เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9: เผชิญหน้ากับศัตรู

ตอนที่ 9: เผชิญหน้ากับศัตรู

ตอนที่ 9: เผชิญหน้ากับศัตรู


ตอนที่ 9: เผชิญหน้ากับศัตรู

อเล็กซ์ รอสต์ไชลด์ ... สารเลวที่ใช้ดาบตัดผ่านขั้วหัวใจและผู้ประหารหัวคังชอลอิน

‘เป็นใบหน้าที่ได้เห็นเมื่อไหร่ก็ยังอยากอาเจียนอยู่ร่ำไป’

คังชอลอินประเมินใบหน้าของศัตรูขณะที่เขาได้กลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง

อเล็กซ์ รอสต์ไชลด์

ชื่อเต็ม ๆ ก็คืออเล็กซานดรา มายเออร์ วอน รอสต์ไชลด์

เขาเป็นลูกหลานของตระกูลรอสต์ไชลด์ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้มีสิทธิ์ขาดยักษ์ใหญ่แห่งโลกการเงิน รอสต์ไชลด์คือตระกูลเพียง 0.01% ที่มีอยู่ของสังคมซึ่งเป็นวงสังคมเดียวกันกับเหล่าดาราฮอลลีวู้ดที่มีชื่อเสียงและส่วนหนึ่งของตระกูลเก่าแก่ที่ร่ำรวยมหาศาล

มันช่างเป็นเรื่องน่าขันที่ผู้สูงส่งจากตระกูลอันดับต้น ๆ จะต้องมาต่อสู้ในสงครามและตกอยู่ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายมานับไม่ถ้วนเพียงเพราะคังชอลอิน สามัญชนธรรมดา ๆ จากเกาหลีใต้

‘ถ้าเป็นไปได้ เราก็อยากฆ่ามันเดี๋ยวนี้เลยด้วยซ้ำ แต่หากทำแบบนั้นอาเคนคงไม่ยอมอยู่เฉย…’

คังชอลอินเต็มไปด้วยแรงปราถนาที่ต้องการเผาไหม้อเล็กซ์ รอสต์ไชลด์ด้วยทุกสิ่งที่เขามี อาเคนหายตัวไปจากห้องโถงแห่งนี้แล้วแต่คังชอลอินรู้ดีว่าเขาจะต้องมองดูอยู่จากที่ไหนสักแห่ง แถมยังมีดวงตาอีก 298 คู่ที่พร้อมหันมาให้ความสนใจนี่อีก เขาไม่สามารถสังหารรอสต์ไชลด์ต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้ได้ แม้ว่าคังชอลอินจะไม่ใช่คนที่จะมานั่งเป็นกังวลเกี่ยวกับความคิดเห็นของคนอื่นแต่เขาก็มีเวลาที่เหมาะสมในการกระทำสิ่งต่าง ๆ

‘การแก้แค้นคืออาหารจากหลักชั้นเยี่ยมที่ต้องเสิร์ฟควบคู่กับความเลือดเย็น’

คังชอลอินจดจำคำพูดเกี่ยวกับการแก้แค้นและลับคมหัวใจของเขาให้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเพียงลำพัง การจะลงมือใด ๆ ในตอนนี้ไม่ใช่วิธีที่ฉลาดนักรวมถึงไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสม การแก้แค้นจะทำงานได้ดีที่สุดก็ต่อเมื่อมีการวางแผนไว้ทุกขั้นทุกรายละเอียดอย่างพิถีพิถันจนสามารถแยกอารมณ์ความรู้สึกแบบมนุษย์ออกจากตัวมาได้ทั้งหมด มันจะสนุกยิ่งกว่าหากได้กำหนดความอัปยศอดสูของศัตรูด้วยตัวเอง

“ขอโทษนะครับ … คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม?”

รอสต์ไชลด์ที่ยังไม่รู้ความคิดของคังชอลอินยิ้มให้เขาอย่างสุภาพและเอ่ยถามอีกครั้งอย่างระวัง

‘อยากจะอ้วกเต็มทีอยู่แล้ว!’

เมื่อคังชอลอินมองกลับไปที่ใบหน้าของรอสต์ไชลด์ที่เต็มไปด้วยความจริงใจเสแสร้งแกล้งทำก็อยากจะอาเจียนเต็มทน แม้รอสต์ไชลด์จะทำตัวเหมือนสุภาพบุรุษที่ทำเพื่อผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่แต่เขาก็โหดเหี้ยม อำมหิตและไร้ความปราณีไม่แพ้ราชันย์คนอื่น ๆ อาจดูเหมือนว่าเขากำลังคุยกับคังชอลอินโดยไร้ซึ่งเจตนาร้ายแต่ก่อนหน้านี้เขาได้คำนวณช่วงเวลาเหล่านี้เอาไว้หมดแล้ว

ภายในใจของคังชอลอิน รอสต์ไชลด์เป็นเหมือนตัวเขาหากแต่ไม่ใช่คนที่เลือดเย็นเท่า คังชอลอินได้ค้นพบการกระทำชั่ว ๆ สองสามอย่างที่รอสต์ไชลด์พยายามเก็บกุมไว้เป็นความลับ มันเป็นความเกลียดชังในรูปแบบหนึ่ง เมื่อคังชอลอินคิดว่ารอสต์ไชลด์เป็นเหมือนกับตัวเขาและยิ่งได้รู้เกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่ายเพิ่ม เขาถึงได้เกลียดชังและดูถูกคนผู้นี้นัก หากรอสต์ไชลด์ยอมรับในการกระทำผิด ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็อาจแตกต่างกันออกไป แต่ในเมื่อไม่ได้เป็นเช่นนั้นคังชอลอินจึงเกลียดไอ้สารเลวที่ร่ำรวยคนนี้อย่างมาก

“คุณพูดอังกฤษได้ไหม? จีนล่ะ? หรือญี่ปุน?” รอสต์ไชลด์ยังคงถามต่อไปเป็นภาษาต่าง ๆ

“เกาหลี”

คังชอลอินตอบกลับ

“อ่า…!”

รอสต์ไชลด์อุทานราวกับว่าเขาได้รู้อะไรบางสิ่งที่น่ามหัศจรรย์

นั่นก็คือการที่เขาสามารถเข้าใจภาษาต่าง ๆ ได้

ที่แพนเจียจะไม่มีอุปสรรคด้านภาษา ไม่ว่าใครจะพูดภาษาใดก็จะเข้าใจได้ 100% เพราะภาษาที่พวกเขาใช้สื่อสารกันจะถูกแปลงความเข้าใจไปเป็นภาษาตามที่แพนเจียกำหนด

“อย่างนี้นี่เอง ผมสามารถเข้าใจคำพูดของคุณรวมถึงของทุกคนที่นี่ได้”

รอสต์ไชลด์ชี้ไปยังบุรุษคนหนึ่งที่พูดภาษาอาหรับเสียงดัง ชาวอาหรับคนนั้นกำลังนมัสการอัลลอฮฺและประกาศเสียงดังลั่นเกี่ยวกับศาสนาของเขา

“นี่มันน่าอัศจรรย์มาก! หากสมมุติว่ามันไม่ใช่ความฝัน... แน่นอนว่ามันคงไม่ใช่!”

รอสต์ไชลด์ประหลาดใจและกำลังตื่นเต้น

“มันคงจะยากถ้าหากที่นี่เป็นแค่เพียงความฝัน”

“อะไรนะครับ?”

“เปล่า”

คังชอลอินเปลี่ยนหัวข้อไปจากคำตอบโดยไม่รู้ตัว

‘ใช่ ถ้ามันเป็นความฝันมันก็คงยากเกินไปสักหน่อย เพราะถ้าหากไม่ใช่ความจริงแล้วฉันจะฆ่าแกได้ยังไง!’

ขณะที่คังชอลอินกำลังคิดอะไรบางอย่าง รอสต์ไชลด์ก็ถามขึ้นอีกครั้ง

“ถ้ามันไม่เป็นการรบกวนจนเกินไปคุณช่วยบอกผมหน่อยได้ไหมว่าข้อมูลที่กำลังแสดงอยู่นี้ปรากฏขึ้นได้อย่างไร’

“ก็ง่าย ๆ จ้องแบบจำลองค้างไว้สัก 2 - 3 วินาทีมันก็จะปรากฏขึ้นมาเอง”

“โอ้ เข้าใจแล้ว!”

“ถ้าเข้าใจแล้วก็ไปซะ แค่เห็นหน้าก็อยากอ้วกจะแย่”

คำพูดรุนแรงที่ปรากฏออกมาโดยไม่คาดคิดจากคังชอลอินทำให้ใบหน้าของรอสต์ไชลด์แข็งทื่อพร้อมดวงตาที่แปรเปลี่ยนเป็นโกรธจัด คังชอลอินสามารถจดจำจังหวะช่วงเวลาสั้น ๆ นั้นได้แม้หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วินาทีดวงตานั้นจะหายไปอย่างรวดเร็วและเป็นใบหน้าแบบผู้สุภาพที่กลับมาแทนก็ตาม

“ไม่คิดว่าที่พูดออกมาจะเกินไปหน่อยงั้นเหรอครับ?”

ประโยคนั้นของรอสต์ไชลด์เต็มไปด้วยความสงบและใจเย็น เขาทำตัวเหมือนเป็นแค่เพียงสุภาพบุรุษทั่วไปที่ไม่ใช่ทายาทร่ำรวยจากตระกูลที่มีอำนาจ

“ที่เกินไปมันการจัดการเรื่องทางสังคมของคุณเองต่างหาก ถ้ามีใครที่ไหนไม่รู้มาพูดจาไม่ดีใส่ในฐานะมนุษย์แล้วมันก็ควรจะขมวดคิ้วสักเล็กน้อยสิ คุณไม่คิดแบบนั้นหรอกเหรอ? อเล็กซ์ รอสต์ไชลด์”

รอสต์ไชลด์รู้สึกตกใจเมื่อได้ยินชื่อของตัวเองจากชายชาวเอเชียที่เขาไม่รู้จัก

“คุณรู้จักผม?”

“คนเมืองศิวิไลซ์ต่างก็ต้องเคยเห็นหน้าคุณอย่างน้อยหนึ่งครั้ง พวกนักข่าวบันเทิงต่างก็กำลังยุ่งอยู่กับการเขียนเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับชีวิตของคุณ”

ใช่ มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ

อเล็กซ์ รอสต์ไชลด์ปรากฏตัวอยู่บ่อยครั้งท่ามกลางสื่อในฐานะคนที่มาจากตระกูลรอสต์ไชลด์ที่มีชื่อเสียง เขาออกเดทกับผู้หญิงที่ร่ำรวย, เป็นเพื่อนกับดารานักแสดง, สร้างผลประโยชน์จากการกุศลที่มีการระดมเงินหลายร้อยล้าน ... รอสต์ไชลด์ในวัย 24 ปีไม่เพียงแต่จะเป็นที่รู้จักในสหรัฐอเมริกาเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงส่วนอื่น ๆ ของโลกอีกด้วย

“อ่อ ก็คงจะเป็นอย่างนั้น โดยไม่ได้ตั้งใจ…”

“โดยไม่ได้ตั้งใจที่ว่านี่หมายถึงอะไร? มันอาจเป็นรากฐานสำหรับคุณที่จะได้ก้าวเข้าสู่วงการภาพยนตร์ ตอนนี้คุณคงกำลังเตรียมซื้อทเวนตีท์เซนจูรีฟอกซ์อยู่แล้วล่ะสิ ใช่ไหม?”

รอสต์ไชลด์ถูกทำให้ต้องงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นอีกครั้ง

ทเวนตีท์เซนจูรีฟอกซ์ที่คังชอลอินกล่าวถึงคือบริษัทผลิตภาพยนตร์รายใหญ่และข้อตกลงการกู้ยืมเงินก็ถูกเก็บเป็นความลับจากสาธารณะหรือสื่อไหน ๆ ทั้งสิ้น แต่ชายหนุ่มคนนี้กลับรู้ความลับนั้นของเขาได้

“ในโลกนี้ไม่มีความลับใดที่จะสมบูรณ์แบบไปได้หรอก”

คังชอลอินไม่ยอมมอบโอกาสให้รอสต์ไชลด์ได้แก้ต่าง

“ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางธุรกิจหรือลักษณะนิสัยส่วนตัว ในท้ายที่สุดทุกอย่างก็จะถูกเปิดเผยออกมาอยู่ดี ไม่คิดแบบนั้นหรอกเหรอ?”

รอสต์ไชลด์ยังคงไม่ได้สติและนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา

‘ชายคนนี้เป็นใครกันแน่? เขารู้จักฉัน? เรื่องแบบนั้นมันก็อาจเป็นไปได้… แต่เขารู้เรื่องการตกลงซื้อกิจการของทเวนตีท์เซนจูรีฟอกซ์ได้อย่างไร? ไหนจะคำพูดที่จ้องจะจิกกัดกันนั่นอีก เขาคือใคร? แกคือใครกันแน่?’

รอสต์ไชลด์พยายามค้นสมองอันชาญฉลาดของตัวเองซึ่งเป็นสมองที่ฉลาดมากพอที่จะได้เรียนบริหารธุรกิจที่ฮาร์วาร์ดเพื่อหาจุดเชื่อมโยงระหว่างตัวเขากับชายชาวเอเชียที่ไม่คุ้นหน้า

‘ที่ไหนกัน…!’

แต่เขาไม่สามารถตามหาคำตอบนั้นจนเจอได้เลย

นั่นเพราะคังชอลอินคือผู้ที่เคยใช้ชีวิตในอนาคตมาก่อน รอสต์ไชลด์ไม่มีทางค้นหาสาระที่เชื่อมโยงกันระหว่างพวกเขาทั้งสองคนได้

‘ใช้สมองของแกให้มากกว่านี้อีกสิ’

คังชอลอินมองไปที่รอสต์ไชลด์ด้วยใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มปีศาจ

“ถ้างั้นก็คิดต่อไปเถอะ ฉันจะไปเลือกดินแดนอย่างที่อาเคนสั่งให้พวกเราทำต่อ”

คังชอลอินยิ้มกว้างเพื่อเยาะเย้ยรอสต์ไชลด์แล้วหันไปสนใจกับแบบจำลองต่อ

“เดี๋ยวก่อน! คุณคือใคร!”

รอสต์ไชลด์เรียกหาเขาทว่าคังชอลอินกลับไม่คิดที่จะหันไปสนใจอีกเป็นครั้งที่สอง

‘เชิญใช้สมองน้อย ๆ ของแกคิดไปตามใจชอบได้เลย แม้แต่เงาของฉันแกก็จะไม่มีวันไล่เหยียบทัน’

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคังชอลอินเมื่อเขาได้เผชิญหน้ากับรอสต์ไชลด์ในวันนี้

‘สำหรับวันนี้พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน’

ถ้าเขาโจมตีรอสต์ไชลด์โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยมันคงไม่สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับเขาได้และนั่นไม่นับว่าเป็นการแก้แค้น

‘รอฉันก่อนเถอะ รอวันที่ฉันจะตามไปบดขยี้แก’

คังชอลอินเน้นย้ำคำสัญญาในใจตัวเองอีกครั้ง

คังชอลอินทิ้งรอสต์ไชลด์ไว้เบื้องหลังและมองดูแบบจำลองทั้งเก้าร้อยแบบด้วยความระมัดระวัง มันจะต้องเป็นตัวเลือกที่ฉลาดและไตร่ตรองมาอย่างดีที่สุด ดินแดนที่พวกเขาต้องเลือกในห้องโถงนี้คือดินแดนที่พวกเขาจะต้องได้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในแพนเจีย มันเป็นกุญแจสำคัญที่ต้องใช้ความระมัดระวังและความมั่นใจอย่างมากเพราะมันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขได้ในอนาคต

มีหลายดินแดนที่มีศักยภาพที่ดีในการเลือก

[ปลากระเบน]

ประเภท: เมืองทางอากาศ

แนวโน้ม: เพื่อการพิชิต

ที่ตั้ง: ตะวันออกเฉียงใต้ แคว้นไฮเปอเรียน

คำอธิบาย: ที่ดินบนด้านหลังของปลากระเบนบิน

ความสามารถ: อาวุธทางยุทธวิธี, พายุพิษ

ราคา: 8,700 ทอง

ดินแดนปลากระเบนสามารถปล่อยพิษที่เรียกว่าพายุพิษจากหางยาว ๆ ที่ดูมีพลังมากได้ การโจมตีทางชีวเคมีทั้งบนโลกและแพนเจียเองต่างก็เป็นพลังทำลายล้างสูง อย่างไรก็ตามคังชอลอินไม่คิดจะเลือกดินแดนของตัวเองด้วยความผลีผลามจนเกิดเป็นความผิดพลาด

‘มันก็น่าสนใจ … แต่ไม่ว่าจะเป็นยูเรนัสหรือปลากระเบนก็ยังใช้ไม่ได้’

ดินแดนบนหลังวาฬและหลังปลากกระเบน สำหรับเขาแล้วทั้งสองเป็นดินแดนที่ต้องอาศัยอยู่บนสิ่งมีชีวิต การต้องอยู่บนตัวสิ่งมีชีวิตอื่นนั้นยากมาก แม้ว่ามันจะเป็นสัตว์วิเศษแต่มันก็ยังเป็นสิ่งมีชีวิต มันอาจป่วยหรือตายในระหว่างการต่อสู้ได้ นอกจากนี้เขายังจะต้องให้อาหารและกังวลเกี่ยวกับเรื่องการถ่ายของเสียอีกด้วย

มันเป็นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าการรับเลี้ยงหมาหรือแมวเพราะมันคือการเลี้ยงสัตว์ขนาดใหญ่ที่มีขนาดเท่าที่ดินผืนหนึ่งที่ต้องใช้อาหารและการดูแลที่ดีอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ทั้งซิเมิร์ก ซิซ และดินแดนอื่น ๆ ที่ต้องอยู่ด้านบนหลังสัตว์จะถูกตัดออกจากตัวเลือกของคังชอลอินไปในทันที มันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่จะมองดินแดนทั้งเก้าร้อยแห่งในขณะที่ราชันย์รอบตัวเริ่มเกิดการเคลื่อนไหว แต่คังชอลอินก็ยังค่อย ๆ มองดินแดนด้วยความอดทนและความสงบ ขณะเดียวกันราชันย์คนอื่น ๆ ที่เลือกดินแดนของตัวเองได้แล้วก็เริ่มหายไปจากห้องโถงนี้ทีละคน ๆ พวกเขาได้ทำการเลือกซื้อดินแดนและถูกย้ายไปยังแพนเจียต่อไป อเล็กซ์ รอสต์ไชลด์เองก็ไม่อยู่ที่ห้องโถงแห่งนี้แล้วด้วยเช่นกัน คังชอลอินเดาว่าเขาน่าจะเลือดไซโมดัสป้อมปราการเคลื่อนที่แบบเดิม

‘ถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพังน่าจะดีกว่า’

คังชอลอินตัดสินใจสละเวลาในการเลือกซื้อดินแดนของเขาหันมองคนอื่น ๆ เพื่อลดโอกาสตัวแปรที่ไม่คาดคิดมันเป็นการดีกว่าที่จะไม่เลือกเหมือนอย่างราชันย์คนอื่น อนาคตได้เปลี่ยนไปแล้วเมื่อเขาตัดสินใจเลือกเมืองทางอากาศแทนวัลฮัลลา ดังนั้นสำหรับคังชอลอินแล้วเขาต้องการลดการเปลี่ยนแปลงให้ได้มากที่สุดเพื่อกลับไปจัดการกับตัวแปรต่าง ๆ ที่เขาเคยเจอบนแพนเจีย ขณะที่คังชอลอินกำลังใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ได้มีใบหน้าที่คุ้นเคยเดินผ่านเขาไป

ทั้งอัลเบร็ชท์ วิลเฮ็ล์ม จอมราชันย์ที่เป็นผู้นำของสหภาพกัลเวก จอมทรยศอเลสเตอร์ที่เมื่อคังชอลอินได้เจอก็แกล้งทำเป็นเผลอเดินชนเข้าเต็มไหล่จนอเลสเตอร์ล้มลงไปกับพื้น ไปจนถึงจอมราชันย์โดเรียน เอกซ์พลอเรอร์ ผู้ที่มุ่งเน้นการสำรวจซากปรักหักพังและการค้นพบอนุสาวรีย์มากกว่าการสนใจเรื่องสงครามเพราะถือเป็นประสบการณ์ใหม่ที่เขาจะได้รับ

ในขณะที่เขาสละเวลาเพื่อมองตัวเลือกดินแดนของราชันย์คนอื่น ๆ เกือบทั้งหมดได้ถูกย้ายไปยังแพนเจียเรียบร้อยแล้วทำให้ตอนนี้ในห้องโถงใหญ่มีเพียงคนสองคนเท่านั้นที่ยังเหลืออยู่ ซึ่งก็คือตัวเขาและผู้หญิงที่มีผมสีน้ำตาลแดง

‘เฮคาเต้’

คังชอลอินจดจำผู้หญิงคนนั้นได้ในทันที  หญิงสาวจากยุโรปตะวันออก

หญิงสาวที่ชื่นชอบชื่อเฮคาเต้มากกว่าชื่อจริง ๆ ของตัวเอง เธอคือจอมราชันย์ที่ไม่ได้ร่วมทรยศคังชอลอินในตอนท้าย เฮคาเต้กำลังไตร่ตรองดินแดนในอนาคตของเธอระหว่างเธเมอร์เรียและเฮลิออสซึ่งเป็นดินแดนที่มีรถม้าศึกมากกว่าที่ดินที่ถูกลากจูงโดยเพกาซัส

‘สำหรับเฮคาเต้แล้วเธเมอร์เรียคือสิ่งที่สมบูรณ์แบบที่สุด’

คังชอลอินยกยิ้มเมื่อนึกถึงเฮคาเต้ที่ปกครองเธเมอร์เรีย

[เธเมอร์เรีย]

ประเภท: เมืองทางอากาศ

แนวโน้ม: เพื่อการพิชิต

ที่ตั้ง: ตะวันตกของแพนเจีย แคว้นคูนทาช

คำอธิบาย: ดินแดนที่อยู่ในรูปแบบของเรือโดยใช้ทักษะจากการร่ายคาถาเวทมนตร์

ความสามารถ: อาวุธทางยุทธวิธี, เปลวเพลิง

ราคา: 9,500 ทอง

เธเมอร์เรียมีราคาแพงแต่มันอยู่ในรูปแบบของเรือที่มีปืนใหญ่ 74 ลำ มันมีพลังการยิงที่ไม่สามารถจินตนาการได้

‘ต้องเข้าไปยุ่งด้วยสักหน่อยแล้วมั้ง’

คังชอลอินไม่ยินยอมสูญเสียพันธมิตรที่ดีในอนาคตของเขาหากเธอคิดจะเลือกดินแดนไร้ค่าอย่างเฮลิออสไปได้ ถ้าเธอเลือกเฮลิออสเข้าจริง ๆ มันคงเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่

“ดูเหมือนว่าดินแดนในรูปแบบเรือจะเหมาะกับคุณมากกว่านะครับ”

คังชอลอินกล่าว

“ใช่ไหมล่ะ?’

เฮคาเต้ตอบกลับเสียงเรียบ เธอตอบกลับอย่างไม่ลังเลแม้ว่าเขาจะเป็นคนแปลกหน้าที่เข้ามาคุยกับเธอเป็นครั้งแรก

“ผมชอบมันนะ”

เฮคาเต้พยักหน้าแล้วเลือกเธเมอร์เรียอย่างไม่ลังเลอีกต่อไป จากนั้นเธอก็หายไปต่อหน้าต่อหน้าคังชอลอิน

‘เอาล่ะ ตอนนี้ก็ถึงเวลาเลือกของเราบ้างแล้ว’

ยังมีดินแดนเหลืออีก 600 ดินแดนไม่นับรวม 299 ดินแดนที่ราชันย์คนอื่น ๆ ได้เลือกไปและวัลฮัลลา

‘ค่อย ๆ เลือกอย่างช้า ๆ’

คังชอลอินค่อย ๆ เลือกดินแดนอย่างช้า ๆ อ่านคำอธิบายซ้ำไปวนมา เขาไม่ได้มีท่าทีใจร้อนหรือรีบเร่งแต่อย่างใด

มีคำกล่าวไว้ว่า “อดเปรี้ยวไว้กินหวาน” สอนเตือนใจอยู่ ใครจะไปรู้? บางทีเขาอาจสามารถเลือกซื้อดินแดนที่ราชันย์คนอื่น ๆ อาจต้องร้องไห้เมื่อพวกเขาได้เห็นถึงอำนาจของดินแดนนั้น

จบบทที่ ตอนที่ 9: เผชิญหน้ากับศัตรู

คัดลอกลิงก์แล้ว