- หน้าแรก
- ทะลุมิติฉบับนางร้ายเลเวลตัน
- โลกที่ 3: ไม่เป็นแล้วชายารัชทายาท 9-10
โลกที่ 3: ไม่เป็นแล้วชายารัชทายาท 9-10
โลกที่ 3: ไม่เป็นแล้วชายารัชทายาท 9-10
โลกที่ 3: ไม่เป็นแล้วชายารัชทายาท! (9)
เจี้ยนซูรีบโบกไม้โบกมือ หน้าตาตื่นสุด ๆ “พระชายา ขะ…ข้าน้อยช่วยอะไรท่านไม่ได้จริง ๆ!” ว่าจบก็โกยแนบหายไปในพริบตา
ฮวาหวู่: “……”
เหอะ
นี่สินะ ที่เขาเรียกว่าบททดสอบจากฟ้าสำหรับนางเอก?
จงอู๋ไม่ยอมไปส่งฮวาหวู่กลับบ้าน
ฮวาหวู่เลยได้แต่กลับไปคนเดียว ถอนหายใจตลอดทาง หน้าตาก็หงอยสุด ๆ
แต่พอนึกถึงว่าได้เจอเหลียงหรูซวง พลังใจก็กลับมาได้หน่อยนึง
…
…
หน้าประตูจวนฉิน
ท่านแม่ทัพฉินกับฮูหยินมายืนรออยู่หน้าประตูแล้ว
ท่านแม่ทัพยืนมองถนนตาเป็นมัน ส่วนฮูหยินฉินสีหน้าไม่ค่อยดีนัก ดูแล้วเหมือนไม่ได้อยากออกมาต้อนรับเลยด้วยซ้ำ
“ยังไงฮวนฮวนก็เป็นลูกเจ้า อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ”
ฮูหยินฉินแค่นเสียง “นางน่ะหรือ…”
“ฮูหยิน” ท่านแม่ทัพเสียงเย็นลงชัดเจน “นางเรียกเจ้าว่าแม่มาตั้งกี่ปี อย่างน้อยก็ต้องมีความรู้สึกกันบ้าง”
ปากฮูหยินฉินเหมือนจะขยับพูดอะไร แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าขัดคำสามีเลยต้องเก็บสีหน้าไม่พอใจลงไปหน่อย
รถม้าจากตำหนักตงกงแล่นมาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ แล้วก็จอดหน้าจวนแม่ทัพ
ฮวาหวู่ลงจากรถม้าพร้อมกับที่ฉาอวี่ประคองไว้ ท่านแม่ทัพกับฮูหยินก็รีบยกมือคำนับ
ถึงจะเป็นลูกสาวของพวกเขา แต่ตอนนี้นางก็คือว่าที่ชายารัชทายาทแล้ว
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ไม่ต้องพิธีรีตองขนาดนี้หรอกเจ้าค่ะ” ฮวาหวู่ส่งสายตามองไปที่ฮูหยินฉินอยู่ครู่หนึ่ง แล้วค่อยวกกลับมามองท่านแม่ทัพ
ฮูหยินฉินไม่เคยชอบฉินฮวน กลับกันกลับเอ็นดูเหลียงหรูซวงมากกว่า
ตอนเด็ก ๆ ฉินฮวนไม่เข้าใจ
ว่าทำไมแม่ตัวเองถึงรักแต่ลูกพี่ลูกน้อง ไม่เคยหันมาสนใจตนเลย
เพื่อคำชมแค่คำเดียวจากแม่ นางพยายามตั้งมากมาย
จนในที่สุดก็ได้รู้ความจริงเรื่องชาติกำเนิดของตัวเอง…
นางไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของฮูหยินฉิน
ตอนนั้นลูกของฮูหยินฉินเกิดพร้อมกับฉินฮวน แต่ลูกของนางไม่รอดชีวิต
ท่านแม่ทัพเลยใช้ศพลูกคนนั้น สลับตัวกับฉินฮวนที่เป็นองค์หญิงจากราชสกุลก่อนที่ล่มสลาย
ส่วนฮูหยินฉินก็ไม่รู้ทำไมถึงคิดว่าท่านแม่ทัพจงใจทำให้ลูกของตัวเองตาย
เลยพาลไม่ชอบฉินฮวนไปด้วย
ฮูหยินฉินไม่มีลูกอีกแล้ว เลยยิ่งมองเหลียงหรูซวงเหมือนเป็นลูกในไส้แทน
แล้วตอนนี้…เหลียงหรูซวงก็…
ฮูหยินฉินไม่มีอารมณ์จะพูดคุยทักทายกับฮวาหวู่เลยแม้แต่นิด ฮวาหวู่ก็ไม่ได้ใส่ใจ ข้ามไปคุยกับท่านแม่ทัพแทน
พอเห็นฮวาหวู่ ท่านแม่ทัพก็ดีใจจากใจจริง แววตาเต็มไปด้วยความปลื้มปีติ แต่ไม่นานความปลื้มใจก็เปลี่ยนเป็นความกังวล มองเข้าไปในรถม้าแล้วถามว่า
“องค์รัชทายาท…ไม่ได้มาด้วยหรือ?”
ฮวาหวู่เบ้ปาก ตอบแบบไม่ไว้หน้าเลยว่า “ฝ่าบาทบอกว่าไม่มีเวลาเจ้าค่ะ”
“……”
ไม่มีเวลา…?
นี่มันไม่เห็นค่ากันชัด ๆ เลยไม่ใช่หรือ…
ฉินต้าเหรินขมวดคิ้วนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้แสดงออกอะไรมากนัก แล้วก็พาฮวาหวู่เดินเข้าจวนไป
ส่วนฮูหยินฉินก็หาเหตุผลอะไรสักอย่างแล้วชิ่งหนีออกไปกลางทาง
“แม่ของเจ้านาง…”
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ” ฮวาหวู่พูดเสียงเรียบ ๆ “ยังมีท่านพ่ออยู่นี่ไม่ใช่หรือเจ้าคะ”
ท่านแม่ทัพฉินถอนหายใจเฮือกหนึ่ง อยากอธิบายอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน
เขาเองก็ไม่อยากให้นางรู้เรื่องชาติกำเนิด
ก็แค่อยากให้เด็กคนนี้โตมาอย่างปลอดภัย หาคู่ดี ๆ ใช้ชีวิตเรียบง่ายสุขสงบไปตลอด
ใครจะคิดล่ะว่า…
โชคชะตานี่มันช่างไม่แน่นอนเลยจริง ๆ
ท่านแม่ทัพเป็นผู้ชาย เรื่องบางอย่างก็พูดกับฮวาหวู่ตรง ๆ ไม่สะดวก เลยได้แค่กำชับให้นางระวังตัวในตำหนักตงกง อย่าไปกระตุกหนวดรัชทายาทเข้า
ที่รัชทายาทแต่งนางมา จริง ๆ แล้วเพราะอะไร ท่านแม่ทัพเองก็ยังไม่แน่ใจนัก
ตอนแรกเขานึกว่าอีกฝ่ายอยากดึงตัวเขาเข้าพวกเสียอีก
แต่พอมาวันกลับบ้าน รัชทายาทก็ไม่มา
ดูยังไงก็ไม่ใช่จะมาชวนเป็นพวกแน่นอน
หลังจากคุยถามสารทุกข์สุกดิบกับท่านแม่ทัพเสร็จ ฮวาหวู่ก็พูดเข้าประเด็นถึงเหตุผลจริง ๆ ที่กลับมาในวันนี้ “ช่วงนี้หรูซวงเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?”
“……”
แค่พูดถึงคนคนนี้ สีหน้าท่านแม่ทัพก็ไม่ค่อยดีทันที
ถึงแม้เหลียงหรูซวงจะไม่ได้แซ่ฉิน แต่ฮูหยินฉินก็รักใคร่เอ็นดูมาก
ส่วนตัวเขาเองก็รู้สึกผิดกับภรรยาเรื่องฉินฮวน เลยพยายามชดเชยให้นาง ด้วยการดูแลคุณหนูเหลียงเป็นพิเศษ
เหลียงหรูซวงในจวนฉินก็ใช้ชีวิตไม่ต่างจากคุณหนูเจ้าของบ้านจริง ๆ เลย
ใครจะคิดล่ะว่าไอ้บ้านั่น…จงหนิง จะทำเรื่องเลวระยำขนาดนี้ลงไปได้
“เจ้าก็ได้ยินมาบ้างแล้วสินะ?”
“ได้ยินมานิดหน่อยเจ้าค่ะ” ฮวาหวู่พยักหน้า “หรูซวงไม่ได้คิดสั้นใช่หรือไม่เจ้าคะ?”
“ก็แค่ไม่ยอมกินข้าวกินน้ำ…”
ตอนเหลียงหรูซวงกลับมา ก็เล่าอะไรไม่ค่อยรู้เรื่องนัก
จำได้แค่ว่าตัวเองเหมือนโดนคนตีสลบไป
พอลืมตาตื่นขึ้นมา ก็อยู่บนเตียงเดียวกับจงหนิง แถมโดนมัดในสภาพน่าอัปยศแบบนั้น…
หรูซวงรู้ดีว่าจงหนิงน่ะหมายตานางมานาน
นางเองก็เคยคิดจะใช้ประโยชน์จากเขาให้ดี ๆ สักครั้ง
ใครจะรู้ว่า…
มันไม่ควรจะเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ นางไม่รู้ว่าอะไรผิดพลาดตรงไหน ทำไมจงหนิงถึงอยู่ดี ๆ ก็ลงมือกับนาง
หรูซวงยืนยันหนักแน่นว่าไม่ได้มีอะไรกับจงหนิง
แต่ตอนนี้ข่าวมันแพร่ไปทั่วแล้ว…แถมว่ากันว่าคนใช้จากจวนอันหยางอ๋องเป็นคนเห็นกับตา…
แค่นางพูดว่า “ไม่ได้เกิดขึ้น” มันก็ลบความจริงที่คนอื่นเห็นไม่ได้แล้ว
“งั้นตอนนี้จะเอาอย่างไรเล่า? หรือว่าจวนอันหยางอ๋องจะทำเป็นไม่รับผิดชอบ? แบบนี้มันไม่ได้เลยนะเจ้าคะ! ความสุขของน้องหรูซวงน่ะ จะให้หายไปเฉย ๆ ไม่ได้นะเจ้าคะ!”
“พวกเขาก็พูดอยู่นะ ว่ายินดีรับนางเข้าไปแต่งเป็นสะใภ้” ท่านแม่ทัพสีหน้าหนักใจ “แต่ตัวนางเองไม่ยอมแต่ง”
อันหยางอ๋องพาจงหนิงมาขอโทษด้วยตัวเอง
จงหนิงก็ถูกบังคับให้ก้มหัวสารภาพผิด บอกว่าเมาแล้วขาดสติ
อันหยางอ๋องยังบอกอีกว่า จะลงโทษยังไงก็ได้ เขาจะไม่เข้าข้างลูกตัวเอง
ถึงอันหยางอ๋องจะเป็นอ๋องผู้สูงศักดิ์ แต่ท่านแม่ทัพฉินก็มีครอบครัวใหญ่ต้องดูแล ต่อให้ในใจจะอยากสับจงหนิงเป็นชิ้น ๆ ก็ต้องคิดถึงคนทั้งจวนไว้ก่อน
อันหยางอ๋องยังยืนกรานว่าจะให้เหลียงหรูซวงแต่งเป็นชายา
ท่านแม่ทัพเองก็รู้ดีว่าจงหนิงมันเป็นคนยังไง ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ เขาไม่มีทางยอมแน่ ๆ…
แต่ตอนนี้…ก็ไม่มีทางเลือกจริง ๆ
ถ้าเหลียงหรูซวงไม่แต่ง แล้วต่อไปจะมีใครกล้าแต่งกับนางอีก?
ข่าวลือข้างนอกมันแรงขนาดที่ว่า น้ำลายคนทั้งเมืองก็พอจะจมตัวนางได้เลยนะ…
สุดท้ายหลังจากเถียงกันอยู่พักใหญ่ ท่านแม่ทัพก็จำต้องกัดฟันยอมรับการแต่งงานครั้งนี้
แต่ปัญหาก็คือ…
เหลียงหรูซวงไม่ยอม
“ข้าไปหาน้องก่อนนะเจ้าคะ”
ภารกิจพิทักษ์ความสุขของน้องสาวสุดที่รัก เริ่มต้นแล้ว!
“ก็ดี…พวกผู้หญิงคุยกันง่ายกว่า เจ้าลองพูดให้ดี ๆ ล่ะกัน” เรื่องนี้ต้องรีบจัดการ ไม่งั้นสุดท้ายคนที่เสียหายก็มีแต่เหลียงหรูซวง
“เจ้าค่ะ”
ฮวาหวู่เลยรีบแจ้นไปหาเหลียงหรูซวงอย่างกระตือรือร้น
【…นางเอกไม่ควรจะเป็นแบบเธอนะ】เสียงของเมี่ยงเมิ่งดังขึ้นมาดื้อ ๆ
ฮวาหวู่ไม่ยอม!
ทำไมล่ะ?
อัธยาศัยดี ช่วยเหลือคน มีความละเอียดรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีความเห็นใจคนอื่น—คุณสมบัติดีงามของนางเอกชัด ๆ
ฉันก็มีหมดเลยไม่ใช่เหรอ!
【……】
อัธยาศัยดี—ช่วยให้น้องสาวได้พบกับความสุข
ละเอียดรอบคอบ—จะไม่ปล่อยให้ความสุขของน้องสาวมีสิ่งใดมาทำลายได้
มีความรับผิดชอบ มีความเห็นอกเห็นใจ—เรื่องความสุขของน้องสาว ข้าจะสู้จนถึงที่สุด!
น้องหรูซวงต้องกราบขอบคุณข้าแน่ ๆ
【…ถ้าเธอมีความสุข ฉันก็ไม่มีปัญหา】เมี่ยงเมิ่งที่ดูเหมือนไม่คิดจะห้ามอะไรจริงจัง 【แต่ในฐานะนางเอก ขอนิดนึงนะคะคุณน้อง ช่วยควบคุมตัวเองนิดนึง】
ฮวาหวู่ทำหน้าฉงน “อยู่ดี ๆ โผล่มาทำไมเนี่ย?”
เจ้าหมาตัวนี้ปกติหากินแบบขี้เกียจสุด ๆ เจอช่องไหนไม่ต้องทำงานก็ไม่ทำ ตอนนี้ดันโผล่มาเอง?
เมี่ยงเมิ่งเงียบไปแป๊บนึง แล้วจู่ ๆ ก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจังแบบท่องคาถา:
【นางเอก—ในฐานะศูนย์กลางของโลกเสมือน—ควรมีคุณสมบัติอันงดงาม มีจิตใจเข้มแข็ง…ไม่ยอมจำนนต่ออำนาจ ไม่หวาดกลัวต่ออันตราย…เป็นสัญลักษณ์ของปัญญาและความยุติธรรม เป็นผู้นำแห่งรักและสันติภาพ…】
…………………………………………………………………………………………………………………………….
โลกที่ 3: ไม่เป็นแล้วชายารัชทายาท! (10)
เมี่ยงเมิ่งท่องบทนั้นอยู่ตั้งสองนาทีเต็ม ๆ
ฮวาหวู่ฟังแล้วมึนไปหมด
อะไรกันเนี่ย?
บริษัทจัดอบรมล้างสมองแบบสายฟ้าแลบหรือไง?
เมื่อก่อนแค่พนักงานที่ว่างงานถึงจะโดนเรียกไปประชุม…ตอนนี้บ้าไปแล้ว ถึงขั้นลากคนที่กำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ไปด้วยเลยเรอะ!?
【…สรุปก็คือ ขอให้พนักงานทุกท่านปฏิบัติตามจรรยาบรรณในการทำงานด้วยค่ะ】
ฮวาหวู่หรี่ตาลงนิด คิดว่ามีความเป็นไปได้อีกอย่าง “แกถูกเตือนมาใช่มั้ย?”
เมี่ยงเมิ่งไม่ตอบตรง ๆ
【คุณน้องคะ เพื่อความดีงามของเราทุกคน ช่วยควบคุมตัวเองหน่อยนะคะ】
ฮวาหวู่: “……”
แค่ถูกเตือนเอง
เรื่องเล็กน้อย
ไม่ต้องตกใจ
ดูเหมือนเมี่ยงเมิ่งก็จะคิดแบบเดียวกัน ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ที่มันพูดเมื่อกี้น่ะ คงเป็นข้อบังคับของระบบที่ต้องพูดให้จบตามขั้นตอนนั่นแหละ
พอปิดจ็อบชั่วคราวเสร็จ มันก็เงียบหายไปอีกรอบ
…
…
ฮวาหวู่เดินไปหลังจวนพร้อมกับฉาอวี่
ฝีเท้าคล่องแคล่วเบาสบาย แสดงว่าตอนนี้อารมณ์ดีไม่น้อยเลย
ดูยังไงก็ไม่เหมือนคนที่มาห่วงใยญาติ
ที่เหมือนมากกว่าคือ…คนที่มาดูละคร แบบพวกโรคจิต
ฉาอวี่ไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่เงียบ ๆ จำไว้ในใจ แล้วพอกลับไปก็ต้องรีบรายงานให้องค์รัชทายาททราบ
ครืนน——
ฮวาหวู่เพิ่งมาถึงหน้าลานเรือนของเหลียงหรูซวง ก็ได้ยินเสียงปาทุบข้าวของดังลั่นออกมาจากข้างใน
ประตูเปิดอ้าไว้ ของอะไรต่อมิอะไรถูกปาออกมาเรื่อย ๆ
พื้นเต็มไปด้วยเศษกระเบื้องแตกเกลื่อน
สาวใช้กับบ่าวคนอื่น ๆ ในเรือนก็มองหน้ากันงง ๆ พากันยืนห่าง ๆ ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
“ทะ…ท่านชายา”
มีบ่าวคนหนึ่งเห็นฮวาหวู่เข้ามาก็รีบโค้งคำนับ
“คารวะพระชายาเจ้าค่ะ…”
ดูเหมือนคนข้างในจะได้ยินเสียงพูด เสียงปาข้าวของก็หยุดลงทันที
ฮวาหวู่โบกมือเบา ๆ “พวกเจ้าถอยไปก่อนเถอะ”
“……”
“มีอะไรหรือ?” ฮวาหวู่มองพวกเขาแล้วยิ้มบาง ๆ “หรือว่าคำพูดข้าไม่มีน้ำหนัก?”
“……”
คนทั้งลานรีบถอยฉากแทบจะพร้อมกันหมด
ฮวาหวู่ก้าวเข้าไปด้านใน
ทันใดนั้นเอง แจกันใบหนึ่งก็ถูกปาออกมาจากข้างใน ฮวาหวู่เบี่ยงตัวหลบได้ทัน แจกันกระแทกพื้นดัง เพล้ง! แตกกระจาย
เศษแจกันกระเด็นมาโดนชายกระโปรงของฮวาหวู่
“หรูซวง ข้ามาเยี่ยมเจ้าแล้วนะ” ฮวาหวู่เปล่งเสียงขึ้น “อย่าปาข้าวของอีกเลย ถ้าโดนข้าเข้า มันก็เท่ากับว่าเจ้ากำลังลอบทำร้ายชายารัชทายาทนะ แบบนั้นโดนลงโทษไม่ใช่เล่นเลย”
ในห้อง
ร่างของเหลียงหรูซวงชะงักไปทันที
เสียงที่ดังมาจากข้างนอกนั้น นางจำได้ดี
แต่…น้ำเสียงกับวิธีพูดแบบนี้…
เหลียงหรูซวงจ้องไปที่ประตู ก่อนจะเห็นเงาร่างหนึ่งเดินเข้ามา
เสื้อผ้าสีฟ้าอ่อนหรูหราและประณีต สาวน้อยรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตางดงามได้รูป สวมชุดซับซ้อนขนาดนี้ก็ยังเอาอยู่
ทรงผมเกล้ามาอย่างเรียบง่าย ใช้เครื่องประดับแต่งนิดหน่อย ปิ่นหยกประดับไข่มุกห้อยลงมาเบา ๆ สะท้อนความสง่างามเต็มเปี่ยม ดูยังไงก็มีราศีเกินตัว
ฮวาหวู่เดินเข้าห้องมาแบบไม่เกรงใจใคร
สายตากวาดผ่านร่างของเหลียงหรูซวงก่อนจะยกมุมปากขึ้น “หรูซวง เห็นข้าแล้วดีใจจนลืมมารยาทเลยหรือ?”
เหลียงหรูซวงยังไม่ทันได้ตอบว่าเจ้าหล่อนหมายความว่ายังไง ฉาอวี่ก็พูดขึ้น “คุณหนูเหลียง ยังไม่คารวะอีกหรือเจ้าคะ?”
ทันใดนั้นเอง มือของเหลียงหรูซวงที่ถือแจกันอยู่ก็เกร็งแน่นแทบจะบีบแจกันแตก
แค่เข้าวังมาไม่กี่วัน…
ก็ยโสโอหังได้ขนาดนี้แล้วหรือฉินฮวน…!
วันแต่งงานวันนั้น…ทำไมถึงไม่…
เหลียงหรูซวงยังคิดไม่ตก ว่าทำไมรัชทายาทที่ในชาติก่อนแทบไม่มีบท จะอยู่ดี ๆ ก็โผล่มา
ถ้ารัชทายาทไม่ปรากฏตัวขึ้นมา คนที่โดนคนทั้งเมืองเอาไปนินทากันก็ควรจะเป็นฉินฮวนนั่นแหละ!
ในใจเหลียงหรูซวงเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ตอนนี้ก็ไม่มีเวลาจะคิดมากนัก
นางวางแจกันในมือแล้วค่อย ๆ ค้อมตัวลง “ขอคารวะชายาเพคะ”
ฮวาหวู่ปล่อยให้นางก้มอยู่อย่างนั้นอยู่พักนึง ก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ช้า ๆ แล้วค่อยพูดออกมาว่า “พวกเราก็เป็นญาติกัน จะมากพิธีไปก็เกินไปหน่อย”
“……” งั้นเจ้าจะให้ข้าก้มอยู่นานทำไมล่ะ!?
ไฟในอกของเหลียงหรูซวงปะทุขึ้นมาเงียบ ๆ
แต่พอจะโวยก็รู้สึกอะไรแปลก ๆ ขึ้นมา…ท่าทีของฉินฮวนที่มีต่อนาง มันแปลกไปจริง ๆ
ก่อนจะแต่งงานก็ไม่ได้สนิทกันถึงขั้นพี่น้องแท้ ๆ หรอก แต่ก็พอจะถูไถผ่านไปได้ ไม่เคยรู้สึกว่าฮวาหวู่สงสัยอะไร…
เสียงของฮวาหวู่ดึงสติกลับมา “หรูซวง เจ้าดูผอมไปเลยนะ ช่วงนี้คงไม่สบายใจใช่หรือไม่?”
พอพูดถึงเรื่องนี้ สีหน้าของเหลียงหรูซวงก็แย่ลงทันที ถึงขั้นไม่อยากแสร้งรักษามารยาทแล้วด้วยซ้ำ “พระชายามาที่นี่ เพื่อหัวเราะเยาะข้าใช่หรือไม่เพคะ?”
“จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะ” ก็มาหัวเราะจริง ๆ แหละ
แต่ฮวาหวู่ไม่ได้พูดประโยคหลังออกมา
เหลียงหรูซวงดูไม่ออกว่านางมาดีหรือมาร้าย จึงจำต้องเก็บอารมณ์ลงแล้วก้มหน้าก้มตาเอ่ยเสียงเบา “ช่วงนี้ข้าจิตใจไม่สงบ หากเมื่อครู่ล่วงเกินพระชายาไปบ้าง ก็หวังว่าจะไม่ทรงถือโทษเพคะ”
ฮวาหวู่ยิ้ม “ข้าจะโกรธเจ้าได้อย่างไร พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันไม่ใช่หรือ?”
แต่ไม่รู้ทำไม น้ำเสียงของฮวาหวู่มันฟังแล้วขนลุกยังไงชอบกล…
หรือว่าวันแต่งงานวันนั้น มีอะไรบางอย่างโป๊ะแตกเข้าให้แล้ว?
รัชทายาทจับตัวพวกขอทานไปหมด…
แต่เหลียงหรูซวงลองคิดดูอีกที ก็คงไม่ใช่หรอก พวกขอทานพวกนั้นกินยาพิษเข้าไปแล้ว ตั้งแต่วันแต่งงานก็คงไม่มีใครเหลือให้สอบสวนได้ทัน
มันจะไปถึงตัวได้ยังไง?
เหลียงหรูซวงกำลังคิดเรื่องนั้นอยู่ ก็ได้ยินเสียงฮวาหวู่พูดขึ้นว่า “ข้าเองก็ไม่คาดคิดเลยนะ ว่าเจ้ากับคุณชายจากจวนอันหยางอ๋องจะรักใคร่ชอบพอกันขนาดนี้”
เหลียงหรูซวง: “???”
ใครรักกับใครนะ!?
ฮวาหวู่ส่ายหน้า “แต่ถึงจะรักกันอย่างไร ก็ควรระวังให้มากกว่านี้ เล่นเอาข่าวลือไปทั่วเมือง แบบนี้มันก็ไม่ดีต่อชื่อเสียงของท่านพี่เลยนะ”
เหลียงหรูซวงกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเนื้อ ผ่านไรฟันพูดออกมาทีละคำ “พระชายาทรงได้ยินมาจากที่ใดว่าข้ากับคุณชาย…มีใจให้กัน?”
“ไม่ใช่หรือ?” ฮวาหวู่เอานิ้วแตะหน้าอก ทำหน้าตกใจเบา ๆ “ข้าได้ยินคนในเมืองพูดกัน…ไม่อย่างนั้น ถ้าไม่ได้รักกัน แล้วเจ้าจะไปนอนกับเขาได้เยี่ยงไรเล่า?”
“……”
ถ้าเหลียงหรูซวงยังดูไม่ออกว่าเจ้าหล่อนจงใจแกล้งนาง นางก็ไม่ต้องเกิดใหม่มาหรอก!
วันนี้นางมาหาตน…ต้องมีจุดประสงค์แน่นอน!
เหลียงหรูซวงพยายามระงับโทสะในใจ มองฮวาหวู่ที่นั่งอยู่ตรงข้าม รอยยิ้มของอีกฝ่ายเขียนคำว่า “แดกดัน” ไว้เต็มหน้า “ไม่ทราบว่าพระชายามีธุระอันใดถึงได้เสด็จมาวันนี้เพคะ?”
ฮวาหวู่เหลือบตามองนาง “ข้าก็คิดว่าเจ้าน่าจะรู้ตัวอยู่แล้วไม่ใช่หรือ?”
หัวใจเหลียงหรูซวงกระตุกวูบ “ข้า…ข้ารู้อะไรเพคะ?”
“เรื่องที่เจ้าทำไว้ เจ้ายังมีหน้ามาทำลืมอีกหรือ? อายุยังไม่เท่าไหร่ ความจำก็เริ่มฝ่อแล้ว?” ต้องจัดการให้หายซวยสักหน่อย! เตรียมเลย! เร่งจัดการ!
“……”
“ไม่เป็นไร ข้าจะช่วยเตือนความจำให้เอง” ฮวาหวู่ยกท่าทีเหนือกว่า “วันแต่งงานวันนั้น เจ้าเล่นมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้ข้า ข้าในฐานะพี่สาว จะไม่ตอบแทนก็ใจดำไปหน่อย วันนี้เลยตั้งใจมา ‘ขอบคุณ’ ด้วยตัวเองเลยอย่างไรเล่า”
หัวใจเหลียงหรูซวงเต้นแรงขึ้นทันที
ตึกตัก—ตึกตัก จังหวะถี่รัว ราวกับจะทะลุอก ความเย็นเยียบจนเหงื่อซึมลงมาตามแผ่นหลัง
นาง…รู้แล้ว!?
สายตาของฮวาหวู่จับจ้องที่เหลียงหรูซวง เหมือนสัตว์นักล่าเย็นเยียบจ้องมองเหยื่อ
แววตานั้นเต็มไปด้วยแรงกดดัน ทำเอาเหลียงหรูซวงเผลอก้าวถอยหลังไปสองก้าว
“ข้า…ไม่เข้าใจว่าพระชายากำลังพูดเรื่องอะไร”
ฮวาหวู่ถอนหายใจ ประโยคนี้ได้ยินมาจนเบื่อแล้ว
แบบนี้แหละ ถึงจะเป็นได้แค่ตัวประกอบหญิง ทำตัวเป็นบอสใหญ่ไม่ได้หรอก
บอสตัวจริงน่ะ เขาจะลุยใส่ตรง ๆ เลย!
ฮวาหวู่เอามือบังหน้าแล้วหันไปถามฉาอวี่ด้วยสีหน้ากึ่งตื่นเต้นกึ่งคาดหวังว่า “วันนี้ข้าจะได้หักขานางที่นี่เลยหรือไม่?”
(จบบท)