เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 28: สั่งสมกำลังลงทัณฑ์ (1)

ตอนที่ 28: สั่งสมกำลังลงทัณฑ์ (1)

ตอนที่ 28: สั่งสมกำลังลงทัณฑ์ (1)


ตอนที่ 28: สั่งสมกำลังลงทัณฑ์ (1)

“เป็นแผนที่ชาญฉลาดยิ่งนักเจ้าค่ะองค์ราชันย์!”

ลูเซียแสดงความประหลาดใจกับความคิดของคังชอลอินอีกครั้ง

หากพูดกันตามตรงมันคือการใช้กำลังของบุคคลอื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ หากพวกเขาเปิดเกณฑ์นักผจญภัยให้มาตามล่ามังกรพีคอคแทนการใช้กำลังทางทหารที่มีอยู่จะส่งผลให้ไม่มีเหตุการณ์สูญเสียเกิดขึ้นที่ลาพิวต้าได้อีก

“องค์ราชันย์” ลูเซียกล่าวเรียกหลังตระหนักได้ถึงบางสิ่ง

“ว่ามา”

“ท่านกล่าวว่าจะให้นักผจญภัยออกตามล่ามังกรพีคอค นั่นหมายความว่าแม้ว่าท่านจะไม่จัดตั้งกองทัพแต่ท่านก็จะเข้าร่วมด้วยตัวท่านเองงั้นหรือเจ้าคะ?”

“ใช่”

“เช่นนั้นข้าจะขอติดตามไปด้วยเจ้าค่ะ!”

“เจ้ารึ? เจ้าเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของข้า ถ้าผู้ช่วยของข้าหายไปจากดินแดนแล้วใครจะเป็นผู้ดำเนินการแทน?”

“มีอยู่คนหนึ่งเจ้าค่ะ!”

“คนหนึ่ง?”

“สองสามวันมานี้ข้าได้เห็นถึงความสามารถของผู้ว่าการแทนทิโมธีและข้าคิดว่ามันเป็นสิ่งที่น่าทึ่งอย่างมาก แม้ข้าจะจากดินแดนนี้ไปสักพักแต่ข้าคิดว่าทิโมธีจะสามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ช่วยแทนข้าได้ เขาเองก็เป็นผู้ช่วยส่วนตัวเช่นกัน แม้เราจะปล่อยให้เขาดูแลขณะหนึ่งข้าคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะเจ้าคะ”

“อืม…”

ประเด็นที่ลูเซียว่ามาก็สมเหตุสมผล การจะให้ทิโมธีเป็นผู้ดูแลแทนนั้นไม่ใช่ปัญหา อย่างไรก็ตามหากมีบางสิ่งที่กำลังรบกวนจิตใจของคังชอลอินอยู่มันคงเป็นคำถามว่านางจะมีประโยชน์มากเพียงใดในการร่วมออกตามล่ามังกรพีคอคในครั้งนี้

“ลูเซีย”

“เจ้าค่ะ โปรดรับสั่งมาที่ข้า”

คังชอลอินครุ่นคิดแล้วพูดว่า

“มันน่าแปลกที่จนถึงตอนนี้ข้ายังไม่เห็นถึงความสามารถของเจ้า สำหรับข้าแล้วการไม่รู้ถึงความสามารถเจ้าคือสิ่งที่ทำให้ข้าลังเลใจมากที่สุด เช่นนั้นข้าจะขอถามเจ้า ลูเซีย เจ้าจะบอกข้าได้หรือไม่ว่าความสามารถของเจ้านั้นคือสิ่งใด?”

หากมองไม่เห็นถึงความสามารถก็ต้องถามออกไป ลูเซียที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่ภักดีจะไม่มีทางโกหกเขาเป็นอันขาด

“เจ้าค่ะ องค์ราชันย์!” ลูเซียยิ้มกว้างก่อนจะตอบกลับ

“ผู้รับใช้ส่วนตัวขององค์ราชันย์ ลูเซียผู้นี้ขอรายงานว่าข้าไม่มีความสามารถอื่นใด ทว่าในอีกแง่หนึ่งข้ามีทักษะพิเศษอยู่อย่าง มันคือทักษะ”เครื่องจักรสงคราม“เจ้าค่ะ”

“เครื่องจักรสงคราม? ไม่มีความสามารถพิเศษ?”

“เจ้าค่ะ องค์ราชันย์ ท่านจำวันแรกที่ทั้งท่านและข้าพบกันได้หรือไม่เจ้าคะ?”

“จำได้”

มันเพิ่งผ่านมาได้แค่เพียงสามสัปดาห์และแน่นอนว่าเขาไม่สามารถจำมันได้

“ในวันนั้นข้าเอาแต่ครุ่นคิดว่าข้าจะถูกนายท่านทอดทิ้ง ข้าไม่ได้มีความฉลาดมากขนาดนั้นและข้าก็ไม่ได้มีความสามารถพิเศษที่จะช่วยท่านปกครองดินแดน ข้ากังวลเป็นอย่างมากว่านายท่านจะคิดว่าข้าไร้ประโยชน์”

“ข้ารู้”

“เป็นดั่งที่คิด...นายท่านรู้ทุกสิ่งเลยสินะเจ้าคะ?”

“แน่นอนว่าไม่ใช่ ข้าเพิ่งรู้ถึงความสำคัญของการมีอยู่ของผู้ช่วยส่วนตัวดังนั้นข้าถึงสามารถระบุสถานะภายในของเจ้าได้”

คังชอลอินไม่มีความตั้งใจที่จะพูดจาโอ้อวดแก่นาง

ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไรแต่ลูเซียก็ยังเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของเขา แม้ทุกคนจะทรยศแต่ลูเซียจะไม่มีวันทำแบบนั้น ดังนั้นมันไม่มีความสำคัญอะไรที่ต้องไปโอ้อวดกับคนที่ถึงอย่างไรก็ไม่มีวันหักหลังและเป็นเพียงคนเดียวที่จะสามารถเชื่อถือได้มากที่สุดบนโลกใบนี้

“อย่างไรก็ตามข้าจะไม่มีวันทอดทิ้งเจ้า ข้าไม่ต้องให้เจ้าคิดอะไรเช่นนั้นอีกนับต่อจากนี้”

“แน่นอนเจ้าค่ะ องค์ราชันย์!”

ลูเซียยิ้มอย่างไร้เดียงสาเหมือนเด็กพร้อมพยักหน้า

“แม้ข้าจะไม่มีความสามารถพิเศษใด ๆ ในการช่วยงานกิจการของดินแดน แต่ข้าสามารถต่อสู้ได้ดีกว่าผู้ช่วยส่วนตัวทั่วไปเมื่อใดที่ข้าใช้ทักษะ”เครื่องจักรสงคราม“เจ้าค่ะ”

“สามารถต่อสู้ได้ดี?”

“ลูเซียผู้นี้ไม่ใช่มนุษย์ ข้าเป็นเพียงมนุษย์ประดิษฐ์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อการต่อสู้โดยเฉพาะในด้านการป้องกัน ไม่มีอะไรที่ข้าสามารถมอบให้ท่านได้ยกเว้นเพียงทักษะนี้ ลูเซียผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ผู้นี้ ถ้าท่านยอมมอบโอกาสแก่ข้า ข้าจะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวังและจะเป็นเหมือนโล่เพื่อปกป้ององค์ราชันย์ได้อย่างแท้จริงเจ้าค่ะ!” ลูเซียเปล่งเสียง

‘โอ้… นายกำลังเครื่องร้อนได้ที่เลยนี่’

คังชอลอินสามารถตระหนักถึงเหตุผลที่ทำให้ลูเซียมีแรงกระตุ้นมากมายได้ขนาดนี้ก่อนจะยกยิ้มอย่างพอใจ

อารมณ์ความรู้สึกในตอนนี้ของลูเซียคือการแข่งขัน ความรู้สึกอันตรายที่เป็นภัยกำลังขับเคลื่อนตัวนาง

ในส่วนของประเด็นนี้

ทิโมธีผู้มีความสามารถในงานหนังสือและการบริหารได้เข้ามาทำงานให้กับดินแดนและเริ่มจัดตั้งหน่วยงานภายในพร้อมทั้งร่างระบบของการปกครองได้อย่างช้า ๆ ดังนั้นจึงเป็นที่เข้าใจได้ว่าลูเซียกำลังรู้สึกถูกคุกคามในตำแหน่งของนาง นอกจากนี้ความต้องการในการแข่งขันของนางที่ต้องการพิสูจน์ว่าทักษะของนางเหนือทิโมธียังช่วยผลักดันให้นางอยากออกไปทำหน้าที่ภายในสนามรบ

“ได้”

คังชอลอินที่ได้เห็นถึงความมุ่นมั่นของนางยอมรับและพยักหน้า

“ในการออกพิชิตมังกรพีคอค ข้าจะพาเจ้าไปด้วย ลูเซีย”

“จริงรึเจ้าคะ?!”

“ใช่ แต่!”

คังชอลอินยังมีความต้องการอย่างอื่นเพิ่มเติม

“เจ้าต้องแสดงให้ข้าได้เห็น ลูเซีย ทักษะที่เจ้ามีอยู่จงแสดงออกมา”

“เจ้าค่ะองค์ราชันย์! ข้าจะแสงให้ท่านได้เห็นถึงทักษะที่มีประโยชน์ของข้าอย่างแน่นอน!”

ทันทีที่คังชอลอินมอบสิทธิ์ออกสนามให้กับลูเซีย นางยินดีเป็นอย่างมากพร้อมกับแรงมุ่งมั่นที่กำลังเผาไหม้ร่างกาย

‘อัลเฟรด ถ้าเจ้าได้มาเจอกับลูเซียตอนนี้ข้าอยากรู้จริงว่าเจ้าจะมีท่าทีอย่างไร’

เมื่อเห็นลูเซียที่ทั้งบริสุทธิ์และไร้เดียงสาอยู่รอบตัว คังชอลอินก็อดคิดถึงอัลเฟรดอดีตผู้ช่วยส่วนตัวผู้ซื่อสัตย์ของเขาไม่ได้

มันไม่มีวันเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นมาได้แต่ก็ยังเป็นเรื่องน่าขันที่ได้จินตนาการว่าจะมีฉากแบบใดเกิดขึ้นหากทั้งสองได้มาพบกัน อัลเฟรดผู้ที่อยู่ข้างเขามาโดยตลอดคงมีความอิจฉาเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นลูเซียดังนั้นมันจึงเป็นที่ชัดเจนว่าทั้งสองจะต้องมีการทะเลาะและโต้แย้งเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง อย่างไรก็ตามมันเป็นความคิดที่ไร้ประโยชน์เพราะทั้งสองจะไม่มีวันได้มาพบกัน ผู้ช่วยส่วนตัวที่คังชอลอินเลือกในชีวิตนี้คือลูเซียไม่ใช่อัลเฟรด

คังชอลอินสละความคิดที่ไร้ประโยชน์ออกจากความคิดแล้วกลับมาให้ความสนใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า

ดันเจี้ยนใต้ดิน, สำรวจซากปรักหักพังและการปราบปรามสัตว์ประหลาดนั้นสำคัญมากสำหรับราชันย์เช่นเดียวกับนักเดินทางข้ามมิติคนอื่น ๆ เหตุผลนั้นเรียบง่ายมากนั่นก็เพราะเพื่อการเติบโตของสถานะราชันย์และการได้มาซึ่งสิ่งของรางวัลต่าง ๆ

ที่ดันเจี้ยนและใต้ซากปรักหักพังที่ตั้งอยู่รอบแพนเจียจะมีสัตว์ประหลาดพร้อมกับสมบัติโบราณและสิ่งประดิษฐ์มากมาย

เป็นบางครั้งบางคราวที่สมบัติและสิ่งประดิษฐ์ที่ปรากฏขึ้นมานั้นเป็นสิ่งที่มีค่าอย่างยิ่ง ยกตัวอย่างที่ดีเยี่ยมเช่นอาวุธเอกลักษณ์, อาวุธในตำนานหรืออาวุธมหากาพย์ มีทองคำกองอยู่เท่าภูเขา หนังสือเวทมนตร์ที่รวบรวมพลังเวทหรือหนังสือโบราณเกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้ที่มีอยู่มากมาย

ด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงมีราชันย์บางคนที่ออกจากการจัดการเรื่องดินแดนพร้อมกับผู้ช่วยส่วนตัวและมุ่งเน้นแต่การล้วงลึกเข้าไปในดันเจี้ยนแต่เพียงอย่างเดียว คังชอลอินยังคงเป็นราชันย์ที่ชื่นชอบในการสำรวจดันเจี้ยนและการได้ค้นหาศิลปวัตถุรวมถึงความชื่นชอบในการทำเควสล่าสัตว์ประหลาดอยู่เหมือนอย่างเก่า

‘มังกรพีคอค...สัตว์ประหลาดระดับ … 40?’

คังชอลอินใช้เวลาทั้งคืนเพื่อคิดหาวิธีจัดการกับมังกรพีคอคขณะนั่งอยู่บนบัลลังก์

‘บ้าเอ๊ย… ถูกคุกคามจากมังกรปลอมเป็นเรื่องไร้สาระที่เกินรับได้จริง ๆ’

แม้เขาจะไม่ได้แสดงออกมาโดยตรงแต่คังชอลอินกำลังอารมณ์เสียเป็นอย่างมาก ระดับของเขาในตอนนี้คือ 14 และระดับของมังกรพีคอคคือ 40 เขาจะต้องเผชิญหน้ากับความตายที่น่ากลัวหากเขาต้องไปออกตามล่ามันเพียงลำพัง สำหรับคังชอลอินที่หยิ่งทะนงตนอย่างมากเป็นที่เข้าใจได้ว่าทำไมเขาถึงอารมณ์เสียเพราะต้องมาต่อสู้กับสายพันธุ์ย่อยของมังกร

แต่เขาจะทำอย่างไรได้?

มังกรพีคอคที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสายพันธุ์ย่อยของมังกรกำลังคุกคามชาวบ้านและอาณาดินแดนของเขา มันคือตัวอันตรายอย่างไม่ต้องสงสัย หากเขาไม่ต้องการให้เกิดการสูญเสียขึ้นอีกเขาก็ต้องออกตามล่ามังกรพีคอคให้ได้โดยเร็วที่สุด

‘เราต้องได้หัวใจมังกรมา’

มังกรพีคอคเป็นสายพันธุ์ย่อยที่อ่อนแอและต่ำที่สุดแต่มันก็ยังมีสายเลือดจากมังกรที่ไหลวนจึงทำให้มันยังคงมีหัวใจเช่นมังกร

หัวใจมังกร กล่าวตามชื่อมันก็คือหัวใจของมังกรซึ่งเป็นแหล่งมานาที่เข้มข้นที่จะทำให้ผู้ใช้แข็งแกร่งขึ้นในทันใด แน่นอนว่าหากพิจารณาระดับของมังกรพีคอคแล้วคงไม่สามารถคาดหวังถึงพลังที่รุนแรงได้ แต่สำหรับคังชอลอินในตอนนี้เขามีความต้องการหัวใจมังกรด้วยความรู้สึกที่ค่อนข้างรุนแรงในระดับหนึ่ง

ถ้าเขาได้รับสิ่งนั้นมา มันจะช่วยพาเขากลับไปสู่ยุครุ่งเรืองและลดระยะเวลาในการขึ้นเป็นจอมราชันย์ให้สั้นลงได้

‘ต้องเปิดใช้งานทักษะพลางตัวก่อน … เมื่อซ่อนดินแดนเสร็จก็ค่อยเดินทางกลับโลกเพื่อไปไล่ต้อนหานักผจญภัยแล้วกลับมาออกตามล่าหาตัวมังกรพีคอค’

มันสมบูรณ์แบบเมื่อคิดมาจนถึงจุดนี้

แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขารำคาญใจนั่นก็คือนักเดินทางข้ามมิติต่างก็ไม่ชำนาญในการออกตามล่ามังกรพีคอค

‘ต่อให้มีระดับสูงแค่ไหนก็คงไม่เกิน 20 ตัวเราเองก็ยังอยู่แค่ที่ 14 … ต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง’

และด้วยวิธีนั้น มันจะเป็นกุญแจสำคัญในการออกตามล่าตัวมังกรพีคอค

หากการเงินของดินแดนมีความเสถียรภาพมากกว่านี้เขาคงไม่จำเป็นต้องไปใช้วิธีดังกล่าวเพื่อออกตามล่าตัวมังกรพีคอคและจะสามารถใช้กำลังทหารของดินแดนได้โดยตรง แต่ตอนนี้เขาไม่มีทางนี้อยู่ในตัวเลือกด้วย ชีวิตของทหารแม้แต่คนเดียวก็ยังมีค่ามากในเวลานี้ เขาต้องช่วยดินแดนมัธยัสถ์และหาวิธีในการปกครองแพนดิโมเนียมให้ได้ในที่สุด

‘เริ่มจากการซ่อนเมืองก่อนก็แล้วกัน’

ถึงอย่างไรตอนนี้ก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนแม้จะใคร่ครวญเพิ่มเติมเพียงใด คังชอลอินจึงเลือกที่จะซ่อนดินแดนและปลอบโยนครอบครัวของคนตายก่อนเป็นสิ่งแรก

“ไปบอกให้ลูเซียนำแกนวิญญาณมาให้ข้า”

“เจ้าค่ะ” คนรับใช้หน้าใหม่ตอบรับ

“นี่เจ้าค่ะองค์ราชันย์”

จากนั้นไม่ถึง 10 นาที ลูเซียก็ปรากฏตัวพร้อมส่งมอบแกนวิญญาณที่ควบคุมลาพิวต้าให้แก่คังชอลอิน

“คู่มือควบคุมดินแดน”

ทันทีที่เขาออกคำสั่ง แถบสถานะได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าคังชอลอินเพื่อแสดงเมนูเกี่ยวกับการควบคุมของลาพิวต้า

[คู่มือควบคุมลาพิวต้า]

• การพรางตัว
• ระบบรักษาตัวเอง
• ความมั่งคั่ง
• กองทัพอวกาศ

เมื่อคังชองอิลกดตัวเลือก “พรางตัว” ข้อมูลเกี่ยวกับทักษะนี้ก็ปรากฏขึ้น

[พรางตัว]

ใช้ทองคำเพื่อซ่อนตัวปราสาท

ระดับทักษะ: ระดับ 1 (ระดับสูงสุด 3)

ค่าใช้จ่าย: ทองคำ (จำนวนจะลดลงหรือเพิ่มขึ้นอยู่กับระดับและราคาของปราสาท)

ทักษะเวลา: สูงสุด 720 ชั่วโมงหลังการเปิดใช้งาน

ราคาทอง: 0.5 ทองต่อชั่วโมง

ท่านต้องการเปิดใช้งานทักษะพราตัวหรือไม่ (ใช่ / ไม่ใช่)

‘นี่มันทักษะผลาญทองชัด ๆ!’

ราคาค่าใช้จ่ายของทักษะนี้แพงมาก การใช้จ่ายทอง 0.5 แท่งต่อชั่วโมงนั่นหมายความว่าเขาจะต้องเสียทองถึง 12 แท่งภายใน 24 ชั่วโมง หากต้องการใช้ทักษะพรางตัวสำหรับหนึ่งวันมันจะมีค่าใช้จ่ายถึงหกล้านวอน

ทอง 12 แท่งต่อวัน

โอกาสในการพิชิตมังกรพีคอคได้สำเร็จคือ 3 สัปดาห์

3 สัปดาห์คือ 21 วัน

12 X 21 จะเท่ากับ 252

ทอง 252 แท่งจะมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 125 ล้านวอน มันช่างเป็นเรื่องที่น่าสมเพชอย่างแท้จริงที่ต้องมาใช้จ่ายกับเรื่องนี้ในตอนนี้

“เฮ้อ … สงสัยคงได้ล้มละลายก่อนจะได้เริ่มทำธุรกิจแล้วละมัง”

คังชอลอินจุ่มหน้าตัวเองลงฝ่ามือเพื่อปกปิดใบหน้าที่เหนื่อยล้าจากความคิด

ดินแดนที่น่าสังเวชนี้มีทักษะที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับดินแดนอื่น เช่นนั้นจึงทำให้มันมีราคาที่สูงกว่าดินแดนอื่นมาก หากทักษะการพลางตัวยังมีราคาที่แพงมากขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าทักษะอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทัพอวกาศจะต้องมีราคาแพงที่ยิ่ง ๆ ขึ้นไป

“เครื่องกินเงิน” คือคำอธิบายที่สมบูรณ์แบบ

แต่เพราะเขาไม่สามารถไม่ใช่งานมันได้ดังนั้นถึงแม้จะมีความบอบช้ำแต่คังชอลอินจำเป็นต้องเปิดการใช้งานทักษะพรางตัวนี้

[หมายเหตุ: ทักษะระดับ 1 พลางตัวถูกเปิดใช้งาน! โปรดระวังการหลงทางหลังออกนอกเขตแดนลาพิวต้า]

ความสะดวกสบาย … ทันทีที่เปิดใช้งานทักษะพรางตัว ลำโพงที่คิดตั้งอยู่ทั่วดินแดนจะถูกป่าวประกาศสถานะที่ดำเนินไปเองโดยอัตโนมัติ คังชอลอินคิดว่าเพราะเหตุนี้จึงทำให้มันมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างแพงกว่าใคร

“ลูเซีย”

“เจ้าค่ะ องค์ราชันย์”

“ข้าจะกลับบ้านเกิดเพื่อไปรวบรวมนักผจญภัย ตอนนี้ข้าเปิดทักษะพรางตัวไว้แล้ว แต่เจ้าก็รู้ดีใช่หรือไม่ว่าไม่ควรลดระดับการป้องกันลง?”

“แน่นอนเจ้าค่ะ”

“หากมีการโจมตีใด ๆ เพิ่มเติม จงตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีผู้ใดได้บาดเจ็บและพยายามหาวิธีลดความเสียที่เกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด”

“โปรดให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะเจ้าค่ะ!”

ด้วยคำตอบที่มั่นใจของลูเซีย คังชอลอินพยักหน้ารับและมุ่งหน้ากลับโลกเดิมของเขาอีกครั้งเพื่อไปรวบรวมนักผจญภัย เขาต้องการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ทันสมัยและไม่มีสิ่งใดที่จะมีประสิทธิภาพไปมากกว่าอินเทอร์เน็ตที่มีการรวบรวมสิ่งที่เหมาะสมต่าง ๆ ไว้มากมาย

แต่สิ่งอื่นใดมันมีปัญหาที่ต้องการวิธีแก้ไขอยู่หนึ่งสิ่ง

มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่นักผจญภัยเพียงระดับ 10 หรือ 20 จะสามารถตามล่าสัตว์ประหลาดระดับ 40 ได้สำเร็จ แล้วเขาจะออกตามล่ามังกรพีคอคพร้อมกับนักผจญภัยที่อ่อนแอกว่ามันได้อย่างไร?

.

.

สามารถกดติดตามเพื่อรับอัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับนิยายได้ก่อนใครที่ทาง แปลได้แปลเถอะ

จบบทที่ ตอนที่ 28: สั่งสมกำลังลงทัณฑ์ (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว