- หน้าแรก
- แฟ้มคดีอาชญากรรม เทพกระหายเลือด
- 43 - คดีฆาตกรรมจากฟากฟ้า บทที่ 19
43 - คดีฆาตกรรมจากฟากฟ้า บทที่ 19
43 - คดีฆาตกรรมจากฟากฟ้า บทที่ 19
43 - คดีฆาตกรรมจากฟากฟ้า บทที่ 19
“ซื้อจากที่ไหน?”
ฟ่านเหยียนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ
“ภรรยาผมเอามาจากบ้านแม่ของเธอ จะซื้อมาจากที่ไหนผมก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“ทั้งหมดที่ได้มา มีมากแค่ไหน?”
ฟ่านเหยียนยื่นมือออกมา ใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งทำเป็นวงกลม
“ประมาณเท่านี้ ไม่มาก สองก้อน”
“คุณก็ใช้ไปบ้าง แล้วเฟิงเจิ้นหยางมาขอคุณไปเท่าไหร่?”
“ไม่มาก เพราะอาการบาดเจ็บผมไม่ได้รุนแรงอะไร ใช้แค่สองครั้งก็รู้สึกยุ่งยาก เลยเลิกใช้ ที่เหลือก็ให้เขาไปหมดเลย”
“เขาบอกหรือเปล่าว่าจะเอาไปทำอะไร?”
ฟ่านเหยียนพยักหน้า
“บอกสิ เขาบอกว่าพ่อตาของเขาพลัดตกพื้นจนข้อเท้าพลิก บวมไปทั้งแถบ”
พ่อตาของเฟิงเจิ้นหยางก็คือเจียงต้าห่าย ชายชราที่เคยยึดครองพื้นที่สาธารณะในสวนเล็ก ๆ และเคยกล่าวหาว่าเหอเว่ยขโมยมะเขือเทศ
เมื่อย้อนนึกถึงภาพที่เขายืนชี้จมูกตนเองแล้วตะโกนขอหมายเลขประจำตัวตำรวจนั้น... ข้อเท้าพลิกอะไรกัน? นั่นมันสมองพลิกต่างหากถึงจะถูก
เหอเว่ยจ้องมองฟ่านเหยียนก่อนเอ่ยอย่างช้า ๆ
“คุณรู้ไหมว่า ‘หม่าเฉียนจื่อ’ มีพิษ?”
ฟ่านเหยียนอ้าปากค้างด้วยสีหน้าตกใจ
“…มี...มีพิษ?”
“อืม”
“ผม...ผมไม่รู้เลย ผมไม่ได้ศึกษาเรื่องพวกนี้ ภรรยาผมเอามาให้แล้วบอกว่าบดเป็นผงใช้ทาภายนอกได้ ผมก็แค่ทำตามเท่านั้น
คุณตำรวจครับที่ว่า...มีพิษหมายความว่าอย่างไร?”
พลางก้มลงมองข้อเท้าที่บาดเจ็บ ตรวจดูซ้ายทีขวาที ราวกับกลัวว่ามันจะมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น
เหอเว่ยเตือนขึ้น
“หม่าเฉียนจื่อจะออกฤทธิ์เป็นพิษได้ ต้องอยู่ในเงื่อนไขบางประการ”
“เงื่อนไขอะไรหรือ?”
“คุณได้กินเข้าไปไหม?”
ฟ่านเหยียนรีบส่ายหน้า
“แม่ยายของผมไม่ได้บอกให้กิน เธอบอกแค่ให้ทาภายนอกเท่านั้น”
“จำได้ไหมว่าให้หม่าเฉียนจื่อกับเฟิงเจิ้นหยางไปเมื่อไหร่?”
“เมื่อไม่กี่วันก่อน แต่วันที่แน่นอนผมจำไม่ได้แล้ว
แต่ไม่ต้องห่วง ผมกลัวว่าเขาจะใช้ไม่เป็น ก็เลยส่งวิธีใช้อย่างละเอียดไปทางวีแชต ข้อความสนทนายังอยู่”
เหอเว่ยพยักหน้า ก่อนหันไปมองเฉินเจ๋อหยางที่อยู่ข้างกาย
เฉินเจ๋อหยางรีบพิมพ์บันทึกที่ทำไว้ออกมาแล้วยื่นให้ฟ่านเหยียนตรวจดู
“ตรวจสอบความถูกต้อง หากไม่มีปัญหา ก็ลงชื่อได้เลย”
เหอเว่ยเสริมขึ้น
“และมือถือของคุณ เราต้องขอตรวจสอบข้อความสนทนา จะคืนให้ภายในหนึ่งชั่วโมง”
ฟ่านเหยียนก้มดูเอกสารครู่หนึ่งก่อนลงนาม
ความรู้สึกตั้งแต่ที่เจอคุณไป๋ที่สนามบาสฯ จนถึงตอนนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างมันช่างชวนให้งงงวยยิ่งนัก
“คุณตำรวจครับ เกิดเรื่องอะไรขึ้นครับ?”
เหอเว่ยลุกขึ้นยืน
“ก็มีบางอย่างเกิดขึ้นจริง เพียงแต่ประเด็นที่เราสนใจคือเฟิงเจิ้นหยาง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับคุณและครอบครัวของคุณในตอนนี้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลไปนัก แค่ให้ความร่วมมือ บอกทุกอย่างที่คุณรู้ก็พอ”
ฟ่านเหยียนนั่งอยู่ในห้องสอบสวนที่ว่างเปล่า ก้มหน้าแน่นิ่ง ในใจเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย
เขาเป็นคนที่ให้หม่าเฉียนจื่อกับเฟิงเจิ้นหยาง แต่ตำรวจบอกว่าหม่าเฉียนจื่อมีพิษ
เฟิงเจิ้นหยางจะเอาสิ่งที่เขาให้ไปทำเรื่องชั่วร้ายหรือไม่?
สิบห้านาทีต่อมา เฉินเจ๋อหยางเดินมาหาเหอเว่ย พร้อมกับยื่นบันทึกข้อความจากแอปวีแชตที่เพิ่งพิมพ์ออกมา
“หัวหน้าหว่าง นี่คือข้อความสนทนาที่ฟ่านเหยียนพูดถึง แม้จะไม่ได้ระบุคำว่าหม่าเฉียนจื่อชัดเจน แต่เขาอธิบายแหล่งที่มา วิธีใช้ไว้ครบถ้วน แถมยังแนบรูปภาพหนึ่งรูปอีกด้วย
กลับกัน เฟิงเจิ้นหยางดูจะมีพิรุธ ตอบด้วยคำกํากวม เช่น อืม รับทราบ รู้แล้ว ขอบคุณ หรือไม่ก็ใช้เพียงอีโมติคอนแบบขอไปที”
เหอเว่ยมองรูปภาพสีที่พิมพ์ลงบนกระดาษขาว เป็นภาพแนะนำการใช้หม่าเฉียนจื่อที่ผ่านการคั่วแล้วบดละเอียด
เมื่อเติมน้ำอุ่นในปริมาณเล็กน้อยแล้วคนให้เข้ากัน จะได้เนื้อครีมสำหรับใช้ทาภายนอก
ด้านข้างยังมีคำแนะนำปริมาณและจำนวนครั้งในการใช้ เรียกได้ว่าทำออกมาอย่างละเอียดและตั้งใจ
เหอเว่ยกลับเข้าไปในห้องสอบสวน ขณะยื่นโทรศัพท์คืนให้ฟ่านเหยียน เขาก็วางภาพสีลงบนโต๊ะพร้อมถาม
“ภาพแนะนำวิธีใช้นี้ คุณทำเองหรือไม่?”
“ไม่ใช่ครับ ผมทำไม่ได้ละเอียดถึงขนาดนั้นหรอก เป็นแม่ยายผมที่บอกสูตรให้ภรรยาผมฟัง แล้วภรรยาผมทำภาพนี้ขึ้นมาเอง เพราะอยากให้ดูสะดวกและสวยงาม หลังจากนั้นผมก็กลัวว่าเฟิงเจิ้นหยางจะใช้ไม่เป็น จึงส่งต่อไปให้เขา”
“เอาล่ะ ผมเข้าใจแล้ว” เหอเว่ยยื่นมือออกไปจับมือกับฟ่านเหยียน
“ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ”
หลังส่งฟ่านเหยียนออกไป เหอเว่ยก็เร่งเดินกลับสำนักงานของตน
เมื่อเปิดประตูเข้าไป ก็พบไป๋จี้อันนั่งอยู่บนโซฟาหนังสีดำที่เขาใช้สำหรับพักผ่อน
ในมือของอีกฝ่ายถือหนังสือเล่มหนึ่งที่เหอเว่ยเคยซื้อมาแต่ไม่เคยแตะต้อง
เนื้อหาข้างในเขาเองก็ไม่รู้ว่าคืออะไร รู้แค่ว่าเป็นผลงานของนักเขียนนิยายสืบสวนชื่อดังชาวญี่ปุ่น
“สอบวนเสร็จแล้วหรือ?” ไป๋จี้อันยังคงก้มอ่านหนังสือโดยไม่เงยหน้า
“อยากไปด้วยไหม ฮีโร่ของพวกเรา”
สายตาของไป๋จี้อันวูบไหวระหว่างหน้าหนังสือกับใบหน้าของเหอเว่ย
เหมือนกำลังตัดสินใจในเรื่องที่ยากเย็นเหลือเกิน
เหอเว่ยถอนใจอย่างสุดระอา เขาก้าวเร็วเข้าไปคว้าหนังสือในมือของไป๋จี้อันมายัดคืนใส่อ้อมแขน
“เอากลับไปอ่านเสียเถอะฉันให้นายแล้ว”
“รู้หรือยังว่าหมอนั่นอยู่ที่ไหน?”
เหอเว่ยยิ้มอย่างภาคภูมิ
นายดูสิ พวกเราวางแผนปิดข้อมูลกันแทบตาย เพื่ออะไรล่ะ? ก็ไม่ใช่แค่ป้องกันไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนก ยังเพื่อให้ผู้ต้องสงสัยลดการระวังตัวลงด้วย”
ทันทีที่ไป๋จี้อันขึ้นรถ เสียงโทรศัพท์ของเหอเว่ยก็ดังขึ้น เหอเว่ยคาดเข็มขัดนิรภัยพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
สายเรียกเข้ามาจากหานหยาง
“หัวหน้า ตอนนี้เฟิงเจิ้นหยางอยู่ที่บ้านพักชั่วคราว พวกผมคนมาถึงแล้ว”
“ไม่ต้องรอฉัน บุกขึ้นไป ลากมันลงมา จำไว้นะ ตามธรรมเนียมเดิม ใช้ความรุนแรงนิดหน่อย”
หลังจากวางสาย ไป๋จี้อันก็เอ่ยขึ้น
“แบบนี้ก็ได้หรือ?”
เหอเว่ยสตาร์ทรถพร้อมหัวเราะด่ากลั้วเสียง
“ไอ้พวกใจดำที่คิดจะฆ่าคนตายยังจะให้ฉันแบกกลับด้วยเกี้ยวทองอีกเรอะ? จะให้ฉันหามก็ได้ แต่ใช้เปลนอน หามแนวนอนน่ะเข้าใจไหม!”
ไป๋จี้อันถอนหายใจด้วยความกังวล
“ไม่กลัวข้างบนเล่นงานหรือ?”
“เต็มที่ก็แค่ตอนจับตัวมัน มันขัดขืนการจับกุม เลยเผลอทำให้มันข้อเคลื่อน จะเล่นยังไงก็ว่าไป ฉันก็ไม่ใช่นักเลงเสียหน่อย จะไปซ้อมคนให้ตายทำไมกัน”
ที่พักชั่วคราวของเฟิงเจิ้นหยางอยู่ไม่ไกลจากสถานีตำรวจกลาง ขับรถไม่ถึงสิบห้านาทีก็ถึง
ตอนเหอเว่ยกับไป๋จี้อันมาถึง หานหยางก็ลากตัวมันลงมาจากตึกเรียบร้อยแล้วยัดเข้ารถตำรวจไปแล้ว
เหอเว่ยเปิดประตูรถสายตรวจออก มองเฟิงเจิ้นหยางด้วยแววตาดูแคลน
อีกฝ่ายนั่งอยู่ระหว่างตำรวจสองนาย สภาพทรุดโทรมอย่างชัดเจน
เมื่อหานหยางเห็นเหอเว่ย ก็รีบเดินเข้ามาทัก
“หัวหน้าครับ!”
“ทำได้ดี”
เฟิงเจิ้นหยางได้ยินคำชมนั้นก็หันไปมองเหอเว่ย ก่อนกล่าวอย่างใจเย็น
“พวกแกจะจับฉันแบบนี้ไม่ได้ ฉันรู้กฎหมาย รู้กระบวนการ”
“นายหมายถึงนี่หรือ?”
เหอเว่ยควักหมายจับออกมายื่นไปตรงหน้าเฟิงเจิ้นหยาง
เมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งอึ้ง พูดไม่ออก เหอเว่ยก็ยกมุมปากยิ้มเย็น ๆ ยืดตัวขึ้นสะบัดแขนแล้ว ปัง ปิดประตูรถเสียงดัง ก่อนสั่งเสียงเรียบ
“พาตัวไป”