เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

โลกที่ 1: ถูกบังคับให้เป็นดาราตัวท็อป 11-12

โลกที่ 1: ถูกบังคับให้เป็นดาราตัวท็อป 11-12

โลกที่ 1: ถูกบังคับให้เป็นดาราตัวท็อป 11-12


โลกที่ 1: ถูกบังคับให้เป็นดาราตัวท็อป (11)

ช่วงนี้ความสัมพันธ์ระหว่างฉู่เจียงชิวกับจี้หว่านเว่ยกำลังไปได้สวย แต่ลึก ๆ ในใจเขาก็ยังอดนึกถึงซ่งมี่ไม่ได้

เขาเคยคิดไว้ว่า หลังเรื่องครั้งก่อน เธอน่าจะกลับมาขอร้องเขาแน่

ใครจะไปรู้ว่าเรื่องมันจะจบแบบนั้น…

แถมไม่ใช่แค่จบเฉย ๆ ยังพาให้ค่าตัวของเธอพุ่งขึ้นเป็นเท่าตัวอีก

เพราะมีจี้หว่านเว่ยเข้ามา เขาก็เลยไม่ค่อยมีเวลามาสนใจว่าเธอเป็นยังไง กำลังทำอะไรอยู่

แต่พอเวลาผ่านไปนานเข้า เขาก็เริ่มห้ามใจไม่ให้คิดถึงเธอไม่ไหวแล้ว...

“ท่านฉู่...” ผู้ช่วยเหลียงวิ่งมาด้วยท่าทีรีบร้อน วางแท็บเล็ตลงตรงหน้าเขา “ท่านได้เห็นอันนี้รึยังครับ”

บนหน้าจอแท็บเล็ต เป็นคลิปวิดีโอคลิปหนึ่ง

ในวิดีโอคือจี้หว่านเว่ยกำลังถูกนักข่าวรุมล้อมเต็มไปหมด

“เกิดอะไรขึ้น?”

ผู้ช่วยเหลียงรีบเปิดอีกบทความขึ้นมา เป็นข่าวเกี่ยวกับเขากับจี้หว่านเว่ยนั่นแหละ

ตอนต้นบทความยังเขียนออกมาดูดีอยู่เลย บอกว่าทั้งสองคนเหมาะสมกัน ทั้งฐานะ หน้าตา เรียกได้ว่าเป็นคู่รักในฝัน

แต่พออ่านไปถึงกลาง ๆ เรื่อง กลับเริ่มเปลี่ยนโทนทันที

บอกว่าจี้หว่านเว่ยเคยทิ้งฉู่เจียงชิวเพื่อไปตามศิลปินคนหนึ่งถึงต่างประเทศ ถึงขั้นทะเลาะกับครอบครัว พอแม่ป่วยหนักก็ยังไม่กลับมาเยี่ยม

ผลสุดท้าย ศิลปินคนนั้นก็ไม่ได้มีพรสวรรค์อะไรจริงเลย ทั้งนิสัยก็แย่ สุดท้ายก็ไปไม่รอดที่ต่างประเทศ

พอเห็นว่าสถานการณ์ไม่ดี จี้หว่านเว่ยก็เลยกลับมาจีบฉู่เจียงชิวใหม่

ส่วนฉู่เจียงชิวก็ไม่คิดเล็กคิดน้อย พร้อมให้อภัยและยังรักจี้หว่านเว่ยอยู่เหมือนเดิม ยอมทุ่มเทดูแลเธอเต็มที่

ตอนท้ายของบทความยังเขียนชมเขาด้วยนะ บอกว่าเขาเป็นคนใจกว้าง เป็นนิยามของ “รักแท้” เลยทีเดียว

อ่านแล้วเหมือนจะชม แต่ใครอ่านก็รู้ว่ามันจิกกัดทั้งนั้น

แม้จี้หว่านเว่ยกับฉู่เจียงชิวจะไม่ได้อยู่ในวงการบันเทิง แต่ก็ไม่ใช่คนโนเนม พอมาเจอกับสำนวนประชดประชันแบบนี้

บทความก็เลยกลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียลทันที

[เอาจริงดิ? ยังจะกลับมาคบกันอีกเหรอ?]

[ไม่คิดเลยว่าความรักของคนรวยจะ...เร้าใจขนาดนี้]

[ดูท่าว่าทุกชนชั้นก็มีปัญหารัก ๆ ใคร่ ๆ เหมือนกันนะ ฉู่เจียงชิวนี่รักจริงหวังแต่งเลย เสียดายแฮะ…]

[ไปดูประวัติของศิลปินคนนั้นมา ก็ธรรมดามากอะ ไม่จบจากโรงเรียนดังเลย แค่หน้าตาดีหน่อยเองเหรอ ถึงได้ผ่านเกณฑ์สายตาคุณหนุ?]

[ฉันรู้จักคนนี้นะ อะไรนะอัจฉริยะศิลปิน บ้าไปละ สมัยอยู่โรงเรียนก็เจ้าชู้สุด ๆ เปลี่ยนแฟนเหมือนเปลี่ยนเสื้ออะ อยู่ดี ๆ ก็ไปต่างประเทศ เราก็สงสัยว่าไปได้ไง ที่แท้ก็มีสปอนเซอร์นี่เอง…]

ตอนที่ฮวาหวู่กำลังพักกองถ่ายซีรีส์เรื่องใหม่ ก็บังเอิญเห็นกระแสข่าวนี้พอดี

แล้วก็ได้เห็นรูปล่าสุดของจี้หว่านเว่ยเข้าเสียที

ตอนนี้มีคนออกมาเมาท์เยอะเลย แถมหลายคนก็เคยมีปฏิสัมพันธ์กับจี้หว่านเว่ย

บางคนถึงขั้นบอกว่า ตอนอยู่ต่างประเทศ จี้หว่านเว่ยเคยท้องแล้วแท้งด้วย

จะท้องไม่ท้อง มันก็เป็นสิทธิของจี้หว่านเว่ยในฐานะผู้ใหญ่คนหนึ่ง

แต่ข่าวนี้พอหลุดมาถึงฉู่เจียงชิวแล้ว คงแทงใจเขาไม่น้อย

พอคิดว่าพ่อหมูตัวโตนั่นคงนอนไม่หลับ ฮวาหวู่ก็รู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันที งานที่ทำอยู่ก็ดูสนุกขึ้นเป็นกองเลย

【คนสวย ทำงี้ไม่กลัวโดนฟ้องเหรอ?】

เมี่ยงเมิ่ง ที่ทำงานตามอารมณ์โผล่มาทักแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

ฮวาหวู่ตอบทันควัน “ฟ้องอะไร? ฉันก็แค่พูดเรื่องจริงมั้ย?”

【...ก็เธอเป็นนางเอกนะ】

เมี่ยงเมิ่งเงียบไปแป๊บนึง เสียงหุ่นยนต์น่ารักฟังดูงง ๆ

【พระเอกลำบากอยู่นะ ทำไมเธอดี๊ด๊าได้ขนาดนี้อะ? ก็ไม่มีโบนัสซะหน่อย】

ฮวาหวู่ “…”

ยังไม่ค่อยชินกับการเปลี่ยนบทอยู่ดี

เธอคิด ๆ แล้วก็หาข้ออ้างให้ตัวเองว่า “นางเอกไม่เอาพระเอกแล้วนี่ ฉันก็ช่วยเธอแฉให้หน่อย ถือว่าเป็นของแถมละกัน”

【…】

เมี่ยงเมิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ยอมแพ้ตามใจเธอไป

【โอเค งั้นก็ได้】

“พี่ซ่งมี่ ซีนต่อไปเตรียมพร้อมแล้วค่า!” มีคนตะโกนเรียกฮวาหวู่ให้ไปเข้าฉาก

“มาแล้ว~”

จริง ๆ แล้วฝีมือการแสดงของซ่งมี่ถือว่ามีแววอยู่นะ แต่ที่ผ่านมาเธอเจอบทแปลก ๆ หรือไม่ก็คอสตูมหลุดโลก

สุดท้ายซีรีส์ก็แป้กซะจนแม้แต่ยายยังจำเรื่องไม่ได้

เธอเคยขัดใจบริษัท แถมยังปฏิเสธความช่วยเหลือจากพระเอกอีก

อยากจะดังขึ้นมา มันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอก…

ตอนนี้เฟิงลี่เริ่มมองออกว่าเธอมีแววจะกลายเป็นตู้เอทีเอ็มได้แล้ว บทละครที่ส่งมาให้เลือกก็เลยดูมีสาระขึ้นเยอะ

ถึงจะยังเป็นแค่ตัวประกอบก็เถอะ แต่ก็มีคาแรกเตอร์ มีจุดที่ทำให้คนจำได้

ฮวาหวู่เองก็มั่นใจในฝีมือการแสดงของตัวเองอยู่แล้ว…

“คัทๆๆ! ซ่งมี่ เธอเล่นอะไรของเธอเนี่ย!”

เสียงผู้กำกับตะโกนลั่น “ตอนนี้เธอต้องทำให้คนดูรู้สึกว่าเธอน่าสงสัย! ต้องทำให้คนอยากจับตาเธอ ไม่ใช่แสดงซะเหมือนคนโรคจิต…”

ฮวาหวู่ยังไม่ทันจะพูดอะไร

“คิดอะไรอยู่ล่ะ! ฉันอยากให้เธอคิดเหรอ!”

ผู้กำกับใส่ยาวเป็นชุด “อีกที!”

ฮวาหวู่: “…”

เจอขัดขวางการทำมาหากินแบบนี้ ฮวาหวู่เลยเดินคอตกกลับโรงแรมพร้อมแก้วน้ำเก็บความร้อนในมือ

ช่วงนี้พอมีเวลาว่าง ก็ได้ยินคนพูดถึงข่าวของจี้หว่านเว่ยกับฉู่เจียงชิวอยู่เรื่อย ๆ

จี้หว่านเว่ยเองก็ไม่ได้ออกมาตอบโต้ข่าวอะไรเลย

แต่ฝั่งอดีตสามีของเธอนี่สิ ถูกขุดประวัติเยอะมาก — ใช่แล้ว อดีตสามี เพราะทั้งคู่จดทะเบียนกันตอนอยู่ต่างประเทศ

หลังจากจี้หว่านเว่ยทะลุมิติมา ก็รีบไปหย่าเลยทันที

แต่สุดท้ายก็ยังไม่รอดโดนแฉอยู่ดี ตอนแต่งงานกันใหม่ ๆ ยังอยู่ในช่วงหวานจนถึงกับเชิญเพื่อนฝรั่งมาเป็นพยานรักกันเพียบ

แต่จริง ๆ แล้วจี้หว่านเว่ยก็แค่ตัวละครที่มีไว้เพื่อพัฒนาเรื่องราวของคู่พระ-นาง

ด้วยบทบาทแบบนั้น แน่นอนว่ามันต้องมีรูรั่วให้โจมตีได้เยอะ อาจจะเพราะนี่คือ “ด่านฝึกหัด” ของเธอ บัคเลยเพียบ

สำหรับคนที่มักจะโดนเหยียบเป็นบันไดแบบฮวาหวู่น่ะ เธอเข้าใจดีเลยล่ะว่าเรื่องพวกนี้เล่นยังไง

ตอนนี้ชีวิตของจี้หว่านเว่ยกับฉู่เจียงชิวน่าจะสนุกมากแน่ ๆ

แต่ฮวาหวู่คิดว่า… ยังมีอะไรให้ใส่เพิ่มเข้าไปได้อีก!

ฮวาหวู่เรียกระบบในใจขึ้นมา

【มีอะไร?】

“…อะไรคือท่าทีแบบนี้อะ?” ฮวาหวู่กลอกตา “เธอไม่ใช่ระบบที่มาช่วยฉันเหรอ?”

【……】

เมี่ยงเมิ่งรีบเปลี่ยนโหมดเป็นแอร์โฮสเตสทันที

【คนสวย มีอะไรให้ช่วยคะ~】

“มีเบอร์อดีตสามีของจี้หว่านเว่ยมั้ย?”

【???】

【คุณจะทำอะไรอะ?】

“ฉันคิดว่า… จะชวนอดีตสามีมาแสดงด้วยน่ะ”

ฮวาหวู่ตาเป็นประกาย “จะได้กลายเป็นเรื่องราวรักสามเส้าที่หอมหวาน!”

【……】

เมี่ยงเมิ่งเงียบไปนานมาก นานจนฮวาหวู่เริ่มคิดว่ามันหนีงานอีกแล้ว

แล้วมันก็พูดขึ้นมา

【เธอยังไม่เคยเจอจี้หว่านเว่ยด้วยซ้ำ แต่เล่นเธอเขาซะเละขนาดนี้ มันโอเคเหรอ?】

“แฉคนต้องนัดเจอหน้าก่อนเหรอ?”

【ต้องมีพิธีรีตอง!】

“ขอแค่ทำงานสำเร็จก็พอ แกจะมายุ่งอะไรด้วยนักหนา”

ฮวาหวู่เริ่มหงุดหงิด “ตกลงมีเบอร์มั้ย?”

【ไม่มี】

พูดจบ ระบบก็เงียบหายไปเลยเหมือนวิญญาณออกจากร่าง

ฮวาหวู่: “…”

โคตรซวย!

ระบบไม่ช่วยอะไรเลย แบบนี้ก็ต้องหาทางเองแล้วสิ

ยังไม่ทันได้เริ่มสืบหาเบอร์อดีตสามีของจี้หว่านเว่ย เฟิงลี่ก็ส่งที่อยู่มาให้เธอหนึ่งชุด

บอกให้เธอไปงานเลี้ยงที่นั่น

ฮวาหวู่ตอบกลับทันทีแบบไม่ต้องคิดว่า

“อีกแล้วเหรอ? จะให้ฉันไปเป็นเด็กนั่งดริ้งค์อีกล่ะสิ?”

เฟิงลี่: “……”

นี่จะไม่ยอมให้เรื่อง ‘เด็กนั่งดริ้งค์’ จบใช่ไหม?

งานที่คนอื่นมองว่าเป็นโอกาส เธอกลับคิดว่าเป็นวงเหล้าอีกแล้ว!

…………………………………………………………………………………………………………………………….

โลกที่ 1: ถูกบังคับให้เป็นดาราตัวท็อป (12)

“ท่านฉู่ครับ เรื่องของคุณกับคุณหนูจี้…”

นี่เป็นรอบที่สามของวันนี้แล้วที่ฉู่เจียงชิวโดนคนเมาท์เรื่องนี้เข้าให้ ช่วงนี้เขาโดนซุบซิบไม่หยุด บางทียังได้ยินเสียงพนักงานแอบพูดกันว่าตัวเขาเป็นแค่ ‘คนเก็บเศษซาก’

ฝั่งจี้หว่านเว่ยนั่นก็ยิ่งทำให้เขาปวดหัวกว่าอีก

ช่วงที่เธออยู่ต่างประเทศหลายปี เขาตั้งใจตัดขาดข่าวสารเกี่ยวกับเธอไปหมด ก็เลยไม่รู้ว่าเธอไปเจออะไรมาบ้าง

พอเธอกลับมา เขาเคยหยิบเรื่องเก่าขึ้นมาพูดอยู่สองครั้ง แต่เธอก็เบี่ยงประเด็นไปหมดเลย

ใครจะคิดล่ะ ว่าจู่ ๆ เรื่องจะถูกแฉออกมาขนาดนี้…

ถึงข่าวพวกนี้จะไม่ได้แรงเท่าของดาราดัง ๆ คนทั่วไปอาจไม่รู้ แต่ในแวดวงเขานี่แพร่ไปไวมาก

ผ่านมาไม่กี่วัน ข่าวบนเน็ตก็เงียบแล้ว

แต่ในวงสังคมของเขา มันกระจายไปทั่วจนเขาแทบกลายเป็นตัวตลก

“หืม… นั่นคุณหนูจี้รึเปล่า?”

จู่ ๆ ก็มีคนมองไปที่ทางเข้าแล้วส่งเสียงขึ้นมาอย่างประหลาดใจ คงไม่คิดว่าเธอจะยังมีอารมณ์มางานสังสรรค์แบบนี้

ฉู่เจียงชิวเงยหน้าขึ้นมองตามสายตานั้น แล้วก็จำได้ทันทีว่า…

ไม่ใช่จี้หว่านเว่ย

แต่เป็น ซ่งมี่

“ไม่ใช่นี่นา… ทำไมหน้าเหมือนกันขนาดนั้น ตระกูลจี้ก็ไม่ได้มีลูกสาวอีกคนไม่ใช่เหรอ… หรือว่าจะเป็นลูกนอกสมรส?”

“ไม่มีทางหรอก คนตระกูลจี้รักกันจะตาย จะไปมีลูกลับ ๆ ได้ไง”

บางคนไม่รู้จักซ่งมี่

แต่บางคนจำได้

ก็แหม…ก่อนหน้านี้ฉู่เจียงชิวเคยพาเธอไปแนะนำให้คนรู้จักอยู่หลายคนเลยนี่นา

“เจียงชิว นายชวนเธอมาเหรอ?”

ผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกลิ่นน้ำหอมฉุน ๆ และไวน์แดงในมือ

ฉู่เจียงชิวเสียงแข็ง “ไม่ใช่”

“พวกนายทะเลาะกัน?” อีกฝ่ายยิ้ม “ก็ไม่แปลกหรอก พอจี้หว่านเว่ยกลับมา นายก็ไม่มีเวลาสนใจเธอแล้วนี่นา แต่เธอก็ใช่ย่อยนะ เรื่องคราวก่อนนั่นแทนที่จะแพ้ราบคาบ เธอกลับพลิกเกมซะได้ ฉันว่าเธอไม่ธรรมดาจริง ๆ …”

ฮวาหวู่ก็ตามเฟิงลี่มา “เจอหน้า”…ไม่ใช่สิ “สร้างคอนเนคชั่น”

เจอคนนั้นที คนนี้ที เรียกแต่ “ท่านรอง ท่านประธาน” ปากเธอนี่แทบจะพ่นควันออกมาแล้ว

บางคนก็…

“ผมเคยดูรายการของคุณซ่งมี่เหมือนกันนะ”

ชายแก่หัวล้านที่หน้ากลมเป็นลูกบอล ยิ้มแฉ่งอย่างมีเลศนัย “ดูเป็นคนที่น่าสนใจดีนะ~”

“ไม่คิดเลยว่าท่านโจวจะสนใจรายการเล็ก ๆ ของเราด้วย”

เฟิงลี่หยิกฮวาหวู่เบา ๆ

“ยังไม่รีบชนแก้วกับท่านโจวอีก? ขอฝากตัวด้วย”

ฮวาหวู่ขยับริมฝีปากเบา ๆ

แต่เฟิงลี่ไม่รอให้เธอพูดประโยคว่า “ฉันมาเป็นเด็กนั่งดริ้งค์เหรอ” ได้จบหรอก

กระซิบเสียงต่ำทันที “ก็แค่ทำตามพิธีน่ะ อย่าไปสร้างศัตรูเลย ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยง”

วันนี้เฟิงลี่พาเธอมางาน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะให้เธอมานั่งเป็นสาวเชียร์เหล้า

แค่ให้มาเปิดตัว ทำความรู้จักกับคนในวงการ ขยายคอนเนกชั่นบ้างก็พอ

ฮวาหวู่เลยยกแก้วไปชน

“ขอฝากตัวด้วยค่ะ ท่านโจว”

“ด้วยความยินดี”

ท่านโจวมองเธออย่างชัดเจนไม่ปิดบัง “สาวสวยแบบคุณซ่งมี่ แน่นอนว่าต้องดูแลเป็นพิเศษอยู่แล้วล่ะ ถ้ามีโอกาสก็อยากจะได้คุยกันแบบส่วนตัวมากกว่านี้หน่อยนะ…”

ฮวาหวู่ไม่รู้คิดอะไรขึ้นมา แต่จู่ ๆ ก็ยิ้มออก

“ฉันมีท่าไม้ตายอยู่อย่างนึงนะคะ~”

“โอ๊ะ?”

ท่านโจวดูจะสนใจมากขึ้นอีก “ท่าอะไรล่ะ?”

เฟิงลี่เห็นรอยยิ้มแบบ “แอบโรคจิต” ของเธอแล้ว ขมวดคิ้วทันที รีบแทรกเข้ามาคุยกับท่านโจวสองสามประโยค แล้วก็ลากตัวฮวาหวู่ออกมาทันที

ตอนเดินผ่านท่านโจว ฮวาหวู่จู่ ๆ ก็โน้มหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ ๆ แค่สองคำ

ท่านโจวตัวแข็งทันที

ในหัวผุดขึ้นมาทันทีถึงข่าวใหญ่ที่เคยดังระเบิด ‘นางเอกสาวฆ่ากลับโจร’ — หกคำนี้ลอยขึ้นมาเต็มหัว

อยู่ดี ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนข้างหูเย็นยะเยือก เหมือนถูกงูพิษเลื้อยผ่าน

พอได้พักเบรกกลางงานเสียที ฮวาหวู่รีบสลัดเฟิงลี่แล้วหยิบไวน์มาหนึ่งแก้ว

แต่ยังไม่ทันได้ดื่มสักอึก แก้วก็ถูกคนแย่งไปแล้ว

เธอมองตามไป แล้วก็เห็นหน้าเข้ม ๆ ของพระเอกที่ตอนนี้ดูมืดมนสุด ๆ

เธอมองเขานิ่ง ๆ อยู่ไม่กี่วิ ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา

ดูจากหน้าแล้ว ฉู่เจียงชิวน่าจะสภาพแย่น่าดูเลย

ฉู่เจียงชิวยิ่งหน้าเข้มกว่าเดิม พอเห็นว่ายังไม่มีใครสังเกต เขาก้พุ่งตัวมาคว้ามือเธอแล้วลากไปทางห้องพักทันที

“ตามฉันมา”

ฮวาหวู่ยังไม่ทันตั้งตัว ก็ถูกเขาลากพาเข้าไปในทางเดินซะแล้ว

ฮวาหวู่สะบัดมือออกทันที “ท่านฉู่คะ จะจับจะฉุดอะไรนักหนา รู้จักคำว่า ‘ให้เกียรติ’ ไหม?”

ฉู่เจียงชิว: “???”

ฉู่เจียงชิวกลั้นใจ “เธอยังจำสัญญาระหว่างเราสองคนได้ไหม?”

“สัญญา…” ฮวาหวู่ชะงักนิดนึง คือเธอลืมไปแล้วจริง ๆ

สมัยก่อนทำงานนี่ใครจะไปแคร์สัญญาอะ บอกยกเลิกก็ยกเลิก เรื่องธรรมดามาก

แต่เดี๋ยวนะ…

จู่ ๆ เธอก็เหมือนมีแสงสว่างวาบขึ้นในหัว

“ท่านฉู่คะ สัญญาที่เราทำกันนั่น…มันผิดกฎหมายใช่มั้ย?”

ฉู่เจียงชิว: “……”

ฮวาหวู่พูดต่อหน้าตาเฉย “สัญญาผิดกฎหมาย มันก็ถือว่าเป็นโมฆะไงคะ”

ฉู่เจียงชิว: “……”

เขาอึ้งไปเลยกับสองประโยคนี้ของเธอ

ใครจะไปคิดว่าเธอจะมาเถียงเรื่อง ‘ความถูกต้องตามกฎหมาย’ กับเขาเนี่ย? มันเหมือนผิดขั้นตอนอะไรบางอย่างอยู่นะ…

แต่เขาก็พยายามกลบความรู้สึกแปลก ๆ ลง แล้วแค่นเสียงเย็น “ซ่งมี่…เธอคงไม่คิดใช่ไหม ว่าฉันไม่มีวิธีทำให้เธอรู้จักคำว่า ‘ความจริง’?”

เรื่องสัญญาถูกหรือผิดกฎหมาย มันไม่สำคัญหรอก

“จะทำอะไรคะ? แบนฉันเหรอ?”

“ก็แค่ให้รู้ตัวไว้ ว่าอยากจะอยู่ในวงการนี้ต่อ ก็ควรรู้จักเชื่อฟังบ้าง”

ฉู่เจียงชิวพูดด้วยความมั่นใจในอำนาจตัวเองสุด ๆ สำหรับเขา การแบนดาราตัวเล็ก ๆ แค่พูดคำเดียวก็พอ

ฮวาหวู่ยิ้มเยาะทันที “อ้าว ท่านก็มีคุณหนูจี้อยู่แล้วนี่ จะมายุ่งกับฉันทำไมอีก? หรือว่านี่คิดจะคบซ้อนเหรอ?”

ประโยคนี้แหละ พอเข้าหูฉู่เจียงชิว เขาก็รีบตีความทันทีว่า…

‘อ๋อ… เธอกำลังหึง’

ยิ่งเขาคิดแบบนั้น ก็ยิ่งมั่นใจว่าเข้าใจความรู้สึกของเธอหมดแล้ว

“ซ่งมี่ ไปคุยกันที่อื่นดีกว่า”

ฮวาหวู่ทำหน้าครุ่นคิด ก่อนพูดขึ้นว่า “ท่านฉู่คะ ที่ท่านทำแบบนี้กับฉันเนี่ย…หรือว่า…ไม่ได้รักคุณหนูจี้แล้ว แต่กลับมาชอบฉันแทน?”

สีหน้าของฉู่เจียงชิวเกือบคุมไม่อยู่แล้ว

“ฉันจะไปชอบเธอเนี่ยนะ?”

ฮวาหวู่หันมาทำหน้าเคร่งขรึม “ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ชอบท่าน หวังว่าท่านจะไม่ตามตื๊อฉันอีก”

พูดจบ เธอก็หมุนตัววิ่งหนีเข้าข้างในทันที ไม่ปล่อยให้เขามีโอกาสพูดอะไรเลย

“ซ่ง…”

“เจียงชิว?”

ฉู่เจียงชิวหันขวับไป ก็เห็นจี้หว่านเว่ยยืนอยู่ไม่ไกล

วันนี้เธอแต่งตัวเนี้ยบ หน้าตาก็ไม่ได้ดูโทรมอะไรนัก

และจากท่าทาง สีหน้าเธอ…คงได้ยินประโยคปฏิเสธของฮวาหวู่เข้าเต็ม ๆ

“……”

ฉู่เจียงชิวรู้ทันที — ฮวาหวู่นี่ตั้งใจแน่นอน

จี้หว่านเว่ยไม่ได้เจอฉู่เจียงชิวมาหลายวัน รู้สึกไม่สบายใจอยู่ลึก ๆ ก็เลยไปสืบมาว่าเขาจะมางานนี้ เลยตามมาหาเขา

แต่ใครจะคิดว่าจะมาเจอฉากเด็ดเข้าให้แบบนี้…

ในใจเธอเริ่มสั่นคลอน

หรือว่า… ฉู่เจียงชิวจะชอบซ่งมี่เข้าแล้วจริง ๆ?

เธอไม่รู้จะรับมือยังไง

จะทะเลาะกันให้มันรู้เรื่องไปเลยดีไหม?

…ไม่

ถ้าทำแบบนั้น ก็ยิ่งจะทำให้เขาย้อนนึกถึงปัญหาทั้งหมดที่ผ่านมาอีก

มีแต่จะแย่ลงกว่าเดิม

เพราะงั้น…

จี้หว่านเว่ยคิดได้ทันที เธอมองฉู่เจียงชิว น้ำในตาก็ค่อย ๆ คลอขึ้นมา

แต่ไม่ได้พูดอะไรเลย หมุนตัวแล้ววิ่งออกไปทันที

ฉู่เจียงชิวขมวดคิ้ว เดินตามเธอไปแค่ไม่กี่ก้าวก่อนจะหยุดลง

จี้หว่านเว่ยยืนรออยู่ตรงหัวมุม เพราะเธอมั่นใจว่าเขาจะต้องตามมา

แล้วเธอค่อยอธิบายเรื่องของเธอกับศิลปินคนนั้นอีกที

แต่ใครจะคิดล่ะว่า… ฉู่เจียงชิวไม่ตามมา

จี้หว่านเว่ยยืนรอจนแน่ใจว่าเขาไม่ได้ตามมาแน่นอน

สีหน้าเธอก็เปลี่ยนเป็นมืดครึ้มทันที

(จบบท)

จบบทที่ โลกที่ 1: ถูกบังคับให้เป็นดาราตัวท็อป 11-12

คัดลอกลิงก์แล้ว