- หน้าแรก
- ทะลุมิติฉบับนางร้ายเลเวลตัน
- ตอนพิเศษวันวาเลนไทน์ 1-2 จบบริบูรณ์
ตอนพิเศษวันวาเลนไทน์ 1-2 จบบริบูรณ์
ตอนพิเศษวันวาเลนไทน์ 1-2 จบบริบูรณ์
ตอนพิเศษวันวาเลนไทน์ (1)
ปี 20X3 วันวาเลนไทน์
ฮวาหวู่ตื่นขึ้นมาก็พบว่า สือโยว ไม่อยู่ข้างๆ ที่นอนเย็นเฉียบ ไม่รู้ว่าเขาตื่นออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่แล้ว
เธอนั่งขยี้ผมตัวเองพลางยันตัวลุกขึ้นนั่ง มองซ้ายมองขวาอยู่ตั้งนานก็แน่ใจว่า...ไม่มีใครอยู่จริงๆ
แปลกแล้วสิ!
เด็กน้อยของเธอเป็นอิสระแล้วเรอะ!?
ตื่นเองได้โดยไม่ต้องให้เธอจุ๊บปลุกแล้วเหรอ!?
แต่ก็แค่ตอนเช้าของสือโยวเท่านั้นแหละนะ
สือเยี่ยน ถึงแม้จะไม่ต้องจุ๊บปลุก แต่เขาก็จะนั่งหน้าตึงๆ รอเธอตื่นทุกเช้าเหมือนเดิม
แต่ว่าวันนี้…ดันไม่อยู่ซะงั้น…
ฮวาหวู่เริ่มรู้สึกสงสัย เดินไปแต่งตัวแล้วออกจากห้อง
พอเปิดประตูห้องออกมา ก็โดนดอกกุหลาบสีแดงสดชนเข้าเต็มอก ด้านหลังช่อดอกไม้ก็เผยให้เห็นหน้าเด็กหนุ่มผู้เรียบร้อยน่ารัก ดวงตาสีดำสนิทเหมือนอัญมณี กำลังสั่นไหวเบาๆ เหมือนผิวน้ำที่มีระลอกคลื่น
“อรุณสวัสดิ์ครับ” สือโยวยิ้มสดใสทักทาย
“……” กลิ่นหอมหวานของดอกกุหลาบปกคลุมเธอไปหมด กับรอยยิ้มสดใสนั่น มันทำเอาสมองเธอเบลอไปชั่วขณะ
“…อรุณสวัสดิ์” เธอตอบกลับเสียงเบา
สายตามองใบหน้าเขาอยู่พักใหญ่
ก่อนจะขมวดคิ้วนิดๆ “เช้าๆ นายไปทำอะไรมาน่ะ?”
ตั้งแต่สือโยวย้ายมาอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะเช้าวันไหน พอลืมตาขึ้นมาเธอก็ต้องเจอหน้าสือโยวหรือไม่ก็สือเยี่ยน ไม่เคยขาดเลยซักวัน
แต่วันนี้…เธอตื่นมากลับไม่เห็นเขาอยู่
ไม่อยู่ยังไม่พอ ออกไปข้างนอกอีก…
แถมยังกลับมาพร้อมช่อดอกไม้ยักษ์นี่อีก
สือโยวที่ซ่อนอยู่หลังดอกไม้กระพริบตาใส่เธอหนึ่งที แก้มที่อยู่ท่ามกลางดอกกุหลาบแดงนั่นขึ้นสีระเรื่อ
“วันนี้วันอะไรเอ่ย”
“……”
วันอะไรเหรอ?
เดี๋ยวนี้เธอต้องจำวันครบรอบด้วยเหรอ?
หรือว่าเขาดูซีรีส์มากไปแล้ว…
ฮวาหวู่เริ่มคิดว่าควรลดเวลาเปิดดูละครช่องแปดของสือโยวลงหน่อย
แต่…วันนี้มันวันอะไรนะ?
พวกเขามีวันครบรอบอะไรบ้าง?
เธอเริ่มไล่เวลาในหัวแบบรัวๆ พร้อมแอบเปิดมือถือเพื่อเช็กปฏิทิน
สือโยวไม่ได้สังเกตว่าเธอกำลังแอบดูมือถือ พอเห็นเธอเงียบไปนาน ก็เริ่มทำหน้าเสียใจออกมาเล็กๆ
“วันนี้คือวันวาเลนไทน์วันแรกที่เราได้อยู่ด้วยกันครับ”
“……”
“???”
แค่นี้เนี่ยนะ?
ฮวาหวู่เงียบไป แม้ในใจจะอยากหลุดปากพูดอะไรแสบๆ ออกมา แต่ก็ยังห้ามตัวเองไว้ได้ทัน แล้วพูดแก้ไขอย่างเคร่งครัด
“ยังไม่ได้นับว่าอยู่ด้วยกันซะหน่อย”
สือโยวก็รีบพูดใหม่อย่างว่าง่ายทันที “วันวาเลนไทน์แรกที่กำลังจะได้อยู่ด้วยกันครับ”
“ดอกไม้พวกนี้ ผมกับสือเยี่ยนเตรียมให้คุณด้วยกันนะ” สือโยวส่งช่อกุหลาบให้ฮวาหวู่ น้ำเสียงมีทั้งความภูมิใจปนกับความตื่นเต้น “สือเยี่ยนเลือกดอกไม้ ส่วนผมเป็นคนจัด”
ฮวาหวู่ที่ยืนกอดช่อกุหลาบแน่น:“……”
ถึงแม้จะเคยเจอเรื่องที่แปลกและน่าอึดอัดใจกว่านี้ แต่ทุกครั้งที่สือโยวพูดอะไรแบบนี้ เธอก็ยังรู้สึกประหลาดใจอยู่ดี
เธอมักจะรู้สึกว่าตัวเองบาปหนาเหลือเกิน
บาป บาป บาป……
แต่พอเห็นหน้าสือโยวเมื่อไหร่ พอเขาพูดอะไรเพี้ยนๆ เมื่อนั้น บาปทั้งหมดก็ปลิวหายไปหมดสิ้น
“วันนี้คุณไม่ต้องทำอะไรเลยนะครับ” สือโยวหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋า บอกว่าเขาวางแผนไว้หมดแล้ว จะทำให้เธอมีวันวาเลนไทน์ที่พิเศษสุดๆ
ฮวาหวู่ยิ้มมุมปากนิดๆ แต่ก็ไม่พูดอะไร
สือโยวลากเธอออกจากบ้านไป ไม่รู้ไปหารถมาจากไหน ยังเล่นใหญ่ถึงขั้นเปิดประตูให้ รัดเข็มขัดนิรภัยให้ แล้วก็ปิดท้ายด้วยจูบเบาๆ หนึ่งที
ฮวาหวู่นึกว่าเขาจะพาไปเดทตามสูตร…กินข้าว ดูหนัง ให้ของขวัญ อะไรแบบนั้น
แต่เธอไม่คิดเลยว่า สือโยวจะขับรถไปไกลถึงสามชั่วโมง…
พาเธอไปนั่งบอลลูนลมร้อน
ถึงแม้ฮวาหวู่จะเคยเจออะไรยิ่งใหญ่กว่านี้มาเยอะ เลยไม่รู้สึกเซอร์ไพรส์อะไรมาก แต่เห็นสือโยวดีใจขนาดนั้น เธอก็เลยให้ความร่วมมือไปเต็มที่
ตอนบอลลูนเริ่มลอยขึ้น สือโยวก็คว้าริบบิ้นเส้นหนึ่งมายืนข้างเธอ แล้วทำท่าจะให้เธอปิดตา
ฮวาหวู่เหล่มองลงข้างล่างแวบหนึ่ง “นายคงไม่คิดจะผลักฉันลงไปใช่ไหม?”
สือโยวส่ายหัวแทบหลุด ทำหน้าเหมือนลูกสัตว์โดนขู่ “ผมไม่มีทางทำใจผลักคุณได้หรอก!”
“ตอนสือเยี่ยนจะฆ่าฉันน่ะ เขาไม่เคยใจอ่อนเลยนะ”
ในเกมน่ะ พอบอกว่าจะเคลียร์หลอดเลือด เธอก็ถูกเคลียร์จริงๆ อย่างไม่ไว้หน้าเลย สายตาเย็นชาแบบสุดๆ
“……”
สือโยวพองแก้มอย่างไม่พอใจ “งั้นผมด่าเขาให้ก็ได้!”
ฮวาหวู่ให้สือโยวเอาริบบิ้นมาปิดตาเธอ ภาพตรงหน้าก็ตกอยู่ในความมืด มีเพียงสายลมที่พัดผ่านกับลมหายใจของสือโยวที่เธอรู้สึกได้
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ สือโยวก็ค่อยๆ โอบเธอจากด้านหลัง ลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่ข้างใบหู
จากนั้นริบบิ้นที่ปิดตาไว้ก็ถูกคลายออก แต่สือโยวยังใช้มือบังตาเธออยู่สักพัก ก่อนจะพูดเบาๆ ว่า
“ลืมตาได้แล้วครับ”
มือที่ปิดตาเธอไว้ค่อยๆ ผละออก แสงสว่างกลับเข้ามาในดวงตาเธออีกครั้ง
สิ่งแรกที่เธอเห็น…คือบอลลูนลมร้อนหลากสีลอยอยู่ไกลลิบบนฟ้า
จากนั้นเธอก็ลดสายตาลงเล็กน้อย แล้วก็เห็นบนลานหญ้าด้านล่างหน้าแท่นบอลลูน มีดอกกุหลาบนับไม่ถ้วนเรียงเป็นชื่อของเธอ ถึงแม้จะมองจากที่สูงแบบนี้ ก็ยังรู้สึกได้ว่ามันใหญ่เอามากๆ ลองคิดดูเถอะว่าต้องใช้พื้นที่มากแค่ไหนถึงจะจัดได้ขนาดนี้
สีแดงสดที่แผ่ซ่านอยู่ตรงหน้า ราวกับความรักแรงกล้าของเด็กหนุ่ม ที่ปะทุขึ้นมาเหมือนลาวาร้อนระอุหลั่งไหลเข้ามาหาเธอ
“ชอบไหมครับ?”
สือโยวจ้องเธออย่างระวัง เห็นได้ชัดว่าเขาแอบตื่นเต้น กลัวว่าเธอจะไม่ชอบสิ่งที่เขาเตรียมไว้
ฮวาหวู่เงียบไปสักพัก ก่อนจะหัวเราะเบาๆ
“ชอบสิ”
ใครจะไปไม่ชอบของขวัญสวยๆ แบบนี้ล่ะ
สือโยวถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วก็แนบตัวเข้ามาใกล้ทันที ถ้าไม่ติดว่ายังมีพนักงานอยู่ตรงนี้ คงไม่ใช่แค่แนบเฉยๆ แน่…
……
……
หลังจากนั่งบอลลูนเสร็จ ใช้เวลาพอสมควร สือโยวก็พาฮวาหวู่ลงไปข้างล่าง ไปยังบริเวณที่วางดอกกุหลาบนั่น ที่ตรงกลางมีแท่นเล็กๆ ตั้งอยู่
บนแท่นนั้นมีของขวัญวางไว้ด้วย
“ตอนแรกผมอยากให้คุณมองเห็นของขวัญ แล้วใช้โดรนลอยมันขึ้นมาเซอร์ไพรส์คุณด้วยนะครับ แต่พนักงานบอกว่ามันไม่ปลอดภัย…”
สือโยวทำหน้าหงอยๆ เพราะแผนที่วางไว้ไม่ได้ทำตามนั้น
ฮวาหวู่หัวเราะเบาๆ ลูบหัวเขาหนึ่งที “ไม่เป็นไร แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน”
เธอเปิดกล่องของขวัญออก ชำเลืองมองในกล่องก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นนิด
“แค่กล่องเดียวเหรอ?”
ไหนบอกว่ารักสองเท่า?
สือโยวตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ “สือเยี่ยนจะให้ของขวัญเองครับ ผมจะไปรับหน้าที่แทนเขาได้ยังไง!”
ฮวาหวู่:“……”
พวกนายก็พิถีพิถันดีนะ…
สือโยวลากฮวาหวู่ไปถ่ายรูป
สือเยี่ยนไม่ชอบถ่ายรูป แต่สือโยวกลับชอบมาก ไม่ว่าอะไรเขาก็อยากถ่ายเก็บไว้หมด
ดังนั้นรูปถ่ายคู่ส่วนใหญ่จึงมักมีแค่เธอกับสือโยว
แต่สือโยวก็มีนิสัยอยู่อย่างหนึ่ง…
เวลาถ่ายรูป เขาจะเผื่อที่ว่างไว้อีกหนึ่งตำแหน่ง
ถ้าไม่ใช่เพราะฮวาหวู่ที่คอยเตือนเขาด้วยความเครียดอยู่เสมอว่ามันไม่ควรทำ รูปถ่ายคู่ของพวกเขาก็คงออกมาดูหลอนๆ อยู่เหมือนกัน
พอสือโยวเหนื่อยจากการเล่นสนุก ก็ล้มตัวลงนอนในทุ่งดอกไม้พร้อมกับฮวาหวู่ มองบอลลูนลมร้อนที่ลอยผ่านไปบนฟ้า
“ผมอยากอยู่กับคุณในวันวาเลนไทน์…หลายๆ ปีเลยล่ะครับ” สือโยวหันไปมองเธอ แววตามีแต่ความศรัทธา
“ผมจะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป”
ฮวาหวู่ไม่ตอบอะไร แค่จับมือเขาไว้แน่น
ผ่านไปสักพัก ฮวาหวู่ก็ถามขึ้นมา
“วันนี้นายหมดเงินไปเท่าไหร่?”
สือโยวก็มีรายได้เข้ามาอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่ถึงกับใช้จ่ายฟุ่มเฟือยขนาดนี้ได้
“……”
สือโยวหยิบมือถือขึ้นมาให้เธอดูยอดเงินคงเหลือที่เหลือแค่หลักหน่วยในข้อความ SMS
แล้วเขาก็ถามเสียงเบาๆ อย่างกล้าๆ กลัวๆ
“ผะ…ผมขอจ่ายด้วยร่างกายต่อได้ไหมครับ?”
ฮวาหวู่หมดแรงจะพูดอะไรแล้ว ได้แต่ยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเอง
ท่ามกลางกลิ่นหอมหวานของดอกไม้ ริมฝีปากเธอก็สัมผัสได้ถึงความร้อนระอุเล็กๆ ก่อนที่เสียงของเด็กหนุ่มจะเอ่ยขึ้นมาอย่างแน่วแน่
“งั้น…ผมขอจ่ายดอกเบี้ยตอนนี้เลยแล้วกันนะครับ”
…………………………………………………………………………………………………………………………….
ตอนพิเศษวันวาเลนไทน์ (2)
สือโยวยึกยักอยู่นาน กว่าทั้งสองคนจะออกจากฐานบอลลูนได้ ก็ปาเข้าไปสี่โมงเย็นกว่าแล้ว
“เดี๋ยวฉันไปเอารถ นายอยู่ตรงนี้รอ—” ฮวาหวู่ยังพูดไม่ทันจบ ก็รู้สึกได้ว่ามือของเด็กหนุ่มที่กอดแขนเธอเมื่อกี้ วางลงแล้วเปลี่ยนมาเป็นจับมือแทน
เธอหันขวับไปมอง ก็เจอสายตาเย็นๆ ของเขามองสวนมาพอดี
เวลาสือโยวมองเธอทีไร ก็มักจะมีรอยยิ้มนิดๆ อยู่ในแววตา ใบหน้าอ่อนโยน นุ่มนิ่มอบอุ่นไปหมด
แต่คนตรงหน้าตอนนี้ มองเธอด้วยสายตาคมกริบเย็นเยียบ
“……”
โอเค…สลับคนแล้วสินะ
ฮวาหวู่ถอนหายใจ “งั้นนี่พวกนายวางแผนกันไว้แล้วล่ะสิ? คนหนึ่งกลางวัน อีกคนกลางคืน?”
เธอก็ว่าอยู่ ทำไมวันนี้สือเยี่ยนไม่โผล่มาสักที สือโยวเองก็ไม่พูดถึงเลย ที่แท้ก็คือรอให้เธอเดาทางออกนี่เอง!!
“อืม”
สือเยี่ยนไม่ได้เป็นพวกหวานเยิ้ม จับจูงตัวติดแบบสือโยว ถึงจะไม่ใช่คนที่พูดน้อยจนเย็นชา แต่เวลาพูดออกมาก็จะให้ความรู้สึกเด็ดขาด ชัดเจน
“ฉันจะไปเอารถ”
สือเยี่ยนปล่อยมือจากฮวาหวู่ เดินตรงไปทางที่จอดรถ
เดินไปไม่กี่ก้าว เขาก็วกกลับมา จูบเบาๆ ที่กลางหน้าผากเธอ
“รอฉัน”
ฮวาหวู่เอามือกุมหน้าอก มองเขาจากด้านหลังพลางคิดอย่างจริงจังว่า…จะหนีดีไหมนะ
แต่สุดท้ายก็ยังทนไว้ได้
ก็แค่…เร้าใจหน่อยน่า
นางเอกสายแกร่งแบบเธอ จะกลัวอุปสรรคแค่นี้ได้ไงกัน
สือเยี่ยนขับรถออกมาอย่างรวดเร็ว ฮวาหวู่ขึ้นไปนั่งข้างคนขับ เขาก็โน้มตัวมาช่วยคาดเข็มขัดนิรภัยให้อย่างเงียบๆ
ฮวาหวู่มองสีหน้าสงบนิ่งของเขาแล้วก็เผลอใจลอย ถามอย่างเหม่อๆ ว่า “เราจะไปไหน?”
สือเยี่ยนกลับไปนั่งที่ฝั่งคนขับ “ไปกินข้าว”
“อ๋อ” ฮวาหวู่มองไปข้างหน้า “แล้วหลังจากกินเสร็จจะกลับบ้านเลยไหม?”
สือเยี่ยนขมวดคิ้วนิดๆ “เธอจะอยู่กับฉันแค่กินข้าวเท่านั้นเหรอ?”
“???”
นี่นายหาเรื่องทะเลาะอะไรกับฉันอีกเนี่ย?!
ดีนะที่สือเยี่ยนก็พูดแค่ประโยคเดียว ไม่ได้ใส่อารมณ์ฟุ้งซ่านแบบพระเอกคนอื่น
ขับรถกลับเข้าเมืองใช้เวลากว่าสองชั่วโมง พอดีกับเวลามื้อเย็น
ร้านอาหารที่จองไว้ไม่ใช่แบบหรูหราเวอร์วัง แต่เป็นร้านที่อบอุ่น บรรยากาศโรแมนติก ดูแล้วเหมาะกับเดทมากๆ
ฮวาหวู่หันไปมองสือเยี่ยนแบบเงียบๆ
สือเยี่ยนเหมือนจะเดาออกว่าเธอกำลังคิดอะไร “สือโยวเป็นคนจองร้านนี้”
“ก็ว่าอยู่ แบบนี้มันไม่ใช่สไตล์นายซักนิด”
“แล้วสไตล์ฉันเป็นยังไง?” สือเยี่ยนถามกลับ
“……”
ฮวาหวู่มองเขาอีกที แล้วก็มองร้านอาหารอีกที สุดท้ายก็ส่ายหัว
ยังไงเธอก็มั่นใจว่าเขาไม่มีทางเลือกร้านแบบนี้เองแน่
โต๊ะที่จองไว้อยู่ในมุมที่มีผ้าม่านบางๆ ล้อมรอบ ถึงแม้พื้นที่จะไม่ใหญ่มาก แต่ก็เป็นส่วนตัวดี เหมาะกับคู่รักมากๆ
ดูเหมือนสือโยวจะจองแค่ที่นั่ง ไม่ได้สั่งอาหารไว้ก่อน
สือเยี่ยนสั่งอาหารเรียบร้อยแล้ว แต่ฮวาหวู่ก็ยังเรียกพนักงานมาเอาเมนูให้เธอดูเองอีกที
“ไม่ชอบเหรอ?” เขาเลือกอาหารตามที่เธอชอบตลอดเลยนะ…
ฮวาหวู่เปิดเมนู แล้วก็เปลี่ยนจานที่เขาสั่งไว้สองอย่าง
พอส่งเมนูคืนให้พนักงาน เธอก็หันมาพูดว่า
“ของที่นายไม่ชอบกิน ทำไมต้องเลือกเหมือนสือโยวด้วยล่ะ?”
สือเยี่ยนชะงักไปนิด เหมือนจะไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ สายตาเบนไปมองเครื่องเงินสะอาดวาววับตรงหน้า แล้วตอบเสียงเรียบ
“ก็เหมือนกันหมดแหละ”
ฮวาหวู่เท้าคาง มองเขา
“ไม่เหมือนซะหน่อย นายก็มีสิ่งที่นายชอบเองได้นะ ถึงจะเป็นร่างเดียวกัน แต่พวกนายก็เป็นคนละคน นายควรจะมีสิ่งที่เป็นของตัวเอง”
ปลายนิ้วของสือเยี่ยนสั่นน้อยๆ ติ่งหูเริ่มแดงจางๆ ขึ้นมา แต่ร่างกายเขาก็ยังคงเกร็งแน่น ใบหน้ายังแสดงออกเป็นความเย็นชาเหมือนเดิม
เขาเคยคิดว่า…ฮวาหวู่เอาใจสือโยวมากกว่า พูดอะไรก็เชื่อฟัง แถมยังใส่ใจยิ่งกว่า
แต่ปรากฏว่าเธอ…ยังจำได้ว่าเขาชอบหรือไม่ชอบอะไร
สือเยี่ยนมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้า
“ถ้าวันหนึ่งฉันหายไป เธอจะยังจำฉันได้ไหม?”
ฮวาหวู่ขมวดคิ้ว “นายทะเลาะกับสือโยวเหรอ?”
สือเยี่ยน:“……”
สือโยวปฏิบัติกับเขาดีมาก ต่อให้บางทีเขาไม่อยากออกมา สือโยวก็ยังยกเวลาให้เขาเฉยเลย จะไปมีเรื่องทะเลาะอะไรกันได้ยังไง…
“จะคิดแบบนั้นได้ยังไงกัน?”
ฮวาหวู่หัวเราะออกมา “ก็คิดดูสิ ตามตรรกะของสือโยว ถ้าไม่ได้ทะเลาะกัน เขาจะยอมให้นายหายตัวไปจากวันนี้ได้ยังไง?”
สือเยี่ยน “เธอมั่นใจขนาดนั้นเลย?”
ถึงแม้สือโยวจะเป็นบุคลิกหลัก แต่ถ้าเขาอยากให้สือเยี่ยนหายไป…
ต่อให้ตอนนี้ยังไม่คิดแบบนั้น แต่อะไรจะเกิดขึ้นในวันหน้า ใครจะรู้ บางทีเขาอาจจะไม่ยอมแบ่งปันความรู้สึกนี้ให้ใครอีกเลยก็ได้
ฮวาหวู่ตอบเสียงนิ่ง “เพราะสือโยวคิดว่านายกับเขาคือหนึ่งเดียว แยกออกจากกันไม่ได้”
แถมนิสัยสือโยวแบบนั้น ถ้าไม่ใช่สือเยี่ยนไปทำอะไรแย่ๆ แบบให้อภัยไม่ได้ล่ะก็ เขาคงไม่มีวันให้สือเยี่ยนหายไปหรอก
สือเยี่ยนก้มหน้าลงเล็กน้อย “ความคิดมันเปลี่ยนได้”
ฮวาหวู่ “งั้นนายจะเริ่มกังวลกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นเนี่ยนะ?”
สือเยี่ยนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า “ฉันจะปกป้องพวกเธอ”
ฮวาหวู่ “???”
ประโยคนี้มันประหลาดเกินไปแล้วนะ!!!
……
……
ของขวัญที่สือเยี่ยนเตรียมไว้ให้นั้นไม่ได้มีขั้นตอนเยอะเหมือนสือโยว เขายื่นให้หลังมื้ออาหารจบแบบเรียบง่าย โชคดีที่ห่อไว้อย่างสวยงาม
ระหว่างขากลับ ฮวาหวู่ก็รู้สึกว่าทางที่รถวิ่งอยู่นั้นแปลกๆ
“ไม่ได้กลับบ้านเหรอ?”
สือเยี่ยนเหลือบตามองเธอแวบหนึ่ง ไม่ตอบอะไร
จนกระทั่งรถจอดลงหน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง
ฮวาหวู่ “……”
ว่าแล้วเชียว…คืนนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ
แต่พอเธอได้เดินเข้าไปในห้องพัก ก็รู้สึกว่าตัวเองยังคิดน้อยไป…
เพราะนี่มันเป็นห้อง ธีมคู่รัก ชัดๆ!
แสงไฟไม่ได้แดงจ๋าเหมือนในละครที่เหมือนจะกลายเป็นหนังผี แต่เป็นแสงอุ่นๆ แบบอบอุ่น สะอาด เรียบร้อย แต่องค์ประกอบในห้องนี่สิ ชวนให้คิดหนัก
เช่น ห้องน้ำที่เป็นกระจกใสทั้งบาน…
ที่เพดานก็มีตะขอแปลกๆ อยู่ และบนเตียงก็มีผ้าไหมที่ยังไม่แกะกล่องวางรออยู่…
ฮวาหวู่ถอยหลังทันที หัวเราะแห้งๆ “งั้นเรากลับบ้านกันดีไหม?”
แต่สือเยี่ยนไม่ให้โอกาสนั้นเลย ดึงเธอเข้าห้องแล้วกดตัวเธอแนบกับกระจกบานใหญ่ตรงประตู
“ไม่ชอบเหรอ?”
“……”
เธอเป็นคนดีมีศีลธรรม!!
มาล่อลวงกันแบบนี้ได้ยังไง!!
ไอ้บ้าเอ๊ย!!
……
……
แสงตอนเช้าค่อยๆ สว่างขึ้น ฮวาหวู่นอนคว่ำหมดแรงอยู่บนเตียง ลืมตาพร่าๆ มองอีกคนที่กำลังใส่เสื้อผ้าอยู่ข้างๆ
พอเขาหันมามอง เธอก็เอ่ยเสียงแหบ
“พวกนายผิดสัญญานะ”
สือเยี่ยนดึงปกเสื้อขึ้นปิดรอยจางๆ ที่น่าระทึกบนคอ แล้วโน้มตัวลง จูบเบาๆ ตรงมุมปากของเธอ ริมฝีปากสัมผัสเพียงนิดเดียว ในแสงยามเช้าอ่อนโยน บรรยากาศมันช่างเงียบสงบและอบอุ่นเหลือเกิน
“คนที่ผิดคือสือโยว” เขาพูดเสียงเบา “เมื่อคืนมันควรจะเป็นของฉันอยู่แล้ว”
“อย่ามาโยนความผิดให้คนอื่นเลยน่า” ฮวาหวู่ถลึงตาใส่เขา
“ถึงตอนนี้เขาจะควบคุมร่างได้เองก็จริง แต่ถ้านายดึงไว้ เขาจะทำอะไรได้ล่ะ?”
สือเยี่ยนเงียบไป ไม่มีคำจะเถียง
เงียบอยู่พักหนึ่ง เขาก็พูดเบาๆ “แต่เธอ—”
“อย่าพูดอะไรแปลกๆ นะ” ฮวาหวู่รีบเบรกไว้ก่อน คนคนนี้มันพูดอะไรบ้าๆ ได้ทุกอย่าง!
สือเยี่ยนเม้มปากนิดๆ “ก็แค่ว่า เมื่อวานมันไม่เหมือนทุกที อย่าโกรธเขาเลย” เขายังอุตส่าห์แก้ตัวแทนสือโยวอีกต่างหาก
ฮวาหวู่เงียบไปพักนึง ก่อนจะเอาหัวมุดเข้าไปในผ้าห่ม เสียงอู้อี้จากข้างในดังขึ้น
“ฉันไม่ได้โกรธ”
“แล้วเมื่อคืน…เธอมีความสุขไหม?”
ฮวาหวู่:“……”
คำถามแบบนี้…เธอจะตอบได้เหรอ!?
ฮวาหวู่จ้องเขาตาเขม็ง ก่อนจะดึงผ้าห่มคลุมหัวหนีไปทั้งตัว
สือเยี่ยนที่ปกติหน้าตาเย็นชาตลอด ก็แอบยิ้มออกมานิดๆ มองกองผ้าห่มที่นูนขึ้นบนเตียง ดวงตาเย็นเฉียบของเขาก็มีแววอ่อนโยนผุดขึ้นมาอย่างชัดเจน
(จบบท)