เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 : อัพเกรด!

บทที่ 2 : อัพเกรด!

บทที่ 2 : อัพเกรด!


ชื่อ : ดอกโคลเวอร์ระดับ 1

คำแนะนำ : ปรับสภาพร่างกาย เพิ่มสมรรถภาพของร่างกายได้เล็กน้อย ยังเติบโตไม่เต็มที (ได้รับความเสียหาย)

สถานะ : อัพเกรดได้

คะแนนความโกลาหลที่เหลืออยู่ : 2

"อัพเกรด!"

จิตใจของฉินยี่เคลื่อนไหว เขาต้องการที่จะอัพเกรด ดอกโคลเวอร์ระดับ 1 หลังจากนั้นเขาก็ถูกหักคะแนนความโกลาหลไปเล็กน้อย และข้อมูลของดอกโคลเวอร์ระดับ 1 ก็เปลี่ยนไป

ชื่อ : ดอกโคลเวอร์ระดับ 1

คำแนะนำ : ปรับสภาพร่างกาย เพิ่มสมรรถภาพของร่างกายได้เล็กน้อย เติบโตเต็มที

สถานะ : ไม่สามารถอัปเกรดได้

คะแนนความโกลาหลที่เหลืออยู่ : 1

เนื่องจากมีเพียงแค่ฉินยี่เพียงคนเดี่ยวเท่านั้นที่สามารถมองเห็นข้อมูลของ ดอกโคลเวอร์ระดับ 1 คนอื่นๆ ที่มามุ่งดูก็ไม่มีใครไม่มีใครสนใจ ดอกโคลเวอร์ระดับ 1 ที่อยู่ในมือของฉินยี่เลย ดังนั้นพวกเขาทั้งหมดจึงไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติของดอกโคลเวอร์ระดับ 1

ในขณะนี้ดอกโคลเวอร์ระดับ 1 ที่มีความสูงหนึ่งฟุตมีผลสีขาวขนาดเท่าหัวแม่มื้อ และมีลวดลายสีเงินแนวนอนที่ปรากฏอยู่บนพื้นผิวของผล ซึ่งกำลังส่งกลิ่นหอมอ่อนๆออกมา

“อะแฮ่ม!” ฉินยี่แสร้งทำเป็นเพิ่งรู้สึกตัว จากนั้นเขาก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา เหลือบมองผู้คนที่ยืนอยู่รอบข้างด้วยสายตาที่ว่างเปล่า จากนั้นจึงหันไปมองฉินชาน ที่กำลังพูดแก้ต่างให้กับเขาอยู่ในขณะนี้

“พี่ชาย มีอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นเหรอ ทำไมข้าถึงได้ปวดหัวเช่นนี้!”

“เสี่ยวยี่ เจ้ารู้สึกโอเคใช่ไหม” ฉินซานรู้สึกดีใจมากเมื่อเห็นว่าฉินยี่ฟื้นขึ้นมาแล้ว และรีบถามออกมาด้วยความเป็นห่วง “ตอนนี้เจ้ารู้สึกเป็นยังไงบ้าง เจ้ารู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือป่าว”

“ไม่ ตอนนี้ข้ารู้สึกดีขึ้นมากแล้ว” ฉินยี่ส่ายหัวเล็กน้อย ก่อนที่จะพูดออกมา

“เฮ้อ ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว! ทีนี้เจ้าสามารถบอกข้าได้หรือไม่ว่าใครเป็นคนทำลายแปลงสมุนไพรของตระกูล” เสียงที่เปี่ยมด้วยความเมตตาของจางไห่ ดังขึ้นมาในเวลาที่เหมาะสม

เขาเกรงว่ายิ่งปล่อยให้เวลาผ่านไปนานเท่าไรสิ่งต่างๆ ก็จะยิ่งเกิดความเปลี่ยนแปลงมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงต้องการรีบจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด

“อะไรนะ?” ฉินยี่รู้สึกประหลาดใจมาก “ข้า... ข้าไปทำลายแปลงดอกโคลเวอร์ตั่งแต่เมื่อไหร อย่ามาพูดเรื่องไร้สาระนะ!”

ฉินยี่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าโศกและน้ำตาคลอเบ้า “ตื่นเช้ามาข้าก็ไปเก็บกรงปลาตอนเช้าจู่ๆ ข้าก็หมดสติไปอย่างกะทันหัน และข้าก็กลับมารู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อตอนที่ข้าได้ยินเสียงของพวกเจ้าเดินเข้ามา!”

"ข้าไม่ได้เป้นคนทำอย่างแน่นอน!"

ฉินยี่ตะโกนขึ้นมา เพื่อทวงความยุติธรรมให้กับตัวเอง

เมื่อได้ยินสิ่งที่ฉินยี่พูด ผู้คนรอบข้างก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

ไม่ใช่เขาอย่างนั้นเหรอ?

แล้วเป็นใครกัน?

“ดูจากสีหน้าของเขาแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะพูดเรื่องจริงใช่ไหม?”

“ข้าเองก็บอกเจ้าไม่ได้เช่นกันว่าสิ่งที่เด็กคนนี้พูดออกมาเป็นเรื่องจริงหรือไม่?”

"แล้วเจ้าล่ะ เชื่อไหม?

..................

ชายชราโบกมือเพื่อหยุดเสียงของคนที่กำลังพูดคุยอยู่แถวนั้น ก่อนที่จะถามคำถามออกมา "ฉินยี่ เจ้าบอกว่าเจ้าถูกตีจนสลบไปอย่างนั้นเหรอ แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าใครเป็นคนตีเจ้า?"

“ข้าไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นใคร เพราะว่าไม่มีใครอยู่ที่นั่นเลยในตอนนั้น พอข้าเดินมาถึงแปลงสมุนไพร สติของข้าก็ก็มืดลงทันที แล้วข้าก็ไม่รู้เรื่องอะไรอีกเลย” ฉินยี่ครุ่นคิดอยู่สักพักหนึ่งก่อนที่จะเล่าทุกอย่างออกมา และไม่ได้เอ่ยชื่อของจางไห่ออกมาเลย

เพราะว่าตอนนี้เขาไม่มีหลักฐาน และถึงแม้ว่าเขาจะพูดทุกอย่างออกมา มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร แต่กลับให้ผลตรงกันข้าม มันจะทำให้ผู้คนรู้สึกว่าเป็นตัวของเขาเองที่เป็นคนทำลายแปลงสมุนไพร และจงใจใส่ร้ายจางไห่

จางไห่ที่ยืนอยู่ในฝูงชนเหงื่อแตกพลั่กออกมาทันที และรีบถามออกมา "เจ้าบอกว่าไม่ใช่เจ้าอย่างนั้นเหรอ เจ้ามีหลักฐานอะไรมายืนยันหรือไม่ นอกจากนี้เจ้าเองก็ไม่ค่อยมาที่นี่ ทำไมวันนี้เจ้าถึงมาที่นี่ เจ้ามาที่นี่เพื่อทำอะไรกัน?"

“ใช่แล้ว มันเป็นเรื่องบังเอิญอย่างนั้นเหรอ?”

“แปลงสมุนไพรนี้ไม่ได้อยู่ติดแม่น้ำใช่ไหม?”

"ข้าไม่คิดว่ามันจะง่ายขนาดนั้น!"

"เจ้ากำลังบอกว่าไม่มีใครอยู่ที่นั่นในเวลานั้น แล้วใครเป็นคนทำร้ายเจ้า?"

"ในเมื่อมีเพียงแค่เจ้าคนเดียวที่อยู่ที่นั้น?"

"เจ้ากำลังหมายถึง... หืมมม..."

คำพูดของฉินยี่และจางไห่ ทำให้ผู้คนที่ยืนอยู่รอบข้างมีความคิดที่แตกต่างไปจากเดิม แม้แต่แววตาของจางไห่ เองก็เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน

“พอได้แล้ว จางไห่! ให้ฉินยี่พูดต่อไป!” ชายชราจางซานเย่ จ้องมองไปยังจางไห่!

“ถ้าพวกท่านไม่เชื่อข้า พวกท่านก็มาดูที่ด้านหลังศีรษะของข้าสิ มันยังบวมอยู่เลย!” ฉินยี่พูดออกมาด้วยท่าทางที่ดูวิตกกังวลเล็กน้อย หลังจากนั้นเขาก็หันหลัง เผยให้เห็นด้านหลังศีรษะของเขา และไม่นานพวกเขาทุกคนก็มองเห็นรอยบวมเล็กน้อยที่ปรากฏอยู่ด้านหลังหัวของฉินยี่

"จริงหรือ!"

“หรือว่าเด็กคนนี้ไม่ได้โกหก!”

“ดูเหมือนว่าข้าจะเข้าใจผิดไปจริงๆ!”

“แล้วเป็นใครล่ะ!”

เมื่อฉินซานเห็นคนที่อยู่รอบข้าง มีท่าทางที่เปลี่ยนแปลงไป ดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยความโกรธ

จางไห่เริ่มรู้สึกกลัวเล็กน้อย

เขาเช็ดเหงื่อที่ไหลออกมาเต็มหน้าผาก ริมฝีปากของเขาสั่นระริก ดวงตาของเขากลอกไปมา ดูเหมือนว่าเขาจะจับฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้ได้ "บางทีเจ้าอาจจะล้มลงไปเอง? นอกจากนี้เจ้าเองก็เป็นคนเดียวที่อยู่ที่นี่ ถ้าไม่ใช่เจ้า แล้วจะเป็นใครไปได้อีก?"

"แต่ว่าข้าคิดว่ามันไม่ได้เป็นอะไร?" เสียงของฉินยี่ดังขึ้น

“อะไรนะ มันไม่ได้เป็นอะไรอย่างนั้นเหรอ?”

จางไห่ตะโกนขึ้นอย่างกะทันหัน

หลังจากนั้นเขาก็มองเห็นดอกโคลเวอร์ระดับ 1 ที่เติบโตเต็มที่อยู่ในมือของฉินยี่โดยไม่ได้ตั้งใจ มันจะเป็นไปได้อย่างไร?

จางไห่รีบเดินเข้าไปหาฉินยี่และฉินซาน จากนั้นก็หยิบดอกโคลเวอร์ระดับ 1 ที่อยู่ในมือของฉินยี่มาดู

สมุนไพรไม่ได้รับความเสียหายเลยแม้แต่น้อย และมีผลน้ำค้างสุกอยู่บนต้น

จางไห่ขยี้ตาราวกับว่าเขาไม่เชื่อในสิ่งที่เขาเห็น

ชาวบ้านที่มายืนดูต่างก็มองเห็น ดอกโคลเวอร์ระดับ 1 ที่โตเต็มที่ถูกจางไห่คว้าไป พวกเขาก็รู้สึกโกรธทันที

“เฮ้ จางไห่ นายกำลังหาเรื่องอยู่อย่างนั้นเหรอ?”

“ปลุกพวกเราตั้งแต่เช้า แล้วแกล้งพวกเราใช่ไหม?”

“จางไห่ เจ้าเห็นว่าพวกเราเป็นคนโง่ ตาบอด ถึงมองไม่ออกว่ามันเสียหายหรือเปล่า”

“ข้า ไม่นี่มันเป็นไปไม่ได้!” จางไห่บ่นพึมพำกับตัวเอง ดวงตาของเขาสั่นไหว

“ข้าทำผิดอย่างนั้นเหรอ?”

“อืม... เมื่อทุกอย่างเป็นปกติแล้ว พวกเราแยกย้ายไปได้แล้ว!” หลังจากที่ผู้อาวุโสจางซานเย่พูดจบ ทุกคนในหมู่บ้านก็ฟังคำพูดของเขา และพากันแยกย้ายกันกลับไปยังบ้านของพวกเขา

แต่ก่อนที่พวกเขาจะกลับไป พวกเขาทั้งหมดต่างก็พากันจ้องมองไปที่จางไห่ด้วยสายตาแปลกๆ

ในตอนเช้าตรู่ เจ้ากลับมารบกวนเวลานอนของพวกเรา ใส่ร้ายเด็กที่ใสซื่อบริสุทธิ์ คนประเภทนี้เป็นอันตรายจริงๆ

“เสี่ยวยี่ จางไห่ทำผิดต่อเจ้าในวันนี้ ตระกูลจะจ่ายค่าชดเชยให้กับเจ้า ในเมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว แยกย้ายกันไปได้แล้ว”

จางซานเย่ กำลังจ้องมองฉินยี่ ซึ่งกำลังรู้สึกมึนงงอยู่ในขณะนี้

“ผู้อาวุโส จะไม่เป็นอะไรใช่ไหม ฉินยี่ถูกทำร้ายจนหมดสติแต่กลับไม่มีใครออกมารับผิดชอบ?” ฉินซานยังคงโกรธอยู่เล็กน้อย ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะได้รับการแก้ไขแล้ว แต่เรื่องของฉินยี่มันยังไม่จบ!

“เจ้าไม่ได้บอกเหรอว่าเจ้าต้องการให้ฉินยี่ เข้าร่วมทีมฝึกอบรมเยาวชน? ข้าเห็นด้วย ตระกูลอื่นๆก็จะสนับสนุนพวกเจ้าทั้งสองคนด้วยเหรียญหยวนคุณภาพต่ำคนละ 10 เหรียญ ส่วนจางไห่ก็จะชดเชยให้กับฉินยี่อีก 10 เหรียญ พวกเจ้าทั้งสองตกลงหรือไม่?” จางซานเย่ครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนที่จะพูดออกมา

เขาเห็นว่าคราวนี้เป็นไอ้สารเลวจางไห่ที่เป็นคนก่อเรื่อง ถ้าเขาไม่ได้ชดเชยอย่างเหมาะสม ชาวบ้านก็จะติฉินนินทา

นี้คือเหตุผลที่เขาเสนอเงินชดเชยให้แก่ฉินยี่และฉินซาน

จางไห่และฉินยี่กำลังแข่งขันกันเพื่อเข้าไปยังทีมฝึกฝนเยาวชน เพราะว่าทั้งสองต่างก็อยู่ในวัยที่จะสามารถฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ได้แล้ว และการมอบเหรียญหยวนคุณภาพต่ำให้กับพวกเขา 20 เหรียญก็ถือว่าเหมาะสมมากแล้ว

“เรื่องนี้…” ฉินซานลังเล หันไปมองหน้าฉินยี่ และพร้อมที่จะปฏิเสธข้อเสนอนี้

นี่คือการชดเชยให้กับเสี่ยวยี่ มันไม่เกี่ยวอะไรกับเขาเลย และเขาเองก็ไม่ต้องการของที่ไม่ใช่ของเขา!

แต่ก่อนที่เขาจะทันพูดได้พูดออกไปฉินยี่ ก็ดึงแขนเสื้อของเขา พยักหน้า และตกลงรับข้อเสนออของอีกฝ่าย

“ท่านปู่ ข้าไม่เห็นด้วย! ท่านไม่ได้บอกว่าตำแหน่งในทีมฝึกฝนเยาวชนเป็นของข้าอย่างนั้นเหรอ ทำไม...” จางไห่ที่ดูหดหู่ กลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันใดและพูดขัดค้านขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

การมอบเงินให้กับฉินยี่นั้นไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด แต่ว่าตำแหน่งของทีมฝึกฝนเยาวชนในมณฑลนั้นมีค่ามาก ตอนแรกตำแหน่งนี้ได้ตกเป็นของเขาแล้ว แต่ว่าตอนนี้มันกำลังจะหลุดมือไป

“เงียบปากไปซะ! หลังจากกลับบ้านวันนี้ เจ้ากลับไปนั่งคิดทบทวนให้ดี!” ใบหน้าของจางซานเย่เริ่มมืดมน

ถ้าไม่มีไอ้โง่คนนี้ เขาก็ไม่จำเป็นต้องสูญเสียสิ่งเหล่านี้ไป

ฉินซานรู้สึกสับสนเล็กน้อย แต่เมื่อเขามองเห็นสายตาของฉินยี่ เขาก็ตอบตกลงทันที "ถ้าอย่างนั้น ข้าก็ขอบคุณท่านมากที่ยกตำแหน่งนี้ให้กับฉินยี่!"

จบบทที่ บทที่ 2 : อัพเกรด!

คัดลอกลิงก์แล้ว