เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 180: วงกตปริศนา (ตอนฟรี)

ตอนที่ 180: วงกตปริศนา (ตอนฟรี)

ตอนที่ 180: วงกตปริศนา (ตอนฟรี)


ตอนที่ 180: วงกตปริศนา

ติ๊ง!

จากนั้นหน้าต่างแจ้งเตือนสำหรับการทำเควสก็ปรากฏขึ้นมา

[วงกตปริศนา]

เป้าหมาย: ผ่านเขาวงกตนี้ไปให้ได้

รางวัล: ดาบแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์ มิตรา

จำนวนคนที่สามารถเข้าไปข้างในได้: 0/1

- ภารกิจนี้จะเกิดขึ้นกับเฉพาะผู้ที่มีไอเทม "ร่องรอยของดาบแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์" เท่านั้น

- หากใช้ไอเทม "ร่องรอยของดาบแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์" แล้ว ผู้ใช้จะได้รับการเสริมพลังด้วยบัตร 'ไฮ-พาส' และจะไปถึงห้องของบอสที่นั่นได้อย่างปลอดภัย

“โอ้?”

เมื่อได้อ่านข้อความทั้งหมดนี้จบคังชอลอินก็ลอบยิ้มออกมาด้วยความพอใจ

“ชอลอิน…? มีอะไรอย่างนั้นเหรอ?”

“ได้รับเควสใหม่น่ะ”

“เควส?”

“คุณจำตอนงานสมัชชาได้ไหม?”

“ได้สิ”

“ดูเหมือนว่าสิ่งที่ผมได้รับเป็นรางวัลสำหรับการได้อันดับ 1 ในตอนนั้นก็คือแผนที่ที่จะใช้จัดการกับเขาวงกตตรงนี้ หึ…ไอ้พวกงี่เง่า”

คังชอลอินบ่นด้วยความประหลาดใจ

เมื่อคิดว่าดันเจี้ยนที่ปรากฏขึ้นมาจะเป็นดันเจี้ยนที่คังชอลอินกำลังมองหาอยู่แบบนี้แล้วนั้น ไม่ว่าจะเป็นอัลเบรทช์ วิลเฮล์มหรืออเล็กซ์ รอสตร์ไชลด์เองก็ตาม พวกเขากำลังช่วยเหลือคังชอลอินเป็นอย่างมากในตอนนี้

“อย่างนี้นี่เอง…”

“มันคือรางวัลที่ดีอย่างมาก”

“อะไรอย่างนั้นเหรอ?”

“ไอเทมมหากาพย์”

“...!”

“แล้วมันก็เป็นดาบซึ่งเป็นสิ่งที่ผมต้องการในตอนนี้อยู่ด้วยพอดี”

"ว้าว!"

ลีแชรินอุทาน

“ยินดีด้วยค่ะ!”

“ขอบคุณ”

คังชอลอินพยายามจะลุกขึ้นมานั่ง...

“ไม่ได้นะ!”

แต่ลีแชรินก็หยุดการกระทำนั้นของเขาโดยการก้มตัวเองลงไปทับเพื่อขวางไม่ให้เขาได้ไปไหน

“ไม่ได้!”

“...?”

“ขอร้องเถอะค่ะ… อย่าไปดันเจี้ยนด้วยสภาพร่างกายที่ยัง…”

“ลีแชริน”

“2 วัน…อย่างน้อยก็ 1 วัน”

“ผมไม่ได้จะไปไหน”

“เอ๋?”

“ผมเอง...ก็เป็นคนเหมือนกันนะคุณ”

คังชอลอินพูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างเหนื่อยล้า

“อย่างที่คุณพูดมา ผมตั้งใจจะนอนพักสักวันก่อน”

“โอ้…”

“มันไม่เหมือนกับดันเจี้ยนที่จะหายไปในทันทีถ้าผมไม่รีบไปซะตั้งแต่ตอนนี้ผมเลยคิดว่าจะอยู่พักสักวันเพื่อฟื้นสภาพร่างกาย ด้วยสภาพแบบนี้ผมคงไม่สามารถออกไปต่อสู้กับบอสที่อยู่ภายในดันเจี้ยนแห่งนั้นได้หรอก”

แม้ว่าคังชอลอินจะเป็นคนที่โด่งดังในเรื่องการแสดงพลังที่มากล้นอยู่เสมอแต่เขาก็ไม่ได้คิดที่จะเดินทางเข้าสู่เขาวงกตด้วยสภาพที่เขาเองก็รู้ตัวอยู่แล้วว่าจะไม่สามารถเอาชนะบอสในนั้นได้

“โอ้…ถ้างั้นก็ขอโทษที…”

“ไม่เป็นไร แค่…ลุกออกไปก็พอ”

“...?”

“ผมหายใจไม่ออก”

ตามคำพูดของคังชอลอิน ลีแชรินรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วกลับไปนั่งตามปกติของเธออีกครั้ง

ครืด...ครืด...

จากนั้นโทรศัพท์ของลีแชรินก็เกิดส่งเสียงร้องดังขึ้นมา

“ควักจองโทรเข้ามาน่ะ”

“ส่งมาให้ผม”

เมื่อพูดออกไปแบบนั้น ลีแชรินก็ยื่นโทรศัพท์มือถือให้เขาไปทันทีก่อนที่คังชอลอินจะเป็นคนกดรับสาย

- คุณแชริน! น นายท่าน…นายท่านไม่ได้เป็นอะไรมากใช่ไหมครับ?

“ฉันเอง”

- ...ห๊ะ?

"ฉันไม่เป็นอะไร"

-น นายท่าน... นายท่านไม่เป็นอะไรแน่ ๆ ใช่ไหมครับ?!!

“แค่กระทบกระเทือนเล็กน้อย”

-...อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด

เช่นเดียวกับลีแชรินและเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ บนรถฉุกเฉิน ควักจองเองก็รู้สึกประหลาดใจกับการได้ยินเสียงของคังชอลอินที่ฟังดูแล้วมันไม่น่าจะเป็นเสียงของคนที่ได้รับบาดเจ็บจากการโดนแรงของขีปนาวุธได้เลย

- อย่างไรก็ตาม...ดีแล้วล่ะครับที่ตอนนี้นายท่านปลอดภัย

“ขอบใจ แล้วตอนนี้นายวางแผนเพื่อจัดการกับเรื่องที่เกิดได้หรือยัง?”

- เรียบร้อยแล้วครับ ผมได้วางแผนเพื่อแยกนักผจญภัยออกเป็นกลุ่มละ 5 ถึง 7 คนแล้วจะทำการส่งพวกเขาไปยังดันเจี้ยนเพื่อจัดการกับสิ่งที่โผล่ออกมา ส่วนดันเจี้ยนที่มีระดับสูงยิ่งไปกว่านั้นผมจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าคนโง่....เอิ่ม ผมหมายถึงจอมราชันย์โดเรียนและเพื่อน ๆ ของเขาน่ะครับ

“เพื่อน ๆ ?”

- เอ่อ...ใช่ครับ...เขานำเพื่อนแปลก ๆ มาด้วย 3 คนและกำลังรอรับคำสั่งอยู่ที่บ้านของนายท่านน่ะครับ

คังชอลอินให้ความสนใจกับคำว่า ‘เพื่อนแปลก ๆ’ ที่ควักจองกำลังพูดถึง

“พวกนั้นมีชื่อว่าจอห์น ‘ซาฟารี’, เดวิด ‘โครม’ แล้วก็ณอน ‘ไฟร์ฟอกซ์’ ใช่ไหม?”

- ช ใช่แล้วครับ

“...ไอ้พวกนั้นมันกำลังอยู่ที่บ้านของฉัน? พร้อมกับโดเรียน?”

- ครับ…

“ฮู่ว…”

คังชอลอินพ่นลมหายใจที่เต็มไปด้วยความโกรธออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้อยู่

จอห์น ซาฟารี เดิมทีคือทหารจากเดลตาฟอร์ซ

เดวิด โครม เดิมทีคือเนวีซีล

และก็ณอน ไฟร์ฟอกซ์เดิมทีก็คือกรีนเบอเรต์

ทั้งสามคนคือเพื่อนของโดเรียนและเคยเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษมากันก่อนแล้วทั้งนั้น

นอกจากนี้พวกเขายังเป็นคนที่ไม่ค่อยมีสติดีในหลาย ๆ ด้านและยังเป็นคนที่คล้ายกับโดเรียนเป็นอย่างมากทีเดียว

พวกเขาไม่ใช่คนเลวแต่พวกเขาเป็นคนที่น่าเบื่อหน่ายเกินกว่าจะคบหาด้วยได้

“ไล่พวกมันออกจากบ้านฉันไปเดี๋ยวนี้”

- ...ครับ?

“ฉันบอกว่าให้ไปไล่พวกมันออกจากบ้านของฉัน เดี๋ยวนี้!”

- ต แต่…นายท่าน…เห็นได้ชัดว่าพวกเขาต้องการมาปกป้องแม่ของนายท่าน...

“ปกติแล้วแม่ของฉันจะอยู่กับใคร?”

- ก็ลูกสาวของนายท่าน…อ่า เข้าใจแล้วครับ

ตราบใดที่อาร์เชลลียังอยู่ข้าง ๆ  แม่ของคังชอลอินก็จะไม่ได้รับอันตรายใด ๆ ทั้งนั้น

และเนื่องจากบ้านของคังชอลอินตอนนี้ได้รับการร่ายเวทย์ไว้ทุกประเภทแล้วดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีสัตว์ประหลาดโผล่เข้ามาใกล้กับบ้านของเขา

“ฉันรับประกันเลยว่าพวกนั้นจะต้องกำลังหาอาหารที่บ้านของฉันกินอยู่โดยอ้างว่าที่พวกเขาไปอยู่ที่นั่นก็เพื่อมาปกป้องแม่และลูกของฉัน…”

- ฮ่า ๆ ราวกับว่า…

“รับประกันได้เลย”

- ...งั้นผมจะรีบไปตรวจสอบให้เดี๋ยวนี้เลยครับ

เมื่อพูดออกไปแบบนั้นเสร็จ ควักจองก็หันไปพูดอะไรบางอย่างกับใครบางคน

- นายท่าน พวกเราเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นแล้วล่ะครับ!

“มีอะไร?”

- ไอ้พวกนั้น…ผมคิดว่าไอ้พวกนั้นมันกำลังเทกระจาดตู้เย็นของนายท่านกันอยู่น่ะสิครับ…!

“... รีบไปไล่พวกมันออกจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้!”

คังชอลอินคำรามเสียงดังจนลั่นรถฉุกเฉิน

.

.

.

ในขณะที่คังชอลอินกำลังนอนพักเพื่อรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่นั้น ทั่วทั้งเกาหลีใต้ก็กำลังวุ่นวายกันไปใหญ่

[ข่าว] เสนาธิการทหารบกโอเซมินถูกจับในข้อหาก่ออาชญากรรมสงคราม

[ข่าว] พลโทโกยงชานถูกเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นพลเอกอย่างรวดเร็ว

[ข่าว] พลเอกโกยงชานกล่าวว่า “ผู้อำนวยการคังคือฮีโร่สำหรับพวกเรา… การกระทำของเขาทำให้เราเหล่ากองทัพต้องรู้สึกอับอาย”

ข่าวส่วนใหญ่กำลังบอกเล่าถึงเรื่องการจับตัวโอเซมินที่เป็นคนออกคำสั่งให้ยิงขีปนาวุธใส่สัตว์ประหลาดทั้ง ๆ ที่คังชอลอินยังคงต่อสู้อยู่และโกยงชานที่เป็นคนพยายามหยุดยั้งเขาก็ได้ขึ้นมารับตำแหน่งพลเอก

และยังไม่หมดแค่เพียงเท่านั้น...

[ข่าว] รองกรรมการผู้จัดการจากบริษัทแกแล็คซี่ระบุว่า “ทั้งมือและเท้าของผมยังคงสั่นไม่หายเพราะช็อคจากการถูกทรยศ”

[ข่าว] นักผจญภัยระบุว่า “เราไม่ต้องการถูกโจมตีจากพันธมิตรของพวกเรากันเอง เช่นเดียวกับผู้อำนวยการคังชอลอิน พวกเราไม่ใช่ของใช้สิ้นเปลืองของใคร”

ภายใต้การควบคุมของควักจอง เหล่านักผจญภัยเริ่มทำการคว่ำบาตร

[ข่าว] พลเมืองออกความคิดเห็นว่า “นี่หรือคือสิ่งที่รัฐบาลควรทำ”

[ข่าว] รัฐบาลจะขอความช่วยเหลือจากบริษัทแกแล็คซี่...

[ข่าว] ประกาศจากท่านประธานาธิบดี “ขอโอกาสให้พวกเราอีกสักครั้ง”

และในที่สุด กลุ่มผู้มีอิทธิพลและเจ้าหน้าที่ภาครัฐก็ต้องออกมาเคลื่อนไหว

มันสมเหตุสมผลแล้วเมื่อพวกเขาคิดที่จะคว่ำบาตรบริษัทแกแล็คซี่ออกไปอีกนานเท่าไหร่ ตำแหน่งของพวกเขาก็จะเริ่มถูกคุกคามมากยิ่งขึ้นตามเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ เจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เคยพยายามคิดหาวิธีที่ดีที่สุดที่จะเก็บภาษีเป็นจำนวนมากจากบริษัทแกแล็คซี่จึงต้องออกมาร้องขอความช่วยเหลืออย่างช่วยไม่ได้

.

.

.

2 วันต่อมา ภายในห้องประชุมลับใต้ดินที่ยออีโด ควักจองกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้หัวโต๊ะโดยไขว้ขาวางไว้บนโต๊ะพร้อมกับเคี้ยวหมากฝรั่ง

แต่พวกกลุ่มผู้มีอิทธิพลและเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่กำลังนั่งอยู่ภายในห้องเดียวกันกับเขานั้นกลับกำลังนั่งกันอย่างนิ่งเงียบสนิทเพราะกลัวว่ามันอาจจะมีอะไรเกิดอะไรมาได้หากพวกเขาเผลอไปทำอะไรที่ไม่น่าพอใจต่อเขาเข้า

“ไอ้พวกโง่”

และขณะนั้นเองควักจองก็เริ่มหัวเราะเยาะใส่พวกเจ้าหน้าที่

“สิ่งเหล่านี้คือเงื่อนไขของเรา พวกคุณสามารถตัดสินใจกันเอาเองได้เลยว่าจะยอมลงชื่อในสัญญานี้หรือไม่”

ควักของว่าพลางโยนกองกระดาษไปที่กลางโต๊ะ โดยเนื้อหาภายในนั้นระบุไว้ว่า

ทันทีที่เหล่าเจ้าหน้าที่ได้อ่านสิ่งนั้นจบ พวกเขาต่างพากันอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ

“น นี่มันอะไรกัน…”

“ช่างไม่สมเหตุสมผล…”

“เงื่อนไขพวกนี้มันเลวร้ายเกินไป…”

แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องไม่เห็นด้วยกับมัน

“ทำไมล่ะ ไม่ชอบกันหรอกเหรอ?”

ควักจองหัวเราะ

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องเซ็นสัญญากับเราก็ได้นะ”

มันคือข้อเรียกร้องที่มากเกินไปอย่างนั้นหรือ?

แน่นอนว่าไม่เลย!

หากไม่ยอมเพิกเฉยต่อคำเตือนจากพวกเขาซะตั้งแต่แรกและพยายามป่าวประกาศเพื่อเตือนภัยอันตรายของแพนเจียเวิลด์ให้ประชาชนได้รับรู้ เงื่อนไขที่เกิดขึ้นก็คงจะไม่เลวร้ายแบบนี้

ท่าทีของเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้ในตอนที่ชายชราควอนไปเข้าพบเพื่อชี้แจงเรื่องนั้นได้กลายเป็นคนละคนกับในตอนนี้ไปโดยสิ้นเชิง...คนพวกนี้คือกลุ่มคนที่โลภมากอย่างกับหมูสกปรกโดยไม่สนใจเลยว่าพวกเขาจะพูดเตือนอะไรออกไปเพราะได้รับสินบนที่จากริเวอร์มูนกรุ๊ปมาแล้ว คนพวกนี้ไม่ใช่คนที่พวกเขาจะพยายามหาข้อตกลงร่วมกันด้วยดีด้วยได้

“ฉันจะให้เวลาพวกคุณอีก 10 วินาที” ควักจองว่า

“งั้นลองฟังสิ่งที่ราชันย์ของผมพูดก่อนที่พวกคุณจะได้ตัดสินใจกันเป็นครั้งสุดท้าย”

ทันทีที่เขาพูดแบบนั้นจบ ควักจองก็กดเปิดข้อความที่บันทึกไว้ล่วงหน้าขึ้นมา

ชึ้บ!

- ไม่มีที่ว่างสำหรับการเจรจาในครั้งนี้อีกต่อไป

เสียงของคังชอลอินที่ดังขึ้นมานั้นช่างแน่วแน่เป็นอย่างยิ่ง

.

.

.

ในขณะเดียวกัน

“ฮ่า ๆ ๆ...”

คังชอลอินกำลังหัวเราะร่าอย่างสบายใจ

หลังจากได้พักผ่อนมานานกว่า 24 ชั่วโมงแล้วในตอนนี้เขาก็กำลังเดินทางผ่านวงกตปริศนาอยู่ เขาต้องการได้รับมิตรามาให้ได้โดยเร็วที่สุดเพื่อที่จะได้นำมันกลับโลกไปสังหารมังกรกระดูก

และผลลัพธ์ที่ตามมาด้วยนั้น...

“พวกนั้นบอกว่ามันเป็นบัตรไฮพาส แต่…”

คังชอลพึมพำพลางหัวเราะด้วยความประหลาดใจ

5 ชั่วโมง...

นั่นคือระยะเวลาที่คังชอลอินใช้เพื่อออกจากเขาวงกตที่ลึกลับแห่งนี้

สิ่งที่ต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือนสำหรับคนอื่น ๆ แต่สำหรับคังชอลอินแล้วเขากลับใช้เวลาไปแค่เพียง 5 ชั่วโมงเท่านั้น

-ท่านได้เดินทางมาถึงห้องของบอสเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นบัตรไฮพาสนี้จะหายไป

กล่องการแจ้งเตือนได้โผล่ขึ้นมา

“บอสงั้นเหรอ เหอะ”

ขณะนี้คังชอลอินกำลังยืนอยู่ที่ขอบเขาวงกตปริศนาซึ่งตรงหน้าของเขาก็คือประตูที่นำไปสู่บอสที่เฝ้าคุ้มกันดันเจี้ยนแห่งนี้

เอี๊ยด…

โดยไร้ซึ่งความลังเลใด ๆ คังชอลอินผลักประตูบานนั้นเพื่อเปิดมันออก

และ...

“มาแล้วหรือ!! ในที่สุดก็มีคนมาถึงที่นี่สักที!!”

ชายชราคนหนึ่งหันมากล่าวทักทายคังชอลอินด้วยความปิติยินดีเป็นอย่างยิ่ง

.

.

สามารถกดติดตามเพื่อรับอัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับนิยายได้ก่อนใครที่ทาง แปลได้แปลเถอะ

จบบทที่ ตอนที่ 180: วงกตปริศนา (ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว