เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

19 - คดีฆาตกรรมบ้านพักรายวัน หน้าที่ 19

19 - คดีฆาตกรรมบ้านพักรายวัน หน้าที่ 19

19 - คดีฆาตกรรมบ้านพักรายวัน หน้าที่ 19


19 - คดีฆาตกรรมบ้านพักรายวัน หน้าที่ 19

“จะทำยังไงดีล่ะทีนี้...” เฉินเจ๋อหยางถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความร้อนใจ “เจี้ยนผิงเก่งเรื่องปลอมตัว ต่อให้หนีออกจากเมืองเยว่อันไปในคราบคนอื่น เราก็ไม่มีทางตามตัวทันแน่!”

“พอได้แล้ว บ่นไปก็ไม่มีประโยชน์ หา ‘วิธี’ ดีกว่า” เหอเว่ยกวาดเอกสารทั้งหมดของคดีบนโต๊ะรวบใส่ซองเอกสาร จากนั้นก็โยนคำสั้น ๆ ไว้ว่า “ไปหาคนช่วย” แล้วก็เดินออกจากห้องไปทันที

ทิ้งให้ทีมสามยืนงงกันเป็นแถวนายมองฉัน ฉันมองนาย ไม่มีใครรู้ว่าเหอเว่ยคิดจะทำอะไร

ไม่นานหลังจากนั้น เหอเว่ยจอดรถหน้าสำนักงานเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง เขากดเลื่อนกระจกฝั่งผู้โดยสารลง แล้วชะโงกหน้าออกไปมอง เห็นไป๋จี้อันยืนอยู่หน้าอาคาร กำลังคุมคนงานซ่อมแซมประตู

“ไป๋จี้อัน!”

ฝ่ายนั้นหันกลับมา เหอเว่ยก็ลงจากรถทันที ในมือยังถือซองเอกสารสีน้ำตาลอ่อน

“มีอะไร?” ไป๋จี้อันขมวดคิ้วเล็กน้อย เห็นสีหน้าหนักใจของอีกฝ่ายก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่ม

“เข้าไปคุยข้างใน” เหอเว่ยไม่รอคำตอบ เดินตรงเข้าตัวอาคารไป

ไป๋จี้อันหันไปสั่งงานช่างสองสามประโยค แล้วตามเข้าไปในห้องโถง เหอเว่ยยืนรออยู่กลางห้อง สีหน้าตึงเครียด

“เกิดคดีอีกแล้วเหรอ?” ไป๋จี้อันถามเสียงเรียบ

“เปล่า” เหอเว่ยยื่นซองให้ “นี่คือหลักฐานทั้งหมดที่เรามีเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมเมื่อวันที่ 20 กันยายน นายช่วยดูหน่อย มีวิธีตามตัวคนร้ายไหม?”

ไป๋จี้อันรู้ว่าเหอเว่ยเคยบอกไปแล้วว่า DNA ที่เจอในที่เกิดเหตุคือของเจี้ยนผิง ถ้าอย่างนั้นก็แค่จับตัวเธอสิ แล้วจะถามหา “วิธีตามคนร้าย” อีกทำไม?

เขาดึงเอกสารและภาพถ่ายออกมาดูอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเอ่ยถามเบา ๆ

“นายติดอะไรอยู่?”

“เหมือนกำลังตามจับกิ้งก่าที่เปลี่ยนสีเก่ง ๆ อยู่เลย ไม่มีแม้แต่เงาให้เห็น” เหอเว่ยกล่าว

ไป๋จี้อันจ้องภาพจากกล้องวงจรปิด เป็นภาพของ “ชายผอมแปลกหน้า” ที่หยางหงเซินเคยพูดถึง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นภาพของบุคคลนั้นกับตาตัวเอง

เขาเหลือบมองคนงานหน้าประตู แล้วหันกลับมาหาเหอเว่ย

“ตามฉันขึ้นมาข้างบน”

เหอเว่ยเดินตามขึ้นไปชั้นบนโดยไม่พูดอะไร สายตาแอบจับจ้องอีกฝ่ายตลอดเวลา แต่ต่อให้เขาเป็นตำรวจมากประสบการณ์ ก็ยังอ่านไม่ออกว่าไป๋จี้อันกำลังคิดอะไรอยู่

“มีวิธีหรือเปล่า?” เขาถามขึ้นเมื่ออีกฝ่ายหยิบซองเอกสารยื่นกลับมา

ไป๋จี้อันไม่ได้ตอบทันที เขาหันหลังผลักประตูห้องข้างหน้าออก

เบื้องหน้า คือห้องหนังสือขนาดใหญ่

ภายในไม่มีหน้าต่าง มีเพียงโต๊ะทำงานทรงโค้งมุมป้านวางอยู่กลางห้อง รอบด้าน ซ้าย ขวา และด้านหลัง เต็มไปด้วยชั้นหนังสือแน่นขนัด เรียงรายสูงชิดเพดาน

เหอเว่ยที่ไม่ค่อยถูกกับหนังสือถึงกับขมวดคิ้วเล็กน้อย สำหรับเขา หนังสือมีประโยชน์แค่เรื่องเดียว ช่วยกล่อมให้นอน

“ที่นี่ไม่มีหน้าต่างเหรอ?” เขาถามขึ้นพลางสอดส่ายสายตามองรอบห้อง

“ไม่มีก็ดี จะได้ไม่ต้องเสียเงินติดผ้าม่าน” ไป๋จี้อันเอ่ยเสียงเรียบ ขณะเดินตรงไปที่ชั้นหนังสือฝั่งขวา เขาเงยหน้ามอง แล้วเอื้อมไปหยิบหนังสือจากชั้นที่สองนับจากด้านล่าง

เหอเว่ยมองแวบเดียวก็จำได้ทันที ถึงจะไม่ใช่คนชอบอ่านหนังสือ แต่เล่มนี้เขาคุ้นมาก

“ความฝันเก่า?”

ไป๋จี้อันพยักหน้า “ใช่ ใช้มันล่อให้เจี้ยนผิงโผล่ออกมาได้”

พอเห็นเหอเว่ยเบิกตากว้างไป๋จี้อันก็รู้ทันที—อีกฝ่ายไม่เข้าใจเลยว่า ความฝันเก่า มีบทบาทสำคัญยังไงในคดีนี้

“นายรู้จักแค่ปกหนังสือ แต่ไม่เคยเปิดอ่านข้างในเลยใช่ไหม?”

“รู้อีก”

“อันนี้ไม่ต้องเดา บอกเลย ไม่ต้องถึงแสนสามหมื่นคำ แค่ห้าหมื่นคำ นายก็คงอ่านไม่รอดแล้วล่ะ”

พูดจบ ไป๋จี้อันก็ยกหนังสือเล่มนั้นขึ้นให้ดู ด้านล่างปกมีประโยคหนึ่งที่สะดุดตา

“สองร่างหนึ่งใจ ชะตาเดียวกัน เธอคือฉัน ฉันคือเธอ”

เหอเว่ยขมวดคิ้วทันที สีหน้าเคร่งเครียด “นายหมายความว่า...ผู้เขียนตัวจริงของหนังสือเล่มนี้คือเจี้ยนผิง?”

“หัวหน้าเหอ ไม่ชอบอ่าน ไม่ชอบเรียน แต่สมองยังไวอยู่นะ” ไป๋จี้อันว่าอย่างประชดประชันเล็ก ๆ

เหอเว่ยคว้าหนังสือมาเปิดไล่ดูอย่างลวก ๆ เขาอยากรู้ว่าข้างในมันมีอะไร แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งอ่านนิยาย

“เนื้อเรื่องพูดถึงฝาแฝดหญิงที่กำพร้าและพึ่งพากันมาตั้งแต่เด็ก ผ่านความลำบากมาด้วยกันจนเติบโตและพบเส้นทางของตัวเอง เรื่องค่อนข้างเศร้า แต่ก็อบอุ่น และจบลงอย่างมีความหวัง”

เหอเว่ยปิดหนังสือด้วยสีหน้าสงสัย “ตามที่นายเล่า มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคดีเลยนี่?”

“ฉันไม่เคยบอกว่าเนื้อเรื่องเกี่ยวกับคดี” ไป๋จี้อันยิ้มมุมปาก “ฉันแค่บอกว่า มันใช้ล่อเจี้ยนผิงออกมาได้”

“ยังไง?”

ไป๋จี้อันเอนหลังพิงโต๊ะ กอดอกไขว่ห้าง “ฟังฉัน แล้วทำตามก็พอ”

“นี่นายจะทำอะไร?” เหอเว่ยเริ่มรู้สึกไม่ไว้วางใจ

ไป๋จี้อันยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถหน้าจออยู่ครู่หนึ่ง แล้วส่งให้เหอเว่ยดู

“งานแจกลายเซ็น?”

“ใช่” ไป๋จี้อันพยักหน้า “งานแจกลายเซ็นที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง เราจะทำให้มันเกิดขึ้น แล้วเธอ...จะต้องปรากฏตัว”

สามวันต่อมา ห้างสรรพสินค้าบนถนนเฉียนเหอ จุดพลุกพล่านที่สุดของเมืองเยว่อัน ได้แขวนป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ไว้หน้าทางเข้า ด้านบนคือลายปกของหนังสือ ความฝันเก่า พร้อมภาพของ “ผู้เขียนผู้ล่วงลับ” หลินฮุ่ยหมิน

ตามแผนของไป๋จี้อัน หลังจากแยกย้ายจากสำนักงาน เหอเว่ยรีบกลับไปที่กอง เพื่อขออนุมัติอย่างเร่งด่วน ก่อนจะติดต่อไปยังสำนักพิมพ์โดยตรง

เมื่อเขาอธิบายสถานการณ์และขอความร่วมมือในการดำเนินการ พวกเขาก็เปลี่ยนกิจกรรม “งานแจกลายเซ็นที่เลื่อนมาโดยตลอด” ให้กลายเป็น “งานรำลึกถึงผู้เขียน” แทน

เหลือเวลาอีกเพียงสามชั่วโมงก่อนกิจกรรมจะเริ่มขึ้น แต่ลานหน้าศูนย์การค้าก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คนเสียแล้ว

เหอเว่ยยืนกอดอกอยู่ตรงหน้าประตู หรี่ตามองฝูงชนที่เดินขวักไขว่ไปมา สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล

“คนเยอะขนาดนี้เลย? หนังสือเล่มนี้มันดังขนาดนั้นเชียว?”

ไป๋จี้อันยืนเคียงข้างเขา ตอบเสียงเรียบ “ครึ่งหนึ่งไม่ใช่แฟนนิยายหรอก ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกเดินผ่านมาดูความวุ่นวาย หรือไม่ก็พวกตั้งใจมาส่องความวุ่นวาย”

“แล้วนายยังจะยืนยันจัดงานที่นี่อีก?”

“ไม่มีทางเลือก งานนี้ตอนหลินฮุ่ยหมินยังมีชีวิตอยู่ก็วางแผนไว้ที่นี่แล้ว ถ้าจู่ ๆ เปลี่ยนสถานที่ขึ้นมา เป้าหมายจะระแวงทันที ถ้าเธอไหวตัวแล้วหนีไป คราวนี้คนโดนด่าคงไม่ใช่แค่นายแน่”

เหอเว่ยไม่ได้ตอบ เขกวาดตามองไปรอบทิศ

เพื่อแผนปฏิบัติการในวันนี้ เขายื่นเรื่องขออนุมัติจากผู้อำนวยการหลินให้ทีมหนึ่งกับทีมสองมาช่วย งานนี้พื้นที่ทั้งในห้าง บริเวณจัดกิจกรรม และลานกว้างข้างนอก ล้วนแฝงไว้ด้วยตำรวจนอกเครื่องแบบจากทั้งสามทีม

ก่อนออกมา เขายังกล้าการันตีกับผู้บังคับบัญชาเต็มปากเต็มคำ ต้องสำเร็จเท่านั้น ห้ามล้มเหลว

แต่พอมาถึงหน้างานจริง เขากลับเริ่มลังเล

“นายแน่ใจเหรอว่าเธอจะยอมเสี่ยง เพื่อแค่ล้างชื่อในฐานะเจ้าของผลงาน?”

หากเจี้ยนผิงโผล่มาตามที่ไป๋จี้อันคาดไว้ เธอไม่มีทางแค่แอบดูเงียบ ๆ แล้วเดินจากไป หากเธอลงมือแสดงตัวเมื่อไหร่ ก็เท่ากับประกาศให้ตำรวจล้อมจับเธอทันที

ต่อให้ตัวละครในหนังสือจะอิงจากเธอกับน้องสาวที่ล่วงลับ แต่มันจะคุ้มค่าแค่ไหน...ถึงขนาดยอมเสี่ยงมากกว่าหนีเอาตัวรอด?

ไป๋จี้อันตอบอย่างหนักแน่น ไม่ลังเลเลยสักนิด “เชื่อฉันสิ เธอจะมาแน่นอน”

“ถ้าเธอรู้ทันว่านี่คือกับดักล่ะ? กับดักที่วางไว้เพื่อเธอโดยเฉพาะ”

“ถึงรู้อย่างนั้น เธอก็จะมาอยู่ดี”

เหอเว่ยชะงัก เขาหันขวับไปมองอีกฝ่าย “นี่นายรู้บางอย่างที่ฉันไม่รู้ใช่ไหม?”

เขาไม่เข้าใจเลย ว่าทำไมไป๋จี้อันถึงมั่นใจนัก

ไป๋จี้อันเพียงยิ้มบาง ๆ ตอบเสียงเรียบว่า

“เพราะนายไม่เคยอ่านหนังสือ ถ้านายอ่าน นายจะรู้ว่ากับเจี้ยนผิงแล้ว ชื่อผู้เขียนที่พิมพ์อยู่บน ความฝันเก่า สำคัญกว่าเรื่องหนีเอาตัวรอดเสียอีก”

จบบทที่ 19 - คดีฆาตกรรมบ้านพักรายวัน หน้าที่ 19

คัดลอกลิงก์แล้ว