เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 23: ความภักดีของทิโมธีและการหายตัวไปของคิมูระ

ตอนที่ 23: ความภักดีของทิโมธีและการหายตัวไปของคิมูระ

ตอนที่ 23: ความภักดีของทิโมธีและการหายตัวไปของคิมูระ


ตอนที่ 23: ความภักดีของทิโมธีและการหายตัวไปของคิมูระ

ภายหลังสงคราม คังชอลอินได้ปล่อยนกพิราบให้เป็นอิสระเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการกลับคืนสู่ความสงบ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เริ่มต้นจัดการเรื่องราวต่าง ๆ อย่างจริงจัง เส้นเลือดบนหน้าผากของเขากลับต้องโป่งนูนขึ้นอย่างรวดเร็ว มันเกิดขึ้นหลังจากที่เขาได้ตรวจสอบปริมาณทองในคลังของคิมูระ

‘ไอ้เวรนี่มันช่าง...’

น่าเสียดายที่ทองคำที่เขาได้ริบมาจากคิมูระมีแค่เพียง 2,000 แท่งเท่านั้น

ทองหนึ่งแท่งเทียบกับมูลค่าเงินวอนได้ประมาณ 500,000 วอน เช่นนั้นทอง 2,000 แท่งนี้จะมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณหนึ่งพันล้านวอน โดยทั่วไปแล้วมันถือเป็นเงินจำนวนมาก

อย่างไรก็ตามมันไม่ได้มากพอหรือใกล้เคียงกับที่คังชอลอินคาดการณ์เอาไว้

‘ใจเย็น ๆ คุมสติตัวเองเอาไว้ก่อน!’

คังชอลอินรวบรวมความอดทนที่มีทั้งหมดเพื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเองในการพยายามยั้งใจไม่ให้วิ่งออกไปกระชากคอเสื้อคิมูระซะเดี๋ยวนี้

‘มันน้อยเกินไป’

ราคาที่ใช้จ่ายเพื่อซื้อดินแดนเบอร์โรลมากสุดมันก็แค่ทอง 4,000 แท่งเท่านั้น นอกเหนือจากทอง 2,000 แท่งที่เขาได้รับมานี้แล้วที่เหลืออีก 4,000 มันหายไปไหน?

“นายท่าน”

ขณะที่ลูเซียกำลังถือแกนวิญญาณของลาพิวต้าเอ่ยเรียกเขาออกไปอย่างระวังเมื่อนางสังเกตเห็นว่าคังชอลอินกำลังตัวสั่นด้วยความโกรธ

“มีอะไรผิดปกติอย่างนั้นหรือเจ้าคะ?”

“มันน้อยเกินไป”

“เจ้าคะ? นายท่านหมายถึงสิ่งใด?”

“ทองคำที่เราได้มาจากคิมูระมีน้อยเกินไป มันมีทองแค่เพียง 2,000 แท่งเท่านั้น”

“2,000 หรือเจ้าคะ?! ไม่มีทาง! อย่างน้อยมันควรจะมีสัก 4,000 เป็นอย่างต่ำสิเจ้าคะ!”

“เขาคงใช้จ่ายอย่างสุร่ายสุร่ายมากเกินไปหลังได้เห็นจำนวนทองที่ตัวเองมี”

"โอ้พระเจ้า!"

“ช่างเถอะ มันไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้ การไปบอกให้เขาคืนทองที่ใช้จ่ายไปแล้วกลับคืนมาไม่ใช่เรื่องที่สามารถทำได้”

“มันก็จริงเจ้าค่ะ”

“ลูเซีย”

“เจ้าคะ?”

“นั่นถึงเป็นเหตุผล...”

“โปรดสั่งการมาที่ข้าได้เลยเจ้าค่ะ”

“เจ้าช่วยนำทองจากกองหนุนส่วนตัวมาให้ข้าก่อนสัก 500 แท่งจะได้หรือไม่?”

คังชอลอินพูดด้วยความอับอายเล็กน้อย

กองหนุนส่วนตัวคือเงินส่วนตัวสำหรับราชันย์ กล่าวโดยสรุปมันคือค่าใช้จ่ายที่เตรียมไว้เพื่อราชันย์โดยเฉพาะและโดยปกติแล้วจะต้องได้รับการตัดสินใจหลังจากปรึกษากับผู้ช่วยส่วนตัวแล้วเท่านั้น คังชอลอินรู้สึกอับอายที่ต้องหยิบยืมทองออกมาเช่นนี้เพราะสถานะทางการเงินของลาพิวต้าก็ค่อนข้างแย่เป็นทุนเดิม พวกเขาใกล้จะประสบกับปัญหาทางการเงินมากยิ่งขึ้นทุกวันแล้วยังมาร้องขอเงินส่วนตัวไปใช้ทันทีหลังมีเงินเข้ามาเช่นนี้อีก

“เฮ้อ”

ลูเซียถอนหายใจ

คังชอลอินที่กำลังรู้สึกอับอายแสร้งทำเป็นมองไปทางอื่น

“องค์ราชันย์”

“ว่ามา”

“ข้าจะมอบทองให้ท่าน 1,000 แท่งหากท่านเอ่ยถามโดยไร้ซึ่งความลังเลกับข้า ดั่งเช่นคำพูดที่ว่า”เป็นบุรุษก็ควรภาคภูมิกับเงินที่ตัวเองมีได้อย่างเต็มที่””

“อืม”

“และเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของท่าน ท่านจำเป็นต้องมีทองอย่างน้อย 1,000 แท่งถึงจะเป็นการดีที่สุด เช่นนั้นข้าจะนำทองมามอบให้ท่าน 1,000 แท่งนะเจ้าคะ”

ลูเซียกล่าวราวกับมันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะใช้จ่าย

“แม้เราจะต้องประหยัดและอดอาหาร แต่ลูเซียผู้นี้จะมอบความช่วยเหลือที่เพียงพอให้แก่ท่านเองเจ้าค่ะ แม้ทุกคนจะต้องกินอาหารวัวต้มแทนขนมปังก็ตาม!”

ถึงอย่างนั้นนางก็ยังรู้จักใช้วิธีเพื่อกดดันอีกด้วยเช่นกัน

“ข้าต้องการทองแค่เพียง 500 แท่ง”

“จะพอหรือเจ้าคะ?”

“เท่านี้ก็มากเกินพอ”

เช่นนั้นคังชอลอินจึงได้รับเงินจากกองหนุนส่วนตัวมาได้สำเร็จ

ทันใดนั้นทิโมธีที่รีบร้อนวิ่งมาจากระยะไกลด้วยขาสั้น ๆ ของเขาก็ได้เข้ามาคุกเข่าลงต่อหน้าคังชอลอิน

“องค์ราชันย์! … หลังจากที่ท่านได้มอบเวลาอันมีค่าให้ข้าได้ตัดสินใจ แม้ทิโมธีผู้นี้จะต้องกลายเป็นคนไร้ความซื่อสัตย์ที่ต้องมารับใช้ราชันย์ผู้เป็นนายคนใหม่ แต่ข้าจะขอมอบแรงกายทุกอย่างที่ข้ามีเพื่อรับใช้ท่านขอรับ! โปรดให้ข้าได้ติดตามท่านด้วยเถิด!”

“ยืนขึ้น ทิโมธี”

คังชอลอินยิ้มกว้างก่อนจะสั่งให้ทิโมธีลุกขึ้นยืน

“เจ้าจะเป็นดั่งสมบัติสำคัญที่จะช่วยข้าดูแลหน้าที่ด้านการบริหารและการขยายอาณาเขต

ข้าขอแต่งตั้งให้เจ้าเป็นผู้ตรวจการของดินแดนลาพิวต้า นอกจากนี้ข้าจะขอมอบความไว้วางใจให้เจ้าได้รับการแบ่งสรรจากทางกองกำลัง โดยยศตำแหน่งของเจ้านั้น…”

คังชอลอินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเผยรอยยิ้มกว้างแล้วพูดขึ้นว่า

“…ผู้ทําการแทน”

“ผู้ทําการแทน!”

“ใช่”

“องค์ราชันย์ ท่านมอบหมายหน้าที่ที่สำคัญเช่นนี้ให้แก่ทิโมธีเชียวหรือขอรับ?! ข้ารู้สึกเป็นเกียรติและทราบซึ้งในความกรุณาของท่านยิ่งนัก!”

ทิโมธีร้องไห้ด้วยความดีใจพลางกล่าวขอบคุณคังชอลอินซ้ำไปซ้ำมา อย่างไรก็ตามเจตนาของคังชอลอินนั้นเป็นดั่งปีศาจชั่วร้ายมากกว่าที่เขาคาดคิด

‘ข้าจะมอบหมายงานให้เจ้าจนเจ้าต้องฝังร่างอยู่ภายใต้กองกระดาษ’

ทิโมธีจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเขาได้ทำงานหนัก และเพื่อที่จะทำให้เขามีประสิทธิภาพในการทำงานให้ได้มากที่สุด งานช่วงกลางคืนจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเขา

“ข้าจะออกไปจัดการเรื่องภายหลังสงคราม จงใช้เวลานี้เตรียมตัวแล้วพักผ่อนให้ดีซะ”

“ขอรับ! องร์ราชันย์!”

หลังจากส่งทิโมธีออกจากห้องโถงราชันย์ไปเสร็จ คังชอลอินก็รีบไปดำเนินการตอบแทนทหารผู้มีส่วนรวมในการออกศึกครั้งนี้ต่อในทันที

“ไชโย! ไชโย!”

“ถวายเกียรติแด่องค์ราชันย์ผู้มากความสามารถ!”

“ขอแสดงความยินดีแก่ชัยชนะขององค์ราชันย์!”

ทหารของลาพิวต้าต่างพากันส่งเสียงโห่ร้องแก่คังชอลอินเพื่อฉลองให้กับชัยชนะที่ได้รับมาอย่างสมบูรณ์แบบ

“ข้าจะมอบเบียร์และไส้กรอกเป็นอาหารแก่พวกเจ้าในค่ำคืนนี้ ขอให้ทุกคนจงดื่มด่ำไปกับช่วงเวลาแห่งการฉลองชัยตามที่พวกเจ้าต้องการ!”

คังชอลอินนำอาหารมาบำรุงขวัญและมอบเป็นรางวัลแก่เหล่าทหารที่ได้ทำงานกันมาอย่างหนัก

“ว้าว!!”

“เป็นรางวัลที่ยอดเยี่ยมที่สุด!”

ในฐานะที่เป็นผู้ชายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง เหล่าทหารมีความสุขมากกับได้รับเบียร์เป็นรางวัลในครั้งนี้

นอกจากนี้เขายังได้พบกับผู้คนในดินแดนอีกด้วย

หญิงสาวชาวบ้านสองคนได้มอบช่อดอกไม้แก่คังชอลอินเพื่อเป็นการขอบคุณที่เขาสามารถช่วยให้ดินแดนรอดพ้นจากอันตราย ในบรรดาหญิงสาวสองคนนั้นมีบุตรสาวของรัสเซลเลอร์ที่ชื่อลาน่ารวมอยู่ด้วย

“องค์ราชันย์เจ้าคะ”

ลาน่าที่ยังอยู่ในภาวะผู้เยาว์ทำท่าเขินอายและเก้อเขิน

‘อะไรกัน? เกิดอะไรขึ้นกับเด็กนี่?’

คังชอลอินผงะกับท่าทางที่อยู่ไม่เป็นสุขของนางแต่ไม่ได้แสดงออกไปโดยตรง

“ราชันย์เจ้าคะ… ข้า ลาน่า…”

บุตรสาวเพียงคนเดียวของรัสเซลเลอร์พูดพลางหลบสายตาลงพื้น หูของนางแดงมากจนเหมือนจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ

แต่ทันใดนั้นผู้บัญชาการเจมส์ก็รีบวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วและตะโกนใส่คังชอลอินจนทำให้ไม่ได้ยินเสียงของลาน่า

“นายท่าน! นายท่านขอรับ!”

“มีอะไรรึเจมส์?”

“ข้าได้รวบรวมผู้รอดชีวิตและคางคกเพลิงมาไว้ที่ลานฝึกแล้วขอรับ”

“เช่นนั้นข้าจะไปเดี๋ยวนี้”

คังชอลอินรีบมุ่งหน้าไปยังลานฝึกในทันใดเพราะการรับมือกับกองกำลังของศัตรูเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก

ลาน่าที่ไม่สามารพูดได้จนจบประโยคจ้องมองไปที่เจมส์อย่างคาดโทษ

เมื่อคังชอลอินมาถึงที่ลานฝึกเพื่อตรวจดูกองทหารของศัตรู พวกเขาต่างดูน่ากลัวด้วยแผลไฟไหม้ที่ได้รับ

“ลูเซีย!”

“เจ้าค่ะ”

“เอาน้ำผึ้งทั้งหมดที่มีออกมาให้แก่พวกเขาซะ”

“เจ้าค่ะ!”

สำหรับมดแล้วน้ำผึ้งถือเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีที่สุดและเป็นดั่งยารักษาโรคทุกอาการ สำหรับผู้ที่เป็นแมลงแล้วน้ำตาลถือเป็นสารอาหารที่มีคุณค่าอย่างมาก

“เจมส์”

“ขอรับ”

“มอบยาให้พวกเขาซะ ดูแลจนกว่าพวกเขาจะหายดี”

“ได้ขอรับ!”

หลังจากออกคำสั่งเสร็จ คังชอลอินก็เดินออกจากจุดตรวจและมุ่งหน้าไปหาผู้นำของมด

“เจ้าคงจะรู้สึกบาดเจ็บและทุกข์ระทมเป็นอย่างมาก”

“...!”

เวอร์นาผู้นำของมดเปิดตากว้างขณะจ้องมองคังชอลอินที่เต็มไปด้วยคำพูดปลอบประโยน

“ข้าเวทนาเจ้านัก”

“ม ไม่…”

“แต่ข้าจะทำเช่นไรได้ สงครามก็มักเป็นเช่นนี้ หากข้าไม่อยากตายข้าก็ต้องฆ่าพวกเจ้าแทน”

“ข้ารู้ดี…”

เวอร์นาก้มหัวลงเกือบติดพื้น

“เจ้าคงเกลียดและชังหน้าข้า… แต่เราควรทำเช่นไรต่อกัน? ในเมื่อตอนนี้เบอร์โรลได้อยู่ภายใต้การควบคุมจากข้าแล้ว”

“เจ้าค่ะ องค์ราชันย์”

“ข้าต้องการมอบความไว้วางใจด้วยการมอบงานก่อสร้างดินแดนแห่งนี้ให้เจ้า”

“...!”

เวอร์นาเปิดตากว้างยิ่งกว่าในตอนแรกเมื่อได้รับข้อเสนอที่น่าสนใจ

“ข้าจะไม่ส่งพวกเจ้าไปออกรบ ข้าจะให้พวกเจ้าปลูกสร้างแต่อาคารเท่านั้น เจ้าจะยอมอยู่เคียงข้างข้าและช่วยข้าสร้างอาคารที่ยิ่งใหญ่ขึ้นที่ดินแดนแห่งนี้หรือไม่?”

“ท ท่านหมายความอย่างไรหรือเจ้าคะ? องค์ราชันย์”

“ข้ารู้ดีว่าความสุขของพวกเจ้าคือการทำงานและการทำสิ่งก่อสร้าง ข้าไม่ต้องการสิ่งอื่นใดนอกจากนี้ ข้าต้องการแค่แรงงานก่อสร้างจากพวกเจ้าและพวกเจ้าก็ไม่จำเป็นต้องออกไปต่อสู้ยามมีศึกสงคราม”

“เช่นนั้น!”

“เจ้าจะยอมรับมันหรือไม่?”

“เจ้าค่ะองค์ราชันย์! ข้ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ทำงานรับใช้ท่านเจ้าค่ะ!”

เวอร์นากางแขนขาทั้งหกของนางแล้วโค้งคำนับในท่าที่ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้

“ข้าพร้อมและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้รับใช้องค์ราชันย์อย่างสุดความสามารถที่ข้ามี!”

“ข้าพร้อมและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้รับใช้องค์ราชันย์อย่างสุดความสามารถที่ข้ามี!”

“ข้าพร้อมและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้รับใช้องค์ราชันย์อย่างสุดความสามารถที่ข้ามี!”

มดทุกตัวต่างมอบคำสาบานว่าจะจงรักภักดีต่อคังชอลอิน

‘ล้วนมีแต่พวกโง่เขลา’

คังชอลอินแสยะยิ้มร้ายอยู่ภายใน

จริง ๆ แล้วเขาไม่จำเป็นต้องแสดงความเมตตาแบบนี้เลยก็ได้เพราะถึงอย่างไรตอนนี้อำนาจสิทธิ์ในตัวมดก็เป็นของเขาโดยสมบูรณ์ แต่มันมีความแตกต่างอย่างมากระหว่างการทำกับการไม่ทำ มันมีความต่างในเรื่องของความภักดี

[ได้รับความนิยมจากมด +30]

[ความภักดีของมดเพิ่มขึ้นจาก 60 เป็น 75]

ประสิทธิภาพที่ได้ก็จะเป็นไปตามที่คาดไว้

มดเป็นสัตว์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับใช้เป็นแรงงาน ดังนั้นคังชอลอินจึงต้องการแรงงานจากมดเป็นที่สุด

มีคนแคระบางกลุ่มที่เชี่ยวชาญงานด้านสถาปัตยกรรมแต่คนแคระจะมีประโยชน์มากกว่าในงานฝีมือหรือการเป็นช่างตีเหล็ก สำหรับสิ่งปลูกสร้างอาคารต่าง ๆ แล้วมดจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับงานพวกนี้ พวกมดมีความเป็นกรรมกรที่ซึมลึกจนไปถึงกระดูกและเป็นกำลังแรงงานที่ยอดเยี่ยมดังนั้นจึงมีประโยชน์อย่างมากต่อกิจการภายใน

นอกจากนี้พวกเขายังสนุกไปกับการได้ออกแรงทำงานดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดเมื่อนำงานไปมอบให้ พวกเขาจะไม่บ่นหรือเรียกร้องไม่ว่างานจะหนักหนาเพียงใดก็ตาม

“เจมส์”

“ขอรับ”

“จงตามข้ามาพร้อมกับคางคกเพลิง”

คังชอลอินเดินออกจากลานฝึกแล้วมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่ช่างตีเหล็กกำลังทำงานอยู่ในขณะนั้น

“โอ้ องค์ราชันย์ ยินดีต้อนรับขอรับ”

ชายชราที่ทำงานเป็นช่างตีเหล็กในดินแดนแห่งนี้มีชื่อว่าวัลเคนอส

“เจ้านี่ เจ้าพอจะช่วยรับเลี้ยงไว้ได้หรือไม่?”

“นี่มัน!”

“ที่แห่งนี้เป็นดั่งรากฐานที่กำหนดถึงพลังกำลังทหารของดินแดนเรา การทำงานของช่างตีเหล็กจำเป็นต้องได้รับการเก็บสะสมแหล่งพลังที่มากพอเพื่อใช้ในการสร้างอาวุธที่ดียิ่งขึ้น”

“ข ขอบพระคุณมากขอรับองค์ราชันย์! ที่มอบสัตว์ประหลาดล้ำค่านี้แก่ข้า!”

วัลเคนอสคุกเข่าพร้อมก้มหัวขอบคุณด้วยความซึ้งใจ

คางคกเพลิงจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับช่างตีเหล็กที่ทำงานเกี่ยวกับกับโลหะ มันจะเป็นทรัพย์สมบัติที่ดีและเป็นดั่งเพื่อนที่รู้ใจสำหรับเขา

“ข้าพร้อมจะสนับสนุนเจ้าเสมอดังนั้นจงทำมันให้ดี”

คังชอลอินเป็นผู้พิชิตราชันย์ ดังนั้นเขาจึงไม่คิดที่จะตระหนี่ถี่เหนียวในการลงทุนเพื่อสนับสนุนสำหรับการสร้างอาวุธ

“ชายชราผู้นี้จะตอบแทนท่านกลับเป็นสองเท่า ไม่ ๆ เป็นสิบเท่าเลยต่างหากขอรับ!”

ด้วยเหตุนี้ ภายหลังสงครามพร้อมการจัดการต่าง ๆ ที่เสร็จสิ้น ค่ำคืนที่ได้มาเยือนลาพิวต้าพร้อมกับคบเพลิงที่ถูกจุดทั่วรอบดินแดนก็มาถึง

‘ในที่สุดก็ได้กลับบ้านสักที’

คังชอลอินวางแผนกลับสู่โลกของตัวเองทันทีเมื่อตะวันขึ้นพ้นขอบฟ้าในเช้าวันต่อมา เขาตั้งใจจะกลับไปเยี่ยมแม่และตรวจสอบสถานะการค้นหาตัวควักจอง

เช้าวันรุ่งขึ้น คังชอลอินกำลังยืนอยู่ในจัตุรัสเวทมนตร์ที่ตั้งวางอยู่กลางห้องโถงราชันย์ อย่างไรก็ตามเขากลับไม่เห็นคนที่เขาควรจะได้เห็น

“เจ้าคนโง่นั่นมันไปไหน?”

คังชอลอินเอ่ยถาม ใบหน้าของเจมส์แข็งทื่อด้วยความสั่นกลัว

“เอ่อ คือ…”

“พูด”

“ดูเหมือนว่าเขาจะไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหนซักแห่งขอรับ”

“ว่าอย่างไรนะ?”

คนที่คังชอลอินกำลังมองหาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคิมูระ เขาตั้งใจที่จะพาคิมูระกลับไปด้วยเมื่อเขาจะกลับสู่โลก

“มีทหารบางนายได้ยินเสียงครวญครางจากเขาว่าไม่ต้องกลับบ้านน่ะขอรับ”

“ไม่อยากกลับบ้านงั้นรึ?”

“เห็นได้ชัดว่าเขากลัวที่จะต้องได้กลับบ้านของตัวเอง เขาบอกว่าอยากอยู่ที่นี่มากกว่าขอรับ”

“เป็นบ้าอะไรอีกล่ะ”

คังชอลอินก้มหน้าลงฝ่ามือตัวเองอีกครั้งราวกับว่าเขาเหลือทนกับการใช้ชีวิตของคิมูระที่ไม่ต้องการกลับบ้าน เขาไม่สามารถเข้าใจได้ว่าสถานการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร

“ไปตามหาตัวให้เจอก่อนที่ข้าจะกลับมา” คังชอลอินออกคำสั่ง

จากนั้นชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นประโยชน์สำหรับงานนี้ที่มาพร้อมกับกุญแจมือคู่หนึ่งตอบรับด้วยความมั่นใจ

“ขอรับองค์ราชันย์!”

โพดอลส์กี้ยิ้มกว้าง ที่เอวของเขามีกุญแจมือสีเงินคู่หนึ่งส่องแสงเป็นประกาย

“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าได้เลยขอรับองค์ราชันย์!”

คังชอลอินส่ายหน้าด้วยความระอาก่อนจะเปิดใช้งานประตูข้ามมิติเพื่อกลับสู่โลกที่เป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญสำหรับเขา

.

.

สามารถกดติดตามเพื่อรับอัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับนิยายได้ก่อนใครที่ทาง แปลได้แปลเถอะ ´・ᴗ・`

จบบทที่ ตอนที่ 23: ความภักดีของทิโมธีและการหายตัวไปของคิมูระ

คัดลอกลิงก์แล้ว