- หน้าแรก
- แฟ้มคดีอาชญากรรม เทพกระหายเลือด
- 19 - คดีฆาตกรรมบ้านพักรายวัน หน้าที่ 19
19 - คดีฆาตกรรมบ้านพักรายวัน หน้าที่ 19
19 - คดีฆาตกรรมบ้านพักรายวัน หน้าที่ 19
19 - คดีฆาตกรรมบ้านพักรายวัน หน้าที่ 19
“จะทำยังไงดีล่ะทีนี้...” เฉินเจ๋อหยางถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความร้อนใจ “เจี้ยนผิงเก่งเรื่องปลอมตัว ต่อให้หนีออกจากเมืองเยว่อันไปในคราบคนอื่น เราก็ไม่มีทางตามตัวทันแน่!”
“พอได้แล้ว บ่นไปก็ไม่มีประโยชน์ หา ‘วิธี’ ดีกว่า” เหอเว่ยกวาดเอกสารทั้งหมดของคดีบนโต๊ะรวบใส่ซองเอกสาร จากนั้นก็โยนคำสั้น ๆ ไว้ว่า “ไปหาคนช่วย” แล้วก็เดินออกจากห้องไปทันที
ทิ้งให้ทีมสามยืนงงกันเป็นแถวนายมองฉัน ฉันมองนาย ไม่มีใครรู้ว่าเหอเว่ยคิดจะทำอะไร
…
ไม่นานหลังจากนั้น เหอเว่ยจอดรถหน้าสำนักงานเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง เขากดเลื่อนกระจกฝั่งผู้โดยสารลง แล้วชะโงกหน้าออกไปมอง เห็นไป๋จี้อันยืนอยู่หน้าอาคาร กำลังคุมคนงานซ่อมแซมประตู
“ไป๋จี้อัน!”
ฝ่ายนั้นหันกลับมา เหอเว่ยก็ลงจากรถทันที ในมือยังถือซองเอกสารสีน้ำตาลอ่อน
“มีอะไร?” ไป๋จี้อันขมวดคิ้วเล็กน้อย เห็นสีหน้าหนักใจของอีกฝ่ายก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่ม
“เข้าไปคุยข้างใน” เหอเว่ยไม่รอคำตอบ เดินตรงเข้าตัวอาคารไป
ไป๋จี้อันหันไปสั่งงานช่างสองสามประโยค แล้วตามเข้าไปในห้องโถง เหอเว่ยยืนรออยู่กลางห้อง สีหน้าตึงเครียด
“เกิดคดีอีกแล้วเหรอ?” ไป๋จี้อันถามเสียงเรียบ
“เปล่า” เหอเว่ยยื่นซองให้ “นี่คือหลักฐานทั้งหมดที่เรามีเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมเมื่อวันที่ 20 กันยายน นายช่วยดูหน่อย มีวิธีตามตัวคนร้ายไหม?”
ไป๋จี้อันรู้ว่าเหอเว่ยเคยบอกไปแล้วว่า DNA ที่เจอในที่เกิดเหตุคือของเจี้ยนผิง ถ้าอย่างนั้นก็แค่จับตัวเธอสิ แล้วจะถามหา “วิธีตามคนร้าย” อีกทำไม?
เขาดึงเอกสารและภาพถ่ายออกมาดูอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเอ่ยถามเบา ๆ
“นายติดอะไรอยู่?”
“เหมือนกำลังตามจับกิ้งก่าที่เปลี่ยนสีเก่ง ๆ อยู่เลย ไม่มีแม้แต่เงาให้เห็น” เหอเว่ยกล่าว
ไป๋จี้อันจ้องภาพจากกล้องวงจรปิด เป็นภาพของ “ชายผอมแปลกหน้า” ที่หยางหงเซินเคยพูดถึง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นภาพของบุคคลนั้นกับตาตัวเอง
เขาเหลือบมองคนงานหน้าประตู แล้วหันกลับมาหาเหอเว่ย
“ตามฉันขึ้นมาข้างบน”
…
เหอเว่ยเดินตามขึ้นไปชั้นบนโดยไม่พูดอะไร สายตาแอบจับจ้องอีกฝ่ายตลอดเวลา แต่ต่อให้เขาเป็นตำรวจมากประสบการณ์ ก็ยังอ่านไม่ออกว่าไป๋จี้อันกำลังคิดอะไรอยู่
“มีวิธีหรือเปล่า?” เขาถามขึ้นเมื่ออีกฝ่ายหยิบซองเอกสารยื่นกลับมา
ไป๋จี้อันไม่ได้ตอบทันที เขาหันหลังผลักประตูห้องข้างหน้าออก
เบื้องหน้า คือห้องหนังสือขนาดใหญ่
ภายในไม่มีหน้าต่าง มีเพียงโต๊ะทำงานทรงโค้งมุมป้านวางอยู่กลางห้อง รอบด้าน ซ้าย ขวา และด้านหลัง เต็มไปด้วยชั้นหนังสือแน่นขนัด เรียงรายสูงชิดเพดาน
เหอเว่ยที่ไม่ค่อยถูกกับหนังสือถึงกับขมวดคิ้วเล็กน้อย สำหรับเขา หนังสือมีประโยชน์แค่เรื่องเดียว ช่วยกล่อมให้นอน
“ที่นี่ไม่มีหน้าต่างเหรอ?” เขาถามขึ้นพลางสอดส่ายสายตามองรอบห้อง
“ไม่มีก็ดี จะได้ไม่ต้องเสียเงินติดผ้าม่าน” ไป๋จี้อันเอ่ยเสียงเรียบ ขณะเดินตรงไปที่ชั้นหนังสือฝั่งขวา เขาเงยหน้ามอง แล้วเอื้อมไปหยิบหนังสือจากชั้นที่สองนับจากด้านล่าง
เหอเว่ยมองแวบเดียวก็จำได้ทันที ถึงจะไม่ใช่คนชอบอ่านหนังสือ แต่เล่มนี้เขาคุ้นมาก
“ความฝันเก่า?”
ไป๋จี้อันพยักหน้า “ใช่ ใช้มันล่อให้เจี้ยนผิงโผล่ออกมาได้”
…
พอเห็นเหอเว่ยเบิกตากว้างไป๋จี้อันก็รู้ทันที—อีกฝ่ายไม่เข้าใจเลยว่า ความฝันเก่า มีบทบาทสำคัญยังไงในคดีนี้
“นายรู้จักแค่ปกหนังสือ แต่ไม่เคยเปิดอ่านข้างในเลยใช่ไหม?”
“รู้อีก”
“อันนี้ไม่ต้องเดา บอกเลย ไม่ต้องถึงแสนสามหมื่นคำ แค่ห้าหมื่นคำ นายก็คงอ่านไม่รอดแล้วล่ะ”
พูดจบ ไป๋จี้อันก็ยกหนังสือเล่มนั้นขึ้นให้ดู ด้านล่างปกมีประโยคหนึ่งที่สะดุดตา
“สองร่างหนึ่งใจ ชะตาเดียวกัน เธอคือฉัน ฉันคือเธอ”
เหอเว่ยขมวดคิ้วทันที สีหน้าเคร่งเครียด “นายหมายความว่า...ผู้เขียนตัวจริงของหนังสือเล่มนี้คือเจี้ยนผิง?”
“หัวหน้าเหอ ไม่ชอบอ่าน ไม่ชอบเรียน แต่สมองยังไวอยู่นะ” ไป๋จี้อันว่าอย่างประชดประชันเล็ก ๆ
เหอเว่ยคว้าหนังสือมาเปิดไล่ดูอย่างลวก ๆ เขาอยากรู้ว่าข้างในมันมีอะไร แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งอ่านนิยาย
“เนื้อเรื่องพูดถึงฝาแฝดหญิงที่กำพร้าและพึ่งพากันมาตั้งแต่เด็ก ผ่านความลำบากมาด้วยกันจนเติบโตและพบเส้นทางของตัวเอง เรื่องค่อนข้างเศร้า แต่ก็อบอุ่น และจบลงอย่างมีความหวัง”
เหอเว่ยปิดหนังสือด้วยสีหน้าสงสัย “ตามที่นายเล่า มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคดีเลยนี่?”
“ฉันไม่เคยบอกว่าเนื้อเรื่องเกี่ยวกับคดี” ไป๋จี้อันยิ้มมุมปาก “ฉันแค่บอกว่า มันใช้ล่อเจี้ยนผิงออกมาได้”
“ยังไง?”
ไป๋จี้อันเอนหลังพิงโต๊ะ กอดอกไขว่ห้าง “ฟังฉัน แล้วทำตามก็พอ”
“นี่นายจะทำอะไร?” เหอเว่ยเริ่มรู้สึกไม่ไว้วางใจ
ไป๋จี้อันยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถหน้าจออยู่ครู่หนึ่ง แล้วส่งให้เหอเว่ยดู
“งานแจกลายเซ็น?”
“ใช่” ไป๋จี้อันพยักหน้า “งานแจกลายเซ็นที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง เราจะทำให้มันเกิดขึ้น แล้วเธอ...จะต้องปรากฏตัว”
…
สามวันต่อมา ห้างสรรพสินค้าบนถนนเฉียนเหอ จุดพลุกพล่านที่สุดของเมืองเยว่อัน ได้แขวนป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ไว้หน้าทางเข้า ด้านบนคือลายปกของหนังสือ ความฝันเก่า พร้อมภาพของ “ผู้เขียนผู้ล่วงลับ” หลินฮุ่ยหมิน
ตามแผนของไป๋จี้อัน หลังจากแยกย้ายจากสำนักงาน เหอเว่ยรีบกลับไปที่กอง เพื่อขออนุมัติอย่างเร่งด่วน ก่อนจะติดต่อไปยังสำนักพิมพ์โดยตรง
เมื่อเขาอธิบายสถานการณ์และขอความร่วมมือในการดำเนินการ พวกเขาก็เปลี่ยนกิจกรรม “งานแจกลายเซ็นที่เลื่อนมาโดยตลอด” ให้กลายเป็น “งานรำลึกถึงผู้เขียน” แทน
เหลือเวลาอีกเพียงสามชั่วโมงก่อนกิจกรรมจะเริ่มขึ้น แต่ลานหน้าศูนย์การค้าก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คนเสียแล้ว
เหอเว่ยยืนกอดอกอยู่ตรงหน้าประตู หรี่ตามองฝูงชนที่เดินขวักไขว่ไปมา สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
“คนเยอะขนาดนี้เลย? หนังสือเล่มนี้มันดังขนาดนั้นเชียว?”
ไป๋จี้อันยืนเคียงข้างเขา ตอบเสียงเรียบ “ครึ่งหนึ่งไม่ใช่แฟนนิยายหรอก ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกเดินผ่านมาดูความวุ่นวาย หรือไม่ก็พวกตั้งใจมาส่องความวุ่นวาย”
“แล้วนายยังจะยืนยันจัดงานที่นี่อีก?”
“ไม่มีทางเลือก งานนี้ตอนหลินฮุ่ยหมินยังมีชีวิตอยู่ก็วางแผนไว้ที่นี่แล้ว ถ้าจู่ ๆ เปลี่ยนสถานที่ขึ้นมา เป้าหมายจะระแวงทันที ถ้าเธอไหวตัวแล้วหนีไป คราวนี้คนโดนด่าคงไม่ใช่แค่นายแน่”
เหอเว่ยไม่ได้ตอบ เขกวาดตามองไปรอบทิศ
เพื่อแผนปฏิบัติการในวันนี้ เขายื่นเรื่องขออนุมัติจากผู้อำนวยการหลินให้ทีมหนึ่งกับทีมสองมาช่วย งานนี้พื้นที่ทั้งในห้าง บริเวณจัดกิจกรรม และลานกว้างข้างนอก ล้วนแฝงไว้ด้วยตำรวจนอกเครื่องแบบจากทั้งสามทีม
ก่อนออกมา เขายังกล้าการันตีกับผู้บังคับบัญชาเต็มปากเต็มคำ ต้องสำเร็จเท่านั้น ห้ามล้มเหลว
แต่พอมาถึงหน้างานจริง เขากลับเริ่มลังเล
“นายแน่ใจเหรอว่าเธอจะยอมเสี่ยง เพื่อแค่ล้างชื่อในฐานะเจ้าของผลงาน?”
หากเจี้ยนผิงโผล่มาตามที่ไป๋จี้อันคาดไว้ เธอไม่มีทางแค่แอบดูเงียบ ๆ แล้วเดินจากไป หากเธอลงมือแสดงตัวเมื่อไหร่ ก็เท่ากับประกาศให้ตำรวจล้อมจับเธอทันที
ต่อให้ตัวละครในหนังสือจะอิงจากเธอกับน้องสาวที่ล่วงลับ แต่มันจะคุ้มค่าแค่ไหน...ถึงขนาดยอมเสี่ยงมากกว่าหนีเอาตัวรอด?
ไป๋จี้อันตอบอย่างหนักแน่น ไม่ลังเลเลยสักนิด “เชื่อฉันสิ เธอจะมาแน่นอน”
“ถ้าเธอรู้ทันว่านี่คือกับดักล่ะ? กับดักที่วางไว้เพื่อเธอโดยเฉพาะ”
“ถึงรู้อย่างนั้น เธอก็จะมาอยู่ดี”
เหอเว่ยชะงัก เขาหันขวับไปมองอีกฝ่าย “นี่นายรู้บางอย่างที่ฉันไม่รู้ใช่ไหม?”
เขาไม่เข้าใจเลย ว่าทำไมไป๋จี้อันถึงมั่นใจนัก
ไป๋จี้อันเพียงยิ้มบาง ๆ ตอบเสียงเรียบว่า
“เพราะนายไม่เคยอ่านหนังสือ ถ้านายอ่าน นายจะรู้ว่ากับเจี้ยนผิงแล้ว ชื่อผู้เขียนที่พิมพ์อยู่บน ความฝันเก่า สำคัญกว่าเรื่องหนีเอาตัวรอดเสียอีก”