เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6: ฉันจะให้เงินแก 100 ล้านวอน!

ตอนที่ 6: ฉันจะให้เงินแก 100 ล้านวอน!

ตอนที่ 6: ฉันจะให้เงินแก 100 ล้านวอน!


ตอนที่ 6: ฉันจะให้เงินแก 100 ล้านวอน!

ที่ชั้นดาดฟ้าของอาคารแห่งหนึ่งย่านซอโช

บนดาดฟ้าที่มีลมแรง ร่างของนักเลงสามคนซึ่งรวมถึงผู้จัดการปาร์คกำลังคุกเข่าลงกับพื้นต่อหน้าชายคนหนึ่งขณะกลั้นเสียงสะอื้น

“ฮึก...ฮึก… มัน … มันเจ็บมากเหลือเกิน…”

“แม่จ๋า…”

กลุ่มนักเลงที่ได้รับ “การฝึกจิตใจ” จากคังชอลอินได้ละทิ้งความภาคภูมิใจและศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของตัวเองไปจนหมดสิ้น การกระทำของคังชอลอินที่เกิดขึ้นเต็มไปด้วยความน่ากลัวและไร้ความปราณีจนพวกเขาไม่อาจต้านทานได้

“หยุดร้องไห้กันสักที”

คังชอลอินกล่าวขณะนั่งอยู่บนขอบของอาคารด้วยท่าที่ดูเป็นอันตราย

“ก็มันเจ็บ เจ็บมาก....”

“พวกเรา …. คงต้องได้ไปโรงพยาบาล …”

พวกนักเลงยังคงพากันร้องโอดครวญ

“อยากฝึกกันมากกว่านี้อีกใช่ไหมถึงได้ไม่เงียบกันสักทีเนี่ยห๊ะ?!”

คังชอลอินถามด้วยความไม่พอใจ

“ไม่! ไม่เอาแล้ว! ไม่อยากเจ็บอีกแล้ว!”

พวกนักเลงพากันร้องประท้วงเสียงดัง

“อืม ดีมาก”

คังชอลอิมยิ้มพอใจ

“นี่ หัวหน้าแก๊ง”

“คะ ครับ!”

ผู้จัดการปาร์คตอบรับการเรียกหาของคังชอลอิน

“แก ต้องเป็นคนไปทำธุระแทนฉัน”

“เอ่อ...ธุระอะไรหรอครับ?”

“ตามหาคน เรื่องการตามหาเป็นงานของพวกนักเลงแบบแกอยู่แล้วใช่ไหม?”

“ชะ ใช่! ใช่ครับ!”

อย่างที่คังชอลอินพูด ผู้จัดการปาร์คมีสำนักงานเพื่อใช้ทำงานอยู่จริงและหนึ่งในงานของพวกเขาส่วนใหญ่ก็คือการตามหาคน มันเป็นงานแบบหนึ่งที่ทุกแก๊งจะต้องเคยทำ

“จดไว้ซะ”

“ห๊ะ?”

“รีบจดบันทึกไว้ซะสิ”

“อะ .. ครับ!”

ผู้จัดการปาร์ครีบควานหาสมุดจดบันทึกขนาดเล็กและปากการาคาถูกในกระเป๋าเสื้อสูทเพื่อบันทึกข้อมูลที่คังชอลอินกำลังจะพูดด้วยความร้อนรน

“ชื่อควักจอง อายุ 28 เขตพื้นที่ในโซล มีคนบอกว่าเขาเป็นพวกสูบบุหรี่จัด จำไว้ให้ดี”

“ครับ … ควักจอง … อายุ 28 … สูบบุหรี่จัด ....”

ผู้จัดการปาร์คเขียนสิ่งที่คังชอลอินบอกมาอย่างระมัดระวัง

“นานแค่ไหน?”

“อะไรนะครับ?”

“จะใช้เวลาตามหานานแค่ไหน?”

“นั่นมัน… เอ่อ… ก็...”

“ก็อะไร?”

ปากของผู้จัดการปาร์คเปิดค้างไม่กล้าพูดขณะคิดหาข้ออ้างเพื่อตอบกลับคังชอลอินอย่างระวัง

“เอ่อ … ขอโทษนะครับ แต่ไม่คิดว่าข้อมูลที่คุณให้มาจะน้อยไปหน่อยหรอ...ครับ”

“งั้นเหรอ?”

คังชอลอินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

เมื่อลองคิดอย่างจริงจังมันก็ถูกอย่างที่ผู้จัดการปาร์คบอก เขามีข้อมูลเกี่ยวกับควักจองน้อยเกินไป อย่างน้อย ๆ ก็น่าจะต้องรู้ชื่อโรงเรียนเก่าเขาบ้างแต่เท่าที่คังชอลอินรู้เกี่ยวกับควักจองก็คือทั้งหมดที่เขาบอกผู้จัดการปาร์คไป แถมเขาเองก็ยังไม่เคยเจอตัวควักจองจริง ๆ มาก่อนอีก

‘นี่เราขอมากไปอย่างนั้นเหรอ…? ไม่หรอก ไม่มากสักหน่อย ถ้าไม่งั้นเราจะให้คนไปตามหาให้ทำไมถ้าการเจอตัวมันง่ายขนาดนั้น’

คังชอลอินยับยั้งความคิดที่จะใจอ่อนของตัวเองไว้ได้ทันจากนั้นก็กลับไปเป็นผู้ว่าจ้างเลือดเย็นและป่าเถื่อนต่อ

“เห้ย หัวหน้าแก๊ง”

“ครับท่าน!”

“ถ้าแกมีสำนักงานไว้ตามหาคนอยู่จริง ๆ ก็ต้องทำให้ได้”

“…อะไรนะครับ?”

“ถ้าฉันมีข้อมูลมากกว่านี้ฉันจะขอให้พวกแกออกตามหาให้แทนทำไมกัน จริงไหม?”

“แต่…!”

“แต่?”

“…มะ ไม่มีอะไรครับ”

ผู้จัดปาร์คจำต้องยอมรับงานตามหาคนของคังชอลอินอย่างช่วยไม่ได้

“แล้วเวลาล่ะ?”

“อืม… เพราะเราไม่มีเวลามากนัก...อย่างเร็วที่สุดก็น่าจะ 2 - 3 เดือน แต่ถ้าหากมันยากกว่านั้นก็อาจจะเป็นปี และถ้ามันต้องใช้เวลาเป็นปีก็คงเป็นการยากที่จะตามหาตัวเขาได้เจอ...”

“ฉันให้เวลา 6 เดือน”

“ว่าไงนะครับ…!”

“คิดเท่าไหร่?”

ดวงตาของผู้จัดการปาร์คเบิกกว้างด้วยความตกใจ

“คุณ … คุณจะจ่ายเงินให้ด้วยหรอครับ?”

“ก็ฉันจ้างให้ไปตามหา ฉันก็ควรจ่ายค่าจ้างด้วยไม่ใช่หรือไง?”

“ผมก็คิดว่าคุณจะให้ผมไปทำงานเป็นลูกน้อง…”

“ถ้าเป็นลูกน้องฉันแล้วจะไม่เอาเงิน?”

“ไม่ใช่อย่างนั้น…”

“พูดให้มันชัด ๆ!”

“ก็มัน...พวกผมต่อสู้แพ้แล้วคุณก็บอกให้ผมไปทำงานให้ … ผมก็เลยคิดว่าคุณจะเข้ามายึดแก๊งของพวกเรา…”

เมื่อได้ยินแบบนั้นใบหน้าของคังชอลอินก็เริ่มแสดงความไม่สบอารมณ์ออกมา

“ผู้จัดการปาร์ค มีชื่อเรียกอย่างอื่นอีกหรือเปล่า?”

“ปาร์คดูชิกครับ เรียกผมว่าปาร์คดูชิกเถอะครับ”

“ปาร์คดูชิก … โอเค ปาร์คดูชิก”

“ครับท่าน”

“ในสายตาฉันดูเหมือนคนจะเข้าไปเป็นหัวหน้าแก๊งของพวกแกอย่างนั้นเหรอ?”

“ไม่… ไม่เลยครับ!”

ปาร์คดูชิกตอบเสียงดังเมื่อรู้สึกถึงภัยที่เป็นอันตราย

“ฉันน่ะ…”

คังชอลอินกดเสียงต่ำก่อนจะพูดต่อ

“เกลียดพวกนักเลงอันธพาลแบบพวกแกมากที่สุด ไอ้พวกที่ชอบใช้หมัดและความรุนแรงเพื่อทำร้ายคนอื่นน่ะ … สิ่งที่พวกแกกำลังทำคือสิ่งที่ฉันเกลียดมากยิ่งกว่าอะไร ชอบทำเป็นเก่งต่อหน้าคนที่อ่อนแอและอ่อนแออย่างน่าอดสูต่อหน้าผู้ที่แข็งแกร่ง เป็นความเลวระยำที่น่ารังเกียจแบบสุด ๆ”

ด้วยการตักเตือนแบบฉับพลันของคังชอลอิน นักเลงทั้งสามคนรวมถึงปาร์คดูชิกอยู่ในสถานะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก สิ่งที่เขาพูดไม่มีอะไรผิดไปสักอย่าง 30 นาทีก่อน “การฝึกจิตใจ” จะเริ่มขึ้น พวกเขาคาดไม่ถึงว่าตัวเองจะถูกลูกระเบิดโจมตีมากขนาดนี้ในตอนที่พวกเขากำลังทำเป็นห้าวหาญแบบนั้น

“แต่ก็นะ ฉันไม่ได้อยู่ในจุดที่จะมาพูดสอนสิ่งเหล่านี้กับพวกแกได้”

ด้วยความสุจริตใจ คังชอลอินไม่ได้อยู่ในจุดที่จะไปทับถมสถานะของพวกแก๊งนักเลงแบบนี้ได้เพราะเขาเองก็ใช้กำลังและกองทัพเพื่อทำให้ราชันย์แห่งแพนเจียนับไม่ถ้วนยอมจำนน

เขาเองก็เป็นเหมือนนักเลงที่แพนเจียไม่มีผิด อย่างไรก็ตามมีสองสิ่งที่แตกต่างกันระหว่างคังชอลอินและพวกนักเลงที่นี่ หนึ่งในนั้นคือเขาจะไม่ยอมอ่อนข้อให้ไม่ว่ากับใครก็ตาม

“ถ้าอยากแสดงความแข็งแกร่งก็จงอดทนแม้ตอนนั้นจะมีคนถือมีดมาจี้อยู่ที่คอก็ตาม” คังชอลอินกล่าว

“ไม่เคยคิดอายตัวเองกันเลยหรือไงตอนทำท่าทีข่มขู่คนอื่นน่ะ? ความต่างระหว่างพวกนักเลงและอัศวินที่ภักดีคืออะไรพวกแกรู้ไหม? พวกนักเลงไม่มีอะไรดีเลยสักอย่างนอกจากเป็นไฮยีน่าไล่ตามกลิ่นเงิน ไม่ต่างอะไรกับสิ่งของที่ถูกโยนทิ้งหลังใช้งาน มีพวกนักเลงน้อยกว่า 0.1% ที่จะกลายเป็นซีอีโอหรือหัวหน้าของอะไรก็ได้เมื่อพวกมันอายุมากขึ้น ส่วนใหญ่ก็มีแต่จะฆ่าแทงกันตายและเข้าออกคุกกันเป็นว่าเล่น ฉันไม่มีวันยอมเป็นแบบนั้น ฉันจะต้องประสบความสำเร็จ ละทิ้งความหวังไร้เหตุผลพวกนั้นลงถังขยะไปซะ”

คังชอลอินชี้แจงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงข้อจำกัดของการเป็นนักเลงและอัศวิน โดยอ้างอิงถึงข้อจำกัดและคุณภาพที่เป็นลักษณะของแก๊งจากที่ผ่าน ๆ มา

“แต่พอผ่านพ้นครั้งที่ห้าการเป็นนักเลงก็จะไม่สนุกอีกต่อไป แม้ประเทศนี้กำลังจะถึงคราวตกนรกแต่ประชาชนก็ยังเป็นพลังจำนวนมาก นี่พวกแกเคยได้ยินเรื่องสงครามต่อต้านอาชญากรรมกันมาบ้างไหมวะเนี่ย?”

ขณะที่คังชอลอินกำลังพูดอยู่ พวกนักเลงต่างพากันกระพริบตาปริบ ๆ และฟังเรื่องราวที่เขาเล่าอย่างตั้งใจ สำหรับนักเลงที่ไม่ได้รับการศึกษาและค่อนข้างโง่ก็ยากที่จะเข้าใจได้ว่าคังชอลอินกำลังพูดถึงเรื่องอะไร แต่ปาร์คดูชิกที่เป็นหัวหน้าแก๊งดูเหมือนจะพอเข้าใจอยู่เล็กน้อย

“อย่างไรก็ตาม”

คังชอลอินเอียงศีรษะไปด้านข้างราวกับว่าเขารำคาญเกินทนที่จะอธิบายถึงความต่างระหว่างเขาและปาร์ดูชิกต่อ

“พวกแกแค่ทำงานให้ฉันแต่ฉันไม่ได้อยากจะเป็นหัวหน้าแก๊งของพวกแก เมื่อพวกแกทำงานให้ฉันเสร็จก็เป็นอันจบกัน เข้าใจไหม?”

“ครับบอส!”

ปาร์คดูชิกพยักหน้า

“ฉันจะจ่ายให้ล่วงหน้าก่อน 20 ล้านวอน และจะให้อีก 80 ล้านวอนเมื่อพวกนายตามหาตัวควักจองเจอ รวมทั้งหมดก็ 100 ล้านวอน” ดวงตาของแก๊งนักเลงเบิกกว้าง

“100 ล้าน?”

“ทำไม? มันน้อยเกินไปหรือไง?”

“ไม่เลยครับ! มันมากไปซะด้วยซ้ำ!”

“ไม่ใช่ มันต้องเป็นราคานี้อย่างต่ำต่างหาก”

ในการออกตามหาคน ๆ หนึ่งที่จะสามารถต่อกรกับลีกงมยองหรือแม้กระทั่งเอาชนะเจ้านั่นได้ 100 ล้านวอนนี้ไม่มีค่าอะไรเลยด้วยซ้ำ

“ไม่ครับ มันมากเกินไป โดยปกติแล้วค่าใช้จ่ายสิ่งเหล่านี้จะเริ่มที่ 7 ล้านวอน และสูงสุดจะแค่ 30 ล้านวอน…”

“ถ้าฉันบอกจะจ่ายเท่านี้ฉันก็จะจ่ายเท่านี้ โอ้ หรือนายกำลังคิดว่า…”

ทันใดนั้นดวงตาของคังชอลอินก็หรี่แคบลงขณะจ้องหน้าปาร์คดูชิกราวกับว่าเขารู้ทันอะไรบางอย่าง

“คงคิดอยู่ล่ะสิว่าฉันจะไปเอาเงินจำนวนมากขนาดนั้นมาให้จากไหนทั้ง ๆ ที่ฉันมันก็เป็นแค่เด็กฝึกงาน”

“ไม่นะครับ ไม่ใช่แบบนั้น!”

ปาร์คดูชิกส่ายมือพัลวันเมื่อถูกจับได้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่

คังชอลอินยิ้มเยาะ

“ฉันจะทำหนังสือสัญญาไว้ให้ อีกสามวันฉันจะเอาเงินสด 20 ล้านวอนไปให้ที่สำนักงานของพวกแก 20 ล้านที่ให้ไปตอนแรกก็คงพอใช้ตามหาตัวได้อยู่หรอก ใช่ไหม?”

ปาร์ดูชิกที่กำลังสับสนมึนงงไม่สามารถพูดตอบอะไรได้นอกจากกระพริบตา

“ถ้างั้นฉันไปล่ะ อย่าลืมจัดการตัวเองให้เรียบร้อย แล้วไว้ค่อยคุยรายละเอียดกันเพิ่มเติมในภายหลัง”

เมื่อพูดจบ คังชอลอินก็เดินออกจากชั้นดาดฟ้าไป

เกิดความเงียบระหว่างพวกอันธพาลที่ถูกทิ้งไว้บนดาดฟ้า

“บอส…”

ชายคนแรกที่พูดขึ้นคือนักเลงกล้ามโตที่ถูกคังชอลอินกระแทกหมัดใส่เข้าที่คาง

“อะไร?”

ปาร์คดูชิกตอบรับ

“เราควรทำยังไงดีครับบอส ให้ผมไปรวบรวมคนอื่น ๆ มาให้หมดเลยดีไหมครับ?”

“คนอื่น ๆ?”

“บอสไม่คิดที่จะแก้แค้นหน่อยเลยหรอครับ? แม้ว่ามันจะเก่งแต่มันก็ตัวคนเดียว จำนวนที่มากสิครับถึงจะแข็งแกร่งที่สุด”

“...กวางพิล”

“ครับบอส”

นักเลงที่ชื่อกวางพิลตอบรับการเรียชื่อจากหัวเน่าเสียงต่ำ

“แค่หมัดเดียวแกก็ล้มไปกองกับพื้นแล้วจำได้ไหม?”

"..."

“ไอ้งี่เง่า แม้มันจะผ่านมาได้สักพักแต่ฉันก็เคยเป็นถึงผู้ชนะเหรียญทองในการแข่งกีฬาแห่งชาติ แกก็รู้ใช่ไหม?”

“เรื่องนั้นผมทราบดีครับ”

“หมอนั่น ไม่สิ บอสไม่เหมือนกับคนอื่น ๆ แม้จะมีคนของเราเป็นสิบแต่เราก็ไม่สามารถล้มเขาลงได้ ถ้าพวกแกไม่ใช่นักมวยมืออาชีพก็อย่าหวังว่าจะไปต่อสู้กับเขาได้ ถ้าคิดจะไปหาเรื่องตายก็เตรียมตัวจองโลงศพให้ตัวเองไว้ได้เลย”

ปาร์คดูชิกที่จดจำทักษะการต่อสู้ของคังชอลอินได้ขึ้นใจส่ายหัว

“บอส แต่เราต้องรักษาหน้า…”

“ทำไม เพราะศักดิ์ศรีของแกถูกทำลายจนเจ็บปวดเลยคิดที่จะกลับไปหาเขาอีกครั้งอย่างงั้นหรือไง?”

“ไม่ ไม่ใช่แบบนั้น แต่ …”

“ปล่อยวางซะ ทำไมเราต้องเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงเพียงเพื่อจัดการให้ไอ้ประธานนั่นกัน?”

แม้ศักดิ์ศรีของเขาจะถูกทำลายจนย่อยยับ แต่ปาร์คดูชิกก็ไม่ได้โง่พอที่จะเลือกตอบโต้กับเหตุการณ์แบบนี้

“แม้ความรู้สึกจะบอกฉันว่ามันไม่ค่อยชอบมาพากลเท่าไหร่”

ปาร์คดูชิกทำท่าคิดหนัก

“ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเราจะเชื่อใจเขาได้ไหม แต่ถ้าเขาจ่ายให้เรา 100 ล้านวอนจริง ๆ มันก็ยังดีกว่าไปตามเช็ดล้างให้กับเด็ก ๆ บ้านรวยพวกนั้น”

“บอส! บอสเชื่อใจมันงั้นเหรอครับ? ทั้งที่มันยังดูเด็กแบบนั้นเนี่ยนะ!”

“ไอ้โง่เอ้ย!”

ปาร์คดูชิกคำราม

“แกเคยเจอคนที่ใช้หมัดได้ดีและมีความกล้ามากขนาดนี้มาก่อนไหม? เขาไม่เหมือนใคร แค่เพียงเหลือบตามองก็รู้ได้แล้วว่าเขาน่ะแตกต่าง ต่อให้แกไปยืนโบกเหล็กต่อหน้า เขาก็จะไม่กระพริบตาเลยด้วยซ้ำ”

“ก็อาจจะจริง …”

“เพื่อให้อยู่รอดในวงการนี้แกก็หัดใช้สมองซะบ้าง คิดแต่จะใช้กำปั้นงั้นหรอ? เหอะ อย่าโง่ไปหน่อยเลย อย่างที่บอสพูดไว้ การเป็นนักเลงสมัยนี้ไม่ใช่เรื่องสนุก”

“...”

“เรายังไม่ได้สูญเสียอะไรเพราะงั้นก็ลองดูท่าทีไปก่อน ดูว่าอีกสามวันหลังจากนี้เขาจะเอาเงิน 20 ล้านวอนมาให้เราจริง ๆ ไหม เมื่อถึงตอนนั้นมันก็ยังไม่สายเกินไปที่จะตัดสินใจเรื่องนี้ใหม่”

ด้วยเหตุนี้ สายตาของปาร์คดูชิกจึงเป็นประกายขึ้นอย่างรุนแรง

.

.

.

ในเวลาเดียวกัน คังชอลอินที่ลงมาจากดาดฟ้าก็ขึ้นแท๊กซี่เพื่อมุ่งหน้ากลับอพาร์ตเมนต์ของตัวเองทันที

'ภารกิจตามหาควักจองจบแล้ว ที่เหลือก็แค่รอเวลาให้เจอตัวเท่านั้น… ถ้างั้นตอนนี้เราก็มุ่งเน้นไปที่การออกกำลังกายด้วยเวลาทั้งหมดที่ยังเหลืออยู่'

มันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการฝึกฝนร่างกายไว้ล่วงหน้าเพื่อการอัญเชิญครั้งยิ่งใหญ่ แพนเจียเป็นโลกที่ต่างจากโลกใบนี้อย่างสิ้นเชิง ที่โลกนั้นจะมีสัตว์ประหลาดที่เป็นอันตรายอยู่ทุกประเภทและไม่มีกฎหมายควบคุมดินแดนแต่อย่างใด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ต่าง ๆ มันจำเป็นต้องสร้างความแข็งแกร่งและพลัง

‘หรือเราควรไปสมัครสมาชิกที่ฟิตเนสดี? แต่เดี๋ยวนะ เรามีเงินในบัญชีอยู่เท่าไหร่กัน?’

เพื่อสร้างกล้ามเนื้อให้ได้ในระยะเวลาอันสั้นจำเป็นต้องมีการฝึกฝนแบบตัวต่อตัวจากครูฝึกสอนที่ดี และเพื่อให้ได้ครูฝึกสอนเก่ง ๆ มันจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนหนึ่ง คังชอลอินจึงตรวจสอบยอดเงินที่เหลือในบัญชีธนาคารของเขาผ่านแอพบนสมาร์ทโฟนแล้วพบว่า

‘เวร… ไม่มีเงิน’

‘แม้แต่เงินที่จะจ่ายล่วงหน้าให้กับนักเลงพวกนั้นก็ไม่มี’

‘ตอนนี้มีติดตัวอยู่แค่ 2 ล้านวอนเท่านั้น ด้วยจำนวนเงินเท่านั้นมันไม่มีมากพอที่จะรักษาศักดิ์ศรีในฐานะจอมราชันย์ไว้ได้’

‘คงต้องไปหายืมมาสินะ’

คังชอลอินยังคงสงบแม้ในบัญชีธนาคารจะว่างเปล่า

ในอีก 3 - 4 เดือนข้างหน้าเขาก็จะกลายเป็นคนที่ร่ำรวยแบบสุด ๆ ดังนั้นในตอนนี้มันไม่มีทางเลือกใดดีไปกว่าการขอกู้เงินมาก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 6: ฉันจะให้เงินแก 100 ล้านวอน!

คัดลอกลิงก์แล้ว