เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

โลกที่ 1: ถูกบังคับให้เป็นดาราตัวท็อป 15-16

โลกที่ 1: ถูกบังคับให้เป็นดาราตัวท็อป 15-16

โลกที่ 1: ถูกบังคับให้เป็นดาราตัวท็อป 15-16


โลกที่ 1: ถูกบังคับให้เป็นดาราตัวท็อป (15)

【จี้หว่านเว่ยไปจัดการเรื่องเธอกับฉู่เจียงชิวตอนไหนเนี่ย?】

แม้แต่ผู้ช่วยมือทองอย่างเมี่ยงเมิ่งที่กำลังแอบอู้ยังต้องหลุดออกมาจากโหมดว่างเปล่าด้วยความงงกับที่ฮวาหวู่ทำไว้

“ไม่มีหรอก”

【แล้วทำไมพูดแบบนั้นล่ะ?】

“ก็หลอกเขาไงล่ะ”

【แล้วมันจะช่วยอะไรได้ คนเขาไม่อธิบายหรือไง?】

“จี้หว่านเว่ยไม่มีทางยอมรับหรอก แต่เธอว่าตอนนี้ฉู่เจียงชิวจะยังไว้ใจจี้หว่านเว่ยเต็มร้อยไหมล่ะ?

คิดดูสิ ถ้าทะเลาะกันขึ้นมา เขาจะขุดเรื่องเก่า ๆ ระหว่างเธอกับจิตรกรคนนั้นมามั้ย?

ยิ่งจี้หว่านเว่ยเจ็บช้ำจากฉู่เจียงชิวมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งใกล้จะจบเกมเร็วขึ้นเท่านั้น

อีกอย่าง ถึงสองคนนั้นจะยังรักกันเหนียวแน่น มันก็ไม่ได้มีผลอะไรกับฉันอยู่ดี ฉันไม่เสียอะไรเลยนี่นา”

【……】

【เธอนี่ร้ายจริง ๆ เลย】

“รู้ไรมั้ย นี่แหละแผน B ที่สมบูรณ์แบบของฉัน!”

【แล้วแผน A ที่สมบูรณ์แบบของเธอคืออะไรล่ะ?】

“หักขายัยจี้หว่านเว่ยทิ้งซะ”

เมี่ยงเมิ่งไม่ได้คิดว่าแผน A มันแปลกตรงไหนเลย ยังถามอย่างสนใจอีกว่า

【แล้วทำไมไม่ลงมือแผน A ซะเลยล่ะ?】

“……”

ฮวาหวู่ดูห่อเหี่ยวไปทันที

เธอกับจี้หว่านเว่ยอยู่คนละวงการ โอกาสที่จะเจอกันก็แทบไม่มี

ยังหาโอกาสเหมาะ ๆ ไม่ได้เลย

ฉู่เจียงชิวนั่งทบทวนเรื่องราวที่เขาเจอกับซ่งมี่ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามันบังเอิญเกินไป

แถมการเปลี่ยนแปลงก่อนกับหลังของซ่งมี่ก็ต่างกันสุดขั้ว

ถ้าเธอกำลังแกล้งแสดงละครอยู่ข้าง ๆ เขาจริง ๆ ล่ะก็…

แต่จี้หว่านเว่ยจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร?

จะเตือนเขาเหรอ ว่าคนที่เธอรักคือเขาน่ะเหรอ? หรือจะให้ซ่งมี่อยู่ข้าง ๆ เขาแทน เพื่อที่ตัวเองจะได้กลับมาเมื่อไรก็ได้?

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ มันทำให้ฉู่เจียงชิวเริ่มไม่สามารถเชื่อใจจี้หว่านเว่ยได้อีกแล้ว

“คุณฉู่ครับ จะกลับบริษัทเลยไหมครับ หรือว่า…”

“ไปฮุยอิ้งจวงหยวน”

ผู้ช่วยเหลียงรับคำ แล้วก็เลี้ยวรถมุ่งไปที่ฮุยอิ้งจวงหยวน

นั่นเป็นบ้านของคุณหนูจี้นี่นา…

ตอนแรกผู้ช่วยเหลียงก็นึกว่าคุณฉู่จะไปหาเธอซะอีก ใครจะไปรู้ว่าพอถึงหน้าบ้าน คุณฉู่กลับนั่งนิ่ง ๆ อยู่เบาะหลังเฉยเลย

นั่งอยู่เกือบสิบกว่านาที ก็สั่งให้ขับกลับบริษัท

ตั้งแต่มีคุณหนูซ่งมี่เข้ามา... ผู้ช่วยเหลียงก็เริ่มอ่านใจคุณฉู่ไม่ออกเลย

เขาเดาไม่ได้เลยจริง ๆ ว่าคุณฉู่ชอบคุณหนูจี้หว่านเว่ย หรือว่าคุณหนูซ่งมี่กันแน่ ความรักนี่เข้าใจยากจริง ๆ

จี้หว่านเว่ยไม่ได้ออกจากบ้านมาเป็นหลายวันแล้ว

ผ้าม่านในห้องปิดแน่นสนิท ตรงเตียงมีอะไรนูน ๆ พองขึ้นมา บอกได้เลยว่ามีคนอยู่ในห้องแน่

เธอยังคิดไม่ออกเลย ว่าตกลงมันพลาดตรงไหน

ทำไมเรื่องถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้

เธอตามหาคนที่เขียนบทความแรกสุดเจอแล้ว ก็แค่ปาปารัสซี่คนนึง เขาบอกว่าข่าวทั้งหมดมีคนส่งเข้ามาทางอีเมล

เขาเองก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนส่งมา

จี้หว่านเว่ยยังถึงขั้นให้คนไปสืบหาอีเมลนั้นด้วยซ้ำ

แต่ก็หาอะไรที่เป็นประโยชน์ไม่ได้เลย

ชัดเจนว่าฝั่งนั้นตั้งใจปิดบังตัวเองไม่ให้โดนตามตัวเจอ

ตอนนี้ในเน็ตอาจจะลบทุกอย่างออกไปหมดแล้ว

แต่ในวงการ ใครจะไม่รู้เรื่อง?

คนพวกนั้นก็กำลังนั่งดูเธอเป็นตัวตลกอยู่

ตอนนี้เธอไม่กล้าออกไปร่วมงานไหนเลยด้วยซ้ำ

จี้หว่านเว่ยยิ่งเกลียดตัวตนเก่าของตัวเองเข้าไปใหญ่ ว่าทำไมต้องไปคบกับจิตรกรคนนั้นด้วยนะ…

อยู่ด้วยกันก็พอแล้วมั้ย ยังจะบ้าๆ บอๆ ไปแต่งงานอีก…

แถมยังท้องแล้วแท้งอีก

หมอนั่นจะไปสู้ฉู่เจียงชิวได้ยังไง?

นี่มันบ้าไปแล้วจริงๆ!

เธอจะมัวนั่งรอให้ตัวเองพังไม่ได้อีกแล้ว

จี้หว่านเว่ยรีบลุกขึ้นไปคว้ามือถือที่ตัวเองโยนไว้ข้างๆ

เลื่อนหาเบอร์ของฉู่เจียงชิวทันที

เสียง ‘ตื๊ด… ตื๊ด…’ เย็นเยียบจากปลายสายทำให้ใจเธอเย็นวาบไปครึ่งนึงแล้ว

แต่เธอก็ยังโทรอยู่นั่นแหละ ไม่รู้ว่าโทรไปกี่ครั้ง

จนในที่สุด ปลายสายก็ยอมรับสายซะที

“เจียงชิว…”

เสียงของจี้หว่านเว่ยสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้อยู่แล้ว

“นายพอจะมาหาฉันได้ไหม ฉันรู้สึกแย่มาก… ฉันแค่อยากเห็นหน้านายสักครั้ง… เจียงชิว ทำไมนายไม่เชื่อฉันเลย… ฉันไม่ได้โกหกนะ ฉันเจ็บจริง ๆ…”

อาจเพราะจี้หว่านเว่ยร้องไห้สะอึกสะอื้นจนใจอ่อน

สุดท้าย ปลายสายก็ยอมตกลง

จี้หว่านเว่ยรีบลุกขึ้นไปแต่งหน้า…

แต่งให้หน้าซีดกว่าเดิมอีกนิด

ติ๊งต่อง

เสียงกดกริ่งดังขึ้น จี้หว่านเว่ยรีบพุ่งไปเปิดประตู

“เจียงชิว…”

เธอหน้าซีด ปากก็ซีดแทบไม่มีสีเลือด

ใส่ชุดเดรสบางๆ ยืนอยู่หลังประตู ดูไม่มีแรงจะยืนแทบจะล้ม

แต่ก็ยังฝืนยิ้มออกมา

“นายมาแล้ว…”

ฉู่เจียงชิวพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

“ไม่สบายก็ไม่ควรใส่อะไรบาง ๆ แบบนี้”

จี้หว่านเว่ยตาแดงขึ้นมาทันที “ฉันรู้ว่านายยังห่วงฉันอยู่”

ฉู่เจียงชิวไม่ตอบอะไร บอกให้จี้หว่านเว่ยกลับเข้าไปนอน

ซึ่งเธอก็เชื่อฟังทันที

ฉู่เจียงชิวเดินไปเปิดม่าน ปล่อยให้แสงแดดส่องเข้ามาในห้อง

จี้หว่านเว่ยพูดเบาๆ ว่า

“เจียงชิว ตอนนั้นฉันโดนเขาหลอกจริง ๆ นะ คนที่ฉันรักก็ยังเป็นนายอยู่ดี…”

ฉู่เจียงชิวฟังที่จี้หว่านเว่ยพูด

คำพวกนี้เขาเคยได้ยินมาแล้วหลายรอบ

ตอนแรกเขาก็อยากจะเชื่อเธออยู่หรอก

แต่ว่า…

ฉู่เจียงชิวยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้จี้หว่านเว่ย

“เธอแท้งก่อนจะกลับประเทศใช่ไหม? เธอไปทำแท้งเอง เพื่อจะได้กลับมาใช่ไหม?”

กระดาษบาง ๆ แผ่นนั้นโดนแสงอาทิตย์ส่องจนเห็นตัวหนังสือชัดเจน

พื้นขาวตัวหนังสือดำ เหมือนเป็นคาถาต้องห้ามอะไรสักอย่าง

ริมฝีปากซีด ๆ ของจี้หว่านเว่ยขยับนิดหน่อย “ฉัน…คือ…”

ตอนเธอสลับร่างมา จี้หว่านเว่ยก็ท้องอยู่แล้ว

เธออยากกลับมาหาฉู่เจียงชิว จะกล้าเก็บลูกไว้ได้ยังไงล่ะ

แน่นอนว่าต้องไปเอาออกก่อน…

ในตาของฉู่เจียงชิวมีแต่ความผิดหวัง

“เธอไม่ใช่คนที่ฉันเคยรู้จักอีกต่อไปแล้ว”

เพื่อตัวเอง ถึงขั้นทำแท้ง

ขนาดลูกตัวเองยังไม่ลังเลเลย

เธอกลายเป็นคนที่เขาไม่รู้จักไปแล้วจริง ๆ

“เจียงชิว…”

“เจียงชิว อย่าไปเลย…”

จี้หว่านเว่ยพยายามจะคว้าตัวเขาไว้

แต่ฉู่เจียงชิวไม่เปิดโอกาสให้เธอเลย เขาเดินออกจากห้องไปทันที

เธอลุกขึ้นจะวิ่งตามไป

“เจียงชิว ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไง…”

ฉู่เจียงชิวชะงักไปเล็กน้อย

จี้หว่านเว่ยคิดว่าเขาอาจจะยอมฟัง

เลยรีบวิ่งตามไปคว้าแขนเขาไว้

“เขาไม่ดีกับฉันเลย ฉันจะเก็บเด็กไว้ได้ยังไง เจียงชิว ฉันรู้ว่าฉันผิด ทุกอย่างมันเป็นความผิดของฉันเอง…

ฉันไม่เข้าใจหัวใจตัวเอง คิดว่าความรักแบบอิสระโรแมนติกคือตัวตนของฉัน

แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้ว ว่าคนที่ฉันต้องการคือนาย…”

สายตาของฉู่เจียงชิวมองไปที่นิ้วมือของจี้หว่านเว่ยที่กำลังจับแขนเขาไว้แน่นจนขาวซีด

เขายกมือขึ้น แกะมือเธอออก

“เรื่องของซ่งมี่ เป็นเธอจัดการใช่ไหม?”

คำพูดที่จี้หว่านเว่ยเตรียมจะพูดติดค้างอยู่ที่ลำคอ

หัวใจเริ่มเต้นแรงอย่างร้อนรน

เขารู้เรื่องนั้นแล้วเหรอ?

เมื่อกี้เธอมัวแต่ตื่นตระหนก ไม่ทันได้คิดให้รอบ

เรื่องที่ตำรวจต่างประเทศยังสืบไม่ได้ ฉู่เจียงชิวจะรู้ได้ยังไง

แต่สีหน้าของเธอ ทำให้ฉู่เจียงชิวมั่นใจว่าเขาพูดถูก

คิดว่าเป็นเธอเองที่จงใจวางแผนให้ซ่งมี่เข้ามาอยู่ข้างกายเขา

ในดวงตาเขายิ่งมีแต่ความผิดหวัง

“ทำไมเธอต้องทำแบบนี้ด้วย?”

“ฉัน…”

“ฉันไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะเป็นแบบนี้…”

ดูเหมือนเขาไม่อยากพูดอะไรอีกแล้ว

“จี้หว่านเว่ย ฉันผิดหวังในตัวเธอจริง ๆ”

เขาไม่เปิดโอกาสให้จี้หว่านเว่ยอีกต่อไป เดินจากไปอย่างรวดเร็ว

จี้หว่านเว่ยเพิ่งตั้งสติได้ จะวิ่งตามไป แต่ฉู่เจียงชิวก็ขึ้นรถไปแล้ว

เธอหมดแรง ทรุดตัวลงนั่งบนพื้น

แล้วในตอนนั้นเอง เธอก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น

“หว่านเว่ย?”

เสียงนี้ทำให้ร่างเธอเกร็งทันที

เธอเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ

แสงแดดอ่อน ๆ สาดลงมาข้างหลังเงาร่างนั้น

เงาร่างรวมตัวกันเป็นคนหนึ่ง…

…………………………………………………………………………………………………………………………….

โลกที่ 1: ถูกบังคับให้เป็นดาราตัวท็อป (16)

ฮวาหวู่เริ่มรู้สึกว่าระบบของตัวเองนี่มันแทบจะเป็นระบบไร้ประโยชน์ไปแล้วด้วยซ้ำ

ระบบของชาวบ้านอย่างน้อย ๆ ตอนเป็นมือใหม่ยังมีรายงานความคืบหน้าให้ฟังบ้าง อัปเดตฝั่งศัตรูบ้าง

ยืนยันความเรียบร้อยของฝั่งตัวเองว่าไม่มีใครแหกกฎ เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องไม่คาดคิดิแล้วก็ชอบพูดอะไรจุกจิกอยู่ตลอดเวลาเพื่อช่วยเหลือ

แต่นี่สิ... เละเทะสุด ๆ

ส่วนใหญ่ถ้าเธอไม่เรียก มันก็หายตัวไปเลย

จนฮวาหวู่เริ่มสงสัยว่ามันแอบไปทำงานรับจ๊อบที่ไหนอยู่หรือเปล่า

“นี่ เธอแอบไปรับงานหลายเจ้าโดยไม่บอกฉันใช่ไหม?” เธอเคยได้ยินว่าระบบขั้นเทพบางตัวมีลูกทีมหลายคนเลยนะ

【ไม่มี】

“แล้วเธอทำอะไรอยู่? ขี้เกียจขนาดนี้ไม่กลัวประเมินผลงานไม่ผ่านเหรอ?”

【……】

เมี่ยงเมิ่งถึงกับเงียบไปเลย

“……”

ฮวาหวู่ได้แต่ถอนใจหนัก ๆ กับการที่ตัวเองดันได้ระบบที่ทั้งขี้เกียจ ทั้งดื้อแบบนี้มา

แต่พอคิดอีกมุม ก็เหมือนจะดีอยู่เหมือนกัน ไม่มีเสียงจู้จี้จุกจิกมากวนใจ อยากทำอะไรก็ทำได้เต็มที่

บอกเลยว่า สะใจจริง

ฮวาหวู่แอบไปสืบข่าวของจี้หว่านเว่ยมาได้แล้ว

รู้มาว่าอดีตสามีของเธอก็ตามตัวเจอแล้ว

งั้นก็สบายใจละ ไปโฟกัสถ่ายละครต่อได้เลย

ชีวิตมนุษย์เงินเดือนที่ต้องทำงานสองจ๊อบนี่มันเจ็บปวดจริง ๆ …

เดือนกรกฎาคม ยามค่ำคืนที่แม้แต่ความมืดยังกลบแสงสีของเมืองไม่มิด

แมลงหน้าร้อนที่ไม่รู้ชื่อพากันแอบอยู่ตามมุมมืด แล้วร้องเพลงกันเสียงดังไม่หยุด

วันนี้เป็นงานเลี้ยงปิดกล้องของเรื่อง 《บันทึกลมเหนือ》

เรื่องนี้ต้องบอกเลยว่า นักแสดงใหญ่ ๆ มารวมตัวกันเพียบ

สายตาทุกคู่ก็เลยไปจดจ่ออยู่ที่นักแสดงนำกับผู้กำกับ

ส่วนที่เหลือก็แค่ของประดับฉาก

“คุณซ่ง ทำไมอยู่คนเดียวตรงนี้ล่ะ?”

ฮวาหวู่กำลังจะหาทางเลี่ยงงานเลี้ยงแอบกลับบ้านก่อน

ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับมีผู้ชายคนนึงนั่งลงข้าง ๆ

เขาดูอายุราว ๆ ยี่สิบเจ็ดแปด ทรงผมค่อนข้างเชย แต่ด้วยใบหน้าหล่อเหลาทำให้ดูไม่แย่เท่าที่ควร

เสื้อสูทสีแดงสดด้านในเป็นเสื้อเชิ้ตลายดอกแบบกร้าวใจ

ตรงปกคอยังมีรอยลิปสติกติดอยู่นิด ๆ ไม่รู้ไปโผล่จากกองสาวที่ไหนมา

ฮวาหวู่มองเขาแบบไม่อ้อมค้อมเลย แล้วก็ยกนิ้วโป้งให้ด้วยความชื่นชม “คุณหลิง เสื้อผ้าคุณวันนี้โดดเด่นมากเลยค่ะ”

“จริงเหรอ?” หลิงอวี่เลิกคิ้วยิ้มน้อย ๆ “ไม่เสียแรงที่คุณซ่งเป็นคนรู้ใจผมจริง ๆ”

“คุณหลิงชมเกินไปแล้วค่ะ”

หลังจากแลกคำพูดเชิงมารยาทกันพอหอมปากหอมคอ

ฮวาหวู่ก็ถามเข้าประเด็น

“คุณหลิงมีเวลามาที่นี่ได้ยังไงคะ?”

งานเลี้ยงปิดกล้องคืนนี้ของเรื่องที่เธอได้ร่วมแสดง ก็เพราะคุณหลิงคนนี้ช่วยดันเธอขึ้นมา

แต่ฮวาหวู่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเธอเป็นหนี้เขา

เพราะเธอเอาข้อมูลของพระเอกไปแลกกับเขาอย่างแฟร์ ๆ

“แค่อยากมาเจอคุณซ่งน่ะ” หลิงอวี่พูดตรง ๆ ไม่อ้อมค้อมเลย

ฮวาหวู่พูดติดตลก “คุณมาหาสาวสวยสนุก ๆ มากกว่ามั้ง”

หลิงอวี่ว่า “ถ้าเทียบกับสาว ๆ ธรรมดา ผมว่าคุณซ่งน่าสนใจกว่าตั้งเยอะ”

ฮวาหวู่ทำหน้าจริงจัง “อย่าหลงรักฉันเลย ไม่มีทางได้อะไรกลับไปหรอก”

หลิงอวี่หัวเราะลั่น

“ฉู่เจียงชิวเห็นคุณเป็นตัวแทนของใครอีกคน แต่ผมว่าเขาคงไม่คิดว่าจะพลาดเองนะ”

คนอื่นอาจไม่รู้ความสัมพันธ์ของซ่งมี่กับฉู่เจียงชิว

แต่เขาก็สืบมาบ้างแล้ว

รู้ว่าฉู่เจียงชิวเคยพาเธอไปร่วมงานสังคมหลายครั้ง

ดูท่าความสัมพันธ์ไม่น่าจะธรรมดา

แล้วต่อมาก็คือจี้หว่านเว่ย…

หลิงอวี่ได้ยินมานานแล้วว่า

ฉู่เจียงชิวมี ‘แสงจันทร์ขาวในใจ’ คนหนึ่ง ที่รักมาก

พอจี้หว่านเว่ยปรากฏตัว พร้อมใบหน้าที่คล้ายกับซ่งมี่

เขาก็พอจะเดาเรื่องราวได้แล้วล่ะ

“คุณซ่ง มาร่วมงานกับผมเถอะ” หลิงอวี่พูดเชื้อเชิญ

“ผมมีทรัพยากรที่ดีกว่าให้คุณได้”

“ดีแค่ไหนคะ?”

หลิงอวี่หันไปมองนักแสดงหญิงเบอร์หนึ่งที่มีคนรุมล้อมอยู่

“ผมทำให้คุณโด่งดังแบบเธอได้ หรือยิ่งกว่านั้นก็ยังได้เลย”

ฮวาหวู่มองตามไป แล้วเงียบไปสักพัก ก่อนจะตอบเบา ๆ ว่า

“แต่ฉันชอบการพยายามด้วยตัวเองมากกว่า”

หลิงอวี่ว่า

“เธอปฏิเสธฉันแบบนี้ ไม่กลัวฉันจะเล่นงานเธอเหมือนฉู่เจียงชิวบ้างเหรอ?”

ฮวาหวู่มองเขาแบบมีเลศนัย “ฉู่เจียงชิวก็ขู่ฉันแบบนี้แหละ”

หลิงอวี่ฟังแล้วก็เข้าใจความหมายแฝงของเธอทันที

ฉู่เจียงชิวข่มขู่เธอ เธอเลยเอาข้อมูลของเขาไปขายให้หลิงอวี่ แลกกับการได้ร่วมงาน

แต่…

“เธอจะหาใครอีกที่เป็นแบบฉันได้?”

ฮวาหวู่ไม่ลังเลเลยแม้แต่นิด “ฉันอาจจะกลับไปคุยกับคนเก่าก็ได้”

“……”

หลิงอวี่ถึงกับสะอึกไปพักนึง ก่อนจะลอกท่าทางเธอ ยกนิ้วโป้งขึ้นบ้าง

“คุณซ่งนี่รู้จักก้มหัวและยืดหยุ่น สมกับเป็นคนเก่ง”

ฮวาหวู่พยักหน้า รับคำชมแบบไม่อาย

“คนจะทำการใหญ่ ไม่เก็บเรื่องเล็กมาคิดให้รกสมองหรอกค่ะ”

หลิงอวี่หัวเราะเบา ๆ ไม่ได้มีท่าทีโกรธอะไรเลย

จริง ๆ เมื่อกี้เขาแค่หยั่งเชิงเธอเล่น ๆ เท่านั้น

ถ้าเธอตอบตกลง เขาก็จะดันเธอขึ้น แล้วคอยพาเธอไปเดินผ่านหน้าฉู่เจียงชิวเล่น ๆ

แต่ถ้าเธอไม่เอา เขาก็ไม่ฝืนอะไร

หลิงอวี่รีบเปลี่ยนเรื่อง

“ผมอยากรู้เหมือนกันนะ เรื่องของจี้หว่านเว่ย เป็นฝีมือคุณหรือเปล่า?”

เรื่องจี้หว่านเว่ยที่ถูกแฉออกมานั้น มันดูแปลก ๆ

เขาให้คนไปสืบมาแล้วว่า ถึงแม้จี้หว่านเว่ยจะเป็นคุณหนูของกลุ่มบริษัทหยินเฟิง

แต่ตอนที่เธอตัดสินใจทิ้งฉู่เจียงชิวไปเมืองนอกกับจิตรกรคนนั้น ก็ทำให้สองตระกูลมีรอยร้าว

เธอกับที่บ้านก็ไม่ได้สนิทกันมาก เพราะตระกูลจี้ก็ออกจะให้ค่าผู้ชายมากกว่า

ยิ่งมีน้องชายที่เป็นทายาทโดยตรงอีก จี้หว่านเว่ยเลยไม่ได้อยู่ในสถานะสูงส่งเหมือนที่คนภายนอกคิด

พอไม่โดดเด่นนัก ก็ไม่น่าจะมีใครอยากเล่นงานเธอ

แล้วใครล่ะที่มีความแค้นกับจี้หว่านเว่ยมากขนาดนั้น?

ถ้ามองจากสิ่งที่หลิงอวี่รู้ ซ่งมี่นี่แหละดูจะเป็นผู้ต้องสงสัยที่สุด…

“ใช่แล้วจะทำไม ไม่ใช่แล้วจะทำไม?”

ฮวาหวู่ตอบแบบกึ่งยอมรับกึ่งกวน

ในหูของหลิงอวี่ ฟังยังไงก็คือ “ใช่” แบบไม่ต้องคิดต่อ

“คุณซ่งยังชอบฉู่เจียงชิวอยู่เหรอ?”

ฮวาหวู่ทำหน้าประหลาดใจแบบสุด ๆ

“พวก CEO นี่สมองมีแค่เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ใช่ไหมเนี่ย? คิดเรื่องงานให้เยอะกว่านี้หน่อยไม่ได้เหรอคะ?”

“……”

ก็เรื่องจี้หว่านเว่ยน่ะ คนทั่วไปคิดว่าก็แค่แย่งผู้ชายไง

หรือจะบอกว่าเพื่ออนาคตการงาน?

หลิงอวี่อยากรู้จริง ๆ เลยลองถามแบบจริงจัง

“แล้วคุณซ่งทำไปเพราะอะไรล่ะ?”

ฮวาหวู่ลุกขึ้น มือขวาตบเบา ๆ ลงบนไหล่ของหลิงอวี่

ทำท่าแบบโคตรลึกลับแล้วพูดว่า

“ฉันคือแสงสว่างแห่งความถูกต้องบนโลกมนุษย์ค่ะ”

หลิงอวี่: “???”

เขานึกว่าเธอจะไปทักทายคนอื่น เลยนั่งอยู่ที่เดิม ครุ่นคิดถึงประโยคสุดท้ายที่ฟังดูเหมือนหลุดออกมาจากมังงะวัยรุ่น

แต่ปรากฏว่าเธอไม่ได้ไปคุยกับใครเลย

แต่หันซ้ายหันขวา เช็กว่าไม่มีใครสนใจตัวเอง แล้วแอบย่องหนีออกจากงานไปทันที!

งานแบบนี้ใคร ๆ ก็อยากสร้างคอนเนกชัน หาคนรู้จัก

แต่เธอกลับหนีหน้าดื้อ ๆ …

ยังอยากจะดังอยู่ไหมเนี่ย?

หลิงอวี่ขำออกมา รู้สึกว่ายิ่งน่าสนใจเข้าไปใหญ่

เลยลุกตามเธอออกมา

“คุณซ่ง” เขาเรียกไว้ “จะกลับเลยเหรอ?”

เขามองเห็นชัดเลยว่า สีหน้าของเธอเหมือนเจอผี

แต่ก็เปลี่ยนเป็นนิ่งเร็วมาก

“แค่ออกมาสูดอากาศน่ะค่ะ”

หลิงอวี่ไม่พูดมาก แต่เข้าใจ

“ข้างในน่าเบื่อจริง ๆ งั้นให้ผมไปส่งไหม?”

ฮวาหวู่มองเขาด้วยสายตาระแวง

“ยังไม่เลิกล้มความพยายามอีกเหรอคะ?”

ไม่รู้ทำไม หลิงอวี่เข้าใจได้ทันทีว่าเธอไม่ได้หมายถึงว่าเขาจีบเธอ

แต่เธอเข้าใจว่าเขา “ยังอยากจะได้อะไรจากเธออยู่อีกเหรอ”

“คุณซ่ง เราเป็นเพื่อนกันก็ได้” หลิงอวี่พูด

ฮวาหวู่กวาดตามองเขาขึ้น ๆ ลง ๆ

เหมือนกำลังประเมินว่าเขาพอจะคู่ควรกับการเป็น ‘เพื่อน’ ของเธอไหม

หลิงอวี่ไม่ค่อยเจอคนมองเขาแบบนี้บ่อย ๆ เลยรู้สึกว่ามันแปลกดี และเธอก็ไม่กลัวเขาเลยสักนิด

ผ่านไปสักพัก เขาก็ได้ยินเธอพูดอย่างจริงใจว่า

“ฉันไม่ค่อยชอบคบเพื่อนเท่าไหร่”

(จบบท)

จบบทที่ โลกที่ 1: ถูกบังคับให้เป็นดาราตัวท็อป 15-16

คัดลอกลิงก์แล้ว