เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10  1 รุม 5

บทที่ 10  1 รุม 5

บทที่ 10  1 รุม 5


บทที่ 10

“นี่ใช่ เซี่ยอวี่ หรือเปล่า?” ฉินหลางเอ่ยถามเสียงเย็นชา

ทันทีที่ชายฉกรรจ์ทั้งสี่เห็นว่าเป็นฉินหลาง ใบหน้าทุกคนก็แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด สบตากันไปมา ไม่มีผู้ใดกล้าตอบคำถาม

แต่ฉินหลางไม่ต้องการคำตอบ เขาก้าวเข้าไปหา จ้องพวกนั้นพลางหัวเราะเย็นๆ “หึ ดูเหมือนฉันจะมาช้าไปหน่อย แกโดนจัดการแทบปางตายเสียแล้วสินะ”

เขายกมือบีบคางหวงจวินไว้แน่น เอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงรังเกียจ “ไม่นึกเลย ว่าคนอย่างหวงจวินจะลงมือโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้ โดนอัดจนหน้าบวมเป็นหัวหมู

แล้วพูดเสียงดังว่า..ฉันขอเตือนแกและเงี่ยหูฟังให้ดีๆนะ หวงจวิน..…

ฉันไม่ใช่ศัตรูของแกและก็ไม่อยากยุ่งกับขยะอย่างแกด้วย

และหากว่าแกกล้าแตะต้องโจวเสี่ยวม่านแม้เพียงปลายเล็บ ฉันสาบาน…ว่าความสุขของแกจะไม่มีอีกเรยในชีวิตนี้

ฉันจะให้แกลิ้มรส…ความทรมานยิ่งกว่าตายเสียอีก!”

“เอ่อ…ฉินหลาง…” ชายร่างผอมคนหนึ่งเอ่ยเสียงสั่น

“นี่…นี่ไม่ใช่เซี่ยอวี่…แต่...แต่คือ…คือหวงจวิน…”

คิ้วของฉินหลางขมวดแน่น “ว่าอย่างไรนะ?”

“เขา…เขาไม่ใช่เซี่ยอวี่…เขาคือ…หวงจวิน…”

ฉินหลางขยับมือ บีบคางหวงจวินแล้วจับหมุนซ้ายขวา พอสังเกตดีๆ จึงเพิ่งเห็นว่า หลังจากโดนซ้อมจนยับเยิน ก็ยังพอมีเค้าเดิมให้จำได้ว่าเป็นหวงจวินจริงๆ

“แล้วเซี่ยอวี่ล่ะ?” ฉินหลางถามเสียงเรียบ “พวกแกมีกันตั้งสี่คน เขาจะถูกอัดจนเยินได้ยังไง?”

หวงจวินพยายามยันตัวขึ้นเล็กน้อย พูดช้าๆ เสียงแหบพร่า

“ก็เพราะมีพวกมันสี่คนอยู่ด้วยไง…ฉันถึงได้โดนอัดจนเละ…”

ฉินหลางปล่อยมือทันที แววตาเต็มไปด้วยความสมเพช “ไสหัวไปซะ”

ลูกสมุนทั้งสี่คนรีบประคองหวงจวิน เดินโซซัดโซเซจากไป ทิ้งฉินหลางที่หยิบผ้าเช็ดมือขึ้นมาเช็ดถูอย่างรังเกียจ จากนั้นเดินไปเปิดประตูเบาะหลัง

“ฉันมาช้าไปนิด แต่เรื่องทุกอย่างจัดการเรียบร้อยแล้ว”

“หา? แล้วเซี่ยอวี่…เขาเป็นยังไงบ้าง?” โจวเสี่ยวม่านถามเสียงร้อนรน

“เขา…”

ยังไม่ทันตอบ พวกเขาก็ได้ยินเสียงฮัมเพลงดังมาจากด้านหลัง

“~~คนอย่างฉัน วันนี้ช่างสุขใจ สุขใจ สุขใจ~~ คนอย่างฉัน วันนี้แสนสุขใจโคตรๆ สุขใจ สุขใจ\~ วันนี้ช่างสุขใจนักหนา\~”

ฉินหลางกับโจวเสี่ยวม่านขมวดคิ้วพร้อมกัน จากนั้นก็เห็นเซี่ยอวี่ สะพายกระเป๋าหนังสือไว้บนหลัง เดินกระโดดเหย็งๆ เหมือนกระต่ายที่แสนจะอารมณ์ดี ร้องเพลงด้วยน้ำเสียงรื่นเริง เดินส่ายไปมาอย่างมีความสุข กลับบ้านไปเหมือนไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

ฉินหลางมองแผ่นหลังของเขาด้วยสายตาขยะแขยง “เห็นหรือยัง…แม้ฉันจะไม่รู้ว่ามันเกิดบ้าอะไรขึ้น แต่เจ้านั่น…ดูเหมือนจะไม่เป็น

อะไรเรย แถมยังอารมณ์ดีจนเนื้อเต้นกลับบ้าน ฉันคิดว่าไม่มีอะไรที่ต้องห่วงแล้วนะ?”

โจวเสี่ยวม่านพยักหน้าเบาๆ “ถ้าเขาปลอดภัย เราก็กลับเถอะ…ดึกแล้ว”

“อืม”

ฉินหลางเดินอ้อมไปขึ้นเบาะหน้าข้างคนขับ พูดสั้นๆ กับโชเฟอร์ “พาเสี่ยวม่านกลับบ้าน”

บนรถ ฉินหลางนั่งกัดเล็บ พลางมองวิวค่ำคืนอย่างเหม่อลอย

เขาไม่อาจเข้าใจได้…เซี่ยอวี่เป็นคนประเภทไหน เขาย่อมรู้ดีว่าไม่ใช่พวกชอบชกต่อย ไม่ใช่คนที่มีจิตใจนักสู้ แค่จ้องหน้ากันสักวินาทีก็หงอเป็นลูกหมา แต่แล้วทำไม…ไอ้หวงจวินที่ยกพวกมาถึงสี่คน ถึงได้โดนซ้อมจนไม่หลงเหลือสภาพ? ทำไมลูกสมุนทั้งสี่คนไม่เป็นอะไร แต่หวงจวินถึงได้โคม่าจนแทบตายแบบนั้น?

ในใจหวงจวินเอง…เรื่องนี้ คงไม่จบง่ายๆ บางที…มันอาจเป็นแค่จุดเริ่มต้น ที่จะลากเขาเข้าสู่วังวนความวุ่นวาย ที่ไม่อาจถอนตัวได้อีกแล้ว…

โจวเสี่ยวม่าน แค่หวาดกลัวเรื่องการทะเลาะวิวาทกันเท่านั้น เธอมีจิตใจอ่อนโยน ไม่ชอบเห็นความรุนแรงหรือความบาดหมางใดๆ ดังนั้นจึงวอนขอให้ฉินหลางช่วยเป็นคนกลาง ช่วยแยกสองฝ่ายออกจากกัน ให้พวกเขาอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข

ยามนี้ เธอลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเซี่ยอวี่หรือหวงจวินเป็นใคร เธอหันไปครุ่นคิดถึงแต่เรื่องครอบครัว เรื่องราวความยุ่งยากของตัวเอง

ไม่ว่าจะเป็นเซี่ยอวี่ หรือหวงจวิน ทั้งหมดก็เป็นเพียงภาพผ่านตาบนเส้นทางกลับบ้านของเธอเท่านั้นเอง

ด้านเซี่ยอวี่ หลังกลับถึงบ้าน เขาต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกินง่ายๆ จนอิ่ม แล้วก็เริ่มนั่งคิดเรื่องโจ๊กเกอร์

เขาย้อนทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในสองวันมานี้ ทุกถ้อยคำ ทุกเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับโจ๊กเกอร์ อย่างละเอียดรอบคอบ

หนึ่งรอบ…สองรอบ…ห้ารอบ…สิบรอบ…ไม่มีแม้แต่รายละเอียดใดที่เขายอมปล่อยผ่าน

ทุกประโยคของโจ๊กเกอร์ เขาก็หยิบมาคิด วิเคราะห์ แยกแยะทุกแง่มุม

เซี่ยอวี่นิ่งคิดอยู่พักใหญ่ จู่ๆ ก็รีบลุกพรวดไปที่โต๊ะ หยิบปากกากับกระดาษออกมา แล้วเริ่มเขียน

1. โจ๊กเกอร์จะปรากฏตัวในห้องน้ำ แต่ไม่แน่ว่าห้องน้ำที่ไหน ดังนั้น…ทุกห้องน้ำมีโอกาสเจอเขาหมด

2. โจ๊กเกอร์จะมอบพลังพิเศษให้ แต่ต้องแลกกับบางสิ่งจากตัวเรา พลังงานที่ว่า…ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าคืออะไร

3. เรื่องทั้งหมดนี้…จำเป็นต้องเป็นความลับ

เซี่ยอวี่ใช้ปลายปากกาเคาะกระดาษแผ่นนั้น พึมพำแผ่วเบา

“ข้อแรก…ต้องหาคำตอบให้ได้ ว่าเขาต้องการพลังอะไรจากเรา…มันอันตรายต่อเราหรือ

ไม่…ข้อสอง…ถ้ามันไม่อันตราย…ก็ต้องหาทางให้เราสามารถเจอเขาเมื่อไรก็ได้…”

เซี่ยอวี่มองกระดาษใบนั้น หัวใจเต้นรัวจนแทบระเบิด

“ถ้าเขาไม่คิดร้ายต่อเรา…ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ…” น้ำเสียงของเขาสั่นด้วยความตื่นเต้น “เราก็จะได้พลังพิเศษ…ได้มันมาไม่รู้จบ…พลังพิเศษ…พลังพิเศษ! ฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่า!”

เขาผลุนผลันโยนกระดาษขึ้นกลางอากาศ แล้วกระโดดเต้นไปรอบห้อง

“ถึงตอนนั้น…ฉันจะโชว์อวด! ฉันจะโชว์ให้สะใจทุกวัน! ใครเคยรังแกฉัน…ฉันจะเอาคืนให้หมด! ฉันจะบิน! ฉันจะเที่ยวเล่นกับสาวสวยทุกคน! ฉันจะกอบโกยสมบัติทั้งโลก! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

เซี่ยอวี่หัวเราะจนหยาดน้ำตาเอ่อมุมตา แล้วแหงนหน้าตะโกนเสียงดัง

“สมบัติ! เกียรติยศ! พลัง! ผู้ที่ครองทุกสิ่งในโลก…คือฉัน…เซี่ยอวี่! ฮ่าฮ่าฮ่า!”

รุ่งเช้า…

พอเซี่ยอวี่มาถึงโรงเรียน ก็มีชายหญิงในชุดเครื่องแบบตำรวจยืนรอเขาอยู่แล้ว

“นาย…ชื่อเซี่ยอวี่ใช่ไหม?”

“ครับ…ผมเอง…มีอะไรหรือครับ?”

“นายคิดว่าไม่มีหรือ?”

ตำรวจพูดเสียงเข้ม “เมื่อคืน หลังเลิกเรียน นายไปทำอะไรไว้…จำไม่ได้แล้วหรือ?”

เซี่ยอวี่มองกลุ่มตำรวจ สีหน้ามีแววระแวง ครั้นหันไปด้านหลัง ก็เห็นสามีภรรยาคู่หนึ่งยืนมองเขาด้วยสายตาแข็งกร้าว ชายคนนั้น…หน้าตาละม้ายคล้ายหวงจวินอย่างมาก

ในใจเซี่ยอวี่เข้าใจทันทีหวงจวินแจ้งความ!

จะไม่ให้แจ้งได้ยังไง…โดนซ้อมปางตาย นอนโรงพยาบาล ใครจะยอม?

เซี่ยอวี่จ้องตำรวจ สีหน้านิ่งสนิท “เมื่อคืน? ผมจำไม่ค่อยได้แล้วสิ…ถ้ายังไง…คุณตำรวจช่วยเตือนความจำผมหน่อยได้ไหม?”

“อย่ามาทำเป็นเล่นลิ้น!” ตำรวจตวาด “หวงจวินถูกนายทำร้ายจนต้องเข้าโรงพยาบาล! นายรู้หรือไม่?”

“คุณมีหลักฐานอะไรมายืนยันว่าผมทำ?”

“เราดูกล้องวงจรปิดจากร้านแถวนั้นแล้ว ชัดเจนทุกอย่าง! นายเพียงลำพัง…รุมทำร้ายเด็กหนุ่มห้าคน!”

เซี่ยอวี่เบิกตากว้าง “บ้าหรือไง? ถ้าคุณดูวิดีโอจริง…ก็น่าจะเห็นว่า…พวกมันมาดักรอผมก่อน มันจะรุมซ้อมผม ผมก็แค่ป้องกันตัวเองเท่านั้น! มีใครเขาทำกันคนๆเดียวแล้วไปดักรอรุมคนห้าคนบ้าง?”

“เอ่อ……”

ในใจตำรวจเอง…ก็รู้สึกว่ามันช่างเหลือเชื่อสิ้นดี

ไอ้ทายาทตระกูลหวงนี่…หรือว่าหัวสมองมันเพี้ยนไปแล้ว?

ห้าคนยกพวกมาดักซุ่มเล่นงานคนๆเดียว สุดท้ายกลับโดนซ้อมจนต้องหามส่งโรงพยาบาลเสียเอง!

ถ้าว่ากันตามรูปการณ์…เด็กหนุ่มคนนี้ก็ถือว่าป้องกันตัวตามสิทธิ์จริงๆ ตอนแรกก็เห็นๆ กันอยู่ ถูกพวกนั้นไล่ต้อนเอาไว้ จนวิ่งหนีเข้าไปหลบในห้องน้ำ พวกนั้นก็ยังตามไปปิดประตูล็อกทางหนี…

แต่…เฮ้อ…

หัวหน้าของตน…ก็โทรมาสั่งกำชับล่วงหน้าแล้วว่า ต้องช่วยฝั่งลูกเศรษฐีให้ถึงที่สุด

เซี่ยอวี่…ถือซะว่านายโชคร้ายเองเถอะ…

จบบทที่ บทที่ 10  1 รุม 5

คัดลอกลิงก์แล้ว