เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

37 - คดีฆาตกรรมจากฟากฟ้า บทที่ 13

37 - คดีฆาตกรรมจากฟากฟ้า บทที่ 13

37 - คดีฆาตกรรมจากฟากฟ้า บทที่ 13


37 - คดีฆาตกรรมจากฟากฟ้า บทที่ 13

เจียงเซินไม่เคยมีนิสัยแอบดูโทรศัพท์ของสามี

เธอกับเฟิงเจิ้นหยางเป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัย แม้จะเรียนคนละสาขา แต่ด้วยความชอบภาษาฝรั่งเศสเหมือนกัน จึงลงเรียนภาษาฝรั่งเศสเป็นวิชาเลือกด้วยกัน

หลังเลิกคลาสวิชาเอก เจียงเซินรีบมาที่ห้องเรียนด้วยความคาดหวัง แต่เมื่อมาถึงหน้าห้องเลคเชอร์ขนาดใหญ่ เธอก็พบว่ามันเต็มไปด้วยผู้คนเสียแล้ว

เดิมทีเธอคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีคนเลือกเรียนภาษาฝรั่งเศสมากมายขนาดนี้ ดูท่าไม่ใช่เธอคนเดียวที่สนใจประเทศฝรั่งเศส

เจียงเซินคิดในใจ พลางมองหาที่นั่งว่างรอบ ๆ อยู่ครู่ใหญ่ก็ยังไม่เจอแม้แต่ที่เดียว

“น่าโมโหจริงๆ”

“เป็นตอนนั้นเองที่เขาเรียกฉันและบอกว่าที่นั่งข้าง ๆ เขายังว่างอยู่”

เจียงเซินหยิบซองบุหรี่สีน้ำเงินขาวและไฟแช็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วกล่าวกับเหอเว่ยและไป๋จี้อันว่า “สูบได้ไหม”

เหอเว่ยพยักหน้า “ตามสบาย”

เจียงเซินจุดบุหรี่เรียวยาวที่ปลายนิ้ว สูบเข้าไปสองครั้ง ควันสีเทาขาวลอยขึ้นสูง แผ่กระจายราวผ้าฝ้ายบางเบาในอากาศ

“จากนั้นเราก็เริ่มรู้จักกัน เขาฐานะธรรมดามาก นอกจากวุฒิการศึกษาก็ไม่มีอะไรน่ากล่าวถึงนัก พออยู่กันมานาน พอใกล้เรียนจบ เขาก็ขอฉันแต่งงาน”

ในความทรงจำของเจียงเซิน ทุกคำสารภาพรักจากเฟิงเจิ้นหยางล้วนเปี่ยมด้วยความจริงใจ ดวงตาอันล้ำลึกของเขาในยามที่บอกรักเปล่งประกายอย่างไม่น่าเชื่อ ช่างเจิดจ้าและดึงดูดใจเธอยิ่งนัก

แรกเริ่ม ครอบครัวของเจียงเซินไม่ได้พอใจว่าที่ลูกเขยคนนี้เท่าไรนัก แต่สิ่งที่เจียงเซินรู้สึกโชคดีก็คือ บิดามารดาของเธอไม่ได้ดื้อดึงหรือหัวแข็งอย่างที่คิดไว้

พวกท่านเพียงแต่บอกกับเธอว่า หากจะละทิ้งคนที่เหมาะสมในด้านฐานะแล้วเลือกเฟิงเจิ้นหยาง ก็ต้องเตรียมตัวรับมือกับปัญหาที่จะตามมาให้ได้

“นี่คือการแต่งงานของลูก ทุกอย่างให้เป็นไปตามใจของลูก”

นั่นคือถ้อยคำสุดท้ายที่มารดาของเจียงเซินทิ้งไว้ให้เธอ

ไม่นานหลังจากนั้น มารดาของเจียงเซินก็เสียชีวิต เรื่องแต่งงานที่เคยวางแผนไว้จึงถูกเลื่อนออกไปโดยปริยาย

เวลาสามปีไม่ใช่ระยะเวลาสั้น ๆ มันมากพอที่จะพิสูจน์ความจริงใจของคนคนหนึ่งได้

เจียงเซินที่สูญเสียมารดาโศกเศร้าอย่างถึงที่สุด บิดาก็เงียบขรึมลงเพราะสูญเสียคนรักเช่นกัน

อารมณ์ที่ไม่สามารถระบายออกมานั้นเปรียบเสมือนเนื้องอกที่เติบโตภายในร่างกาย เมื่อเวลาผ่านไปก็ยิ่งใหญ่ขึ้น หนักหน่วง และกัดกินเธออยู่เงียบ ๆ

“สามปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะอารมณ์ของฉันจะควบคุมไม่ได้แค่ไหน เขาไม่เคยบ่นสักคำ ไม่ว่าจะพูดจารุนแรง โยนอะไรใส่เขา หรือระเบิดอารมณ์กับเขา เขาก็ไม่เคยโกรธเลย” เจียงเซินพิงอยู่กับประตู บดดับบุหรี่ที่เหลืออยู่เพียงนิดเดียว “ตอนนั้นฉันคิดว่า ฉันนี่โชคดีจริงๆ ที่ได้เจอคนดีแบบเขา”

เมื่อเห็นว่าอีกไม่นานทั้งสองจะแต่งงานกัน เพื่อจะได้ดูแลบิดาที่อยู่ตามลำพังได้สะดวกขึ้น อีกทั้งไม่อยากให้เฟิงเจิ้นหยางซึ่งฐานะไม่สู้ดีต้องลำบากใจ เจียงเซินจึงตัดสินใจไม่รับสินสอด ไม่ต้องให้เขาซื้อบ้านใหม่ ขอเพียงให้เขาย้ายมาอยู่กับเธอที่บ้านของเจียงต้าห่าย

เหอเว่ยเอ่ยถาม “เจียงต้าห่ายคือพ่อของคุณ?”

“อืม”

“เช่นนั้นก็แปลว่า เงื่อนไขการแต่งงานของคุณคือให้เฟิงเจิ้นหยางมาแต่งเข้าบ้านเจียงใช่หรือไม่?”

“ฉันคิดว่าไม่เห็นจะแปลกอะไร อย่างไรเสีย ทุกวันนี้งานประจำที่มั่นคง ทะเบียนบ้าน รวมถึงรถของเฟิงเจิ้นหยางก็ล้วนแต่ครอบครัวฉันช่วยจัดการให้ทั้งนั้น อยู่กินกันไป เรื่องแค่นี้ไม่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่”

“ตอนนั้นเฟิงเจิ้นหยางตกลงทันทีเลยหรือ?”

เจียงเซินตอบอย่างมั่นใจ “ถ้าไม่ถือว่าเวลาห้านาทีคือการลังเล เช่นนั้นเขาก็ตอบตกลงทันที”

ต่อจากนั้น ทั้งสองก็ได้แต่งงานกันอย่างราบรื่น

หลังแต่งงาน เจียงเซินให้ความไว้วางใจกับเฟิงเจิ้นหยางเป็นอย่างมาก

ความเชื่อใจของเธอไม่ได้เกิดจากความประมาท แต่เป็นผลมาจากความสัมพันธ์อันยาวนานถึงหกปี

หลังแต่งงาน ทั้งสองต่างมีงานที่ยุ่งไม่เว้นแต่ละวัน สองปีผ่านไปจึงเริ่มวางแผนมีลูก และนั่นก็คือเจ้าหนูเจียเจียในตอนนี้

ไป๋จี้อันถามว่า “ในเมื่อคุณวางใจสามีของคุณมาก ทำไมจู่ ๆ ถึงได้ไปดูโทรศัพท์ของเขาล่ะ?”

พอคิดถึงเรื่องนี้ เจียงเซินก็อดรู้สึกขันไม่ได้

หนึ่งสัปดาห์ก่อน เธอชงชาเก๊กฮวยในห้องน้ำชาในที่ทำงาน เวลานั้นเกือบจะบ่ายสามโมงครึ่งแล้ว เพราะมีบางอย่างทำให้เธอเลิกงานช้ากว่าปกติ

ด้วยลักษณะงานของหน่วยงานที่เจียงเซินทำอยู่ มักจะไม่มีงานในช่วงเวลานี้ ทำให้เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่กลับบ้านกันหมดแล้ว

ในอาคารแทบไม่เหลือใครอยู่ ยกเว้นเพื่อนร่วมงานหญิงไม่กี่คนที่ยังพูดคุยกันอยู่ริมทางเดิน และดูเหมือนพวกเธอจะคิดว่าไม่มีใครอยู่จึงไม่ได้ลดเสียงลงหรือระวังคำพูดเลย

หญิงคนหนึ่งสงสัยว่าสามีตนมีพฤติกรรมแปลกไป ส่วนอีกคนแนะนำว่าหากอยากรู้ ต้องคอยตรวจโทรศัพท์ของสามีเป็นประจำ โดยเฉพาะรายการใช้จ่าย และบัญชีต่าง ๆ

เจียงเซินฟังแล้วก็รู้สึกว่ามันน่าสนใจ ถึงกับดูแคลนหญิงเหล่านั้นในใจที่วัน ๆ เอาแต่จับผิดสามี

เธอคิดว่าเช่นนั้นช่างน่าสมเพช เมื่อความรักหมดสิ้น การแต่งงานก็หมดความหมาย

ทว่า ความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ก็ไม่ต่างจากแมว เมื่อรู้อะไรบางอย่างเข้าแล้ว ต่อให้ในใจจะไม่เห็นด้วยนัก ก็ยากจะห้ามใจไม่ให้ลองทำดูสักครั้ง

พูดตามตรง ตอนที่เจียงเซินแอบเหลือบมองรหัสโทรศัพท์ของสามีขณะนั่งดูโทรทัศน์ด้วยกัน เธอเองก็ยังไม่รู้เลยว่าตนกำลังทำอะไรอยู่

ทั้งที่เมื่อก่อนเธอไม่เคยเป็นเช่นนี้ ทั้งที่รู้ดีว่าหากถูกจับได้จะต้องกลายเป็นเรื่องน่าอึดอัดใจ

แต่ก็เหมือนมีสิ่งลึกลับชักนำ เหมือนกับว่าไม่ใช่ตนเองที่ควบคุมร่างกาย

เมื่อเฟิงเจิ้นหยางเข้าไปอาบน้ำ เจียงเซินก็ราวกับถูกความอยากรู้ควบคุม เธอเอื้อมมือไปแตะหน้าจอ ช้า ๆ ทีละจุด ใส่รหัสที่เพิ่งจำได้เมื่อครู่

เริ่มจากบิล ต้องดูบิลก่อน ตรวจสอบรายการใช้จ่าย

ถ้อยคำของเพื่อนร่วมงานหญิงวนเวียนอยู่ในสมองของเจียงเซินอย่างไม่รู้จบ ราวกับคาถาสะกด

เธอรูดหน้าจออย่างรวดเร็ว ในช่วงที่ยังไม่เจอสิ่งผิดปกติ รายการใช้จ่ายแต่ละรายการที่ปรากฏกลับทำให้เธอโล่งใจ

เธอตรวจสอบทีละน้อย ริมฝีปากของเจียงเซินก็เริ่มยกยิ้มขึ้น เธอเริ่มหัวเราะเย้ยหยันตัวเองที่ดันระแวงผู้ชายที่รักเธอขนาดนี้

ทันใดนั้น หน้าจอที่กำลังเลื่อนอยู่ก็หยุดลงเพราะปลายนิ้วของเธอที่ชะงักกลางอากาศ

เจียงเซินจ้องตัวหนังสือบนบิลรายการนั้นตาไม่กระพริบ ทั้งแปลกตาและคุ้นเคย ปะปนกันจนหัวของเธออื้ออึงไปหมด

รายการใช้จ่ายนั้นเกิดขึ้นเมื่อสี่วันก่อน เวลาตีสองสิบสองนาที

สี่วันก่อน... เวลาไม่นานนัก ไม่ต้องย้อนดูอะไรให้ยุ่งยาก เจียงเซินก็จำได้ดีว่าวันนั้นคือวันสุดท้ายของการไปทำงานต่างเมืองของเเฟิงเจิ้นหยางที่เมืองเกาหลง

ในขณะที่ตัวเธอเองนอนอยู่บนเตียงในบ้าน

ในเมื่อพวกเขาไม่ได้อยู่ด้วยกัน แล้วถุงยางอนามัยนั่น...จะใช้ไปเพื่อสิ่งใด?

เจียงเซินพยายามควบคุมอารมณ์ที่กำลังใกล้ถึงขีดสุด พลางเลื่อนดูข้อมูลถัดไป รายการถัดมาคือการโอนเงินแปดร้อยหยวน ผ่านแอปจ่ายเงิน เวลาตีสี่สิบห้านาที

เวลานั้น เขาจะโอนเงินให้ใครถึงแปดร้อยหยวน?

คืนวันนั้น เฟิงเจิ้นหยางไปทำอะไรมาบ้าง เจียงเซินไม่จำเป็นต้องคิดให้มาก แม้แต่คนโง่ก็ดูออก

ในตอนนั้นเอง เสียงน้ำจากห้องน้ำก็เงียบลงทันที

เจียงเซินรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายหลักฐานส่งให้สหายรักเก็บสำรองไว้ จากนั้นก็ไปยืนรออยู่ข้างเตียง เตรียมเผชิญหน้ากับเฟิงเจิ้นหยาง

“หลังจากนั้นเขาก็ร้องไห้ สารภาพทุกอย่างที่เขาทำลงไป ฉันโกรธจนแทบบ้า รู้สึกสะอิดสะเอียนถึงขีดสุด ไม่สนแล้วว่าเสียงจะไปรบกวนใครหรือไม่ ฉันจัดการโยนทั้งของทั้งตัวเขาออกจากบ้านในทันที เรื่องหลังจากนั้น พวกคุณก็น่าจะรู้อยู่แล้ว”

จบบทที่ 37 - คดีฆาตกรรมจากฟากฟ้า บทที่ 13

คัดลอกลิงก์แล้ว