ้นมาช้าๆ “ช่างเถอะ…จริงๆ ฉันก็คิดว่าเธอคงไม่ใช่คนแบบนั้น…เราลืมเรื่องนั้นไปเถอะนะ”
เซี่ยอวี่รู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งได้รับการอภัยโทษ ใจเบาหวิวจนแทบจะล่องลอย “ได้…ได้! เราลืมมันไปเถอะ ไม่พูดถึงมันอีกแล้ว ไม่พูดอีกแล้ว…”
จังหวะนั้นเอง มีหญิงสาวอีกคนเดินเข้ามา “เสี่ยวม่าน เธอทำอะไรอยู่เนี่ย? เร็วสิ ทุกคนรอเธออยู่!”
โจวเสี่ยวม่านรีบหันมาหาเขา ยิ้มพลางโบกมือ “ไปแล้วนะ เพื่อนฉันเรียกแล้ว…บายๆ!”
“บาย…”
มองแผ่นหลังบางๆของเธอที่ค่อยๆ เดินจากไป เซี่ยอวี่ยกมือขึ้นช้าๆ พึมพำเบาๆ ราวกับคนละเมอ “ลาก่อน…”
ฮู้…
เซี่ยอวี่ถอนหายใจยาว ในที่สุด เรื่องของตัวเองก็คงเรียกว่าคลี่คลายแล้วสินะ? ถึงเวลา…กลับไปเรียนเสียที
แต่ทันทีที่เขาก้าวพ้นมุมบันไดมาได้เพียงก้าวเดียว จู่ๆ ก็มีหมัดหนักๆ พุ่งกระแทกเข้าที่ท้อง!
ปึ้ก!
ความเจ็บปวดแปลบลามขึ้นมาถึงอก ร่างทั้งร่างถูกมือใหญ่กระชากคอเสื้อ ยกขึ้นพิงกำแพงอย่างแรง
เบื้องหน้า…ฉินหลางยืนอยู่ ใบหน้าของเขาเย็นชาไร้อารมณ์ ดวงตาคมกริบเหมือนใบมีด
“ไอ่เศษสวะ…” น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบจนขนลุก “แก…ลืมคำเตือนของฉันไปแล้วหรือไง?”