เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 26: ราชันย์ลีแชริน

ตอนที่ 26: ราชันย์ลีแชริน

ตอนที่ 26: ราชันย์ลีแชริน


ตอนที่ 26: ราชันย์ลีแชริน

“คังชอลอินพูดครับ”

คังชอลอินกดตอบรับสายโทรศัพท์จากลีแชริน

ถ้าเธอไม่ใช่หนึ่งในราชันย์เขาจะปฏิเสธสายนี้ไปอย่างไม่ลังเลแต่เพราะเธอเป็นหนึ่งในนั้นเขาจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการรับสายจากเธอได้

ศัตรูของราชันย์ก็คือราชันย์ เช่นเดียวกับพันธมิตรของราชันย์ก็คือราชันย์อีกเช่นกัน

[คุณชอลอินคะ]

“ครับรุ่นพี่ลี โอ้ไม่สิ ตอนนี้ผมจะเรียกคุณว่าคุณลีก็แล้วกันนะครับ”

[ไม่สำคัญหรอกค่ะว่าคุณจะเรียกฉันยังไง ตอนนี้ฉันโดนไล่ออกจากบริษัทแล้วล่ะค่ะ]

“คุณเพิ่งได้กลับมางั้นหรอครับ?”

[ค่ะ]

เป็นที่เข้าใจได้ว่าทำไมเธอถึงถูกไล่ออก

โดยทั่วไปแล้วบริษัทส่วนใหญ่มักไม่ค่อยไล่พนักงานบัญชีออกโดยไม่พิจารณาถึงความเหมาะสมเท่าไหร่นัก และยิ่งเป็นสถานการณ์ในปัจจุบันยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะเลือกลาออกด้วยตัวเอง สาเหตุในครั้งนี้คงเป็นเพราะเธอไม่ได้ไปทำงานเป็นเวลานานเนื่องจากการอัญเชิญครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้น

[คุณชอลอินคะ]

“ครับ มีอะไรงั้นเหรอครับ?”

[คุณรู้เรื่องพวกนี้อยู่ก่อนแล้วใช่ไหมคะ? นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณถึงได้ใจเย็นมากขนาดนั้น ฉันพูดถูกใช่ไหมคะ?]

ลีแชรินเอ่ยถามออกไปตามตรงในสิ่งที่เธอสงสัย ดูเหมือนว่าเธอจะยังไม่เข้าใจความเป็นจริงของสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

“...ผมไม่มีอะไรจะพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้”

คังชอลอินขีดย้ำเส้นแบ่งไว้อย่างชัดเจน

หากเขาให้คำแนะนำแก่ลีแชริน เขาจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอนาคตจะยังออกมาเป็นแบบเดิมอยู่หรือไม่ หรือจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เขาต้องพยายามคุมสถานการณ์และกำจัดตัวแปรภายนอกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในครั้งก่อนออกไปให้หมดดังนั้นเขาจึงไม่สามารถให้คำแนะนำอะไรแก่เธอได้แม้เขาจะต้องการทำแบบนั้นก็ตาม

[คุณชอลอินคะ]

จากน้ำเสียงของเธอในคราวนี้ เห็นได้ชัดว่าเธอกำลังรู้สึกเสียใจกับการตอบสนองที่เย็นชาของเขา

[ฉัน... ฉันกลัวมาก…]

[ฉันไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน... ที่นั่นมีทั้งคนแคระและฝูงกาที่ฉันไม่สามารถเข้าใจหรือยอมรับได้ … เพราะงั้นช่วยรับฟังฉันหน่อยจะได้ไหมคะ? แค่รับฟังเฉย ๆ ก็ได้ ขอร้องเถอะค่ะ]

น้ำสียงที่สั่นเทาของลีแชรินเปียกชื้นไปด้วยความหวาดกลัว

เธอดูเหมือนไม่ค่อยมีสติติดตัวเท่าไหร่นัก

คังชอลอินรับรู้ความรู้สึกภายในใจของเธอได้เป็นอย่างดี

ความกลัวที่ไม่รู้จัก ช่องว่างระหว่างความเป็นจริงจากโลกทั้งสองใบ ความรับผิดชอบจากชนชั้นราชันย์ที่ถูกมอบให้อย่างกะทันหัน สัตว์ประหลาดและภารกิจต่าง ๆ อีกมาก มันเป็นเรื่องยากสำหรับคนทั่วไปที่จะหลบหนีจากความตกใจของการอัญเชิญครั้งนี้ไปได้โดยใช้เวลาเพียงไม่นาน

โดยเฉพาะอย่างสำหรับหญิงสาวที่ไม่ได้มีความคึกคะนองแบบเฮคาเต้แต่เป็นหญิงสาวธรรมดา ๆ อย่างลีแชริน มันไม่ได้ชวนให้แปลกใจที่เธอจะมีอาการสับสนมากมายถึงขนาดนี้ และก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหากเธอต้องมาจบชีวิตเนื่องจากสภาพจิตใจที่ไม่สามารถแบกรับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไหว มันอาจเป็นการฆ่าตัวตายหรืออาจถูกฆ่าบนแพนเจียอย่างใดอย่างหนึ่ง

‘อืม… ในกรณีนี้หรือว่าเราควรแลกเปลี่ยนข้อมูลบางอย่างให้เธอไปบ้างดี?’

จิตใจของคังชอลอินเริ่มสับสน

‘หากดินแดนของลีแชรินอยู่ใกล้กับรอสต์ไชลด์เราก็น่าจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาอยู่บ้าง’

จากนั้นเขาก็ลองคิดในกรณีที่ถ้าหากเขายอมมอบความช่วยเหลือให้เธอมากพอที่จะไม่กระทบต่ออนาคตก็น่าจะไม่เป็นอะไร

“คุณลีครับ”

คังชอลอินที่ตัดสินใจได้แล้วกล่าวเรียกเธอผ่านทางสายสนทนา

[ค่ะ คุณชอลอิน]

“ผมอาจให้ความช่วยเหลืออะไรคุณไม่ได้มากแต่ลองมาคุยกันต่อหน้าก่อนก็ได้ครับ อาจมีบางอย่างที่เราสามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน?”

[คุณสามารถมาเจอกับฉันตอนนี้ได้จริง ๆ หรอคะ?]

“ครับ”

[ถ้าอย่างนั้นฉันจะส่งตำแหน่งที่อยู่ตอนนี้ไปให้นะคะ! ทันทีที่คุณมาถึง

ก็โทรมาหาฉันได้เลย แล้วก็...ขอบคุณมากนะคะที่ยอมมาเจอกับฉันในวันนี้]

“ผมวางสายก่อนนะครับ”

คังชอลอินที่ไม่รู้วิธีการตอบสนองต่อคำขอบคุณรีบตัดบทสนทนาและวางสายไปในทันที เขาไม่คุ้นชินกับการได้เป็นที่พึ่งพาของใคร

“ทางนี้ค่ะ”

คังชอลอินและลีแชรินนัดเจอกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งใกล้ ๆ กับสถานีรถไฟด้านหน้ามหาวิทยาลัยโซล

“ดินแดนของคุณชื่ออะไรงั้นหรอครับ?”

คังชอลอินเลือกถามเข้าประเด็นในทันทีที่มาถึง

“...โดราโด้ค่ะ”

คำตอบของลีแชรินสร้างความประหลาดใจให้กับเขาไม่น้อย

‘โดราโด้...ชื่อไม่คุ้นเลยแฮะ’

เขาไม่ได้รู้จักชื่อดินแดนทั้งหมดในแพนเจียแต่เขาจำชื่อดินแดนที่มีอิทธิพลต่อ “ภาพรวม” ต่าง ๆ ได้ ถ้าเป็นดินแดนที่เขาไม่รู้จักนั่นหมายความว่ามันจะไม่มีความสำคัญและไม่ส่งผลกระทบใด ๆ สำหรับอนาคตของเขา

“ความชำนาญพิเศษของคุณคืออะไร?”

“ความชำนาญพิเศษ...ฉันจำไม่ได้หรอกค่ะ”

“ลองพูดตามผม แสดง[สถานะปัจุบัน]”

“แสดง[สถานะปัจุบัน]”

ลีแชรินพูดตามคังชอลอินอย่างเชื่อฟัง จากนั้นหน้าต่างกึ่งทึบแสงที่แสดงสถานะข้อมูลต่าง ๆ ของเธอก็ปราฏขึ้นมา

“นี่มัน...เป็นไปไม่ได้”

ลีแชรินรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก แพนเจียคือโลกที่แตกต่างไปจากที่นี่โดยสิ้นเชิง เธอไม่คิดว่ามันจะสามารถเชื่อมโยงมาถึงชีวิตในตอนนี้ได้

“เพราะมันคือความจริงยังไงล่ะ”

คังชอลอินที่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรช่วยไขข้อสงสัยที่เธอมี

“อย่างไรก็ตามข้อมูลของราชันย์ถูกสร้างขึ้นเพื่อราชันย์เท่านั้น คนอื่นจะไม่สามารถมองเห็นข้อมูลใด ๆ ของคุณได้เหมือนอย่างตอนนี้ที่ผมจะเห็นเพียงหน้าต่างข้อความของคุณแต่ผมไม่เห็นถึงเนื้อหาข้างใน ดังนั้นคุณต้องอ่านมันให้ผมฟัง”

“คุณถามถึงเรื่องความชำนาญพิเศษใช่ไหมคะ?”

“ครับ”

“มันคือ...ความอุดมสมบูรณ์ค่ะ”

ดวงตาของคังชอลอินเบิกกว้างทันทีเมื่อได้ยินคำตอบ

‘หืม...ความอุดมสมบูรณ์ นั่นมัน…? เดี๋ยวก่อนนะ ความอุดมสมบูรณ์?!’

มันเป็นสิ่งที่น่าแปลกใจจริง ๆ

ความอุดมสมบูรณ์

ความชำนาญพิเศษที่จะช่วยในการขยายเศรษฐกิจของดินแดน

ค่าใช้จ่ายในการสร้างอาคารหรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ จะถูกลดหย่อน เมื่อมีการพัฒนาเหมืองทองคำหรือการสกัดทรัพยากรผลผลิตที่ได้จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ มันเป็นเหมือนกับสถานที่ที่เต็มไปด้วยเพชรและทับทิมล้ำค่า

ความชำนาญพิเศษนี้จะมีประโยชน์อย่างมากในการซื้อของที่[คลังราชันย์]และเงินรางวัลที่ได้จากการออกล่าสัตว์ ที่ดินแห่งนี้มีการนำเข้าขนาดเล็กแต่มีการส่งออกขนาดใหญ่ นั่นคือกุญแจสำคัญของความชำนาญพิเศษนี้

“ทำไมจู่ ๆ คุณถึงได้ประหลาดใจขนาดนั้นล่ะคะ?”

ลีแชรินเอ่ยถามด้วยความเป็นกังวลแต่เธอกลับไม่ได้รับคำตอบใดจากคังชอลอินกลับ

‘เธอมีความอุดมสมบูรณ์เป็นความชำนาญพิเศษแต่เรากลับจำเธอไม่ได้? มันไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด ในอดีตเธอเป็นใครกันแน่? ลีแชริน ทำไมผมถึงไม่เคยเจอคุณมาก่อน?’

ความอุดมสมบูรณ์เป็นเหมือนกลโกงที่จะทำให้เศรษฐกิจของดินแดนนั้นเฟื่องฟูแม้จะไม่มีใครทำอะไรเลยก็ตาม มีหรือที่เขาจะไม่รู้จักหญิงสาวที่ได้รับความสามารถพิเศษแบบนี้มาก่อน ไม่ว่าจะคิดอย่างไรมันก็ดูไม่สมเหตุสมผลสำหรับเขาเอาเสียเลย

‘หากลองนึกย้อนกลับไป เราไม่ได้เจอกับเธอในห้องโถงของการอัญเชิญครั้งแรกเพราะงั้นจึงเป็นไปได้มากที่เราจะจำใบหน้าของคนที่ไม่คุ้นเคยได้’

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงมันจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยกับการที่เขาไม่เคยได้เจอกับลีแชรินมาก่อนในอดีต

‘แต่ไม่ใช่สำหรับงานสมัชชาครั้งแรกของราชันย์ ไม่ว่าเราจะต้องการหรือไม่แต่ก็ต้องเคยเห็นเธอผ่านตามาบ้างอย่างน้อย ๆ ก็หนึ่งครั้งที่งานนั้น แต่ลีแชรินไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วยอย่างแน่นอน’

เขามั่นใจในข้อนี้มาก

ไม่ว่าเขาจะขุดรื้อความทรงจำมากมายเพียงใดเขาก็ไม่สามารถนึกถึงใบหน้าของเธอในงานสมัชชาครั้งแรกได้เลย ถ้าอย่างนั้นมันก็มีคำอธิบายอยู่แค่เพียงสองอย่าง

‘อนาคตมีการเปลี่ยนแปลง? ไม่ ๆ แบบนั้นไม่น่าจะเป็นไปได้ ไม่มีอะไรที่เราเข้าไปแทรกแซงหรือเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เกิดเรื่องอะไรแบบนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะเรางั้นก็ต้องเป็นเพราะพระเจ้าหรืออาเคนที่เลือกลีแชรินขึ้นมา มันยังไม่มีปัจจัยภายนอกที่พิสูจน์ถึงคุณสมบัติของการอัญเชิญครั้งใหญ่ ถ้าอย่างนั้น…’

คังชอลอินพยายามคิดถึงการมีอยู่ของเธออย่างหนัก

ก่อนที่งานสมัชชาครั้งแรกจะเริ่มขึ้น นั่นหมายความเธอจะต้องถูกยึดชนชั้นราชันย์หรือถูกทำให้เสียชีวิตไปก่อนหน้า หรือไม่ก็อาจยอมแพ้และจากแพนเจียไป

คำอธิบายเริ่มค่อย ๆ ปรากฏชัด

“คุณแชริน”

“คะ?”

“คุณพอจะบอกผมได้ไหมว่าดินแดนที่คุณเลือกซื้อตั้งอยู่ที่ส่วนไหนของแพนเจีย?”

“อ่า ขอฉันหาสักครู่นะคะ ที่ตั้งดินแดนของฉันอยู่ที่…”

ลีแชรินเลื่อนสายตาตามหน้าต่างข้อมูลสถานะก่อนจะพูดขึ้นว่า

“ทางใต้ค่ะ”

แพนดิโมเนียม?!

คำตอบของลีแชรินในครั้งนี้ได้ตอบคำถามที่คังชอลอินมีทั้งหมดได้ในคราวเดียว

‘เข้าใจแล้ว’

เขาสามารถเข้าใจได้แล้วว่าทำไมลีแชรินถึงไม่ไปปรากฏตัวที่งานสมัชชาครั้งแรกทั้ง ๆ ที่งานนั้นเป็นงานที่มีความสำคัญต่อราชันย์อย่างมาก

แพนดิโมเนียม

ดินแดนแห่งนรกที่เต็มไปด้วยสงครามบ้าคลั่ง

มันโหดร้ายเกินไปสำหรับคนบอบบางอย่างลีแชริน และไม่แปลกที่เธอจะออกจากแพนเจียไปก่อนที่การจัดอันดับจะเริ่มต้น

‘ความอุดมสมบูรณ์ ... เธออาจเป็นผู้ร่วมมือที่มีประโยชน์กว่าที่คิด …’

คังชอลอินกลับไปจมอยู่กับความคิดอีกครั้งขณะมองไปที่ลีแชริน

‘แพนดิโมเนียมไม่มีผลกระทบต่อภาพรวมขนาดใหญ่ เราสามารถทำการแทรกแซงที่ตรงนี้ได้ตามที่ต้องการ ดังนั้นเราจะสามารถช่วยให้ลีแชรินอยู่รอดปลอดภัยได้ และถ้าการทำแบบนั้นจะทำให้เธอยอมมอบทองเพื่อตอบแทนมันก็จะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อเรามากขึ้น’

มันเป็นความคิดที่ค่อนข้างดีทีเดียว

สำหรับคังชอลอินที่ต้องดิ้นรนให้รอดพ้นจากสถานะทางการเงินที่ยากลำบาก ลีแชรินอาจกลายเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญสำหรับเขา

“เห้อ คุณชอลอินคะ”

ลีแชรินถอนหายใจอย่างหนักขณะที่คังชอลอินกำลังคิดถึงเรื่องข้อตกลง

“ฉันสับสนเป็นอย่างมาก ฉันไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรและฉันก็กลัวมากด้วย แต่ที่นั่นไม่มีใครที่ฉันจะสามารถพูดคุยด้วยได้เลย นอกจากนี้ยังดูเหมือนว่าชาวบ้านที่นั่นอยู่ภายใต้ความดูแลของฉัน ฉันควรจะทำอย่างไรดีคะ? ฉันแทบไม่ได้ออกไปปราบปรามสัตว์ประหลาดเลยด้วยซ้ำ ฉันไม่มั่นใจว่าฉันจะสามารถกลับไปทำมันได้อีก...”

ดูเหมือนว่าลีแชรินที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากต้องการพึ่งพาความช่วยเหลือจากคังชอลอิน แต่ทว่า…

“เรื่องพวกนั้นผมไม่สามารถช่วยคุณได้” คังชอลอินตอบกลับไปอย่างเย็นชา

“คุณแชริน คุณโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะครับ อย่าเอาแต่ถามคนอื่นว่าคุณควรใช้ชีวิตอะไรยังไง ถ้ามันเป็นความต้องการของคุณแต่ไม่ตรงกับสิ่งที่ผมพูดไปคุณก็จะไม่ทำอย่างที่คุณต้องการงั้นเหรอครับ?”

“นั่นมัน…”

“ถ้าผมให้คำแนะนำใด ๆ แก่คุณ คุณไม่คิดบ้างหรอว่านั่นก็คือการตัดสินใจทางเลือกของตัวคุณเองว่าจะเลือกไม่กลับไปที่แพนเจียอีกเลยหรือจะกลับไปที่นั่นเพื่อทำหน้าที่ราชันย์ด้วยความซื่อสัตย์”

ไม่ว่าเธอจะพยายามคิดอย่างไรแต่คำตอบที่เธอเห็นตอนนี้ก็มีแค่เพียงสองทาง เธอจะมีชีวิตอยู่ในฐานะราชันย์หรือเลือกกลับมาใช้ชีวิตเช่นปกติอย่างเดิม ไม่ว่าเธอจะเลือกอะไรนั่นก็คือชีวิตของลีแชรินไม่ใช่ของเขา

“แต่ถ้าคุณเต็มใจที่จะใช้ชีวิตในฐานะราชันย์อย่างสมศักดิ์ศรีผมก็ยินดีที่จะช่วยคุณ”

“คุณชอลอินน่ะหรอคะ?”

“แน่นอนว่าผมจะไม่ยอมป้อนอาหารให้ง่าย ๆ ... แต่ก็ใช่ ในอีกนัยหนึ่งมันก็อาจดูเป็นแบบนั้น”

“ค่ะ”

“สิ่งเดียวที่คุณต้องจำไว้ให้ดีคือความเสี่ยงในการเลือกใช้ชีวิตแบบราชันย์ แต่มันก็เป็นชีวิตที่เต็มไปด้วยของรางวัลมากมาย ด้วยความชำนาญพิเศษที่คุณมี ภายในปีนี้คุณจะสามารถสร้างอาคารได้มากมายบนที่ดินของคุณ”

“ฉันไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย เงินไม่ใช่ทุกอย่าง แต่…”

ลีแชรินกำลังพูดอะไรบางอย่างที่ค่อนข้างจับใจ

“ฉันกลัว...”

“แต่คุณไม่ได้อยู่คนเดียวไม่ใช่หรอครับ?”

“เอะ?”

“ถ้าคุณไม่ได้รับชนชั้นราชันย์ผมคงไม่แนะนำให้คุณกลับไปที่แพนเจียนั่นอีก อย่างไรก็ตามตอนนี้คุณคือราชันย์ คุณมีผู้ช่วยส่วนตัวที่ภักดีและผู้คนในดินแดนที่ไว้วางใจและเชื่อมั่นในตัวคุณ แล้วอะไรล่ะที่เป็นปัญหา? แม้จะมีภารกิจให้ออกไปปราบสัตว์ประหลาดแต่คุณก็แค่นั่งและรอดูผลอยู่เฉย ๆ ไม่ใช่หรอครับ? ผมพูดถูกไหม? … เป็นอันจบเรื่องคุยแล้วนะครับ ถ้าคุณคิดที่จะใช้ชีวิตต่อจากนี้ในฐานะราชันย์ก็ค่อยติดต่อผมมาอีกที เมื่อถึงตอนนั้นผมจะปฏิบัติต่อคุณในฐานะราชันย์คนหนึ่งเหมือนกัน”

“ค่ะ”

ลีแชรินลดสายตาลงต่ำราวกับว่าเธอกำลังสับสน

“ถ้างั้นไว้ค่อยคุยกันใหม่ก็แล้วกันนะครับ”

“คุณจะไปแล้วหรอคะ?”

“ผมไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้ว”

"แต่…"

“?”

“ทำไมคุณถึงเฉยเมยกับเรื่องทุกอย่างได้ขนาดนี้ล่ะคะ? เหมือนกับว่าคุณเคยไปที่แพนเจียมาก่อนเมื่อในอดีต คุณมีอารมณ์ที่ทั้งมั่นคงและสงบ คุณรู้จักแพนเจียมามากแค่ไหนงั้นหรอคะ?”

“ผมไม่มีความเห็นอะไรจะให้คุณได้ ผมไม่ต้องการบอกอะไรกับใครเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ ผมขอตัว”

คังชอลอินจากไปด้วยคำพูดแบบนั้น เขาได้แสดงน้ำใจทั้งหมดที่เขาสามารถรวบรวมได้ออกไปหมดแล้ว

‘ต่อให้ผมไปพูดพร่ำทำเพลงมากแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ ตัวเลือกจะอยู่ที่คุณเอง ลีแชริน คุณสามารถยอมแพ้ไปซะตั้งแต่ตอนนี้ก็ได้แต่ถ้าคุณตัดสินใจเลือกที่จะใช้ชีวิตในฐานะราชันย์เมื่อไหร่ เราก็คงได้เป็นหุ้นส่วนที่ดีต่อกัน’

มันจะเป็นพันธมิตรที่ยอดเยี่ยมถ้าคังชอลอินและลีแชรินได้ร่วมมือกันเพราะมันจะเป็นการรวมพลังทั้งทางทหารและเศรษฐกิจ แน่นอนว่าลีแชรินไม่อาจรู้ถึงเรื่องนี้ได้

.

.

.

ดินแดนที่ปราศจากคังชอลอิน ดินแดนลาพิวต้ากำลังยุ่งอยู่กับการจัดตั้งกิจการภายใน ตามที่คังชอลอินได้มอบหมายงานไว้ให้ ทิโมธีได้ทำงานในช่วงตอนกลางคืนเพื่อพยายามสร้างระบบการปกครองของดินแดนและถูกฝังร่างอยู่ใต้เอกสารกองพะเนิน

เจ้ากรมโพดอลส์กี้ออกตามล่าหาตัวคิมูระจนทั่วดินแดนในขณะที่ผู้บัญชาการเจมส์กำลังกระตุ้นทหารคุ้มกันเพื่อเข้ารับการฝึกที่หนักหน่วงยิ่งขึ้น

ลูเซียกำลังยุ่งอยู่กับการฝึกอบรมคนรับใช้ทั้งสี่ที่นางเลือกมาเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกสบายแก่คังชอลอินทันทีที่เขากลับมายังแพนเจียรวมถึงการไปทำหน้าที่ชั่วคราวที่ทุ่งนา

แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็ได้เกิดขึ้น

มีปัญหาเกิดขึ้นที่เขตก่อสร้างที่กำลังทำการขุดคูน้ำของดินแดนเพื่อให้ลึกยิ่งขึ้นกว่าเก่า

“อา!!”

แรงงานมดทั้งหลายพุ่งตัวขึ้นไปในอากาศด้วยแรงกระแทกจากอะไรบางสิ่ง

“ช่วยข้าด้วย!”

พร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ดังลั่น ...

ชึ้บ!

ตามมาด้วยกระแสเลือดที่ปะทุขึ้นสู่ท้องฟ้า

มันเป็นการซุ่มโจมตีที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและไม่ทันได้ระวังตัว!

.

.

สามารถกดติดตามเพื่อรับอัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับนิยายได้ก่อนใครที่ทาง แปลได้แปลเถอะ

จบบทที่ ตอนที่ 26: ราชันย์ลีแชริน

คัดลอกลิงก์แล้ว